บทที8
สิ่งของจากร้านค้า
เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นแสงอาทิตย์ด้านนอกส่องรอดผ่านรูบนแผ่นไม้เข้ามาบริเวณด้านนอกเข้ามาเมื่อมันตกกระทบลงใบหน้าของจางหยวนบุรุษหนุ่มค่อยค่อยบิทร่างกายและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อราตรีที่ผ่านมาราวกับความฝัน
แต่อย่างไรเสียมันเองก็คือความจริงในยามนี้ใช้งานร้านค้าลึกลับในการซื้อของที่อยู่ภายในนั้น
เริ่มต้นเช้าของวันในวันนี้ท้องนภาแห่งนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยความเย็นในยามราตรีที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยามเช้าตรู่
เมื่อเดินออกมาบริเวณด้านนอกหย่งคังตรงไปภายในป่าเพื่อที่จะไปดูกับดักสัตว์ของตนเองว่ามีอะไรมาติดหรือไม่
จางหยวนที่เพิ่งตื่นนอนขึ้นมาหันไปมองซ้ายและขวาเริ่มทำการสำรวจบริเวณรอบๆ
เมื่อพยายามค้นหาสิ่งที่อยู่บริเวณรอบรอบอยู่สักพักจางหยวนก็พบเจอพวกอุปกรณ์ทำสวนเก่าเก่าที่หย่งคังนั้นไม่ได้ใช้เป็เวลานาน
มันถูกเก็บเอาไว้ภายในกองขยะที่ไม่ได้ใช้คนผู้นี้เป็พรานป่าวันวันเองคงเอาแต่ทำการล่าสัตว์แล้วก็อย่างอื่น
จางหยวนเดินไปบริเวณข้างบ้านตรงบริเวณนี้มีที่ดินที่เต็มไปด้วยความรกร้างอย่างไรเสียภายในสถานที่แห่งนี้มันเองก็เป็ภายในป่า
พื้นที่กว้างขวางก็จริงแต่ว่าบริเวณพื้นที่เต็มไปด้วยความรกร้างในตอนนี้เมื่อมองเห็นว่าสิ่งที่อยู่ด้านหน้ามีแต่วัชพืชขึ้นกันเต็มไปหมด
เริ่มลงมือทำการจัดการวัชพืชเ่าั้ออกอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ลงมือจัดการวัชพืชเ่าั้ออกจางหยวนใช้เวลาไปถึงครึ่งวันกว่าที่จะจัดการเื่วัชพืชเ่าั้ออกทั้งหมดได้
แต่ว่าเมื่อจัดการวัชพืชเหล่านี้ออกก็พบเห็นว่าพื้นดินบริเวณนี้สมบูรณ์กำลังดีเหลือเพียงปรับหน้าดินให้เข้ากับการเพาะปลูก
ความรู้เหล่านี้ได้มาจากภายในชีวิตก่อนเพราะว่ามันเป็ความรู้พื้นฐาน
แต่หลังจากที่ลงมือลงแรงทำมาครึ่งวันก็มานั่งพักอยู่บริเวณหน้าบ้านแสดงท่าทางเหนื่อยล้า
“ ร่างกายที่อ่อนแอจริงๆเพียงแค่ขยับออกแรงเป็เวลาหลายชั่วโมงติดต่อกันก็อ่อนล้า”ร่างกายนี้ไม่ได้แข็งแรงเหมือนผู้ฝึกฝนวรยุทธหรือไม่ได้แข็งแรงเหมือนผู้ที่ออกกำลังกายเป็เวลานาน
จางหยวนเ้าของร่างเป็ทาสในแต่ละวันก็ได้ทานอาหารเพียงแค่วันละมื้อในตอนที่อยู่อาศัยภายในจวนตระกูลหลิน
ไม่เพียงเท่านั้นยังขาเป๋พิการหนึ่งข้างเพียงแค่ขยับร่างกายออกแรงเป็เวลานานร่างกายก็รู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะไม่อยากลุกขึ้นแล้ว
ในขณะที่ตนเองกำลังเหนื่อยล้าจางหยวนคิดขึ้นมาได้
“ ลองใช้เ้านั้นดู ” นี่ถือโอกาสถ้าเป็การทดลองสินค้า
จางหยวนยื่นมือของตนเองไปบริเวณด้านหน้าทำการคิดภายในใจ“ เปิดใช้งานกระเป๋ามิติ ”
“ ถ้าลูกค้าใช้งานสิทธิ์การเข้าถึงกระเป๋ามิติ ” เสียงภายในหัวตอบรับกลับมา
หลังจากนั้นบริเวณฝ่ามือด้านหน้ามันก็มีช่องว่างสีดำบางอย่างปรากฏขึ้นภายในอากาศ
นี่เป็ครั้งแรกเช่นเดียวกันที่มองเห็นช่องว่างมิติ
