กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 19 แลกเปลี่ยนและศิลานักล่า

    ในขณะที่อิกนัสและพวกออกจากดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ พวกเขาได้จัดการกับสัตว์อสูรระดับเงินไปยี่สิบสามตัวและจัดการกับสัตว์อสูรระดับทองแดงไปอีกสี่สิบสี่ตัว ทำให้ได้รับผลึกอสูรระดับเงินมามากถึงสี่สิบแปดก้อนกับผลึกอสูรระดับทองแดงอีกสี่สิบสี่ก้อน
    เมื่อออกมาด้านนอกดวงอาทิตย์ก็พึ่งจะลับขอบฟ้าไปได้ไม่นานยังคงเห็นแสงสีส้มแดงสะท้อนออกมาให้เห็นอยู่บ้างรำไร พวกเขาจึงรีบขี่เจ้าเบลซและเจ้าโบลว์กลับเข้าเมือง
    เมื่อกลับเข้าเมืองมาม่านรัตติกาลก็เคลื่อนเข้ามาเยือนเมืองไวท์ชาโดว์ ในโลกอัชวาลนั้นเวลากลางคืนจะมีดวงจันทร์อยู่ถึงสามดวงลอยเด่นอยู่เหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงจันทร์ดวงแรกมีสีฟ้าดวงจันทร์ดวงนี้มีชื่อว่า ซอล เป็นตัวแทนของเทพีซอลเทพีแห่งความมืด ดวงจันทร์ดวงที่สองมีสีออกแดงดวงจันทร์ดวงนี้มีชื่อว่า เลวานน่า เป็นตัวแทนของบุตรีแห่งเทพีซอล เทพธิดาเลวานน่าเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ และดวงสุดท้ายเป็นดวงจันทร์เสี้ยวตลอดเวลาไม่เหมือนกับดวงจันทร์สองดวงก่อนหน้าที่จะสลับกันคือถ้าดวงจันทร์ซอลเป็นข้างขึ้นดวงจันทร์เลวานน่าจะเป็นข้างแรมจะสลับกันอย่างนี้เรื่อยไป ซึ่งทำให้ดวงจันทร์ทั้งสามจะไม่มีวันที่จะเต็มดวงพร้อมกันได้เลย ซึ่งในสมัยโบราญดวงจันทร์ดวงที่สามที่เรียกว่าเอย์เซลนั้นเคยเป็นดวงจันทร์ที่เต็มดวงมากก่อน แต่เพราะอะไรก็ไม่ทราบได้ทำให้ดวงจันทร์สีน้ำเงินสุกสกาวดวงนั้นกลายเป็นจันทร์เสี้ยวปตลอดกาล มีตำนานว่าไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเกิดจาการต่อสู้ของเทพเจ้า บ้างก็ว่าเกิดจากเทพพิโรธทำลายดวงจันทร์ หรือแม้แต่มังกรกลืนจันทร์ก็มี ซึ่งไม่รู้ว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ทำลายดวงดาวทั้งดวงให้เหลือเพียงเสี้ยวนั้นก็ต้องทรงพลังเป็นอย่างมาก ซึ่งดวงจันทร์ดวงที่สามนี้เองเป็นตัวแทนแห่งเทพมังกรจันทราเอย์เซล
    เมื่อเข้าเมืองมากพวกที่ไม่มีเงินแม้แต่เหรียญทองแดงสักเหรียญก็ไม่มี ก็รีบตรงดิ่งไปที่สมาคมนักล่าอสูรเพื่อนำผลึกอสูรไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินมาใช้ พวกเขาตกลงกันว่าจะนำผลึกอสูรระดับทองแดงทั้งหมดไปแลกเปลี่ยนเป็นเงิน และผลึกอสูรระดับเงินอีกแปดก้อนไปแลกด้วย
    เมื่อเข้าไปในสมาคมนักล่าอสูรบรรยากาศภายในนั้นเหมือนกับบาร์เหล้าไม่มีผิดเพี้ยนไปเลย ภายในนั้นนักล่าอสูรต่างตะโกนโหวกเหวกโวยวายราวกับตลาดสดก็มิปาน บริเวณด้านขวามือของสมาคมนักล่าอสูรจะเป็นบอร์ดภารกิจและบาร์สำหรับนักล่าที่ต้องการดื่มกิน,หาข่าวสารและหาคนร่วมปาร์ตี้ของพวกเขา ตรงกลางจะเป็นบันไดขึ้นไปยังชั้นสองสำหรับนักล่าระดับสูงและเป็นที่แลกเปลี่ยนแต้มภารกิจกับทักษะนักล่าหรืออุปกรณ์ต่างๆรวมทั้งยังเป็นสถานที่สำหรับตีราคาและประเมินอุปกรณ์ให้กับนักล่าอีกด้วย ส่วนด้านซ้ายมือนั้นจะเป็นเคาน์เตอร์สำหรับส่งภารกิจและแลกเปลี่ยนผลึกอสูรเป็นเงิน
    ลูฟัสพาอิกนัสเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ที่ว่างทันทีพร้อมกับนำผลึกอสูรที่พวกเขาเตรียมไว้สำหรับแลกเปลี่ยนเป็นเงินออกมาให้พนักงานตรวจดู จากนั้นลูฟัสจึงพูดว่า “แลกเงินครับ”
    พนักงานสาวสวยผมสีน้ำตาลในชุดสูทที่เป็นเครื่องแบบของสมาคมนักล่าอสูรเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับรีบตรวจนับผลึกอสูรที่ได้รับมาทันที
    “ผลึกระดับทองแดงทั้งหมดสี่สิบสี่ชิ้น ผลึกระดับเงินทั้งหมดแปดชิ้น รวมเป็นเงินทั้งหมดแปดหมื่นสี่พันเหรียญ คิดเป็นแปดเหรียญทองสี่สิบเหรียญเงินนะค่ะ ครบถ้วนตามนี้นะค่ะ” พนักงานสาวคนนั้นนับจำนวนผลึกอสูรแล้วตอบกับพวกอิกนัสไป
    “ครับ ตามนั้นเลยครับ รับกวนแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยนะครับ” ลูฟัสตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มละมุม
    “ค่ะ นี่ค่ะ รบกวนตรวจนับให้ดีด้วยค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการนะค่ะ” พนักงานสาวพูดพร้อมกับยื่นถุงเงินสองถุงให้กับลูฟัส
    ลูฟัสที่ยื่นมือไปรับถุงเงินก็จับมือของพนักงานสาวไม่ยอมปล่อย จนเธอต้องรีบชักมือกับพร้อมกับเขินอาย
    อิกนัสที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับเพื่อนของเขาคนนี้ แล้วลากลูฟัสออกไปพร้อมกับผงกหัวขอโทษพนักงานสาว ลูฟัสที่ถูกลากออกมานั้นก็ยื่นถุงเงินให้อิกนัสเก็บไว้หนึ่งถุงตัวเองหนึ่งถุงแล้วโบกมือให้กับพนักงานสาวที่กำลังเขินอายอยู่
    เมื่อทั้งสองออกจากสมาคมนักล่าอสูรก็ตรงไปที่องค์กรนักล่าอาหารต่อเลย เพื่อที่จะเอาเนื้อวัวลายเสือที่อิกนัสได้ทำการล่าไว้ไปขาย
    เมื่อเข้าไปในภายในอาคารขององค์กรนักล่าอาหาร บรรยากาศภายในนั้นต่างจากสมาคมนักล่าอสูรโดยสิ้นเชิง ไม่มีทั้งเสียงเอะอะโวยวาย คนก็ยังไม่พลุกพล่านเท่าสมาคมนักล่าอสูร จะมีก็แต่เสียงของกระทะอาหารและอุปกรณ์เครื่องครัว และกลิ่นของอาหารที่ลอยโชยออกมาให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้กลิ่น การจัดตกแต่งก็คล้ายกับสมาคมนักล่าอสูร จะต่างก็เพียงแค่ด้านขวาเลี่ยนจากบาร์เป็นร้านอาหาร ส่วนตรงกลางเป็นทางขึ้นไปชั้นสองและด้านซ้ายก็จะเหมือนกับสมาคมนักล่าอสูร อีกอย่างที่แตกต่างกันคือบอร์ดภารกิจที่จะอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เพื่อให้เลือกและหยิบไปขอรับทำกับพนักงานขององค์กรนักอาหารได้เลย ซึ่งในบอร์ดจะเป็นภารกิจที่เกี่ยวกับวัตถุดิบอาหารทั้งนั้น
    อิกนัสเดินเข้ารอคิวที่เคาน์เตอร์ที่มีคนต่อแถวอยู่น้อยที่สุดทันที ส่วนลูฟัสนั้นยืนรอเขาอยู่ไม่ไกลจากเคาน์เตอร์นัก
