สายลมยามเช้าพัดผ่านร่างของหลี่ซวน ชายเสื้อผ้าฝ้ายพริ้วไหวเบาๆ เขายืนนิ่งอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านซีเหอ สายตาจับจ้องไปที่แนวเทือกเขาสูงทอดตัวยาวอยู่อีกฟากหนึ่ง ซึ่งถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาปนเมฆบางๆ ใบหน้าของเขานิ่งสงบ ทว่าสายตากลับทอประกายความอยากรู้อยากเห็นอย่างลึกซึ้ง... แต่ไม่นานก็มีเสียงดังมาจากข้างหลัง
"หลี่ซวน!"
เมื่อเขาหันกลับไป ก็พบชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาหา ชายผู้นั้นมีผิวสีแทน ผมสีดำ ใบหน้าธรรมดาแต่เต็มไปด้วยความสดใส สวมอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีน้ำตาลเรียบง่าย เขาคือ ถงจื่ออัน สหายสนิทของหลี่ซวน
"วันนี้เ้าจะเข้าไปในป่าอีกแล้วหรือ?" ถงจื่ออันถามพร้อมเดินเข้ามาหา
หลี่ซวนยิ้มเล็กน้อย "ใช่ ข้ากำลังจะไปหาอะไรบางอย่าง"
ถงจื่ออันเลิกคิ้ว "หาอะไรบางอย่าง? หรือว่าเ้าคิดจะตามหาสถานที่ของเซียนอีกแล้ว?"
หลี่ซวนหัวเราะเบาๆ "เ้าก็รู้จักข้าดีเกินไปแล้ว"
ถงจื่ออันหัวเราะออกมา "แน่นอน ข้าเป็สหายเ้านี่ ั้แ่เด็กจนโต เ้าเอาแต่สนใจเื่ประหลาด และไม่กี่ปีนี้ก็มาสนใจเื่เกี่ยวกับเซียนอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเ้ามีนิสัยดี ข้าคงคิดว่าเ้าประหลาดไปแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงอีกเสียงก็ดังขึ้น "เขาไม่ได้ประหลาด เพียงแต่เป็คนที่อยากรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่สนใจเท่านั้น"
ทั้งสองหันไปมอง เด็กหนุ่มอีกคนกำลังเดินเข้ามา เขาสวมอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีขาว ผิวสีขาว ผูกผมหางม้า ใบหน้าดูฉลาดเฉลียว เขาคือ จี้อัน สหายอีกคนของหลี่ซวน
ถงจื่ออันมองจี้อัน ก่อนยิ้มกว้าง "เ้ามาแล้วหรือ จี้อัน วันนี้ไม่โดนท่านพ่อเ้าสั่งให้ไปทำงานอีกหรือ?"
จี้อันถอนหายใจ "อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้ถูกจับได้ว่าแอบหนีงานเหมือนเ้า"
"นี่เ้า!" ถงจื่ออันทำหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย
หลี่ซวนมองทั้งสอง ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ ตลอด่เวลาที่ผ่านมา... แม้เื่ของลุงซ่งิจะยังคงเป็ปริศนา แต่เขาก็มีสหายทั้งสองอยู่เคียงข้าง และนั่นทำให้ชีวิตในหมู่บ้านของเขาไม่ได้โดดเดี่ยว
"เอาล่ะ พวกเ้า อยากรู้หรือไม่ว่าข้าจะไปที่ใด?" หลี่ซวนกล่าวขึ้น
ถงจื่ออันและจี้อันมองมาที่เขาก่อนพยักหน้า
"ข้าคิดว่า... ข้าเห็นบางอย่างในป่า" คำพูดนั้นทำให้ทั้งสองเงียบลง
"บางอย่าง?" จี้อันถามด้วยความสงสัย
หลี่ซวนพยักหน้า "เมื่อสองวันก่อน ตอนที่ข้าเข้าไปช่วยลุงหานล่าสัตว์ และลุงหานในตอนนั้นกำลังตั้งสมาธิเล็งจับกวางตัวหนึ่งอยู่ แต่ข้าดันเหลือบไปเห็นเงาขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ตอนแรกข้าคิดว่าเป็สัตว์อสูร แต่เมื่อข้าเพ่งมองดีๆ..." หลี่ซวนหยุดเล็กน้อย บรรยากาศพลันเงียบลง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจัง "มันไม่ใช่สัตว์ แต่มันคือเรือ... เรือั์ที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า"
ถงจื่ออันและจี้อันต่างนิ่งไป ก่อนจะหันมองหน้ากัน
