ต้องรอด..ในป่าสไลม์

    บทที่9 ไม่มี

    'เหลือเวลา 11 ชั่วโมง'
       หลังจากฝึกฝนการต่อสู้แบบทีมไปสักระยะหนึ่ง เราก็เริ่มทำงานกันเป็นทีมได้ดีขึ้นมาก ขอบคุณความสนิทเลเวล4 ที่ทำให้สามารถพูดคุยทางจิตระหว่างผมกับน้องได้ ถึงมันจะไม่ใช่ใช้ใจสื่อกันอะไรแบบนั้น แต่เป็นการพูดแบบไม่มีเสียงซะมากกว่า นั่นคือน้องฟังผมพูดเข้าใจ แต่น้องพูดได้เพียงคำที่พูดได้คือ 'ศัตรู' และ 'สไลม์' จึงกลายเป็นการสื่อสารแบบเกือบสองทางก็ว่าได้
       ระหว่างที่พวกเราเดินทางเราก็พบกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนี้มีกัน3คน ผมจำทั้ง 3 คนได้ ชายคนแรกเป็นรปภ.ในงานอายุประมาณ 30ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงสองคนนั้นคนหนึ่งเป็นพริตตี้ที่อยู่ในชุดเทพธิดามีปีกที่เคยขาวแต่ตอนนี้มันดูสีหมองไปมากแล้ว ส่วนคนสุดท้ายเป็นแม่บ้านที่ทำความสะอาดในห้องเตรียมงาน ดูเหมือนเธอจะบาดเจ็บที่ขาทำให้เธอเดินกะเผลก
       "น้องชาย มาร่วมปาร์ตี้กับเราไหม" พี่รปภ.พูดกับผม แต่ดวงตากลับจ้องมองที่ดาบและโล่ของผม
       "นั่นสิ มาอยู่ด้วยกันจะได้ปลอดภัยมากขึ้น" พริตตี้สาวยิ้มยั่วยวนมาให้ผม แต่สายตาก็จ้องมองดาบและโล่ผมไม่วางตาเช่นกัน
       "หนู หนีไป พวกนี้มันเป็นโจร" ป้าคนที่บาดเจ็บตะโกนออกมาและพยายามผลักชายหญิงทั้ง2คน แต่ชายคนนั้นกลับคว้ามือเธอได้และเข้าตบหน้าเธอหนึ่งฉาด ทำให้ป้าล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที
       "ปากมากนักนะ อีแก่" พริตตี้สาวตรงปรี่เข้าไปกระทืบหลังป้าทันทีที่ทรงตัวได้
       ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่ผมไม่อยากเห็น เพราะผมทำใจไม่ได้ที่จะสู้กับมนุษย์ด้วยกันเอง ในขณะที่ผมยืนงงอยู่ พริตตี้สาวก็ยกมีดสั้นขึ้นมาจ่อที่คอผมแล้วพูดว่า "จะมอบของมาดีดีหรือจะให้ใช้กำลัง" เธอพูดไปพลางเอามือลูบแก้มผมเบาๆ
       "นี่ ทำตัวดีดี นังแจน ทำอะไรเกรงใจผัวเอ็งบ้าง" พี่รปภ.ดูอารมณ์เสีย แล้วเดินตรงไปทางน้องสไลม์
       "เด็กเปรตนี่ลูกใคร ดูไม่มีของมีค่าอะไรติดตัว เชือดทิ้งเลยดีไหม" หรือจะหักแขนหักขาแล้วเอาไว้ล่อตัวสไลม์ดี
       สิ้นคำพูดขู่เด็กของรปภ.ใจทรามนั่นไม่ถึง 10 วินาที น้องสไลม์ก็หยิบก้อนหินปาตรงไปยังรปภ. ก้อนหินพุ่งไปเร็วมาก ผมมองไม่ทันเลย รู้ตัวอีกทีหัวรปภ.ก็เป็นรูโบ๋ไปแล้ว
