ฉลามคลั่งรัก 13 : หวนคืนกรงขัง
#ฉลามคลั่งรัก
“ว่าไงนะครับ เรือผมโดนกัด !?”
“ใช่ เห็นเขาว่ากันอย่างนั้น” เ้าตัวยิ้มแหยให้ขณะที่ผมเบิกตากว้างจนตาแทบถลนออกมานอกเบ้าผมเสยผมอย่างคิดหนักมองทะเลที่ตอนนี้สงบนิ่งกว่าวันที่ผมไปล่อฉลามมาก มีคลื่นเล็ก ๆซัดหาฝั่งแต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด
“แล้วไม่มีใครกู้ซากมันขึ้นมาเลยเหรอ ?”
“ฉลามมันชุกน่ะครับ เลยไม่มีใครกล้าลงไป”
“แล้วแบบนี้ผมจะทำไง ผมต้องใช้...!”
บรืน !
เสียงเครื่องยนต์ของเรือทำให้ผมหันขวับไปมองสปีดโบ๊ทที่แล่นอยู่ไม่ไกลคนขับเป็นักท่องเที่ยวทั่วไปที่กำลังเล่นคลื่นโดยไม่ห่วงว่าจะมีตัวอะไรลากเขาลงทะเลไหมเล่นเอาผมต้องจับจ้องมันด้วยความสนใจ หรี่ตาอ่านตัวอักษรที่ตราไว้บนเรือ
Jiffy’sboat
“จิฟฟี่โบ๊ท...มันคือที่เช่าเรือเหรอ ?” ผมหันไปถาม ลุงเขาเลยพยักหน้าให้
“ใช่ครับพวกนักท่องเที่ยวจะไปเช่ากันที่นั่น”
“แล้วคุณรู้ไหมครับว่ามันอยู่ตรงไหน?”
“ขับรถตรงไปก็เจอแล้วครับคุณโซล อยู่ไม่ไกลจากหาด จะมีเรือจอดอยู่เยอะ ๆ” เขาชี้ไปตามทางที่บอก เพิ่มเติมรายละเอียดยิบย่อยให้ผมจำมันเข้าสมอง “ข้างหน้าจะมีป้ายเขียนไว้ สังเกตที่กระดานโต้คลื่นก็ได้เขาจะวางกั้นไว้เป็รั้ว”
“ขอบคุณมากครับ” ผมตัดบทลงตรงนั้นจำใจต้องหวนกลับไปขึ้นรถดีแลนที่ขโมยมาเพื่อไปร้านเช่าเรือตามที่ลุงคนนั้นบอกผมรีบตรงมาหาเ้าของ สีหน้าตื่นตระหนกพาให้เขาดูใ
“เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมคุณถึงดูรีบร้อนขนาดนั้น ?”
“ผม้าเรือสักลำ ขอเรือที่ไวที่สุดเท่าที่ร้านคุณจะมี” พนักงานหนุ่มย่นคิ้ว ขณะที่ผมเคาะนิ้วลงกับโต๊ะแสดงถึงความเร่งรีบเลียปากเล็กน้อยพลางหันไปมองทะเลที่ไม่รู้ว่าป่านนี้เรือกู้ภัยไปถึงหรือยังถ้าเกิดผมรู้ว่าเขาส่งหน่วยงานจากที่ไหนไปผมก็คงพอจะเดาได้ว่าเขาจะใช้เวลาเท่าไหร่
หาดที่ผมอยู่นี้ไม่ไกลจากศูนย์วิจัยมันเป็หาดเดียวที่ใกล้ที่สุดเท่าที่ผมรู้จัก
“เรามีแค่เรือสปีดโบ๊ทธรรมดา ความเร็วก็อยู่ที่...”
“เรืออะไรก็ได้ ผมกำลังรีบนะคุณ” ผมสวนกลับสีหน้าของผมไม่มีการล้อเล่นอะไรทั้งนั้น “ผม้าเรือคุณไม่ต้องบอกว่าเรืออะไร ผมขอที่มันไวที่สุดแล้วผมจะโอนเงินมาให้”
“นี่คุณจะเช่าของโดยไม่มีเงินจ่าย ?”
