“คงอยาก! คนแบบนั้นคงดีใจเป็อยู่เื่เดียว” ดารันพูดเน้นเสียงในคำสุดท้าย “ถ้าบ้านเมืองสงบสุข เค้าคงดีใจอยู่แค่เื่นี้แหละค่ะ” รฐนนท์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกนินทาในระยะเผาขนเลยทีเดียว
“เค้าก็คงเหมือนคุณอะแหละ อาชีพเดียวกันนี่คะ แต่จะว่าไปคุณก็ดูเหมือนกับเค้ามากเลยนะ อืม.... ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือน แค่รูปร่างนะ แต่หน้าตาเค้าฉันไม่เคยเห็นหรอก” ดารันหยุดเดินแล้วหันไปจ้องที่รฐนนท์อย่างสำรวจ จนคนถูกจ้องต้องรีบเปลี่ยนเื่พูดก่อนที่จะทำอะไรให้อีกฝ่ายจับได้เสียก่อน
“ผมว่าเรารีบเดินกันดีกว่า เค้าแซงหน้ากันไปจนหมดแล้วครับ” ว่าแล้วผู้กองหนุ่มก็รีบก้าวเท้ายาว ๆ นำหน้าไป
“อืม...จะว่าไปด้านหลังก็เหมือนอยู่นะ” ดารันพึมพำเธอรีบเดินตามเขาไป แต่ในหัวยังคงไม่หยุดคิด
“ถึงแล้วครับทุกคน ครูรัน นั่นไงครับหมู่บ้าน” ผู้หมวดอาทิตย์ที่ตอนนี้ เดินนำหน้าทุกคนอยู่ หันมาชี้ให้ดารันดูหมู่บ้านที่อยู่ด้านหน้า ไม่ไกลนัก
“เฮ้อ ถึงซักที ในที่สุดเราก็ทำได้” ดารันพูดเบา ๆ กับตัวเอง แต่คนที่อยู่ด้านหน้าเธอยังแอบได้ยิน และเผลอยิ้ม กับคำพูดที่ดูเหมือนจะภูมิใจกับเื่เล็กน้อยเช่นนี้ของเธอ
“เอาล่ะเดี๋ยวเราจะไปหาหัวหน้าหมู่บ้านกันก่อนนะครับ แล้วค่อยไปเยี่ยมชาวบ้านพร้อมกับเอาพวกยาสามัญประจำบ้านที่เตรียมมาให้แจกจ่ายให้ชาวบ้านด้วย” ผู้กองรฐนนท์เดินนำไปยังบ้านไม้หลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปากทางเข้าหมู่บ้านนัก เป็บ้านไม้หลังคามุงด้วยหญ้าคาใต้ถุนบ้านก็เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่เอาไว้ด้วยเหมือน ๆ กับทุกบ้าน
หลังจากะโเรียกสักพัก จึงมีชายวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับอย่างเป็กันเอง รฐนนท์แนะนำให้หัวหน้าหมู่บ้านรู้จักกับดารัน บอกว่าเธอเป็ครูอาสาที่จะมาช่วยสอนเด็ก ๆ ที่โรงเรียน จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็พาทั้งหมดไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน อยู่หลายหลัง จนมาถึงบ้านหลังหนึ่งที่มีสองตายายอยู่กันแค่สองคน
รฐนนท์เล่าให้ดารันฟังว่าตายายคู่นี้เป็ผู้ปกครองของเด็กคนหนึ่งที่พักอยู่ที่โรงเรียน ตชด.เนื่องจากพ่อแม่ของเธอถูกจับข้อหาค้ายาเสพติด ตอนนี้อยู่ในคุกทั้งคู่ ส่วนตายายแก่แล้วจึงฝากเด็กหญิงไว้ให้เรียนและพักอยู่ที่โรงเรียนตชด. เพราะไม่มีความสามารถในการส่งเสียเลี้ยงดูหลานได้
“น่าสงสารแกนะคะ ยังเด็กอยู่แท้ ๆ แต่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ตายายก็น่าสงสารค่ะ ต้องมาอยู่กันตามลำพังแทนที่จะได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว ที่จริงนี่เป็ปัญหาที่มีมานานแล้วแต่ก็ยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไหร่พวกยาเสพติดมันถึงจะหมดไปจากประเทศเราก็ไม่รู้สินะคะ” ดารันถอนหายใจเมื่อคิดว่าเื่นี้คงยากที่จะแก้ไขได้ในเร็ววัน
