บทที่ 22 พ่อครัวซุนถูกลงโทษ
สายตาของพ่อครัวซุนที่จ้องมองไปยังสวีเถาเถาราวกับว่าอาบไปด้วยยาพิษ
"นังเด็กเหลือขอเอ๊ย! ฉันล่านกมาทั้งชีวิต แต่ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะโดนนกจิกตาเสียเอง!"
สวีเถาเถานิ่งเงียบไม่พูดอะไร
"เสแสร้ง!"
พ่อครัวซุนมองเธอพลางหัวเราะเยาะ "เธออย่าเพิ่งได้ใจไปก็แล้วกัน! ถ้าอยากได้ตำแหน่งของฉันก็ต้องดูก่อนว่าเธอมีความสามารถมากพอหรือเปล่า!"
พูดจบเขาก็ก้มหน้าทำอาหารต่อ โดยไม่สนใจสวีเถาเถาอีก
หลังจากนั้น สวีเถาเถาก็ถูกเขาสั่งห้ามเข้าครัวหลังร้าน ถูกย้ายไปเป็พนักงานเสิร์ฟด้วยกันกับหนิวชิงเฉ่า
หนิวชิงเฉ่ารู้สึกโกรธแทนเธอ ด่าพ่อครัวซุนว่าหน้าไม่อายไม่รู้จักบุญคุณคนแต่สวีเถาเถาทำเพียงแค่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร
"เธอใจดีเกินไปแล้วนะ! เธอควรจะชี้หน้าด่าเขาไปเลยสิ เธอช่วยเขาไว้แท้ ๆ แต่สุดท้ายเธอกลับต้องมารองรับอารมณ์เขา เขาเป็คนแบบไหนกัน!"
สวีเถาเถาทำหน้าไม่ยี่หระ"ไม่เป็ไรหรอก ฉันเป็แค่พนักงานชั่วคราว ส่วนพ่อครัวซุนเป็พนักงานประจำและเป็หัวหน้าพ่อครัวตราบใดที่ร้านอาหารไม่มีปัญหา แลกกับการที่ฉันโดนดุแค่สองสามคำก็ไม่เห็นเป็ไรเลย"
อาหนิวที่เดินผ่านมาได้ยินคำพูดนั้นของสวีเถาเถาพอดีทำให้ความไม่พอใจที่มีต่อพ่อครัวซุนเพิ่มมากขึ้น และยิ่งรู้สึกสงสารสวีเถาเถามากขึ้นไปอีก
พ่อครัวซุนเอาเปรียบคนอื่นมากเกินไปแล้ว เห็นว่าสวีเถาเถาเป็แค่เด็กสาวคนหนึ่งที่มีตำแหน่งเป็พนักงานชั่วคราว ก็เลยทำกับเธอแบบนี้ อาศัยความเป็ผู้ใหญ่มารังแกคนที่เด็กกว่าหึ! เธอทนดูไม่ได้หรอก!
หลายวันผ่านไปเห็นได้ชัดว่ากิจการร้านอาหารของรัฐบาลแย่ลงเรื่อย ๆ พอลูกค้าได้ยินว่าหัวหน้าพ่อครัวคนเก่าเป็คนทำอาหาร ก็ไม่สนใจจะกินแล้วเดินจากไป
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อพ่อครัวซุนอย่างหนัก ท่าทีของเขาที่มีต่อสวีเถาเถาก็ยิ่งแย่ลงไปอีกเดี๋ยวก็พูดจาประชดประชัน เดี๋ยวก็ทุบหม้อ เขวี้ยงชาม หรือไม่ก็ด่าก่วงซุ่น บรรยากาศในครัวหลังร้านก็ยิ่งน่าอึดอัดมากขึ้นทุกวัน
สวีเถาเถายืนอยู่ที่หน้าต่าง เอามือเท้าคาง พวกเขาเพิ่งกินอาหารสำหรับพนักงานที่พ่อครัวซุนเป็คนทำ มันคือบะหมี่น้ำใสจืด ๆ ไม่ต้องพูดถึงเื่น้ำมันเลย แม้แต่ผักเขียวสักใบก็ไม่มี
เป็แบบนี้มาหลายวันแล้วนี่มันหาเื่กันชัด ๆ !
สวีเถาเถาไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว เธอตัดสินใจแล้วว่าถ้าเบื้องบนยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเธอก็จะลงมือเอง
ในขณะที่สวีเถาเถากำลังคิดอยู่นั้นชายชราสองคนก็เดินเข้ามาจากด้านนอก ทั้งคู่สวมชุดจงซาน เมื่อสวีเถาเถาพิจารณาทั้งสองคนตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน หนึ่งในนั้นเป็คนคุ้นเคยที่เธอรู้จักเป็อย่างดี เขาคือรองผู้อำนวยการเก๋อ
ส่วนชายชราที่มีใบหน้าเคร่งขรึมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นั้น สวีเถาเถาไม่รู้จักเขาหรอก แต่เธอััได้ถึงรังสีของความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
รองผู้อำนวยการเก๋อขยิบตาให้สวีเถาเถาอย่างลับ ๆ ทำให้หัวใจของสวีเถาเถาสั่นไหวทันที
"โอ้! ประธานหลี่กับรองผู้อำนวยการเก๋อมาแล้ว ชิงเฉ่า รีบไปชงชาให้หัวหน้าเร็ว!"