“ผมคือโซล อิลเดนสัน ผมมีเงินมากพอที่จะเปิดร้านเช่าเรือแข่งกับคุณ” ผมสบตากับเขา ทำเอาอีกฝ่ายชะงักก่อนจะเบิกตากว้างเหมือนนึกอะไรออก
“คุณคือโซล อิลเดนสัน !?”
“ใช่”
“พระเ้า ผมไม่คิดว่าจะได้เจอตัวจริง คุณดูดีสมกับที่เขาร่ำลือ” เขายิ้มกว้างั์ตาเปล่งประกายไม่สนใจความหงุดหงิดบนใบหน้าผมผมเลยจำเป็ต้องยกยิ้มตามมารยาท แล้วก็กัดฟันย้ำกับเขาอีกครั้งส่งผลให้เขาหัวเราะออกมา “แต่ถึงจะบอกแบบนั้นถ้าไม่มีเงินมัดจำผมก็ให้คุณเอาเรือไปไม่ได้อยู่ดี มันเป็กฎของร้านน่ะครับ”
“แต่ผมกำลังรีบ ช่วยเข้าใจหน่อยได้ไหม”
“งั้นคุณก็ต้องหาเงินมาจ่าย ไม่ก็ต้องหาอะไรมาค้ำประกัน”
ตุ้บ !
ผมทุบมือลงกับโต๊ะพลางคิดว่าผมเหลืออะไรอยู่ในตัวบ้างข้าวของสำคัญผมก็ไม่ได้เอามา สิ่งที่มีค่าก็จมหายไปกับเรือหมดแล้ว ผมเสยผมเคาะปลายเท้าลงเพื่อครุ่นคิดทว่าก็เหมือน์ปรานีให้ลุงคนเดิมที่บอกทางให้ผมมาช่วยพูดกับเขา
“ให้เขายืมเรือเถอะคุณโนเอล เขาจำเป็ต้องใช้มันเรือของเขาโดนพังเมื่อคืนวาน คุณจำไม่ได้เหรอ”
“อ่าจริงสิ เรือคุณโดนกัด”
“อ๊ะ !”
“แต่อะไรจะมั่นใจว่าคุณจะเอาเรือมาคืนผมกันต่อให้เป็คนดังก็ใช่ว่าเป็ขโมยไม่ได้” ผมกลอกตาให้กับคำพูดเขากวาดตามองไปทั่วร่างและสบเข้ากับตู้เก็บกุญแจ ตรงมือของเขาก็มีกุญแจเรืออยู่มันติดป้ายเลขที่บอกลำเรือไว้ด้วย ถ้าเกิดผมดึงดูดความสนใจเขาได้ก็คงขโมยกุญแจที่เขาวางไว้
คิดได้ดังนั้นผมก็สวมบทมารร้าย
“แต่คุณเชื่อใจผมได้”
หมับ !
“เพราะผมไม่เคยหลอกใครสักคน”ผมกระตุกยิ้มคว้าคอเสื้อเขาให้ยื่นหน้ามาใกล้ ๆลมหายใจอุ่นร้อนไกล่เกลี่ยอยู่ไม่ไกล ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีสวยให้ริมฝีปากเฉียดกันไปมาขณะที่มืออีกข้างก็ล้วงไปหยิบกุญแจมาถือไว้ “ผมจำเป็ต้องใช้เรือ ถ้าคุณให้ผมยืมไม่ได้ ผมคงเสียใจ”
“แต่ถ้าผมให้คุณไป ผมจะโดนไล่ออก”
“ถ้าคุณโดนไล่ออก ผมจะจ้างคุณมาทำงานกับผม”
“อะ...”
“ผมมีงานให้คุณทำเยอะแยะ เช่นการไปเป็เหยื่อล่อฉลาม”ผมหัวเราะท่าทีขบขันทำให้เขายิ้มตาม ไม่มีใครรู้ว่าผมมีศูนย์วิจัยลับพวกเขาจะรู้ว่าผมเป็แค่ลูกเศรษฐีคนดังที่ทำงานอะไรสักอย่างด้วยลำแข้งของตัวเองเวลาเข้าหา พวกเขาก็จะหวังเพียงเซ็กซ์เท่านั้น
ซึ่งมันก็น่ารำคาญและน่าสนุกพอกัน
“คุณสนใจไหม...โนเอล ?”
