เข็มนาฬิกาบนฝาผนังชี้บอกเวลาห้าทุ่มกว่าแล้ว เสียงฝนที่ตกลงมากระทบหน้าต่างกระจกของหอพักนักศึกษาดังก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วยกลบความเงียบภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางได้เป็นอย่างดี ‘ท็อป’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบปี รูปร่างสูงโปร่งสมส่วนแบบนักกีฬาว่ายน้ำ ยืดแขนบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ เขาเพิ่งจะจัดการกับส่วนสุดท้ายของรายงานกลุ่มวิชาเศรษฐศาสตร์เสร็จสิ้นลง หลังจากที่นั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กมานานกว่าสี่ชั่วโมงเต็ม
“เสร็จสักทีโว้ย! เมื่อยชิบหาย” ท็อปบ่นอุบพร้อมกับพับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลง
“เออ ดีนะที่มึงช่วยกูทำส่วนสรุป ไม่งั้นคืนนี้คงไม่ได้นอน” เสียงของ ‘บาส’ เพื่อนสนิทเจ้าของห้องดังมาจากมุมห้อง บาสเป็นหนุ่มหน้าตาดีสไตล์เพลย์บอยที่มักจะมีสาวๆ มาติดพันเสมอ ต่างกับท็อปที่แม้หน้าตาจะดีไม่แพ้กัน แต่กลับไม่ค่อยสนใจเรื่องผู้หญิงมากนัก มักจะทุ่มเวลาไปกับกีฬาและการเรียนเสียมากกว่า
“กูก็อยากรีบทำให้เสร็จ จะได้รีบกลับบ้าน ป่านนี้แม่… เอ่อ น้าพิมพ์คงหลับไปแล้วมั้ง” ท็อปเกือบจะหลุดปากเรียก ‘แม่’ ออกไป แม้ว่าพิมพ์จะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่เป็นแม่เลี้ยงที่เข้ามาดูแลเขาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ด้วยความเคารพและความดีของเธอ ท็อปจึงรักและเกรงใจเธอเหมือนแม่จริงๆ
“มึงจะรีบกลับไปไหนวะท็อป ฝนตกหนักขนาดนี้ นอนนี่ก็ได้มั้ง โซฟากูว่าง” บาสเอ่ยชวนขณะเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องจากตู้เย็นมาเปิดดื่ม
“ไม่เอาว่ะ พรุ่งนี้กูมีนัดไปดูรถกับพ่อตอนเช้าด้วย ต้องรีบกลับไปเตรียมตัว” ท็อปปฏิเสธพลางเก็บของใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา บาสยิ้มมุมปากอย่างรู้ทันก่อนจะวางกระป๋องเบียร์แล้วเดินไปเปิดประตู ผู้ที่ยืนอยู่หน้าห้องคือ ‘มายด์’ แฟนสาวสุดเซ็กซี่ของบาส เธอมาในชุดนักศึกษาที่ค่อนข้างรัดรูป กระโปรงทรงเอสั้นจู๋ที่เผยให้เห็นขาขาวเนียน และเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกฝนเล็กน้อยจนแนบเนื้อเห็นบราสีเข้มลางๆ
“อ้าว มายด์ มาดึกจัง” บาสทักทายเสียงหวาน พร้อมดึงแฟนสาวเข้ามาโอบเอวทันที
“ก็คิดถึงนี่นา... แล้วนี่ท็อปยังไม่กลับเหรอ?” มายด์หันมาส่งยิ้มหวานให้ท็อป แววตาของเธอมีความขี้เล่นและเย้ายวนตามประสาผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง
“กำลังจะกลับแล้วครับ ไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ” ท็อปพูดติดตลกพลางลุกขึ้นสะพายกระเป๋า เขารู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนไป กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงผสมกับกลิ่นฝนสร้างความรู้สึกแปลกๆ บางอย่าง
“งั้นกลับดีๆ นะมึง ขับรถระวังฝนด้วย” บาสบอกลาเพื่อน แต่สายตากลับจ้องมองไปที่เนินอกของแฟนสาวอย่างไม่ปิดบัง
ท็อปโบกมือลาเพื่อนและเดินออกจากห้องไป เสียงประตูปิดลงตามหลัง แต่ทว่า... มันปิดไม่สนิท
ท็อปเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมกุญแจรถไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นที่เขานั่งทำงานเมื่อครู่ เขาถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับมาที่หน้าห้องของบาสอีกครั้ง
เขากำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตู แต่หูเจ้ากรรมดันได้ยินเสียงแปลกๆ เล็ดลอดออกมาจากช่องประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อย
“อื้มม... บาส... ใจเย็นๆ สิคะ... อ๊า...”
