เมื่อกลับถึงจวนฟานอวี้มุ่งตรงไปหาท่านแม่ของนางที่เรือนทันที “ท่านแม่เ้าค่ะ ข้าคิดถึงท่านจังเลย ท่านแม่ข้างดงามและใจดีที่สุดเลย..."
“ปากหวานเช่นนี้มีอะไรจะขอใช่หรือไม่ เ้าสี่?”
“เอ่อ..คือว่าข้า...ข้า....”
“ว่าอย่างไรเล่า?เ้าก็รู้ว่าพ่อแม่และพวกพี่ ๆ ของเ้ารักเ้ามากเพียงใด”
ถูกจับได้เช่นนี้แต่เพียงแต่ยิ้มอย่างเก่อเขิน “ท่านแม่ข้าอยากไปเรียนหมอให้เร็วที่สุดเ้าค่ะ ข้าอยากช่วยเหลือผู้คนแต่ข้ายังไม่เก่งพอ ข้าอยากพัฒนาตัวเอง”
เมื่อฮูหยินลู่หลินได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอกกล่าวนางรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
“ลูกแม่ เ้าโตขึ้นแล้วจริง ๆ เอาล่ะพ่อของเ้าบอกไว้ว่า 3 เดือนค่อยเดินทางแต่ถ้าเ้ารีบเร่ง!!! ได้ อีก 7 วันละกันแม่จะต้องส่งจดหมายให้ท่านน้าของเ้าทราบก่อน นางจะได้เตรียมตัวได้ทัน”
เมื่อท่านแม่อนุญาตฟานอวี้อวี้ดีใจสุด
“เย้!!!ข้ารักท่านแม่ที่สุด หอมแก้มทีหนึ่งนะท่านแม่คนงาม อิอิ"
นางทำท่าทางน่ารักออดอ้อนมารดา มีหรือที่มารดาจะปฏิเสธนางได้ “เฮอะ!!! ข้าแพ้ทางนางอีกแล้ว!!!!”
เมื่อจดหมายทางนกพิราบมาถึงแคว้นเหลียง“ท่านอาจารย์ พี่สาวของศิษย์บอกว่านางจะเริ่มเดินทางอีกภายใน4 วันหลานของศิษย์นางรีบมาอยากเรียนวิชาจากอาจารย์เป็ว่าเล่น"
เหมยอิงน้องสาวฮูหยินลู่หลินบอกอาจารย์ของนางหลังได้รับจดหมายจากนกพิราบที่เดินทางจากแคว้นลู่มาถึงแคว้นเหลียงด้วยระยะเวลาเพียงแค่3 วัน “นางช่างรีบร้อนเสียจริง ๆ หลานสาวเ้าคนนี้ ใช้ได้เลยทีเดียวไม่เสียแรงที่บรรพบุรุษข้าพานางมา”
จวิ้นจู่แห่งแคว้นเหลี่ยง องค์หญิงสองมีนามว่าเหลียงฟู่จิ้งพี่สาวของฮ่องเต้แคว้นเหลียง ส่วนฮ่องเต้มีนามว่าเหลียงฟู่มู่ “ไปจัดเตรียมที่อยู่ให้กับนางให้เหมือนกับลูกศิษย์คนอื่น ๆ ไม่ต้องมีอภิสิทธิ์ให้นางเพราะถือว่านางเป็ลูกศิษย์เหมือนกัน หากนางทนไม่ได้ก็ให้นางกลับแคว้นลู่ไปเถอะ!!!”
"เ้าค่ะท่านอาจารย์"
เหมยอิงตอบรับอาจารย์ของนางด้วยเสียงอ่อนใจแต่หารู้ไม่ว่า! อาจารย์ของนางรู้อยู่แล้วว่าฟานอวี้ในร่างลู่ชิงอวี้นั้นนางสามารถเรียนหมอได้อย่างแน่นอน อาจจะเก่งกว่าศิษย์เอกคนอื่น ๆ ก็ได้แต่เพื่อไม่ให้เป็ที่ครหาเลยต้องให้ฟานอวี้ใช้ชีวิตให้เหมือนกับลูกศิษย์คนอื่น ๆ
“ยามใดแล้ว เฟ่ยๆหลิวลี้?”
