“พวกเราเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเช้านี้เองขอรับ”
เอียนรวมทั้งเอริคและทหารคนอื่น ๆต่างฮือฮากับสิ่งที่ได้ยิน
แม่นํ้ากามาซเป็แม่นํ้าที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสู่ภาคเหนืออย่างเร็วที่สุดก็คงใช้เวลาสองวันกว่าจะถึงปราสาทเ้าเมือง
ทำไมเพิ่งมาติดต่อเอาป่านนี้...
ตามสามัญสำนึกทั่วไปแล้วต้องติดต่อไปยังสถานีส่งข่าวสิบวันก่อนการเสด็จมาถึงปราสาทเ้าเมืองจะได้ตระเตรียมต้อนรับการเสด็จเยือนขององค์รัชทายาทได้ทัน
ตอนนี้ต้องออกเดินทางแล้ว
ถ้ายกโขยงไปกันหมดนี่ละก็ไม่ทันแน่แต่ถ้าทหารองครักษ์กับสองพ่อลูกขี่ม้าไปก็อาจจะพอเป็ไปได้
“ขอยืมม้าหน่อยนะ”
เอียนที่ตัดสินใจแล้วแจ้งให้คนส่งสารรู้
“ขี่ม้าเป็หรือเปล่าขอรับ”
“ข้าขี่ม้าไม่เป็แล้วก็ดูเหมือนว่าเท้าจะไม่ถึงด้วย”
เอียนยังตัวเล็กและจำเป็ต้องมีอานม้าที่เหมาะสมกับสรีระของตนเอง
คนขี่ม้าถามกลับด้วยความสงสัย
“แล้วจะทำยังไง...”
“สักพักก็คงจะสนิทกันไปเอง”
เอียนพูดพลางเข้ามาใกล้ม้าแล้วลูบหน้าผากของมันขณะร่ายคาถาไปด้วย
เวทมนตร์ที่สามารถทำให้สัตว์เชื่องได้ตามใจนึก
“จงเชื่อฟัง”
จากนั้นม้าก็แลบลิ้นให้เอียนอย่างออดอ้อนคาถาที่ทำให้สัตว์เชื่องสัมฤทธิผลแล้ว
“ไปกันก่อนเถอะ”
เอียนขึ้นขี่ม้าทันที ไม่สิต้องเรียกว่ายึดตัวไว้สุดแรงเกิดมากกว่า
“เซอร์เอริคโปรดพาตัวนักเล่นแร่แปรธาตุตรงนั้นไปด้วย”
“เอ๋? คนนี้หรือขอรับทำไม...”
“ฝากด้วยนะ”
หลังจากฝากฝังเรดิโอ้และดักลาสไว้กับเอริคแล้วเอียนก็กระซิบข้างหูม้าอีกครั้ง
“ไปปราสาทเ้าเมืองกัน พาข้าไปได้ใช่ไหม”
ฮี้!
ม้าพ่นลมหายใจราวกับให้คำตอบมันเริ่มวิ่งตรงไปยังปราสาทเ้าเมืองทันทีโดยไม่จำเป็ต้องดึงบังเหียนหรือเตะท้องด้วยซํ้า
“...”
เอริคจำใจตอบรับคำขอของเอียนโดยไม่ทันตั้งตัว
เขาเหลือบมองเรดิโอ้ที่ยืนอยู่อย่างเหม่อลอยและอีกฝ่ายเองก็ไม่หลบสายตาของเขาเช่นกัน
ช่างเป็สถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนจริง ๆ
“ข้าชื่อเรดิโอ้ ทำงานด้านการเล่นแร่แปรธาตุ”
เรดิโอ้พยายามทำลายความอึดอัดด้วยการเอ่ยแนะนำตัวก่อน
“ข้าเป็สมาชิกหน่วยอัศวินม็อคเลียน ชื่อเอริค”
หลังจากแนะนำตัวจบ ความอึดอัดก็วนกลับมาอีกครั้งท้ายที่สุดพวกเขาทั้งสองก็ทำเพียงมองแผ่นหลังของเอียนที่ไกลออกไปเรื่อย ๆและยังคงเป็อย่างนั้นไปอีกครู่หนึ่ง
“ทำให้เขาเป็คนของเ้าให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม”
รถม้าที่ประดับประดาด้วยทองคำและอัญมณี
มีชายหนุ่มรูปงามนั่งอยู่ในรถม้าคันนั้นผมสีบลอนด์ที่ปลิวไสวของเขาติดตรึงในสายตาของผู้พบเห็น
“ใช้เด็กคนนั้นเป็ฐานในการตระเตรียมอนาคตของเ้า”
เขาคือไฮเดน กรีนริเวอร์องค์รัชทายาทแห่งจักรวรรดิกรีนริเวอร์
ไฮเดนนึกถึงคำกำชับขององค์จักรพรรดิซํ้าไปซํ้ามา
“สร้างรากฐานสำหรับเ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”
คำสั่งที่กำชับว่าจะต้องเกลี้ยกล่อมเด็กที่ชื่อเอียนให้ได้แม้จะคุยกันค่อนข้างยืดยาว แต่ข้อสรุปมีเพียงอย่างเดียว
“เฮอะ!”