"เรือ... ลอยอยู่บนฟ้า?" จี้อันกล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
หลี่ซวนพยักหน้า "ใช่ และข้าคิดว่า... มันอาจเกี่ยวข้องกับเซียน"
สิ้นเสียงนั้น บรรยากาศรอบตัวทั้งสามก็เงียบลง ถงจื่ออันและจี้อันต่างเงียบไปครู่หนึ่ง แม้ทั้งสองจะเคยฟังเื่ราวของเซียนจากลุงซ่งิมามากมาย แต่เื่เล่านั้นก็ยังคงเป็เพียงเื่เล่า ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านซีเหอตอนนี้เคยพบเห็นเซียนด้วยตาตนเอง ไม่เคยมีใครยืนยันว่าโลกของเซียนนั้นมีอยู่จริง
แต่ตอนนี้... สหายของพวกเขากลับบอกว่า เขาเห็นเรือั์ลอยอยู่บนท้องฟ้า
"หลี่ซวน..." จี้อันเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง "เ้ามั่นใจหรือว่าสิ่งที่เ้าเห็นไม่ใช่เพียงภาพลวงตา? ป่าแห่งนี้กว้างใหญ่ บางครั้งแสงหรือเงาก็อาจทำให้คนมองผิดไปได้"
หลี่ซวนไม่ได้ตอบทันที เขาหลับตาลงเล็กน้อย ก่อนนึกถึงภาพในวันนั้น เงาขนาดมหึมาที่บดบังท้องฟ้า รูปร่างที่เหมือนเรือ และความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อาจอธิบายได้
"ข้ามั่นใจ สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าเคยเห็นมาก่อน อีกทั้ง... ข้าเห็นมันเคลื่อนไปทางด้านหน้า เหมือนกำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่รกร้างด้านหลังป่า"
ถงจื่ออันที่ฟังอยู่พลันแสดงสีหน้าตื่นเต้น "พื้นที่รกร้าง? หรือจะเป็สถานที่ที่บรรพบุรุษของพวกเราเคยพูดถึง?"
จี้อันขมวดคิ้ว "เ้าหมายถึงสถานที่ต้องห้าม?"
ถงจื่ออันพยักหน้า "ใช่ พื้นที่ทางตะวันตกของป่า ที่เต็มไปด้วยหินประหลาด ข้าเคยได้ยินผู้ใหญ่ในหมู่บ้านพูดกันว่า ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาควรเข้าไป"
จี้อันถอนหายใจ "ถ้าเป็ที่นั่นจริง... พวกเราไม่ควรไป ที่แห่งนั้นไม่มีทั้งทรัพยากร ไม่มีสัตว์ให้ล่า และยังมีข่าวว่าคนที่เข้าไปสำรวจหลายคนไม่เคยกลับออกมา"
ถงจื่ออันยิ้มแห้ง "แต่ถ้าสิ่งที่หลี่ซวนเห็นเป็เรือของเซียนจริงๆ..." เขามองไปยังหลี่ซวน "บางทีนี่อาจเป็โอกาสเดียวในชีวิตของพวกเรา"
จี้อันมองสหายทั้งสอง ก่อนถอนหายใจ "พวกเ้าสองคน... เหตุใดถึงชอบพาตัวเองเข้าไปหาเื่อันตรายอยู่เรื่อย"
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเขารู้ดีว่า ต่อให้ห้ามหลี่ซวนอย่างไร อีกฝ่ายก็คงต้องไปอยู่ดี และเขาไม่้าปล่อยให้สหายเดินทางไปเพียงลำพัง
"ก็ได้ แต่พวกเราต้องรีบกลับก่อนฟ้ามืด" จี้อันกล่าวอย่างจริงจัง
ถงจื่ออันยิ้มกว้าง "ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าต้องไปด้วย"
"หุบปากไปเลย" จี้อันตอบกลับทันที
หลี่ซวนมองทั้งสอง ก่อนยิ้มออกมา "ขอบใจพวกเ้า"
หลังจากนั้น ทั้งสามจึงเริ่มเดินเข้าสู่ผืนป่าด้านหลังหมู่บ้าน สำหรับหลี่ซวนและสหาย ป่าแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่แปลกใหม่ ั้แ่เด็ก พวกเขาเติบโตมากับพื้นที่แห่งนี้ ต้นไม้ทุกต้น เส้นทางหลายสาย และลำธารต่างๆ ล้วนคุ้นเคยเป็อย่างดี
แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไป... บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป เสียงของสัตว์ป่าค่อยๆ ลดลง ต้นไม้เริ่มบางตา อากาศเย็นลงอย่างผิดปกติ
