คนร้ายคือ
ชิงเถาที่โดนคัดค้านจากหลายๆ คนมานางกลับมานอนคิดใหม่อีกรอบ หรือว่าความคิดของนางจะวู่วามบ้าบิ่นเกินไปจริงๆแล้วพอจะมีวิธีไหนที่จะหาทางจับคนร้ายได้เร็วๆ หรือไม่นะ นางนอนคิดมาค่อนคืนวิธีไหนที่คิดมาก็ดูเหมือนจะไม่เข้าท่าสักนิด สงสัยคงต้องใช้เวลาในการคิดมากกว่านี้แล้วตอนนี้นางก็ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งด้วย ถ้าหากคนอื่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องคงไม่คิดใช้วิธีเสี่ยงแบบนี้แน่ ในเมื่อสรุปได้ว่าค่อยคิดใหม่วันพรุ่งนี้นางถึงจะข่มตานอนหลับไปได้รู้สึกว่านางจะคิดมากเป็นคนแก่ไปเสียแล้ว ไม่ได้สิต้องคิดในแง่ดีถึงจะอยู่ได้นานๆ
“แล้วเจ้าพอมีวิธีดีๆในการจัดการเรื่องนี้หรือไม่ล่ะ” ชิงเถาที่พอตื่นเช้ามาก็รีบไปแหงนหน้าพูดกับเชี่ยนเชี่ยนที่ยังนอนอยู่บนเตียงของนางทันที
‘เจ้าไม่ต้องทำอะไรหรอกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสายสืบรูปงาม นามเพราะ พ่อรวย จ้าวชงอวี้คนนั้นเสีย’เชี่ยนเชี่ยนตอบออกมาอย่างง่ายๆ แต่ว่าหลังๆนี้คืออะไรกันนางไม่ได้ถามเรื่องเกี่ยวกับท่านสายสืบไปเสียหน่อย
“ปล่อยปล่อยไปเลยอย่างนั้นหรือ เรามีวิธีทำการกระตุ้นให้เรื่องดำเนินไปเร็วขึ้นไหม”ชิงเถานางยังอยากให้เรื่องจบไวๆและนางก็อยากรู้ด้วยว่าใครกันที่เป็นศัตรูตัวฉกาจกล้าทำถึงเพียงนี้
‘เช่นนั้นแหละข้าเชื่อใจพ่อสายสืบรูปหล่อคนนั้น’ ดูหน้าของนางจะเพ้อๆไปสักหน่อยแล้วนะเมื่อพูดถึงท่านสายสืบจ้าว
“งั้นก็ได้แต่ขอให้เขาได้ตัวคนร้ายเร็วๆ ก็แล้วกัน” เมื่อเชี่ยนเชี่ยนนางมั่นใจขนาดนี้นางก็จะเชื่อใจก็แล้วกัน ยังไงเรื่องต่างๆที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เชี่ยนเชี่ยนก็เป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยที่ดีสำหรับนางเสมอมา
‘เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงหรอกไปสนใจเรื่องปรับปรุงร้าน เอ้ยการก่อสร้างร้านอาหารใหม่ดีกว่าหรือว่าเจ้าจะไม่ทำแล้วก็แล้วแต่นะ’ เชี่ยนเชี่ยนบ่นออกมาถึงเรื่องที่ชิงเถานางควรจะสนใจมากกว่า
“แต่ข้ากลัวว่าถ้ารีบก่อสร้างใหม่พวกคนร้ายจะกลับมาเล่นงานเราอีก” ชิงเถาตอบออกมาเสียงเป็นกังวล
‘แล้วเจ้าเรียนการวางค่ายกลไปทำไมแค่เพียงใช้เสริมปลูกผักผลไม้เท่านั้นหรือ ไร้ประโยชน์’ เชี่ยนเชี่ยนว่านางออกมาที่ตัวเองมีความสามารถมากกว่านั้นแต่กลับใช้ตาของตัวเองสำรวจตัวของตนเองไม่ได้แม้เพียงนิด