“มันจะหมดเมื่อไหร่ผมไม่รู้หรอกครับ รู้แต่ว่าผมจะขัดขวางพวกที่ผลิตและขายให้ถึงที่สุด” รฐนนท์มองไปยังสองตายายที่กำลังพูดคุยกับจ่ามิ่งและหัวหน้าหมู่บ้าน ด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าสงสารในคราแรก จากนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สายตาที่มุ่งมั่นในนาทีต่อมา
“ฉันจะช่วยคุณค่ะ ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ก็บอกเลยนะคะ” ดารันมองผู้กองหนุ่มด้วยสายตาที่มุ่งมั่นไม่แพ้กัน ในขณะที่รฐนนท์ละสายตาจากสองตายาย หันมาจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้าแทน
“ผมว่าคุณแค่ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดก็พอแล้วล่ะครับ” รฐนนท์พูดออกไปเพราะเป็ห่วงดารัน เขาไม่อยากให้เธอต้องมาเสี่ยงอันตรายกับงานที่เขารับผิดชอบอยู่ แต่น้ำเสียงของเขาอาจจะฟังดูแข็งกระด้างไปสำหรับคนฟังจนอาจจะแปลความหมายผิดไป
“แน่นอนค่ะ ฉันต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ที่ฉันบอกคุณเนี่ยก็เผื่อว่าคุณ้าความช่วยเหลือจากฉัน ในเื่ที่ฉันสามารถช่วยคุณได้ ฉันก็ยินดี ไม่ได้อยากจะไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับงานของคุณหรอกนะคะ” ดารันเอียงตัวเข้าใกล้ผู้กองรฐนนท์ขณะที่พูดกับเขาเสียงเบา เพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน ด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความขุ่นเคืองใจ
ดารันพูดจบเธอก็เดินออกไปรอหน้าบ้าน ไม่นานนัก รฐนนท์กับคนอื่น ๆ เดินตามออกมา รฐนนท์เห็นดารันยืนรออยู่จึงเดินเข้าไปหา เพราะอยากจะอธิบายให้เธอเข้าใจในเื่ที่เธอกำลังเข้าใจผิดเขาอยู่
“คุณ... ที่ผมพูดแบบนั้น ก็เพราะว่าผมเป็ห่วงไม่อยากให้คุณมาเสี่ยงอันตรายเข้าใจไหม แต่ถ้าคุณโกรธ ผมก็ขอโทษ โอเคนะครับ” ผู้กองรฐนนท์พยามอธิบายความคิดของเขา เมื่อเห็นอารมณ์ขุ่นเคืองที่ส่งผ่านทางสีหน้าของเธอ
“ขอบคุณค่ะที่เป็ห่วง เอาเป็ว่าเราต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และถ้ามีอะไรที่พอจะช่วยเหลือกันได้ก็ขอให้บอกก็แล้วกันนะคะ โอเค!” คำสุดท้ายดารันตั้งใจล้อเลียนผู้กองหนุ่ม เธอเลิกคิ้วขึ้น และจ้องหน้าเขาเหมือนรอคำตอบจากคนที่ถูกจ้องอยู่
“โอเค ครับ!” รฐนนท์ส่ายหัวนิด ๆ กับความดื้อรันของหญิงสาวตรงหน้า แต่ก็อดชื่นชมเธอไม่ได้ที่อย่างน้อยเธอก็ยังอยากที่จะทำเื่ที่ดีแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเธอเป็คนจิตใจเลยดีทีเดียว รฐนนท์เดินตามหัวหน้าหมู่บ้านไป ส่วนดารันก็ออกเดินตามไปติดๆ
หลังจากที่เยี่ยมบ้านชาวบ้านกันได้หลายหลัง จึงทำให้เลยเวลาทานข้าวเที่ยงมาได้สักพักใหญ่ ทางหัวหน้าหมู่บ้านจึงเชิญให้ทุกคนไปทานข้าวที่บ้าน ซึ่งมีภรรยาของเขาทำอาหารไว้รออยู่แล้ว จ่ามิ่งและลูกน้องจึงนำอาหารกลางวันที่ทางเ้าหน้าที่เตรียมมาไปกินด้วยกัน ดารันเองก็ร่วมวงกับเขาด้วยแต่มีอาหารหลายอย่างที่เธอเองไม่รู้จักและไม่เคยกินเลย แต่เธอก็พยายามกินให้ได้ทุกอย่าง โดยมีสายตาของผู้กองรฐนนท์แอบมองดูด้วยความขบขัน ที่เห็นครูสาวทำท่าทางเหมือนพะอืดพะอมตอนกินเขียดทอดแต่ก็ยังฝืนกินเข้าไปด้วยความเกรงใจ