    ผ่านไปชั่วอึดใจก็ถึงคิวของอิกนัส เขากล่าวพร้อมกับนำเนื้อวัวเสือออกมาจำนวนหนึ่ง แล้วจากนั้นจึงวางมันมันลงบนเครื่องชั่งที่องค์กรนักล่าอาหารเตรียมไว้“ผมมาขายวัตถุดิบครับ เนื้อวัวลายเสือ”
    “คะ...ครับ เนื้อวัวลายเสือสินะครับ วางลงที่เครื่องชั่งได้เลย” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ตอบรับด้วยเสียงตะกุกตะกัก
    อิกนัสหยิบเนื้อวัวลายเสือออกมามาขึ้นๆ จนเครื่องชั่งไม่เหลือพื้นที่ให้วางอะไรได้อีก เขาจึงหยุดวางเนื้อที่กำลังถืออยู่ลงก่อน จากนั้นจึงหันไปมองที่เครื่องชั่งเพื่อดูว่าได้น้ำหนักเท่าไหร่
    “หนึ่งร้อยยี่สิบกิโลกรัม!” เสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจของพนักงานชายคนนั้นดังออกมา
    ต้องรู้ว่าถึงแม้ว่าวัวลายเสือเป็นแค่สัตว์อสูรระดับทองแดงเท่านั้นแต่ด้วยความที่มันอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ และจะมีจ่าฝูงที่แข็งแกร่งคอยควบคุมอยู่ อีกทั้งวัวลายเสือยังสามารถให้กลยุทธ์ในการต่อสู้ได้อีกทำให้การจะล่ามันเป็นไปด้วยความยากลำบากอยู่บ้าง และยังความอร่อยของเนื้อที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ทำให้พนักงานชายคนนั้นต้องตกใจกับจำนวนของเนื้อวัวลายเสือที่อิกนัสนำออกมา
    พนักงานชายคนนั้นรีบเก็บอาการ แล้วเก็บเนื้อวัวลายเสือไปทันทีเพื่อให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาเอาเนื้อมาชั่งเพิ่มอีก
    จากนั้นอิกนัสจึงนำเนื้อที่เหลือทั้งหมดออกมาชั่งอีกครั้ง
    “สามสิบห้ากิโลกรัมครับ รวมทั้งหมดเป็นหนึ่งร้อยห้าสิบห้ากิโลกรัม เนื้อวัวลายเสือกิโลกรัมละสองพันเหรียญทองแดง คุณลูกค้าจะขายทั้งหมดเลยใช่หรือไม่ครับ?” พนักงานชายคนเดิมถามเมื่อเห็นอิกนัสหยุดมือแล้ว
    “ครับขายทั้งหมดเลย” อิกนัสตอบกลับไป
    “ทั้งหมดสองแสนเจ็ดหมื่นเหรียญทองแดง คิดเป็นยี่สิบเจ็ดเหรียญทองครับ กรุณารอสักครู่หนึ่งเดี๋ยวผมนำเนื้อไปเก็บแล้วจะนำเงินมาให้ครับ” พนักงานชายคนนั้นตอบกลับอย่างสุภาพพร้อมกับเดินไปด้านหลังเคาเตอร์
    สิบนาทีถัดมาพนักงานชายคนนั้นก็นำถุงเงินออกมาให้กับอิกนัส เขากล่าวขอบคุณและเชิญชวนให้อิกนัสมาใช้บริการใหม่ในครั้งหน้า
    เมื่ออิกนัสตรวจดูเงินที่เขาได้รับมาเข้าก็ยิ้มอย่างพอใจ แล้วเดินออกไปจากอาคารพร้อมกับลูฟัส
    “ชายหนุ่มคนนั้นหรือ? ที่เป็นนำเนื้อวัวลายเสือทั้งหมดนั่นมา” เสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อพวกอิกนัสก้าวออกไปจากอาคารขององค์กรนักล่าอาหาร
    “ครับท่านประธาน” พนักงานชายที่เป็นคนให้บริการอิกนัสตอบกลับด้วยความเคารพ
    “อืมเป็นคนหนุ่มที่น่าสนใจจริงๆ เนื้อวัวลายเสือไม่มีเขามานานแล้วด้วย” ชายที่ถูกเรียกว่าท่านประธานพึมพำ แล้วเดินจากไปพวกอิกนัสที่เสร็จธุระของพวกเขาเรียบร้อยแล้วก็เดินจากไป พวกเขาเดินหาโรงแรมเพื่อที่จะพักผ่อนสำหรับความเหน็ดเหนื่อยที่เผชิญมาทั้งวัน