เสียงครางกระเส่าของมายด์ทำให้มือของท็อปชะงักค้างกลางอากาศ หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างแรงด้วยความตกใจระคนสงสัย สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นเริ่มทำงานแทนที่มารยาท เขาค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ช่องประตูนั้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับถูกมนต์สะกด
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาผ่านช่องแคบๆ นั้น ทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มสูบฉีดพล่าน
แสงไฟในห้องถูกหรี่ลงเหลือเพียงโคมไฟหัวเตียงสลัวๆ บนเตียงกว้างนั้น บาสกำลังนัวเนียอยู่กับมายด์อย่างดุเดือด เสื้อนักศึกษาของมายด์ถูกปลดกระดุมออกจนหมด เผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มภายใต้บราลูกไม้สีดำที่ถูกดันขึ้นจนล้นทะลัก บาสกำลังซุกไซ้ใบหน้าลงกับร่องอกขาวผ่องนั้นอย่างหิวกระหาย ขณะที่มือหนาก็ขยำสะโพกงอนงามของแฟนสาวอย่างมันมือ
“อ๊า... บาส... แรงอีก... ดูดแรงๆ...” มายด์เชิดหน้าขึ้น ร้องครางอย่างไม่อายปาก มือเรียวของเธอขยุ้มผมของแฟนหนุ่มเพื่อระบายความเสียวซ่าน
ท็อปยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจเริ่มติดขัด ภาพตรงหน้ามันดิบเถื่อนและกระตุ้นอารมณ์กว่าหนังผู้ใหญ่เรื่องไหนๆ ที่เขาเคยดู นี่คือของจริง... เพื่อนของเขากำลังร่วมรักกับแฟนสาวในระยะเผาขน
บาสไม่รอช้า เขาถอดกางเกงของตัวเองออกเผยให้เห็นความแข็งขึงที่พร้อมรบ ก่อนจะจับขาเรียวของมายด์แยกออกกว้าง ท็อปเห็นภาพนั้นชัดเจน... เห็นจังหวะที่บาสแทรกตัวเข้าไปหว่างขา และวินาทีที่แก่นกายของเพื่อนค่อยๆ สอดใส่เข้าไปในตัวของหญิงสาว
“ซี๊ดดด... แน่นชิบหายเลยมายด์... อ่า...” บาสครางต่ำ
“อู้ววว... เข้ามาเลยที่รัก... อึก... ลึกจัง...”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อเริ่มดังขึ้นเป็นจังหวะ พั่บ... พั่บ... พั่บ... เสียงเตียงสปริงลั่นเอี๊ยดอ๊าดประสานกับเสียงครางระงม ท็อปมองดูสะโพกของบาสที่กระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างไม่ยั้งแรง หน้าอกของมายด์กระเพื่อมไหวรุนแรงตามแรงกระแทก สีหน้าของเธอช่างดูทรมานแต่ก็สุขสมอย่างที่สุด
ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกที่อกของท็อป กางเกงยีนส์ของเขาเริ่มคับแน่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพการร่วมเพศที่ดุเดือดตรงหน้าปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ความอิจฉา ความต้องการ และความใคร่ ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก เขาอยากจะเป็นคนที่อยู่ตรงนั้น... อยากจะเป็นคนที่เป็นเจ้าของเรือนร่างนั้น
ท็อปยืนดูอยู่เกือบสองนาที จนกระทั่งเสียงครางของมายด์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเกรงว่าคนข้างห้องจะได้ยิน เขาถึงได้สติกลับมา ชายหนุ่มรีบถอยหลังออกจากประตูด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองเพล เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผมแม้ว่าอากาศจะเย็นฉ่ำ