“จริงด้วยวางค่ายกลแล้ววางค่ายกลอะไรดีค่ายกลป้องกันต้องรอให้ข้ามีพลังปราณระดับสี่ก่อนมิใช่หรือถึงจะได้ผลดี”นางถามออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อมีผู้ส่องแสงมาบนเส้นทางการเดินทางของนาง
‘ก็รีบเสียสิอีกไม่นานแล้วมิใช่หรือ ส่วนเรื่องคนพวกนั้นจะกลับมาเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงท่านสายสืบของข้าไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นแน่’ เชี่ยนเชี่ยนยืนยันกับนางออกมายิ้มๆดูเหมือนจะมั่นใจซะเหลือเกิน และดูเหมือนจะหลงเขามาเสียเหลือเกินด้วยปกตินางจะชมชายใดก็แค่ตอนเจอหน้าเท่านั้น ไม่มีหรอกที่เก็บกลับมาชมต่อขนาดนี้
“เรื่องท่านสายสืบรูปงามเอ่ยท่านสายสืบเฉยๆ เอาไว้ก่อนเถอะ แต่ว่าข้าเชื่อเจ้าก็ได้เช่นนั้นข้าไปออกแบบสร้างร้านใหม่ดีกว่า ร้านใหม่ไฉไลกว่าเดิมต้องมาแล้วงานนี้”ชิงเถาเอ่ยกลับไปนางอย่างขอบคุณแล้วหันกลับไปที่โต๊ะเริ่มออกแบบงานของนางทันที
‘ถ้าไม่ไฉไลกว่าเดิมข้านี่แหละจะเผาให้เอง’ เชี่ยนเชี่ยนว่าออกมาก่อนจะออกไปวิ่งรอบจวนข้างล่าง
“ว่าเช่นไรลูกเรื่องคนร้ายจะทำอย่างไรต่อ”จิ้นสิงถามบุตรสาวออกมาเมื่อนางบอกว่าจะกลับไปวางแผนต่อให้รอบคอบยิ่งขึ้น
“ข้าว่าปล่อยเป็นหน้าที่ของท่านสายสืบก็แล้วกันเจ้าค่ะ”ชิงเถาตอบบิดาออกไปเสียงเบา นางอายนิดหน่อยนะที่ตอนแรกพูดไว้เสียดิบดีแต่มาวันนี้ก็กลับคำเอาง่ายๆ
“เฮ้อ”เมื่อได้ฟังความจากชิงเถาทุกคนที่นั่งฟังก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพวกเขากลัวนักว่านางจะหาหนทางทำอะไรเสี่ยงๆ
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”ชิงเถาบอกออกมาอย่างเขินๆ ที่ทุกคนรอคำตอบนางขนาดนี้
“เช่นนี้ก็ดีแล้วลูก ปล่อยหน้าที่นี้ให้ท่านสายสืบเถอะเขาชำนาญเรื่องแบบนี้คงทำอะไรได้ง่ายกว่า”นางลี่จูเอ่ยกับบุตรสาวออกมาอย่างอ่อนโยนไม่ใช่นางไม่ห่วงร้านแต่นางห่วงคนในครอบครัวมากกว่า
“เจ้าค่ะนี่ข้าก็เริ่มออกแบบทำร้านใหม่แล้ว ตอนนี้ข้าจะสนใจเรื่องนี้แทนเจ้าค่ะ”นางตอบออกมายิ้มๆ ต้องเรื่องนี้สิที่ทุกคนจะเห็นดีเห็นงามกับนางด้วย
ผ่านมาเป็นสัปดาห์ชิงเถาได้ออกแบบร้านใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างตอนนี้ไม่ได้มิใช่เพราะว่ากลัวคนร้ายมาแก้แค้นซ้ำ แต่เป็นเพราะว่า