“เป็ข้อเสนอที่ดีเลยนะครับ”
“หึ...”
“แต่ผมคิดว่าผมรักงานที่ผมทำอยู่” เขาดึงมือผมออกเสริมทัพด้วยรอยยิ้มกวนประสาทเล่นเอาผมถึงกับทอนรอยยิ้มลงเพราะเขาเลือกที่จะปฏิเสธคำล่อลวงของผม “แต่ข้อเสนอของคุณก็น่าสนใจ ถ้าผมได้ทำงานกับคุณ คนทั้งหาดคงอิจฉาผม”
“แต่คุณก็เลือกที่จะปฏิเสธคำชวนของผม”
“นั่นก็เพราะตอนนี้มันยังไม่ใช่” เขาใช้มืออีกข้างลากไล้ไปทั่วเรียวปากผมคล้ายกับ้าบอกไว้ว่าผมน่าสนใจ“บางทีถ้าคุณรอได้ ผมคงจะตอบรับมัน”
“อืม...เสียดายนะ เผอิญผมไม่ใช่พวกคอยใครได้”
“หา?”
“และโควต้าคุณหมดแล้วโนเอล”
“ว่าไงนะ…!” ผมผลักเขาจนล้มลงไปกองกับพื้นชูกุญแจที่ตัวเองหยิบมาได้ “นี่คุณ !เอาไปั้แ่เมื่อไหร่ !?”
“ก็ั้แ่ที่คุณเกือบเผลอจูบกับผมไง”
“!!!”
“เอาไว้ผมจะขับมาคืนให้ ตอนนี้ขอยืมไปก่อนนะครับ บาย”ผมโบกมือลาเขาให้เ้าตัวเบิกตากว้างใส่ วินาทีนั้นไม่มีใครมาห้ามผมได้ ผมแกล้งบอกกับพนักงานเฝ้าเรือว่าผมจองเรือลำนี้ไว้เขาเลยพาผมไป ผมรีบเสียบกุญแจสตาร์ทเครื่องโดยมีพนักงานคนนั้นดันเรือออกมาให้
ผมยกยิ้มให้เขาโบกมือร่ำลาไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป
ซึ่งกว่าเขาจะรู้ว่าผมเป็คนร้าย ผมก็แล่นเรือออกมาไกลพร้อมกับส่ายหน้าไปมา
“พวกโง่”
ทะเลสวยแหวกเป็สายตามความเร็วของเรือที่ผมบิดจนถึงขีดสุดปลายนิ้วเคาะลงกับพวงมาลัยที่ใช้ควบคุมให้เรือไปตามใจตัวเอง ผมเลียปากกำลังคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างถ้าหน่วยกู้ภัยไปถึงศูนย์วิจัยก่อนผม พวกเขาอาจจะเจอเข้ากับขุมนรกที่ดักทางอยู่ถ้าผมไม่อยู่ที่นั่นก็ไม่มีใครที่จะช่วยให้พวกเขารอดตายได้
การที่พวกเขาตัดสินใจมาเหยียบสถานที่ที่ไม่เคยปรากฏบนแผนที่อย่างEDS นั้นไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายลองคิดสิว่าถ้าทีมกู้ภัยตายที่นี่ จะมีคนมากมายแค่ไหนแห่มาหา ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างที่แน่ ๆ มันจะไม่ใช่เื่ดีสักเื่เดียว
ทว่าที่ติดใจผมคือเื่ที่เขาค้นหาศูนย์วิจัยของผมเจอต่างหาก
มีใครบางคนกระจายสัญญาณให้คนบนฝั่งรู้ที่ตั้งของเรา
บรืน !
เสียงเครื่องยนต์ไม่อาจแทรกเข้าความคิดผมกัดปากแน่นพยายามคิดว่าจะมีใครบ้างที่กล้าลองดีกับผมทุกคนรู้กฎดีว่าจะไม่มีการติดต่อกับคนบนฝั่งหากไม่มีเื่จำเป็ขนาดเวลามีเรืออับปาง เรายังไม่บอกสถานที่ตั้งเลยว่ามาจากไหนแค่บอกว่าเราทำงานอยู่แถวนั้นแล้วจับเรดาร์ขอความช่วยเหลือได้
พวกทีมกู้ภัยจะไม่มีทางสนใจเขาจะโฟกัสแค่การพาคนเจ็บขึ้นฝั่งเท่านั้น
แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน...