เขาลืมเรื่องกุญแจรถไปเสียสนิท แต่โชคดีที่เมื่อล้วงกระเป๋ากางเกงอีกครั้งกลับพบว่ามันนอนนิ่งอยู่ที่ก้นกระเป๋ามาตลอด เขาแค่จำผิดเพราะความเบลอ... ท็อปรีบสาวเท้าเดินออกจากหอพักนั้นให้เร็วที่สุด ราวกับกำลังหนีความผิด แต่ภาพกิจกรรมเข้าจังหวะของเพื่อนและเสียงครางกระเส่านั้นยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาทอย่างชัดเจน
…
ภายในรถเก๋งคันหรูที่แล่นฝ่าสายฝนไปบนถนนยามค่ำคืน ท็อปขับรถด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติเล็กน้อย มือของเขากำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหงุดหงิดงุ่นง่านเกาะกินจิตใจอย่างหนัก
ภาพบาสที่กำลังกระแทกกระทั้นใส่มายด์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเทปที่เปิดซ้ำๆ ยิ่งพยายามสลัดออก มันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ความรู้สึกปวดหนึบที่กลางลำตัวทำให้เขานั่งไม่ติดเบาะ เขาต้องขยับตัวไปมาเพื่อคลายความอึดอัด
“แม่งเอ๊ย... ทำไมต้องไปเห็นอะไรแบบนั้นด้วยวะ” ท็อปสบถกับตัวเองเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงในรถที่เปิดทิ้งไว้
เขาเป็นผู้ชายวัยเจริญพันธุ์ ร่างกายแข็งแรง ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน การได้เห็นภาพสดๆ แบบนั้นมันเกินกว่าจะต้านทานไหว เขาต้องการที่ระบาย... แต่จะไปลงที่ไหน? แฟนก็ไม่มี จะไปซื้อกินก็กลัวโรค
ครืดดด... ครืดดด...
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเบาะข้างคนขับสั่นสะเทือน ท็อปเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ชื่อที่ปรากฏคือ "พ่อ"
เขาชะลอรถและกดรับสายผ่านระบบบลูทูธ
“ครับพ่อ ว่าไงครับ ผมกำลังกลับบ้าน” ท็อปพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่ลมหายใจยังคงหอบถี่เล็กน้อย
“เออ ท็อป... พ่อมีเรื่องด่วนจะบอก พอดีงานที่ไซต์งานมีปัญหานิดหน่อย พ่ออาจจะต้องอยู่เคลียร์ต่ออีกเดือนนึงนะลูก คงกลับไปตามกำหนดเดิมพรุ่งนี้ไม่ได้แล้ว” ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“อ้าว... เหรอครับ อีกเดือนนึงเลยเหรอ?” ท็อปถามย้ำ ใจหนึ่งก็นึกเป็นห่วงงานพ่อ แต่อีกใจหนึ่ง... ความคิดบางอย่างกลับแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว
“ใช่ ฝากบอกแม่พิมพ์ด้วยนะ พ่อโทรหาพิมพ์แล้วแต่เธอไม่รับสาย สงสัยจะหลับไปแล้ว ยังไงท็อปกลับไปถึงก็ดูแลแม่เขาด้วยนะ อยู่กันสองคนระวังฟืนไฟ ล็อกบ้านดีๆ ล่ะ”
“ได้ครับพ่อ... ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแล... น้าพิมพ์อย่างดี” ท็อปตอบกลับไป ปลายลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากโดยไม่รู้ตัว
“โอเค ขอบใจมากลูก แค่นี้นะ พ่อต้องไปประชุมต่อแล้ว”
สายตัดไปแล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมภายในรถอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนก่อนหน้า มันกลับเป็นความเงียบที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ
"อยู่กันสองคน..."