"ยามเว่ยแล้วเ้าค่ะ(13.00-15.59 น.) "
“เราเดินทางมาได้ 2 วันแล้วนะเมื่อไหร่จะถึงสักที!!! ทำไมช้าจังไม่เหมือนตอนนั้น ตอนที่ข้าไปชายแดนใต้แถวเจียงหนานนั่งฮอลฯ แป๊บเดียวเอง”
ฟานอวี้บ่นเสียงเบา แต่มีหรือที่หลิวลี้ผู้ฝึกยุทธ์จะไม่ได้ยิน“ท่านหญิงข้าว่าท่านพูดภาษาแปลกๆ นะเ้าค่ะ่นี้?”
“ข้าก็แค่บ่นไปเรื่อย!!!ว่าแต่ต้องใช้เวลาเท่าใดถึงจะถึงแคว้นเหลียงละหลิวลี้?”
“นั่งรถม้าก็ประมาณ 12 วัน ถ้าขี่ม้าก็ประมาณ 7 วัน ท่านหญิงถามทำไมหรือเ้าค่ะ?”
“ข้าว่าใช้เวลาเดินทางนานไปเหมือนไปคนละทวีปเลย!!! เอาเป็ว่าข้าจะขี่ม้าดีกว่าจะได้ไปถึงโดยเร็ว ๆ”
“ท่านหญิงท่านขี่ม้าเป็ด้วยหรือขอรับ?”
องครักษ์หนุ่มนามว่าหลิวซางพี่ชายของหลิวลี้อดสงสัยไม่ได้ที่ท่านหญิงอยู่ ๆ นึกอยากจะขี่ม้า
“ข้าพอขี่เป็เ้าไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะค่อย ๆ ขี่มันละกัน ป่ะ!ไปเอาม้าโลหิตมาให้ข้าเถิด!!!"
“เอ่อคือ...”
“ไปเถิด”
ฟานอวี้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเพราะองครักษ์พวกนี้ยังคิดว่านางอ่อนแอขนาดขี่ม้าไม่เป็
“แม่จะขี่ให้พวกเ้าได้ดูเป็ขวัญตาเลยแม่งเอ้ย!!!!”
เมื่อฟานอวี้ได้ม้าโลหิตมาแล้ว ม้าตัวนี้ไม่ยอมให้ใครขี่มันได้ง่ายมันพยศอย่างมาก แต่มีหรือที่ฟานอวี้ในร่างลู่ชิงอวี้จะกลัวเล่นเอาม้าที่พยศอย่างนี้มาให้นาง องครักษ์หลิวซางแกล้งกันชัด ๆ ฟานอวี้เดินเข้าไปใกล้ม้า
“เ้าม้าเ้าไม่ต้องกลัวข้ากับเ้าเป็สหายกันเถิด ต่อไปนี้เ้าไม่ต้องโดนมัดหรือกักขังไว้อีกเ้าสามารถออกวิ่งเล่นได้ตามใจเ้า ข้าจะตั้งชื่อเ้าว่าเสี่ยวไป๋ละกันนะสหายข้า”
เมื่อม้าได้ยินสิ่งที่ฟานอวี้บอกมันดีใจยกขาหน้าชูขึ้นเป็สัญญาณตอบรับ
ทันใดนั้นฟานอวี้ะโขึ้นหลังม้าด้วยท่าทางสง่างามนั่งหลังตรง และพร้อมที่จะออกคำสั่งเ้าเสี่ยวไป๋เตรียมออกเดินทาง ทำเอาหลิวซางอ้าปากค้างตกตะลึง!ไม่อยากจะเชื่อสายตา ว่าท่านหญิงสี่ผู้อ่อนแอขี้โรคจะขี่ม้าเป็และยังเป็ม้าโลหิตม้าที่พยศที่สุดอีกด้วย
“มัวอำอึ้งอยู่ทำไมออกเดินทางสิ!!"