    โรงแรมสายลมสีขาวป้ายที่ติดอยู่ด้านหน้าของอาคารสี่เหลี่ยมทรงสูงสไตล์อาหรับคือโรงแรมที่พวกอิกนัสเลือกที่จะพักผ่อน โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมระดับสี่ดาว เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับสวนที่อยู่ใจกลางโรงแรมล้อมรอบด้วยอาคาร
    พวกเขาเดินเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์ของโรงแรมเพื่อเปิดห้องพักคนละห้อง หลังจากที่จ่ายเงินค่าห้องพักไปคนละห้าเหรียญเงินสำหรับหนึ่งคืน จากนั้นพวกจึงเดินไปที่ห้องอาหารพวกเขาสั่งอาหารสองสามอย่างแล้วลงมือกินอยารวดเร็ว ในระหว่างที่กินอาหารอยู่พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวที่จะทำให้วันพรุ่งนี้ อิกนัสจะไปเตรียมตัวที่จะกลับเมืองซิลเวอร์ไนท์ ส่วนลูฟัสจะยังอยู่ที่เมืองนี้อีกสักพักหนึ่ง ลูฟัสให้รหัสติดต่อของศิลานักล่าแก่อิกนัสในตอนที่เขารู้ว่าอิกนัสยังไม่ได้เป็นแม้แต่นักล่าฝึกหัด ทำให้เขารู้ว่าอิกนัสไม่มีศิลานักล่า
    ศิลานักล่าเป็นเครื่องหมายประจำตัวสำหรับนักล่าที่จะใช้เพื่อแทนตัวนักล่านั้นๆ ซึ่งสร้างขึ้นมาจากศิลาแห่งชีวิตของนักล่าแต่ละคนที่ตกผลึกจนมีความแข็งมากและไม่สามารถลอกเลียนแบบขึ้นมาได้ การมีศิลานักล่านั้นจะต้องเป็นนักล่าฝึกหัดขึ้นไปเสียก่อนจึงจะมีได้ ศิลานักล่านั้นสามารถใช้ประโยชน์ไหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การหาข้อมูลของสัตว์อสูรและเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต ใช้เป็นป้ายยืนยันเพื่อรับภารกิจ เข้าร่วมเครือข่ายของนักล่าอสูร รวมทั้งเป็นป้ายแสดงระดับชั้นของนักล่าและกลุ่มของนักล่า โดยในแต่ละสมาคมของนักล่านั้นจะมีรูปร่างของศิลานักล่าไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมนักล่าอสูรที่เป็นรูปวงกลม องค์กรนักล่าอาหารที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ศูนย์วิจัยนักแปรธาตุที่เป็นรูปดาวห้าแฉก สมาคมสมบัติสวรรค์ที่เป็นรูปค้อน และสหพันธ์นักล่าสมบัติที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการใช้ศิลานักล่า คือการเข้าถึงโลกเสมือนของนักล่าที่จะใช้เพื่อฝึกฝนและประลองระหว่างนักล่าด้วยกันอีกด้วย ในโลกเสมือนของนักล่านั้นมีความสำคัญมากต่อนักล่าทุกคนเพราะนักจากใช้เป็นสถานที่ประลองแล้วยังเป็นศูนย์รวมของการแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆระกหว่านักล่าอีกด้วย
    จากนั้นพวกเขาจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง โดยห้องของทั้งสองอยู่ตรงข้ามห้องของกันและกัน ห้องของอิกนัสหันหน้าเข้าหาสวนใจกลางโรงแรม ส่วนห้องของลูฟัสหันหน้าออกไปที่ตัวเมืองไวท์ชาโดว์

    นิยายแนะนำ