“บ่ายนี้เราต้องทำอะไรต่อคะ ผู้กอง” ดารันหันไปพูดกับรฐนนท์ ขณะที่กำลังช่วยกันเก็บจานชามส่งให้ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อล้างทำความสะอาดต่อ
“เดี๋ยวเราจะไปดูเขาทำฝายกันครับ มาคราวก่อนเห็นชาวบ้านบอกว่าจะทำฝายชะลอน้ำกันวันนี้ อยู่ที่ลำห้วยทางด้านนู้นครับ” รฐนนท์พูดพร้อมชี้มือไปทางด้านลำห้วยที่ว่า
“ทำฝายเหรอคะ ดีจัง ฉันยังไม่เคยเห็นเขาสร้างฝายชะลอน้ำกันเลยค่ะ ให้ฉันช่วยทำด้วยได้ไหมคะ” ดารันเดินตามคนตัวโตที่ขณะนี้กำลังเดินไปนั่งที่ม้านั่งใกล้ ๆ กับตัวบ้าน ส่วนคนอื่น ๆ หลังจากทานข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนที่จะเริ่มงานต่อ่บ่าย
“ถ้าคุณอยากลองดู ก็ได้นะ ชาวบ้านเค้าคงไม่ว่าหรอก ถ้าไม่ไปทำให้งานเขาพังอะนะ” รฐนนท์นั่งลงที่ม้านั่งก่อนในขณะที่ดารันเองตามมานั่งลงข้าง ๆ เขา
“คุณพูดแบบนี้อีกแล้วนะ ทำไมชอบหาว่าฉันเป็ตัวสร้างปัญหาอยู่เรื่อย คนอุตส่าห์จะช่วยแท้ ๆ คอยดูนะฉันจะทำให้คุณเห็นว่าฉันก็ทำได้ หึ!” ดารันสะบัดหน้าไปทางอื่น เธอรู้สึกว่าพอเธอจะทำอะไร รฐนนท์ก็จะคอยขัดตลอด แต่ไม่เป็ไรเธอจะต้องแสดงให้เขาเห็นว่าที่เขาคิดน่ะผิดถนัด
“ผมก็ไม่ได้ห้ามคุณหนิ ถ้าคุณอยากทำก็ตามใจคุณ” รฐนนท์พูดจบแล้ว แต่ท่าทีของคนข้าง ๆ ก็ยังคงเดิม ยังหันหลังให้เขาอยู่ และไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากเธอ เขาจึงเริ่มพูดถึงเื่ฝายชะลอน้ำเพื่อดึงความสนใจของคนที่อยู่ข้าง ๆ
“ฝายชะลอน้ำสร้างขวางทางไหลของน้ำบนลำธารขนาดเล็ก หรือลำห้วย เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง เมื่อน้ำไหลช้าลง ก็มีน้ำอยู่ในลำห้วยนานขึ้น โดยเฉพาะในหน้าแล้ง ช่วยดักตะกอนที่ไหลมากับน้ำ ลดการตื้นเขินที่ปลายน้ำ ทำให้น้ำใสมีคุณภาพดีขึ้น ช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ได้อาศัยน้ำในการดำรงชีวิต คืนพืชแก่เนินเขา ูเาหัวโล้น พอดินชื้น ป่าก็ชื้น กลายเป็แนวกันไฟป่า ลดความรุนแรงของไฟป่าได้อีกด้วยนะ” ผู้กองหนุ่มพูดจบก็เหลือบมองคนตัวเล็กที่นั่งหันหลังให้ แต่ตอนนี้เธอเริ่มหันหน้ามาหาเขาแล้วด้วยท่าทีสนใจกับคำพูดของเขา
“ผู้กองนี่ ก็มีความรู้เื่ป่ามากเหมือนกันนะคะ ที่จริงฉันเคยอ่านมาบ้างแล้วล่ะค่ะเื่เกี่ยวกับฝายชะลอน้ำในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็กพระเ้าอยู่หัว แต่แค่ไม่เคยเห็นการสร้างของจริง” ดารันรู้สึกว่ารฐนนท์ง้อเธอด้วยคำพูดเหล่านี้ เขาพูดเพื่อให้เธอคุยกับเขาตอบ ถือเป็การง้อสินะ ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะให้อภัยเขาก็แล้วกัน ที่จริงเธอเป็คนโกรธง่ายหายเร็วอยู่แล้วเคยมีเพื่อน ๆ เรียกเธอว่า “ดารัน ไม่ทันสิบวิ” เพราะเธอโกรธไม่ถึงสิบวินาทีก็หายแล้ว
“ขอถามอะไรผู้กองหน่อยได้ไหมคะ” ดารันทำเสียงจริงจังจนคนฟังเริ่มระแวงว่าสิ่งที่เธอกำลังจะถาม เป็เื่ดีหรือไม่ดีกันแน่ ในขณะที่ดารันเอียงคอมองเขาอย่างรอคำตอบ
“อืม... ชักจะกลัวคำถามแล้วสิ แต่ถามมาเถอะครับ ถ้าตอบได้ผมก็จะตอบแน่นอน” ผู้กองรฐนนท์มองอย่าง เริ่มประเมินคนถาม นี่เธอจะถามอะไรเขากันแน่ คงไม่ใช่เื่ตอนอยู่ที่ภาคใต้หรอกนะ
“คุณมีแฟนรึยังคะ? .......”