คำพูดของพ่อดังก้องอยู่ในหัวของท็อป บ้านทั้งหลังจะเหลือแค่เขากับ ‘พิมพ์’ แม่เลี้ยงสาวสวยวัย 38 ปี...
พิมพ์ไม่ใช่ผู้หญิงแก่เลยสักนิด เธอแต่งงานกับพ่อของเขาเมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเธอยังสามสิบต้นๆ และดูแลตัวเองดีมาตลอด รูปร่างของเธออวบอัดเต็มไม้เต็มมือ ผิวขาวเนียนละเอียดแบบลูกคุณหนู และที่สำคัญ... หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินตัวชนิดที่หาตัวจับยาก
ท็อปยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าเขาเคย ‘มอง’ พิมพ์ในแบบที่ไม่ใช่แม่ลูกมาก่อน เวลาเธอใส่เสื้อคอกว้างก้มลงเก็บของ หรือเวลาที่เธอใส่กางเกงขาสั้นเดินอยู่ในบ้าน ขาขาวๆ กับเนินอกวับๆ แวมๆ นั่นมักจะทำให้จินตนาการของเด็กหนุ่มเตลิดเปิดเปิง แต่เขาก็ต้องกดความรู้สึกนั้นไว้ด้วยคำว่าศีลธรรมและสถานะทางสังคม
แต่วันนี้... คืนนี้... ความยับยั้งชั่งใจของเขามันช่างเปราะบางเหลือเกิน ภาพเซ็กซ์ร้อนแรงของเพื่อนที่เพิ่งเห็นมา ผสมกับความรู้ที่ว่าพ่อจะไม่อยู่บ้านอีกเป็นเดือน มันเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ
ท็อปเหยียบคันเร่งส่งรถพุ่งทะยานไปข้างหน้า จุดหมายปลายทางคือบ้าน... ที่ซึ่งมีความยั่วยวนรอคอยเขาอยู่
…
รถเก๋งเลี้ยวเข้าจอดในโรงจอดรถของบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ ท็อปดับเครื่องยนต์แล้วนั่งนิ่งอยู่ในรถครู่หนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งวู่วาม แต่ความปวดร้าวที่เป้ากางเกงกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด
เขาคว้ากระเป๋าเป้ เปิดประตูรถแล้วเดินเข้าบ้าน กุญแจถูกไขเปิดประตูไม้อย่างเบามือ
ภายในบ้านมืดสนิท มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟดวงเล็กในห้องนั่งเล่นและแสงสีฟ้าจากหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ที่เปิดทิ้งไว้ เครื่องปรับอากาศทำงานเงียบกริบ ส่งลมเย็นฉ่ำไปทั่วบริเวณ
ท็อปถอดรองเท้า วางกระเป๋าลงบนโต๊ะกินข้าว สายตาของเขากวาดมองไปที่โซฟาตัวยาวหน้าทีวี และภาพที่เห็นก็ทำให้ขาของเขาแข็งทื่ออีกครั้ง ราวกับภาพซ้อนทับจากหน้าห้องของบาสเมื่อชั่วโมงก่อน
พิมพ์ กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา...
แต่มันไม่ใช่การนอนธรรมดา เธอสวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีครีมบางเบาที่ลู่ไปตามสรีระโค้งเว้าอย่างชัดเจน ท่านอนตะแคงของเธอทำให้ชุดนอนรั้นขึ้นมาจนเห็นต้นขาขาวผ่องเนียนละเอียดยาวไปจนเกือบถึงโคนขา สะโพกผายกลมกลึงดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัส
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของท็อปมากที่สุด คือช่วงบน...