ใบหน้าของอาหนิวสดใสขึ้นมาทันทีรีบจัดเก้าอี้ให้หัวหน้าทั้งสองนั่ง แล้วเร่งให้หนิวชิงเฉ่าไปชงชา
เสียงของเธอดังมาก แค่ะโครั้งเดียว ทั้งร้านอาหารของรัฐก็ได้ยินกันทั่ว
เมื่อทุกคนได้ยินว่าหัวหน้ามา ต่างก็รีบออกมาต้อนรับทันที พ่อครัวซุนพาร่างอวบอ้วนของตัวเองวิ่งมาจนหอบแฮ่ก ๆ
เมื่อเห็นหัวหน้าทั้งสอง พ่อครัวซุนราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน รีบก้มหัวคำนับหัวหน้าทั้งสองอย่างนอบน้อม
"ประธานหลี่ รองผู้อำนวยการเก๋อ! วันนี้ทั้งสองท่านจะรับประทานอะไรดีครับ วันนี้วันจันทร์มีอาหารเยอะแยะ ทั้งเกี๊ยวไส้หมู กุ้งสดที่เพิ่งส่งมา และเนื้อวัวสด ๆ ผมจะทำอาหารให้หัวหน้าสักสองสามอย่าง ครู่เดียวเดี๋ยวก็เสร็จแล้วครับ!"
รองผู้อำนวยการเก๋อรีบห้ามไว้ ใบหน้าเรียบนิ่งไร้รอยยิ้มพลางกล่าวว่า "พ่อครัวซุนไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก วันนี้ผมกับประธานหลี่มาด้วยเื่งาน ไม่ได้มาทานข้าว"
พ่อครัวซุนใจหายวาบ ใบหน้าแข็งเกร็งขึ้นเล็กน้อย แต่ยังฝืนยิ้มแล้วพูด "โอ้ งั้นหัวหน้าทั้งสองมาตรวจงานสินะครับ? ขอบคุณหัวหน้าที่เป็ห่วง ทุกอย่างที่นี่เรียบร้อยดี ทางองค์กรเองก็ดูแลเป็อย่างดีครับ!"
พูดพลางล้วงบุหรี่ออกมาจะยื่นให้ทั้งสองคน
รองผู้อำนวยการเก๋อปฏิเสธ ประธานหลี่แค่นเสียงเ็า พูดตรง ๆ โดยไม่ไว้หน้าว่า "การทำงานในร้านอาหารของรัฐให้ดี ให้บริการประชาชนด้วยความกระตือรือร้น มีประโยชน์กว่าการประจบสอพลอเยอะ!"
ทุกคนอยู่ในอาการใ
คำพูดของประธานหลี่นั้นมีความหมายลึกซึ้งมาก
เห็นได้ชัดว่าวันนี้หัวหน้าทั้งสองไม่ได้มาพร้อมกับข่าวดี จะต้องมีใครบางคนเดือดร้อนแน่
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา อาหนิวและคนอื่น ๆ ก็มองไปที่พ่อครัวซุนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ
มือที่คีบบุหรี่ของพ่อครัวซุนสั่นระริก เหงื่อเย็น ๆ เริ่มไหลอาบใบหน้า
เขายิ้มแห้ง ๆ "ครับ หัวหน้าพูดถูก! ผมบอกทุกคนแบบนี้มาตลอด ร้านอาหารของรัฐในเขตซีเจียงของเราก็ทำได้ดีมาตลอดครับ"
'ปัง!' ประธานหลี่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา ฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง
"ทำได้ดีงั้นเหรอ? ผมว่าคุณมองตัวเองผิดไปเยอะนะ!"
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันที ทำเอาพ่อครัวซุนใความสับสนในแววตาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ประธานหลี่สะบัดกระดาษ พูดเสียงดัง "ซุนเหวินฟู่! คุณอู้งานและเอาเปรียบคนอื่นมาตลอด หัวหน้าระดับสูงเห็นแก่ที่คุณทำงานที่นี่มาหลายปี แม้ไม่มีผลงานแต่ก็ลำบากมาด้วยกันจึงทำเป็มองไม่เห็นตอนนี้มีคนร้องเรียนมาที่หน่วยงาน! บอกว่าคุณแอบดื่มเหล้าในเวลางาน! แอบเอาวัตถุดิบของร้านอาหารเราออกไปขาย! อาหารที่เสิร์ฟให้ลูกค้าก็ขาด ๆ เกิน ๆ !"