“พี่รองเอาไปเยอะๆสิขอรับ เอาเต็มขวดไปเลยจะได้เงินมาเยอะๆ” หมิงลู่ที่นั่งมองชิงเถากำลังเตรียมน้ำผึ้งมรกตไปฝากประมูลอีกครั้งหลังจากที่ใช้เงินไปเกือบหมดแล้ว
“เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เหลือก็เก็บไว้กิน” นางตอบออกมาอย่างเอ็นดู ดูเหมือนน้องของนางก็มองเห็นลู่ทางการทำมาหาเงินอย่างรวดเร็วได้แล้วแต่ไม่หรอกน้ำผึ้งส่วนใหญ่นางเก็บไว้ทานในครอบครัวถึงจะดูเหมือนทุกคนจะไม่ค่อยกล้ากินก็เถอะก็ดูราคามันสิพวกเขาจะกล้ากินเป็นขนมอย่างสบายใจได้อย่างไร
“แต่ถ้าเราเอาไปประมูลๆได้เงินมาเยอะๆ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอขอรับ” หมิงเลี่ยนก็ถามนางออกมาอย่างสงสัยเช่นกันปกติพี่สาวคนรองของเขาก็ชมชอบเรื่องเงินๆ ทองๆ อยู่แล้วมิใช่หรือ
“ไม่ได้หรอกมันเป็นกลไกการตลาดยิ่งของนั้นมีน้อยหายากความต้องการก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีกราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปตามความต้องการของผู้ซื้อที่มีมาก”นางเอ่ยออกมาในน้องทั้งสองฟัง แต่ดูหน้าพวกเขาแล้วสงสัยจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
“เอาง่ายๆข้าเก็บไว้เกร็งราคานั่นแหละ ถ้าของมีน้อยคนก็รีบซื้อเราด้วยเงินมากๆ ไง”ชิงเถานางจึงบอกน้องชายออกมาอีกประโยค ซึ่งดูเหมือนจะดีขึ้นกว่าเมื่อครู่พอสมควรน้องชายนางเข้าใจแล้ว
“อ๋ออย่างนี้นี่เองพี่รองเก่งมาก” สองแฝดชมพี่สาวออกมาทันที เมื่อรู้เหตุผลของนาง
“ขอบใจจ๊ะ”นางยิ้มรับคำชมน้องชายอย่างเต็มปากทีเดียว
“พี่สาวพวกเจ้าเจ้าเล่ห์ต่างหากล่ะ”แต่ก็ต้องหุบยิ้มด้วยอีกประโยคของไอ้เจ้าเยว่สืบที่ไม่รู้เป็นไรชอบนักขัดความสุขเล็กๆน้อยๆ ของนาง
หลังจากที่วันก่อนชิงเถาเอาน้ำผึ้งมรกตฝากร้านประมูลเดิมเข้าร่วมประมูลมาราคาถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง แถมได้มากว่าเดิมอีกเล็กน้อยด้วยถือว่าน้ำผึ้งมรกตยังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดสินะ
“ฉลอง”เสียงคนในครอบครัวยกแก้วขึ้นชนกันเนื่องในโอกาสได้เงินจากการประมูลมาสูงเกินคาดจึงล้อมวงชนแก้วนมแก้วน้ำผลไม้ และมีเพียงจิ้นสิงที่เป็นจอกสุราฉลองกันอย่างสำราญพร้อมอาหารอีกเป็นสิบอย่างและมิใช่เพียงพวกเขาเท่านั้น พวกเขายังเผื่อแพร่ไปถึงคนงานทุกคนให้พักผ่อนอีกหนึ่งวันพร้อมกับอาหารสุดพิเศษอีกหนึ่งมื้อใหญ่ที่เก็บไว้กินต่อได้อีกซักสามมื้ออาหารมีเดียว