“บัดซบ!” ผมสบถ จับจ้องไปที่ทะเลด้านหน้าผมขับเรือมาหลายชั่วโมงแล้วดูจากดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำ อีกไม่นานจะมืดผมไม่มีมือถือหรือเครื่องส่งสัญญาณเพื่อถามว่าหน่วยกู้ภัยไปถึงที่หมายหรือยังดวงตาสอดส่องไปรอบด้านเพื่อดูว่ามีคนอยู่แถวนี้ไหม
ทว่าทุกอย่างก็เงียบสงบไม่มีการเคลื่อนไหว
กระทั่งผมเริ่มเข้ามาใกล้ศูนย์วิจัย...
ผัวะ !
“อึก!” เรือโคลงทันทีที่ถูกปะทะยามใกล้ฝั่งั์ตาผมรีบตวัดไปมองการกระทำดุดันที่เรียกได้ว่าเป็การต้อนรับสู่กรงขังผมเห็นครีบยาวสองอันลอยอยู่ไม่ไกลจากเรือแย่กว่านั้นคือแรงกระแทกเมื่อกี้ทำเรือผมหยุดซ้ำร้ายยังเบี่ยงออกนอกเส้นทางจนคุมเรือไม่ได้
นาทีนั้นผมเลียปากรู้เลยว่ากำลังจะเกิดอะไรผมหันไปกะระยะจากจุดที่ผมอยู่กับทางเดินศูนย์วิจัยว่ามันห่างกันแค่ไหน
“สิบเมตร” พึมพำพลางส่ายหน้า หันกลับมามองเ้าสองปลาั์ที่ว่ายวนเวียนผมตัวหนึ่งอยู่ด้านหน้า อีกตัวอยู่ด้านหลังถ้าผมสตาร์ทเครื่องยนต์จะกลายเป็จุดสนใจของมัน
ผมเงียบยังไม่ขยับจ้องมองพวกมันที่ลากครีบยาวผ่ากลางน้ำซ้ำ ๆ
“เป็การต้อนรับที่ดีมากพวกแกคงโกรธที่ฉันหนีไป”
“กึด” เสียงขากรรไกรกระทบกันทำผมลอบกลืนน้ำลาย พวกมันว่ายถอยไปมันไม่ใช่การยอมแพ้ให้ผมรอดไปได้
ท่าทีงุ่นง่านบอกผมว่ามันคิดอะไร
และทันทีที่พวกมันว่ายกลับมาผมก็ตัดสินใจ...
ตู้ม ! โครม !
เสียงไม้แตกหักดังสนั่นแม้ผมจะอยู่ใต้น้ำดีแลนกับดายเข้าฉีกกระชากเรือทั้งลำขณะที่ผมกำลังว่ายหนีพวกมันเข้าฝั่งขาทั้งสองตีน้ำรวดเร็วเพื่อส่งทั้งร่างให้เคลื่อนไหวไปด้านหน้าวินาทีนั้นหัวใจของผมเต้นเร็วมาก หันขวับไปมองก็พบว่าเ้าปลาั์กำลังไล่ล่าผมอยู่
ครีบยาวแหวกเป็สายชวนให้ได้ยินเสียงฟันกรามที่ขบกัดผมรู้สึกว่ามันเข้ามาใกล้ผมมากและต่อให้ผมหยุดนิ่งเพื่อให้มันสำรวจว่าผมไม่เป็อะไร มันก็ไม่มีทางปล่อยผมไว้
กลับกันมันจะฆ่าผมให้ตายตราหน้าผมเป็คนทรยศที่ทอดทิ้งพวกมัน
“เฮือก !” ผมเอาอากาศเข้าปอดดำลงไปใต้น้ำเพื่อหาทางเข้าจากใต้ศูนย์วิจัยถ้าผมว่ายไปที่ทางเดินผมจะเสียเวลาปีนป่าย เผลอ ๆตัวใดตัวหนึ่งอาจจะกระโจนมากระชากผมลงน้ำไป และในเวลานี้คงไม่มีใครรู้ว่าผมมา
ผมหันไปมองเห็นดายไล่ตามหลังปากของมันอ้าออกขณะที่ปลายจมูกเฉียดโดนฝ่าเท้า ผมมองไม่เห็นดีแลนไม่รู้ว่ามันว่ายอยู่ตรงไหน แต่ถ้ามันโผล่มาดักหน้าหรือโจมตีผมจากด้านข้างผมก็คงตาย
ทางรอดผมมีแค่ทางเดียว
“อื้อ !” ผมถีบปากดายเพื่อส่งตัวเองให้หลุดพ้นจากขากรรไกรเกือบร้อยซี่ปล่อยลมหายใจที่มีอย่างจำกัด พุ่งตรงไปยังกรงที่คราวก่อนดีแลนเคยเกือบทำพังมันมีรอยบุบรวมถึงกลอนที่ใกล้พัง ผมคงต้องเรียกคนมาทำหลังจากที่ตัวเองรอดไปแล้ว
“กึด !”