"แปลก..." จี้อันกล่าวขึ้น "แม้ข้าจะเคยมาถึงที่นี่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน"
ถงจื่ออันมองไปรอบด้าน แม้ปกติเขาจะเป็คนร่าเริง แต่ตอนนี้สีหน้ากลับจริงจังขึ้น "หรือว่าพวกเราจะเข้าใกล้สถานที่นั้นแล้ว"
หลี่ซวนไม่ได้ตอบ เขาเพียงมองไปด้านหน้า เพราะภายในใจของเขา... กำลังรู้สึกถึงบางอย่าง บางอย่างที่อธิบายไม่ได้
ไม่นานนัก หลังจากเดินต่อไปอีกครึ่งชั่วยาม ทั้งสามก็มาถึงสุดขอบของผืนป่า เบื้องหน้า... คือดินแดนรกร้างกว้างใหญ่ พื้นดินมีสีดำปนม่วง ก้อนหินประหลาดกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ แม้ท้องฟ้ายังคงสดใส แต่สถานที่แห่งนี้กลับให้ความรู้สึกราวกับถูกแยกออกจากโลกภายนอก
"นี่มัน..." ถงจื่ออันเบิกตากว้าง "ไม่คิดเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ใกล้หมู่บ้านของพวกเรา"
จี้อันกวาดสายตามองรอบด้านอย่างระมัดระวัง "ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมไม่มีใครอยากเข้ามา"
ส่วนหลี่ซวน... เขายังคงมองไปยังเบื้องหน้า สถานที่แห่งนี้... เหมือนกับตำแหน่งที่เขาเห็นเรือั์ในวันนั้น แต่ตอนนี้กลับไม่มีสิ่งใดอยู่เลย
"แปลก..." หลี่ซวนพึมพำ "วันนั้นข้าเห็นมันน่าจะหยุดอยู่แถวนี้ หรือว่าข้าจะเห็นผิดไป?"
ทันใดนั้นเอง...
ตูม!!
เสียงะเิดังสนั่นขึ้นจากเบื้องหน้า คลื่นพลังงานอันมองไม่เห็นะเิออกซัดพัดกระหน่ำ ฝุ่นควันและเศษหินลอยขึ้นปกคลุมทั่วท้องฟ้า ก่อนที่แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไม่เคยพบเคยเจอจะถาโถมกดทับลงมา!
ปัง!!
ทั้งสามถูกพลังอันไร้รูปบดขยี้จนล้มลงคุกเข่ากับพื้นในทันที ร่างกายหนักอึ้งดั่งถูกูเาลูกใหญ่ทับไว้ หายใจติดขัดจนแทบกระอักเื
"นะ... นี่มันอะไรกัน!" ถงจื่ออันเสียงสั่นระส่าย หน้าซีดเผือด ะโออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "เหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกบดเป็ชิ้นๆ!"
จี้อันกัดฟันแน่นจนเืซึมริมฝีปาก เหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้า เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงยากลำบาก "นี่มันอันใดกัน ข้าไม่เคยได้ยินเลยว่าจะมีสัตว์อสูรทำอะไรแบบนี้ได้..."
"อ้ากกก..." หลี่ซวนกัดฟัน พยายามฝืนแรงกดดันมหาศาลเงยหน้าขึ้น ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ในวินาทีที่ชีวิตตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต พลังลึกลับบางอย่างภายในสายเืของเขาราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้น! ดวงตาสีฟ้าอันสงบนิ่งของเขาพลันทอประกายแสงสีครามเข้มสว่างวาบ ภาพสายลมฝุ่นควันตรงหน้าพลันแปรเปลี่ยน...
เนตรวิเศษของเขามองทะลุชั้นควันหนาแน่น และเริ่มมองเห็น
เบื้องบนท้องฟ้า... เรือั์สลักค่ายกลโบราณลอยตระหง่านอยู่ เหล่าศิษย์ในชุดแปลกๆ บนเรือต่างหมอบลงกับพื้นด้วยสภาพไม่ต่างจากพวกเขานัก และกลางผืนฟ้านั้นเอง มีบุรุษสองคนกำลังเผชิญหน้ากัน!
หลี่ซวนเบิกตากว้าง หัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นตะลึงและหลงใหล เสียงของเขาสั่นระริก
"ข้าเห็นแล้ว..."
"เรือลำนั้น..."
"หรือว่าคนเ่าั้... คือเซียน..."