“เช่นนั้นแผนการสร้างร้านใหม่ของเราก็จะได้เริ่มเสียที”จิ้นสิงเอ่ยออกมาอย่างดีใจ ถึงเขาจะไม่ได้เป็นตัวหลักในการหาเงินมาใช้จ่ายแต่เขาก็ไม่ได้นึกเสียใจแต่อย่างไรเพราะนี่จะเป็นสิ่งที่พวกเขาสร้างไปด้วยกันโดยมีชิงเถาเป็นผู้เสนอแนวทางให้อีกที
“ใช่เจ้าค่ะน้องรองให้ลูกดูแบบแล้ว ถึงจะดูไม่ค่อยเข้าใจแต่ข้าคิดว่ามันต้องอกมาดีมากแน่”ลี่ถิงเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้นเช่นกัน ถึงเรื่องนี้นางจะไม่ถนัดนักแต่ก็ถือว่าได้ช่วยชิงเถาอีกแรงเลยทีเดียว
“พ่อก็คิดเช่นนั้นวันพรุ่งนี้พ่อจะรีบไปพูดเรื่องนี้กับช่างเลยก็แล้วกันพ่อก็อดอยากเห็นของจริงไม่ได้เหมือนกันแล้ว” จิ้นสิงก็เอ่ยออกมาอย่างชื่นชอบเช่นเดียวกับคนอื่นๆก่อนจะเริ่มพูดคุยกันไปเรื่องอื่นๆ ต่อ วันนี้พวกเขาจะมีเพียงเสียงหัวเราะเท่านั้นยิ่งพูดเรื่องอะไรมาคนที่ฟังก็พากันหัวเราะตามอย่างเต็มที่
เสียงหัวเราะของครอบครัวเจี้ยนเฉิงนั้นช่างขัดกับจ้าวชงอวี้ที่นั่งหน้าเครียดบนเก้าอี้ทำงานนักเขาตามสืบเรื่องการลักลอบวางเพลิงร้านอาหารของตระกูลเจี้ยนเฉิงมาหลายวันจนตอนนี้ถึงปลายทางจนเขารู้ตัวผู้จ้างวานแล้วด้วยซ้ำแต่ทำไมเขายิ่งเครียดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“ท่านจ้าวจะให้ข้าส่งคนไปแจ้งข่าวกับตระกูลเจี้ยนเฉิงเรื่องคนร้ายเลยหรือไม่ขอรับ”ลูกน้องคนสนิทเขาถามออกมา เขาเข้าใจสถานการณ์ของผู้เป็นนายดีเขาคงทำใจได้ยากพอสมควร
“ไปแจ้งเถอะอย่างไรเขาก็ต้องรู้ ส่วนคนร้ายจะเป็นใครก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งนั้น”
“เถ้าแก่ขอรับเถ้าแก่” หานตงที่รีบร้อนมาจากร้านรีบเข้ามาแจ้งข่าวกับผู้เป็นเจ้านายทันทีหลังจากที่ได้รับแจ้งเรื่องมาในเวลาก่อนหน้าไม่นาน
“มีเรื่องอะไรหรือไม่หานตงถึงได้รีบมาถึงจวนวันนี้เป็นวันหยุดมิใช่หรือ” จิ้นสิงถามหานตงที่เร่งรีบเข้ามาพบเขาทันที
“คนร้ายขอรับท่านสายสืบจ้าวให้คนมาแจ้งว่ารู้ตัวคนร้ายแล้วพวกเขานัดท่านไปที่กองสืบสวนวันพรุ่งนี้เพื่อฟังเรื่องทั้งหมดขอรับ”หานตงบอกเขาออกมาตามที่ได้รับสารมาอย่างไม่ขาดตก
“รู้ตัวคนร้ายแล้ว”จิ้นสิงเอ่ยย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้งและก็ได้รับการยืนยันจากหานตงอีกรอบเช่นเดียวกัน
นี่มันวันดีของครอบครัวเขาจริงๆพึ่งจะฉลองเรื่องเงินจากการประมูลไปเมื่อเที่ยงพอบ่ายมาก็ได้รีบอีกข่าวดีทันที