"ใครอนุญาตคุณกัน! ผมถามจริง ๆ เถอะ ว่าใครทำให้คุณกล้ามาทำลายชื่อเสียงของร้านอาหารของรัฐ! คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คุณทำมันร้ายแรงแค่ไหน!"
ประธานหลี่ตวาดเสียงดัง ความเ็ปและคับแค้นใจแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด
เขาชี้ไปที่พ่อครัวซุน "ซุนเหวินฟู่ ในฐานะที่เป็สหายเก่าแก่ คุณทำให้องค์กรผิดหวังเป็อย่างมาก!"
"ผม..." สีหน้าของพ่อครัวซุนเปลี่ยนไปจริง ๆ
ประธานหลี่โบกมือส่งสัญญาณเป็เชิงว่าไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว"อย่ามาแก้ตัวกับผมจดหมายร้องเรียนนี้เขียนไว้เป็ลายลักษณ์อย่างชัดเจน คุณคิดว่าองค์กรจะไม่ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนมากล่าวหาคุณเหรอ?!"
"พอเถอะ ผมไม่ได้อยากพูดอะไรมาก เห็นแก่ที่คุณทำงานให้ร้านอาหารของรัฐมาหลายปี ผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจย้ายคุณไปโรงอาหารประจำชุมชนหงชิงหวังว่าคุณจะได้ทบทวนตัวเอง อย่าทำให้องค์กรต้องเสียชื่ออีก!"
หลักฐานที่ประธานหลี่กางออกมาแ่าจนเขาปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งยังได้ยินว่าจะถูกลดตำแหน่งไปอยู่โรงอาหารประจำชุมชนพ่อครัวซุนก็พลันใขึ้นมา เริ่มร้องไห้และขอความเห็นใจ
"ประธานหลี่ ผม ผมแค่หลงผิดไปเท่านั้นผมจะไม่ทำอีกแล้ว ขอคุณโปรดเมตตาให้อภัยผมด้วย ผมทำผิดแค่ครั้งเดียวเอง ผมจะแก้ไข! ผมจะแก้ไขแน่นอน! คุณจะตัดอนาคตผมด้วยความผิดเพียงครั้งเดียวไม่ได้นะ องค์กรไม่ควรทำให้พนักงานเก่าแก่ต้องหมดกำลังใจสิครับ!"
ประธานหลี่ไม่อยากพูดวกวนกับพ่อครัวซุนอีก รองผู้อำนวยการเก๋อที่มีไหวพริบดีจึงรีบรั้งตัวพ่อครัวซุนที่ยังคงร้องไห้ขอความเมตตาเอาไว้ แล้วเขากับก่วงซุ่นก็ช่วยกันลากตัวออกไป
"ถ้าไม่ใช่เพราะองค์กรเห็นว่าคุณเป็สหายเก่าแก่ คุณคงไม่ได้แค่ถูกส่งไปที่ชุมชนหงชิงหรอกเื่ร้ายแรงขนาดนี้สมควรถูกส่งไปฟาร์มเพื่อดัดนิสัยโดยเฉพาะด้วยซ้ำ!"
"อย่ามาทำแบบนี้ คุณเป็สหายเก่า จงออกไปอย่างมีเกียรติซะสถานการณ์จะได้ไม่แย่ลงไปมากกว่านี้!"
เมื่อพ่อครัวซุนเดินออกไป สายตาของประธานหลี่ก็จ้องมาที่สวีเถาเถาทันที
"เธอคือสวีเถาเถาใช่ไหม?"
สวีเถาเถายืนตัวตรงและตอบว่า "สวัสดีค่ะ ประธานหลี่! ฉันชื่อสวีเถาเถา เพิ่งมาทำงานที่ร้านอาหารของรัฐได้ครึ่งเดือนค่ะ!"
ประธานหลี่มองสำรวจใบหน้าที่สงบนิ่ง และท่าทางที่สง่าผ่าเผยของสวีเถาเถา แล้วพยักหน้า
"ฉันได้ยินมาจากคุณเก๋อว่า ่สองวันที่พ่อครัวซุนเข้าโรงพยาบาล เธอเป็คนทำอาหารแทน แล้วก็มีคนมาบอกฉันเป็การส่วนตัวด้วยว่า คนที่มีฝีมือการทำอาหารแบบเธอแต่ยังเป็แค่ผู้ช่วยพ่อครัวถือเป็การสูญเสียของร้านอาหารของรัฐของพวกเรา"
ใบหน้าของสวีเถาเถาแดงระเรื่อ "ประธานหลี่คะ ฉันไม่ทราบเื่นี้มาก่อน ตัวฉันเองไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลยค่ะ!"
ใครกันนะ ใครเป็คนพูดแบบนี้
พูดได้ถูกต้องมากเลย!