ดวงตาของจางหยวนทั้งตื่นเต้นทั้งยินดีหลังจากนั้นก็ลองใช้มือของตนเองล้วงเข้าไปบริเวณด้านใน
เมื่อลองใช้มือของตนเองล้วงเข้าไปด้านในนำบางอย่างออกมาจากภายในนั้น
สิ่งที่ถูกนำออกมาจากภายในช่องว่างมิติมันคือยาเม็ดลูกกลอน
“ เรียนท่านลูกค้าท่านได้นำเอายาเม็ดฟื้นฟูความเหนื่อยล้าออกจากกระเป๋ามิติไปหนึ่งเม็ดจำนวนคงเหลือภายในกระเป๋ามิติ 19 เม็ด ”
สิทธิ์ในการซื้อขายครั้งแรกที่ใช้ในการซื้อขายไปเขาเลือกทำการซื้อขายพวกยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้า
จ่ายเงินเพียงแค่ซื้อ 10 เม็ดแต่ได้กลับมา 20เม็ดถือว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
การที่เลือกซื้อมันก็เป็เพราะว่าเห็นว่าเ้าของอย่างอื่นมันมีราคาที่ต่ำไปแล้วถ้ามองถึงความคุ้มค่าเ้าสิ่งนี้ถ้าสามารถใช้งานได้น่าจะคุ้มค่ามากที่สุด
จางหยวนทำใจอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจนำเอายาที่อยู่ภายในมือกินเข้าในปาก
หลังจากที่กลืนยาลูกกลอนนั้นลงคอร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกที่เบาสบายราวกับว่าตนเองไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนได้
อยู่ๆร่างกายที่เหนื่อยล้าและก็กำลังหนักอึ้งนั้นมันก็เบาลงจนน่าประหลาดดวงตาที่ประดับอยู่บนใบหน้ายามนี้เต็มไปด้วยความแตกตื่น
ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำทั่วทั้งร่างกายจางหยวนรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบร่างกายของตนเอง
นี่ผ่านไปเพียงแค่สองลมหายใจเท่านั้นเหตุใดร่างกายถึงเบาสบายเช่นนี้“ นี่มันอันใดกัน? เหตุใดร่างกายของเรา? ”
จางหยวนสำรวจร่างกายอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ความสามารถของมันเป็จริงในตอนนี้หลังจากที่กินยานัดเข้าไปความเหนื่อยล้าทั่วทั้งร่างกายก็จะหายไปในทันที
มันช่างเป็สิ่งที่สุดแสนวิเศษอันที่จริงแล้วตอนซื้อยานี้มาก็ไม่ได้คิดว่าผลที่จะได้รับกลับมามันจะเยี่ยมยอดขนาดนี้
“ ยอดเยี่ยมไปเลยถ้าเป็แบบนี้ก็สามารถทำงานได้เรื่อยๆ ”ในตอนแรกต้องนั่งพักอีกหลายชั่วยามกว่าพละกำลังจะกลับมา
ในตอนนี้เมื่อหลังจากกินยานั้นเข้าไปร่างกายกลับมาแข็งแรงเช่นเดิมความเหนื่อยล้าจางหายไปรีบหยิบอุปกรณ์ทำสวนแล้วก็มุ่งตรงไปบริเวณด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายของจางหยวนในตอนนี้นั่นคือลองทำการเพาะปลูก
อาชีพการเพาะปลูกภายในยุคสมัยนี้ถือว่าเป็อาชีพที่มีความนิยมเป็อย่างมาก
แต่นั่นเองก็มิใช่ว่าจะเป็เหตุผลที่ทำให้เขาเลือกทำการเพาะปลูก
อันที่จริงแล้วการที่เลือกทำการเพาะปลูกมันเองก็มีเหตุผลและมีปัจจัยหลายๆอย่างด้วยเช่นเดียวกัน
ปัจจัยอย่างแรกเลยก็คือสถานที่ภายในสถานที่แห่งนี้มันมีพื้นที่มากพอที่จะทำการเพาะปลูก
แถมดินเองก็เป็ดินคุณภาพดีสามารถทำการเพาะปลูกได้แถมบริเวณแถบนี้คงเป็ภายในป่าสามารถทำการเพาะปลูกได้แม้ว่าจะไม่มีที่ดินถือครอง
ปัจจัยอย่างที่สองก็คือพวกผักสามารถขายได้รวดเร็วแล้วก็สามารถขายได้ร้านผักภายในเมืองมีคนที่รับซื้อผักเหล่านี้อยู่แล้ว