สายเดี่ยวเส้นเล็กๆ แทบจะรับน้ำหนักของหน้าอกคู่โตนั้นไม่ไหว คอเสื้อที่เว้าลึกเผยให้เห็นเนินเนื้อขาวมหาศาลที่เบียดชิดกันแน่น สร้อยคอเส้นเล็กที่มีจี้รูปหัวใจวางพักอยู่บนร่องอกลึกนั้น ขยับขึ้นลงช้าๆ ตามจังหวะการหายใจเข้าออก
พิมพ์คงจะเผลอหลับไประหว่างดูละครหลังข่าว รีโมททีวียังคงค้างอยู่ในมือเรียวสวย ผมยาวสลวยสีดำขลับแผ่กระจายเต็มหมอนอิง ใบหน้ายามหลับของเธอดูอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา ราวกับเจ้าหญิงนิทราที่รอคอยเจ้าชายมาปลุก
ท็อปกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ลำคอแห้งผากยิ่งกว่าเก่า ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมา เขาค่อยๆ ย่างเท้าก้าวเข้าไปหาโซฟานั้นช้าๆ เงียบเชียบดั่งแมวย่อง
ยิ่งเข้าใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของพิมพ์ก็ยิ่งลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นสบู่ผสมกับกลิ่นแป้งเด็ก หอมสะอาดและเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก
เขายืนค้ำหัวมองร่างอวบอัดที่นอนหลับใหลอยู่ตรงหน้า สายตาของเขาในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่สายตาของลูกเลี้ยงที่มองแม่เลี้ยงด้วยความเคารพอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสายตาของ "ผู้ชาย" ที่กำลังจ้องมอง "เหยื่อ" อันโอชะ
ไฟราคะที่ถูกจุดขึ้นที่หอพัก บัดนี้มันลามเลียมาถึงบ้าน และกำลังจะแผดเผาความถูกต้องให้มอดไหม้
ท็อปค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างโซฟา ระดับสายตาของเขาอยู่เสมอหน้าอกคู่โตพอดิบพอดี แสงไฟจากทีวีที่เปลี่ยนฉากวูบวาบทำให้เขาเห็นเงาตะคุ่มของยอดอกที่ดันเนื้อผ้าซาตินออกมาเป็นไตแข็งเล็กๆ
"น้าพิมพ์..." ท็อปกระซิบเสียงแหบพร่า แต่ร่างบางยังคงหลับสนิท ไม่รับรู้ถึงภัยคุกคามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยค่อยๆ เอื้อมออกไป ปลายนิ้วของท็อปสัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนขาวเนียน ผิวกายของเธอเย็นชืดจากแอร์ แต่กลับให้ความรู้สึกร้อนรุ่มเมื่อสัมผัสโดน ความนุ่มนิ่มของผิวเนื้อสาวใหญ่ทำให้สติของท็อปขาดผึงลงวินาทีนั้น
ความอิจฉาไอ้บาสหายไปแล้ว... เพราะตอนนี้ เขากำลังจะมีของดีอยู่ตรงหน้า ที่เด็ดกว่า ยั่วยวนกว่า และท้าทายกว่าเป็นร้อยเท่า
ท็อปขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด ใบหน้าของเขาห่างจากหน้าอกของพิมพ์เพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนๆ ของเขารินรดลงบนเนินเนื้อขาวผ่อง เขาตัดสินใจแล้ว... คืนนี้เขาจะไม่ทนนอนฟังเสียงฝนด้วยความทรมานอีกต่อไป
"ขอโทษนะครับแม่... แต่ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปสูดดมกลิ่นกายสาวที่ซอกคอขาวระหง พร้อมกับมือที่เริ่มลูบไล้จากต้นแขนเลื่อนลงต่ำไปยังเอวคอดกิ่ว และต่ำลงไปอีก... สู่สะโพกผายที่รอคอยการสัมผัส
ละครฉากใหญ่ที่เร่าร้อนกว่าในทีวีกำลังจะเริ่มขึ้น และคราวนี้... เขาคือพระเอก ไม่ใช่คนดูอีกต่อไป