ไม่ว่าไฮเดนจะครุ่นคิดเท่าไรก็ทำได้เพียงแค่นหัวเราะออกมา
ที่บอกว่าจอมเวทนู่น จอมเวทนี่สุดท้ายก็เป็แค่เด็กอย่างนั้นหรือ
ถ้าเป็ไอ้พวกจอมเวทละก็มีอยู่เกลื่อนหอคอยงาช้างเลยไม่ใช่หรือไง
พวกเด็กเฮงซวยมีเยอะเหลือเกิน
เขาไม่ได้หมายถึงแค่เอียน เพจ เท่านั้นแม้แต่เหล่าน้องชายผู้เก่งกาจทั้งหลายในวังของเขา
ไม่สิ ไม่ใช่น้องชาย
ไม่ได้มีแม่คนเดียวกันจะเป็น้องชายได้อย่างไร
เ้าเด็กพวกนั้นที่จ้องจะเอาชีวิตเขาอยู่เรื่อยแค่คิดถึงก็ทำให้รู้สึกคลื่นไส้แม้กำลังนอนหลับ
ในวันที่ข้าได้สืบทอดราชบัลลังก์ ข้าจะกำจัดพวกองค์ชายที่เป็เสี้ยนหนามในชีวิตไปให้หมด
โดยเฉพาะองค์ชายลำดับที่ห้า ไอ้สารเลวนั่น
“หึ ๆ”
เพียงแค่จินตนาการถึงอนาคตองค์รัชทายาทก็อารมณ์ดีขึ้น
หลังจากรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเขาก็มองไปยังทิวทัศน์นอกรถม้าอย่างสบายใจ
แม่นํ้าส่องประกายสีเขียวมรกตสมกับชื่อกรีนริเวอร์จากจุดนี้สามารถมองเห็น ‘แม่นํ้ากามาซ’ ซึ่งเป็เส้นแบ่งเขตใต้เขตเหนือได้อย่างชัดเจน
“ฝ่าา”
อัศวินคนหนึ่งบังคับม้าเข้ามาใกล้รถม้า
เขาคือโอลิเวอร์ เรย์วูดหัวหน้ากองอัศวินที่สองแห่งราชวงศ์
“กระหม่อมคิดว่าเป็การดีที่อย่างน้อยก็ติดต่อไปั้แ่ตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“ดูเหมือนว่าเราคุยเื่นั้นจบไปแล้วนะ”
สีหน้าของโอลิเวอร์แข็งทื่อเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบนั้นน้อยเสียจนแม้แต่องค์รัชทายาทก็ไม่ทันสังเกตเห็น
“คนเ่าั้อย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้เวลาในการเตรียมการต้อนรับฝ่าาไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมขอให้ฝ่าาพิจารณาถึงสถานการณ์นั้นด้วย”
โอลิเวอร์ขอร้องอย่างสุภาพ
“อ้อ จะว่าไปแล้วครอบครัวของท่านหัวหน้าก็เป็ตระกูลที่มาจากทางเหนือด้วยสินะ”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ตระกูลเรย์วูดก็เป็ตระกูลบริวารของอาณาเขตม็อคเลียนเช่นกันโดยมีพี่ชายแท้ ๆ ของโอลิเวอร์นั่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าตระกูล
“อืม...”
องค์รัชทายาทจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่ง
เขาเองก็ถูกใจโอลิเวอร์มากพอสมควรเหมือนกัน
อัศวินที่คอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอด้วยความซื่อสัตย์ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีชื่อเสียงเลื่องลือว่าอีกฝ่ายเป็นักดาบที่เก่งกาจที่สุดในจักรวรรดิอีกด้วย
ถ้าเป็องค์รัชทายาทแล้วก็ต้องมีบุคคลประเภทนี้อยู่เคียงข้าง
ไม่ใช่เ้าเด็กนั่นที่รู้เวทมนตร์แค่หางอึ่ง!