‘บ้าจริง !’
ผมเบิกตากว้างเมื่อฟันของดีแลนผ่านหน้าไปแบบเฉียดฉิวอีกนิดมันแทบจะกินลูกตาผมไปแล้วด้วยซ้ำ ส่งผลให้ผมต้องรีบกลับหลังหันมาเจอดายที่ตรงดิ่งมาหา มันอ้าปากกว้างผิดกับผมที่กัดฟันแน่นพลันแผนหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว รอจนมันใกล้ตัวแล้วเบี่ยงตัวหลบ
หมับ !
เหมือนจับมือมัจจุราช มือบางของผมจับเข้าที่ครีบยาวใช้มันเป็พาหนะ ดายดูจะชะงักพยายามจะแว้งกัดทว่าผมก็ปีนขึ้นไปบนตัวมันจับครีบไว้แน่นให้มันพาขึ้นสู่ผิวน้ำแสงสว่างแลดูจะใกล้แค่เอื้อมเช่นเดียวกับความเร็วของฉลาม
“เฮือก !” ผมหอบเอาอากาศเข้าหายใจเมื่อดายโผล่ขึ้นเหนือน้ำมันสลัดตัวไปมาแต่มือผมก็หนึบพอที่จะจับมันไว้ ผมหันไปมองว่าตัวเองอยู่ห่างจากศูนย์วิจัยเท่าไหร่เนื่องจากดายเบี่ยงตัวพาผมไปอีกทาง “เ้าปลาบ้าเอ๊ย”
ผมสบถทุบมือลงกลางหลัง ดายไม่ต่างจากม้าพยศที่พยายามจะเอาผมลงไปทว่าผมก็ไม่ยอมลงง่าย ๆ หนำซ้ำยังมองหาดีแลน ตีน้ำไปมาล่อมันมาหาดายว่ายเวียนวนไปมา เสียงฟันกรามดังสนั่นเช่นเดียวกับเสียงตีน้ำของผม
ผมจ้องมองดีแลนที่ว่ายเข้ามาใกล้มันอ้าปากเตรียมกระโจนใส่ แต่ผมเร็วกว่าเลยะโลงน้ำอีกฝั่งไป
สองพี่น้องเลยปะทะกันเอง
‘เยี่ยม !’
ผมยกยิ้มอาศัยจังหวะนั้นรีบว่ายขึ้นฝั่งดีหน่อยที่เบอร์นาร์ดเห็นว่าผมมาเลยรีบเข้ามาช่วยผมไว้ก่อนที่เ้าพวกปลานั่นจะวนกลับมาฆ่าผมผมหอบหายใจ เหนื่อยล้าเพราะการต้อนรับบ้า ๆ นั่น ลองคิดสภาพตอนผมโดนฟันของดายกัดสิ
เนื้อผมจะขาดวิ่นยิ่งกว่าชิ้นปลา
“คุณโซล ! คุณโซลเป็ยังไงบ้างครับ!”
“คะ...แค่ก ๆ ผม เฮ้อ ผมไม่เป็อะไรเบอร์นาร์ด ผมยังไม่ตาย”
“ละ...แล้วคุณตกน้ำไปได้ไง ?”
“พวกมันพังเรือผมไง”
“หา?”