หลังจากนั้น ทั้งสามจึงเริ่มเดินเข้าสู่ผืนป่าด้านหลังหมู่บ้าน สำหรับหลี่ซวนและสหาย ป่าแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่แปลกใหม่ ั้แ่เด็ก พวกเขาเติบโตมากับพื้นที่แห่งนี้ ต้นไม้ทุกต้น เส้นทางหลายสาย และลำธารต่างๆ ล้วนคุ้นเคยเป็อย่างดี
แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไป... บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป เสียงของสัตว์ป่าค่อยๆ ลดลง ต้นไม้เริ่มบางตา อากาศเย็นลงอย่างผิดปกติ
"แปลก..." จี้อันกล่าวขึ้น "แม้ข้าจะเคยมาถึงที่นี่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน"
ถงจื่ออันมองไปรอบด้าน แม้ปกติเขาจะเป็คนร่าเริง แต่ตอนนี้สีหน้ากลับจริงจังขึ้น "หรือว่าพวกเราจะเข้าใกล้สถานที่นั้นแล้ว"
หลี่ซวนไม่ได้ตอบ เขาเพียงมองไปด้านหน้า เพราะภายในใจของเขา... กำลังรู้สึกถึงบางอย่าง บางอย่างที่อธิบายไม่ได้
ไม่นานนัก หลังจากเดินต่อไปอีกครึ่งชั่วยาม ทั้งสามก็มาถึงสุดขอบของผืนป่า เบื้องหน้า... คือดินแดนรกร้างกว้างใหญ่ พื้นดินมีสีดำปนม่วง ก้อนหินประหลาดกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ แม้ท้องฟ้ายังคงสดใส แต่สถานที่แห่งนี้กลับให้ความรู้สึกราวกับถูกแยกออกจากโลกภายนอก
"นี่มัน..." ถงจื่ออันเบิกตากว้าง "ไม่คิดเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ใกล้หมู่บ้านของพวกเรา"
จี้อันกวาดสายตามองรอบด้านอย่างระมัดระวัง "ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมไม่มีใครอยากเข้ามา"
ส่วนหลี่ซวน... เขายังคงมองไปยังเบื้องหน้า สถานที่แห่งนี้... เหมือนกับตำแหน่งที่เขาเห็นเรือั์ในวันนั้น แต่ตอนนี้กลับไม่มีสิ่งใดอยู่เลย
"แปลก..." หลี่ซวนพึมพำ "วันนั้นข้าเห็นมันน่าจะหยุดอยู่แถวนี้ หรือว่าข้าจะเห็นผิดไป?"
ทันใดนั้นเอง...
ตูม!!
เสียงะเิดังสนั่นขึ้นจากเบื้องหน้า คลื่นพลังงานอันมองไม่เห็นะเิออกซัดพัดกระหน่ำ ฝุ่นควันและเศษหินลอยขึ้นปกคลุมทั่วท้องฟ้า ก่อนที่แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไม่เคยพบเคยเจอจะถาโถมกดทับลงมา!
ปัง!!
ทั้งสามถูกพลังอันไร้รูปบดขยี้จนล้มลงคุกเข่ากับพื้นในทันที ร่างกายหนักอึ้งดั่งถูกูเาลูกใหญ่ทับไว้ หายใจติดขัดจนแทบกระอักเื
"นะ... นี่มันอะไรกัน!" ถงจื่ออันเสียงสั่นระส่าย หน้าซีดเผือด ะโออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "เหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกบดเป็ชิ้นๆ!"
จี้อันกัดฟันแน่นจนเืซึมริมฝีปาก เหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้า เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงยากลำบาก "นี่มันอันใดกัน ข้าไม่เคยได้ยินเลยว่าจะมีสัตว์อสูรทำอะไรแบบนี้ได้..."
"อ้ากกก..." หลี่ซวนกัดฟัน พยายามฝืนแรงกดดันมหาศาลเงยหน้าขึ้น ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ในวินาทีที่ชีวิตตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต พลังลึกลับบางอย่างภายในสายเืของเขาราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้น! ดวงตาสีฟ้าอันสงบนิ่งของเขาพลันทอประกายแสงสีครามเข้มสว่างวาบ ภาพสายลมฝุ่นควันตรงหน้าพลันแปรเปลี่ยน...
เนตรวิเศษของเขามองทะลุชั้นควันหนาแน่น และเริ่มมองเห็น
เบื้องบนท้องฟ้า... เรือั์สลักค่ายกลโบราณลอยตระหง่านอยู่ เหล่าศิษย์ในชุดแปลกๆ บนเรือต่างหมอบลงกับพื้นด้วยสภาพไม่ต่างจากพวกเขานัก และกลางผืนฟ้านั้นเอง มีบุรุษสองคนกำลังเผชิญหน้ากัน!
หลี่ซวนเบิกตากว้าง หัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นตะลึงและหลงใหล เสียงของเขาสั่นระริก
"ข้าเห็นแล้ว..."
"เรือลำนั้น..."
"หรือว่าคนเ่าั้... คือเซียน..."