       เสียงกรี้ดร้องดังลั่นของพริตตี้สาวใจทรามดังข้างหูผมจนผมหูชาหน้ามืด รู้สึกเพียงว่าเธอเอามีดออกจากคอผมแล้ววิ่งเข้าไปหาน้องสไลม์อย่างรวดเร็ว ผมได้ยินเสียงฝีก้าวของเธอไม่ถึง 3 ก้าว เธอก็ล้มลงกับพื้น ศีรษะมีรูโบ๋เหมือนรปภ.คนนั้นเช่นกัน
       น้องสไลม์เดินเข้ามาหาผม และยิ้มภูมิใจเหมือนสุนัขที่มาขอรางวัลจากผม ผมอึ้งไปนาน 3 วินาที แล้วก็เอามือที่สั่นเทาลูบหัวน้อง เพราะผมก็ไม่อยากมีรูโบ๋บนใบหน้าแบบ 2 คนนั้น
       มีข้อความปรากฎขึ้นมาทันที 'คุณต้องการเปลี่ยนอาชีพหรือไม่' ปริศนาการดำรงชีพและหาค่าประสบการณ์, แต้มสกิลจำนวนมหาศาลของน้องกระจ่างขึ้นมาทันที...
       ผมหันไปดูป้าที่นอนสลบอยู่บนพื้น แกยังคงหายใจอยู่ คงแค่หมดสติ ผมตัดสินใจจัดการเรื่องการอัพอาชีพก่อน เพราะทุกวินาทีในป่ามรณะแห่งนี้ เราไม่รู้ได้เลยว่าจะเจอความตายเมื่อไร ต้องไว ต้องมีสติ ต้องไม่ใจอ่อนอีกแล้ว
       ผมกดค้นหาอาชีพนักบวชทันที เมื่อพบแล้วผมกดทันทีโดยไม่ลังเล 'คุณเปลี่ยนอาชีพขั้นสองสำเร็จแล้ว' ที่ช่องอาชีพผมก็เปลี่ยนจากนักพจญภัยเป็นนักบวช
       ผมมองหาสกิลที่ต้องการอัพในช่องสกิลนักบวชทันที     'ไม่มี' มีเพียงสามสกิลขึ้นมา Heal (เพิ่มค่า HP), Bless (เพิ่มค่าสถานะ) และ Warp (บันทึกจุดวาร์ป) ผมอึ้งไปสักพักแล้วมองโลกในแง่ดี มันยังมีโอกาสนี่ ถ้าอัพครบอาจมีสกิลชุบชีวิตออกมา โชคดีที่หลังจากน้องสไลม์กำจัดมนุษย์ผู้โชคร้ายสองรายนั้นแล้วได้แต้มสกิลมาเกินพอ มันมากกว่าการกำจัดมอนสเตอร์เยอะมากเลยทีเดียว ผมตัดสินใจอัพสกิลนักบวชทุกสกิลให้เต็ม
    Heal   - LV1 : เพิ่ม HP สมาชิกในปาร์ตี้ 25% ของ max HP สมาชิก   - LV2 : เพิ่ม HP สมาชิกในปาร์ตี้ 50% ของ max HP สมาชิก   - LV3 : เพิ่ม HP สมาชิกในปาร์ตี้ 75% ของ max HP สมาชิก   - LV4 : เพิ่ม HP สมาชิกในปาร์ตี้ 100% ของ max HP สมาชิกBless   - LV1 : เพิ่มสถานะ str/int 25%   - LV2 : เพิ่มสถานะ str/int 50%   - LV3 : เพิ่มสถานะ str/int/agi/vit 50%   - LV4 : เพิ่มทุกสถานะ 50%Warp   - Lv1 : บันทึกจุดวาปในเออเธียได้ 1 จุด   - Lv2 : บันทึกจุดวาปในเออเธียได้ 2 จุด   - Lv3 : บันทึกจุดวาปในเออเธียได้ 3 จุด   - Lv4 : บันทึกจุดวาปในเออเธียได้ 4 จุด

    'ไม่มีสกิลชุบชีวิตจริงๆ' ผมนั่งเหม่อมองท้องฟ้าสีแดงฉานในดันเจี้ยนป่ามรณะแห่งนี้ พร้อมทอดถอนใจในโชคชะตาของตนเอง