“เอาไว้ค่อยเล่านะผมขอหายใจก่อน” ผมตอบกลับ ยันตัวขึ้นโดยมีเขาพยุงร่างดวงตาของผมกลับมาดุดันอีกครั้ง แม้ตอนนี้หัวใจจะเต้นแรงไม่เป็ส่ำไม่วายเหล่มองเ้าสองพี่น้องที่ว่ายวนไปมา ผมสบตากับดายพลางส่ายหน้าใส่มัน “คนอื่นอยู่ที่ห้องควบคุมใช่ไหม แล้วทีมกู้ภัยมาถึงหรือยัง ?”
“ยังนะครับ ไม่เห็นมีเรือมาสักลำ”
“...”
“แต่ได้ยินคุณแนชลีย์พูดว่าพวกเขาขาดการติดต่อไป”
“บ้าเอ๊ย” ผมเสยผมรีบลากสังขารตัวเองวิ่งไปที่ห้องควบคุมโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะลื่นไหมผมวิ่งผ่านบ่อปลาที่เหมือนมีบางอย่างหายไปแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจมือผลักบานประตูตรงดิ่งไปหาทีมวิจัยทำพื้นเปียกปอนไปด้วยหยาดใสก่อนจะกระแทกประตูหนาให้เปิดออก
ปึง !
“เฮ้ย !” ทุกคนในนั้นร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนกหันขวับมามองผมพลันก็เบิกตากว้าง “คะ...คุณโซล คุณกลับมาแล้ว!”
“โอ้พระเ้า พวกเรานึกว่าคุณจะไม่...”
“ก่อนที่พวกคุณจะดีใจ บอกผมก่อนว่าใครเป็คนเปิดเผยเื่ศูนย์วิจัยของผม”
“อะ...เอ่อ”
“ใครกันที่มันละเมิดกฎ อยากโดนเมกาโลดอนฆ่าตายหรือไง !” ผมตวาดเสียงดังลั่น กวาดตามองหน้าพวกเขาที่ตกตะลึงกันไปเป็แถบนานแล้วที่ผมไม่ได้องค์ลงขนาดนี้เรียกได้ว่าปกติผมแทบจะไม่เคยโกรธหรือขึ้นเสียงใส่ใครเลยด้วยซ้ำเว้นกับเอริคบางครั้ง ซึ่งเขาก็สมควรจะโดนอยู่ ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกันผมโกรธจนควันออกหู
แทบจะจับพวกเขาโยนลงทะเลทีละคน!
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะโซล เราค่อย ๆ พูดกันดีไหม ?”
“คุณคิดว่าผมจะใจเย็นได้ไงในเมื่อมีคนปล่อยข่าวเื่EDS” ผมสบตาโอเว่น สีหน้าบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าผมจะไม่ใจเย็นอะไรทั้งนั้น “พวกคุณรู้กฎดีว่าห้ามเปิดเผยเื่ที่นี่ให้ใครฟัง แล้วหน่วยกู้ภัยรู้ได้ไงถ้าเกิดไม่มีใครละเมิดคำสั่งหรือเปิดเรดาร์กระจายสัญญาณ”
“มันเป็อุบัติเหตุน่ะค่ะคุณโซล ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดเื่แบบนั้น”
“…”
“หลังจากคุณหายไปไม่นานเราก็โดนรบกวนสัญญาณจนทำให้ระบบพังไปสองสามชั่วโมงน่ะค่ะตอนนั้นเรดาร์กระจายสัญญาณมันถูกเปิดใช้งานหาตัวดายกับดีแลนที่หายตัวไป” แนชลีย์ว่าเสียงสั่น เธอกุมมือกันแน่นขณะที่เล่าความจริงให้ผมฟัง “พวกมันไปล่มเรือกลางทะเลอีกแล้ว แถมยังเกือบฆ่าคนของเราตาย”
“อะไรนะ”
“กว่าจะรู้ว่ามีคนจับสัญญาณเราได้ก็ตอนที่ทีมกู้ภัยติดต่อมาแล้ว” สีหน้าของเธอไม่สู้ดีผิดกับผมที่ถอนหายใจทิ้งพลางเสยผมอย่างเครียดจัด