“ขอรับท่านหญิง”
หลิวซางหน้าซีดเผือกทันทีอุตส่าห์แกล้งนางให้กลัว แต่เกินคาดนางกลับไม่กลัว แถมยังขี่มันได้อย่างคล่องแคล่ว
“ไป! เสี่ยวไป๋ เราไปกันเถิด” ฮี้ ฮี้ฮี้...............
ฟานอวี้ควบเ้าเสี่ยวไป๋นำหน้าพวกองครักษ์และทหารคุ้มกันไปก่อนแล้ว
ส่วนเฟ่ยเฟ่ยนั่งรถม้าตามไปเพราะต้องนั่งเฝ้าของมากมายที่ต้องขนไปไม่สามารถจะนั่งขี่ม้าไปกับหลิวลี้ได้
“ท่านหญิงนะท่านหญิงข้าละกลุ้มใจกับท่านจริง!!!”
ใช้เวลาเดินทาง 7 วัน ฟานอวี้ก็มาถึงแคว้นเหลียง
“ว้าว!!! Amazingwelcome to liang city”
ฟานอวี้ะโพูดประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ ทำให้ประชาชนแคว้นเหลียงที่ได้ยินถึงกับมึนงงกับภาษาแปลก ๆ
“ข้าว่าพวกเราไปหาท่านน้าเหมยอิงที่จวนท่านตากันเถิด”
“ท่านน้าของท่านรอท่านอยู่ที่สำนักโรงฝึกหมอแล้วเ้าค่ะก่อนออกเดินทาง ฮูหยินลู่หลินบอกว่าให้ท่านหญิงไปพบท่านน้าที่สำนักโรงฝึกหมอและให้ท่านหญิงใช้ชีวิตแบบลูกศิษย์ทั่วไป อย่าเปิดเผยสถานะของท่านหญิงเ้าค่ะ”
“OK!!งั้นข้าให้พวกเ้าเรียกข้าว่า ฟานอวี้ละกัน พวกเ้าเป็เพื่อนของข้าเข้าเรียนสำนักเดียวกับข้าด้วยนะหลิวลี้ รวมไปถึงก็เฟ่ยเฟ่ยด้วยรอรายนั้นมาถึงก่อน ส่วนเ้าหลิวซางเ้าก็ต้องเข้าเรียนด้วยนะ”
“ข้าเหรอ!!!เอ่อคือข้าต้องคุ้มกันความปลอดภัยให้กับท่านนะขอรับ!!!”
“เหอะ!!!อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เื่ม้าพยศ ดีที่ข้าถูกชะตากับเ้าเสี่ยวไป๋ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงจะยังไม่ถึงแคว้นเหลียง”
“เอ่อ...คือข้าขอโทษขอรับท่านหญิงโปรดลงโทษข้าด้วยเถิด!!!”
“ช่างเถิดข้าเป็หมอฟานอวี้ผู้มีจิตใจงดงาม เอาละ! ข้าจะยกโทษให้ แต่เ้าต้องเข้าเรียนด้วย OK ไหม?”
“อะไรคือโอเคขอรับ?”
“ก็หมายถึง ตกลงไง ทำไมเ้าถึงได้ถามให้มากความกัน!!!”
“ตกลงขอรับ”
หลิวซางปาดเหงื่ออย่างไม่หยุดหย่อนพลางนึกในใจ
“ไม่น่าคิดผิดมาคุ้มกันท่านหญิงเลยอยู่สู้คุ้มกันองค์ฮ่องเต้หรือเหล่าองค์หญิงองค์ชายไม่ดีกว่าหรือ เฮอะ!!!”