นี่เป็ทฤษฎีในหัวขององค์รัชทายาทเพียงคนเดียว
“อีกกี่วันกว่าจะถึง”
“น่าจะใช้เวลาอีกประมาณสองวันพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี เพราะข้าเห็นแก่หน้าท่านหัวหน้าข้าจะยอมอนุญาตให้ก็แล้วกัน”
“รับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ”
หัวหน้าโอลิเวอร์ออกตัวจากรถม้าอีกครั้งเพื่อออกคำสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาจากนั้นไม่นานก็มีอัศวินสองนายถอนตัวออกจากขบวนเพื่อส่งการติดต่อถึงตระกูลม็อคเลียนผ่านสถานีส่งข่าว
สองวันคงไม่แย่เท่าไหร่
ท่าทางทีเล่นทีจริงขององค์รัชทายาทนั้นเลวร้ายกว่าที่คิด
สิ่งที่เขา้าก็คือการทำให้พวกขุนนางหัวหมุน
ทุกครั้งที่เห็นพวกคนที่น่ารังเกียจเ่าั้เขาก็จะมีความสุขขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
อาจเรียกได้ว่าเป็ความรู้สึกเหนือกว่านั่นจึงเป็หนึ่งในเหตุผลที่เขาไม่ยอมแจ้งเส้นทางให้ถูกต้องทั้งยังทำถึงขั้นเพิ่มความเร็วในการเดินขบวนเพื่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า
เขาอยากเห็นไอ้พวกชาวเหนือร้อนรน
ผู้พิทักษ์แห่งเขตเหนือ? หรือโล่แห่งจักรวรรดิ? มัวแต่เล่นอะไรไร้สาระ
เขาไม่ชอบพวกมันมานานแล้ว
พวกคนป่าเถื่อนมักจะพรํ่าเพ้อถึงประเพณีอันสูงส่งทางตอนเหนืออยู่เสมอ
ไม่ใช่จอมเวทแต่หมายถึงพวกอัศวินที่ไม่มีกระทั่งมานาฮาร์ต
อะไรที่ทำให้พวกมันมั่นใจขนาดนั้น
มาถึงขั้นนี้แล้วข้าจะต้องหักหน้าพวกมันสักหน่อย
แล้วก็พวกจอมเวท...
ขบวนอันยิ่งใหญ่ที่ตามหลังรถม้า
องค์รัชทายาทจ้องมองไปที่รถม้าคันอื่นในขบวน
มีรถม้าสามคันที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราพอ ๆกับรถม้าขององค์รัชทายาท ด้านในของรถแต่ละคันจะมีจอมเวทหนึ่งคนนั่งอยู่
แม้แต่ไอ้คนหยิ่งยโสพวกนี้ข้าก็จะต้องจัดการในสักวัน!
เกิดภาวะฉุกเฉินทางภาคเหนืออย่างแท้จริง
ั้แ่ขุนนางตลอดจนชาวบ้านธรรมดาพวกเขาล้วนยุ่งวุ่นวายกับข่าวการเสด็จเยือนอย่างกะทันหันขององค์รัชทายาท
“นี่คือสถานที่ที่องค์ชายจะเสด็จประทับ!ถ้ามีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว หัวของพวกเ้าก็อาจหลุดออกจากบ่าได้ทุกเมื่อจำข้อนี้ให้ขึ้นใจ!”
รวมไปถึงคนรับใช้และสาวรับใช้จำนวนมากในปราสาทเ้าเมือง
“เราจะทำอาหารให้ถูกปากพวกเชื้อพระวงศ์ได้อย่างไร”
“แต่ต้องรอให้หัวหน้าคนรับใช้เข้ามาก่อนถึงจะเริ่มทำอะไรได้...”
“ให้ข้าช่วยเถอะ”
“ทะ...ท่านหญิงเพจ?”
“โธ่เอ๊ย บอกแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้”
แม้แต่การที่แม่ครัวไม่รู้รสปากของพวกเชื้อพระวงศ์ก็ถือเป็ภาวะฉุกเฉินเช่นกัน
ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์ล่าช้าเพราะไม่ได้รับการติดต่อมาล่วงหน้า
และคนที่ปวดหัวมากที่สุดก็หนีไม่พ้นเขาผู้นี้
เ้าเมืองมาร์คัส ม็อคเลียน พลันส่ายหน้า
เพิ่งผ่านเหตุการณ์ในหุบเขาม็อคเลียนมาได้แท้ ๆยังต้องมาเจอกับองค์รัชทายาทอีก
“ทุกคนมาถึงหรือยัง”
“ขอรับผู้นำตระกูลกับผู้สืบทอดตระกูลทุกคนมาถึงปราสาทเ้าเมืองแล้วยกเว้นตระกูลแม็คฟาร์เดนกับตระกูลเรย์วูดแต่ก็มีสารส่งมาว่าสองตระกูลนี้กำลังจะมาถึงแล้วขอรับ”
โฮก้าพ่อบ้านผู้มากประสบการณ์ตอบครบถ้วนกระบวนความ
เ้าเมืองเริ่มคลายกังวลเพราะถ้าที่นั่งของขุนนางว่างเปล่า องค์รัชทายาทจะต้องจับผิดอย่างแน่นอนแต่ปัญหาใหญ่ที่สุดยังคงอยู่
“ท่านจอมเวทล่ะ ยังไม่มีข่าวส่งมาบ้างหรือ”
“ขอรับ ยังไม่มี...”
“เป็ปัญหาแน่”
แน่นอนว่าเขาไม่คิดที่จะโทษเอียน
ปัญหาอย่างเดียวคือองค์รัชทายาทจะมีปฏิกิริยาอย่างไรมากกว่า
“อย่างไรเสียก็ออกไปต้อนรับก่อนแล้วกัน”
เ้าเมืองมุ่งหน้าไปยังประตูหลักของปราสาทเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับเสด็จองค์รัชทายาท
“ท่านเ้าเมืองมาแล้วขอรับ”