ศูนย์วิจัยไม่เคยสัญญาณล่มมาก่อนผมจ่ายเงินเป็ล้านเพื่อให้เรามีระบบด้านคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดในโลกและรวมมันสมองด้านเทคโนโลยีมากมายมาไว้ที่นี่แต่พวกเขากลับไม่มีปัญญาฟื้นระบบภายในหนึ่งนาที
รอถึงสองสามชั่วโมงเนี่ยนะเฮอะ ศูนย์วิจัยมันไม่ได้พังสักหน่อย
“ผมไม่เชื่อที่คุณพูดเลยด้วยซ้ำ ระบบของเรามันไม่น่าจะล่มได้”
“แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว จะให้ทำไง” เอริคแทรกขึ้นพร้อมกับพ่นลมหายใจ“ไม่มีใครอยากให้มันเป็แบบนี้หรอกโซล”
“เหรอ ผมนึกว่าคุณตั้งใจเปิดโปงเื่ฉลามของผมซะอีก”
“โซล”
“รู้ไหมว่าตอนนี้ผมอยากจับพวกคุณโยนลงทะเลขนาดไหนผมจะไม่มีวันให้อภัยคนที่มันกล้าลองดีกับผม”น้ำเสียงของผมกดต่ำลงมันคือการข่มขู่ให้รู้ว่าผมเอาจริงแค่ไหน “ทีมกู้ภัยกำลังมาที่นี่กำลังจะไม่ปลอดภัย ถ้าฉลามของผมถูกจับไปหรือถูกฆ่าตายชีวิตของพวกคุณรวมกันยังเทียบไม่ได้เท่าชีวิตมันตัวเดียว”
“แต่มันเป็ปลานะโซล คุณจะเอาเราไปเทียบกับสัตว์ไม่ได้”
“ผมเทียบได้เพราะพวกมันคือครอบครัวผมส่วนคุณก็แค่คนที่ผมจ้างมาทำงานเท่านั้น”
“…”
“และตอนนี้ผมก็กำลังคิดว่าควรจะหาหัวหน้าทีมคนใหม่ดีไหม” ผมสบตากับเอริค มองเ้าตัวที่กัดฟันกรอดย่นคิ้วใส่ผมแววตาหงุดหงิดคล้ายกับคนที่จะองค์ลง ไม่เท่ากับผมตอนนี้เลยสักนิดว่ากันตามจริงผมโกรธจนแทบจะร้องไห้เื่แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับแต่วันที่ผมเสียพ่อแม่ไป
ผมอุทิศตัวเองเลือกสรรคนที่ตัวเองไว้ใจให้มาทำงานที่นี่ได้ แล้วดูสิว่ามันเกิดอะไร...
“แต่ตอนนี้เรายังติดต่อทีมกู้ภัยไม่ได้นะครับบางทีพวกเขาอาจจะไม่มาแล้ว” สตีฟเข้ามาแทรกไว้เขายกมือขึ้นเป็การบอกให้พวกเราใจเย็นลง ผมเลียปาก หันไปจ้องมองจอมอนิเตอร์มันปรากฏรูปมากมายตามข้อมูลที่ถูกเรียกขึ้นมา
จอร์แดนคีย์บางอย่างลงในนั้นทว่าน่านน้ำก็ไม่ปรากฏเรดาร์ของหน่วยกู้ภัย
“ติดต่อเขาแล้วบอกว่าเราให้เขามาที่นี่ไม่ได้ทำยังไงก็ได้ไม่ให้พวกเขาโผล่มา”
“รับทราบค่ะคุณโซล”พวกเขาทั้งหมดรีบกลับไปประจำตำแหน่งไม่มีใครลองของแม้จะเพิ่งเคยเห็นผมองค์ลงเป็ครั้งแรกก็ตาม ผมสูดหายใจเข้าส่ายหน้าไปมาอย่างผิดหวัง ผมจำเป็ต้องไปเช็กจุดกระจายสัญญาณมันคือตรงเสาอากาศหอคอยตรงข้ามกับแทงก์น้ำที่ผมชอบไปนั่ง
ผมเบือนหน้าหนีเอริคไม่คิดจะฟังอะไรทั้งนั้น สองขาพาตัวเองออกมาจากทีมตรงไปที่เสาอากาศโดยมีโอเว่นเดินตามหลัง
“อยากให้ผมไปหาบุหรี่มาให้ไหม ?”