ส่วนปัจจัยอย่างที่สามก็คือเื่ต้นทุนเมื่อคืนเขาซื้อเมล็ดพืชภายในร้านค้าลึกลับมาทั้งหมดหนึ่งร้อยถุงพืชที่ได้รับมาจากพวกนั้นสุ่มมากมายแตกต่างกันออกไปหลากหลายชนิดแต่ว่าความคุ้มค่าไม่ต้องพูดถึง
เมล็ดพืชถุงละเพียงหนึ่งอีแปะแต่ภายในเมล็ดพืชแต่ละถุงมี เมล็ดอยู่ภายในนั้นถุงละ 100เมล็ด
อย่างไรเสียถ้านำเอามาปลูกต้นทุนต่ำกำไรที่ได้กลับมาก็ย่อมสูง
ในตอนนี้ความคิดในการเพาะปลูกเลยผุดขึ้นภายในหัวอย่างไรเสียการดูแลมันก็คงจะไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย
สถานที่แห่งนี้มีดินดีบริเวณรอบรอบก็มีรั้วกั้นสัตว์ป่าเข้ามาขอเพียงแค่รดน้ำมันตลอดตามเวลาก็คงจะไม่มีปัญหาอันใด
จางหยวนเริ่มจัดการหน้าดินอย่างรวดเร็วโดยการลงมือจัดการหน้าดินเขาทำเสร็จภายในวันนั้น
เป็เพราะพื้นที่ในการเพาะปลูกมีจำนวนไม่เท่าไหร่ไม่กี่แปลงเท่านั้นอย่างไรเสียเริ่มลงมือทำก่อนเพียงน้อยเล็ก
การก้าวทีละเล็กๆแล้วก็ค่อยๆมากขึ้นก็ไม่มีปัญหาอะไร
เพราะแบบนั้นการเพาะปลูกแปลงแรกย่อมต้องทำอย่างช้าๆไม่รีบเร่ง
เพื่อที่จะไม่ให้ตนเองนั้นเสียหายมากที่สุดถึงแม้จะพูดว่าการเพาะปลูกเป็เื่ที่ง่ายแต่มันเองก็มีโอกาสที่จะขาดทุนเช่นเดียวกันถ้าเกิดว่าไม่ดูแลพวกมันเป็อย่างดี
จางหยวนถือว่ายังคงเป็มือใหม่ถ้าจานลองทำการเพาะปลูกเพราะแบบนั้นจึงไม่กล้าเริ่มแปลงขนาดใหญ่
ในตอนนี้ก็เริ่มค่อยค่อยขยับเขยื้อนไปทีละนิดทีละน้อยในวันข้างหน้าก็คงจะสามารถมีแปลงผักใหญ่โตได้
หลังจากที่ลงมือลงแรงจัดการมาทั้งวันใน่ยามเย็นหย่งคังเดินทางกลับมาจากภายในเมืองหลังจากที่ไปขาขเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้
กองเพลิงกองเล็กๆที่ถูกจุดเอาไว้บริเวณใจกลางบ้านกำลังมีเนื้อย่างกำลังย่างไฟและส่งกินหอมอยู่บริเวณด้านหน้า
จางหยวนและหย่งคังนั่งอยู่คนละฝั่ง
ในตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาสนิทสนมกันมากขึ้นจนเรียกได้ว่าเป็สหายต่างวัย
ภายนอกของหย่งคังแม้ว่าจะดูเป็คนที่ดูดุร้ายแต่อันที่จริงแล้วเขาเป็คนที่มีจิตใจที่ดีเป็อย่างมาก
เพียงแต่ว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองรูปลักษณ์ภายนอก
ในขณะที่กำลังนั่งรอเนื้อย่างที่กำลังย่างอยู่จางหยวนชักชวนสนทนา “ เหตุใดท่านถึงเอาแต่เก็บตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อย่างงั้นรึร่างกายเช่นท่านถ้าไปเป็ทหารหรือว่าไปเป็มือปราบคงจะดีไม่ใช่น้อย ”
ลองมองสำรวจร่างกายของหย่งคังทั่วทั้งร่างกายเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามมีร่างกายสูงใหญ่ถ้าไปเป็นักรบหรือไม่เป็ทหารคงจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานอยู่ไม่น้อย
เพราะเหตุใดถึงมาเป็พรานป่าอยู่ภายในป่าที่ไม่มีผู้คนเช่นนี้
หย่งคังถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น“ ข้าเกลียดขุนนาง ”
จางหยวนได้รู้ความจริงที่น่าตกตะลึงแสดงใบหน้าประหลาดใจแล้วก็ถาม“ เหตุใดล่ะเหตุใดถึงเกลียดขุนนาง? ”
“ เื่นั้น… ”
จบบท