“ผมไม่อยากสูบมัน” ผมตอบกลับโดยไม่มองหน้าเพิ่งคิดออกว่าั้แ่ขึ้นฝั่งผมก็ไม่ได้สูบเ้าสารเสพติดนั่นเลยสักนิด “ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเกิดเื่แบบนี้ตอนผมไม่อยู่ พวกคุณเป็มืออาชีพนะทำไมระบบล่มแค่นี้ถึงใช้เวลานานนัก”
“ทุกคนก็พยายามสุดความสามารถแล้วนะครับ แต่บางอย่างมือโปรก็แก้ไม่ได้”
“แก้ไม่ได้หรือมีคนห้ามไม่ให้พวกคุณแก้ไข”
“เอริคพยายามช่วยมากกว่าใคร”
“แล้วมันเป็ยังไง”
“…”
“ทันทีที่ทีมกู้ภัยติดต่อเราได้ พวกเขาจะแห่เอาคนมาที่นี่เป็สิบ” ผมกำหมัดแน่น ไม่อยากจะคิดภาพคนมาที่นี่เลยสักนิด ลองคิดว่ามีเรือย่างกรายเข้ามาใกล้สิเงายังไม่ทันแตะน้ำ พวกเขาก็จะตาย และที่นี่ก็จะไม่ต่างจากสุสานดี ๆ นี่เอง
บัดซบชะมัด
ผมถอนหายใจรีบสาวเท้าไปที่เสาอากาศมันมีประกายไฟออกมานิดหน่อย ผมเลยเข้าไปใกล้มันไม่ได้มากนัก เนื่องจากตัวผมเปียกผมอาจจะโดนช็อตตายได้
“คุณไปปิดการจ่ายไฟก่อนแล้วบอกคนที่ห้องควบคุมให้ใช้ไฟสำรองแทนไฟหลัก”
“ได้ครับ”
“แล้วก็หาเสื้อผ้ามาให้ผมเปลี่ยนด้วย” โอเว่นพยักหน้าเขาหยิบวอสื่อสารติดต่อกับจอร์แดนที่เป็คนรับผมกวาดตามองเสาอากาศที่มีร่องรอยแปลกตา สายไฟเมนหลักมีบางเส้นถูกตัดขาด ถ้ามองดี ๆจะพบว่ามันคือตัวรับส่งสัญญาณคลื่นเสียง ส่วนตัวที่ใช้จ่ายไฟยังทำงาน
ทว่าที่น่าสนใจสุดคือตัวกระจายสัญญาณบอกพิกัดศูนย์วิจัยต่างหาก
สายของมันไม่มีร่องรอยการทำลายเหมือนสายอื่นแถมยังถูกตั้งค่าให้ทำงานทั้งที่ผมจำได้ว่าผมเป็คนปิดล็อกมันด้วยตัวเองเมื่อหลายปีก่อนการจะปลดล็อกมันได้ต้องรู้รหัสที่ผมเซ็ตไว้
และที่นี่แทบไม่มีใครรู้จักมัน
“หรือว่ามีคนแฮคเข้าระบบ”ผมพึมพำประมวลผลตามหลักฐานที่เห็นอาจมีพวกแฮคเกอร์บางประเภทที่ถูกจ้างมาเล่นเกมกับผมมีคนไม่น้อยเลยที่สนใจประวัติอันดำมืด แค่บอกว่าผมเป็ลูกใครพวกเขาก็พร้อมที่จะขุดคุ้ยประวัติร้ายแรงกว่านั้นคือบางคนรู้ว่าพ่อแม่ผมเป็นักวิจัยมือฉมัง
ท่านฝากผลงานไว้ให้ศึกษาต่อมากเว้นเื่ฉลามที่เลี้ยงไว้
แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่การแฮคจากระบบทางไกลเพราะถ้าจะแฮคจริงมันไม่จำเป็ต้องทำลายจุดรับสัญญาณหรือสายไฟอื่น ๆ ของผมก็ได้แค่ปล่อยไวรัสดี ๆ สักตัวมาก็คงทำให้ที่นี่วุ่นวายได้ไม่ยากหรือพวกมันจะลงทุนข้ามฟ้าข้ามทะเลมาจัดการ ?
มันไม่มีทางรอดปากเมกาโลดอนของผมไปได้หรอก
งั้นถ้าคนนอกเข้ามาไม่ได้...
“มีหนอนบ่อนไส้งั้นเหรอ”