เช้าวันรุ่งขึ้นอี้ฮวาในร่างองค์ชายน้อยถูกปลุกขึ้นมาั้แ่เช้าตรู่ เมื่อวานเยว่ซินบอกนางแล้วว่านางมีเรียนั้แ่เช้า แต่อี้ฮวาไม่คิดว่าจะต้องตื่นมาเช้าขนาดนี้
เมื่อวานนางจัดการให้ จ้ง กลายเป็องครักษ์ประจำตัวของนาง เมื่อก่อนเยว่เล่อไม่ชอบให้มีใครมาตามติดเขา แต่อี้ฮวาไม่เหมือนกัน นางต้องมีผู้ช่วย เพื่อช่วยบอกนางว่าที่ไหนเป็ที่ไหน แล้วบุคคลที่พบเจอเป็ใคร
เมื่อตื่นเช้าอาบน้ำ ก็มานั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหาร อาหารละลานตาจนอี้ฮวาที่จ้องมองเกือบน้ำลายไหลออกมา การเป็เ้าเด็กนิสัยไม่ดีนั่นก็ดีเหมือนกันแฮะ นางได้แต่คิดในใจ ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหาร
ขณะที่กำลังจะเริ่มลงมือทานอาหาร ได้มีขันทีผู้หนึ่งเดินเข้ามายืนขนาบอยู่ด้านข้าง อี้ฮวาได้แต่สงสัยแต่ไม่ได้สนใจมากนัก นางคีบอาหารเข้าปากอย่างมีความสุข แต่ก่อนที่นางจะได้คีบอาหารคำต่อมา นางถูกพัดตีมืออย่างแรงหนึ่งที
"โอ้ย ท่านตีข้าทำไมกันเนี่ย"
อี้ฮวาร้องอย่างเ็ป ก่อนจะลูบมือที่เริ่มมีรอยแดงเบาๆ
"หม่อมฉันมีหน้าที่สอนองค์ชายถึงมารยาทบนโต๊ะอาหาร ต้องหมดปากก่อนถึงจะคีบคำต่อไปได้ เมื่อองค์ชายทำผิดก็ต้องถูกทำโทษ"
กงกงผู้นั้นมีนามว่าหนานกงกง เขามีหน้าที่อบรมเื่มารยาทต่างๆให้แก่เหล่าเชื้อพระวงศ์
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าบูดเบี้ยว นางขอถอนคำพูดที่ว่าการเป็เยว่เล่อก็ดีเหมือนกันออก แม้แต่กินข้าวยังกินตามใจชอบไม่ได้ แม้อาหารจะดีเลิศแค่ไหน แต่สำหรับนางมันไม่ดีเอาเสียเลย อย่าบอกนะว่าที่เยว่ซินบอกนางว่าต้องตื่นมาเรียนแต่เช้า คือมาเรียนการกินข้าวที่ถูกวิธี โอ้ ข้าอยากกลับร่าง ข้าอยากลับร๊าง
อี้ฮวาที่บ่นพึมพำถูกหนานกงกงตีเข้าที่บ่าอีกหนึ่งที แม้จะไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่มันก็เจ็บอยู่นะ
"เวลาเสวยพระกระยาหารห้ามพูดคุยนะพะยะค่ะ"
อี้ฮวาที่ตอนนี้แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ได้แต่หันกลับไปกินข้าวต่อ ขณะที่กินไปได้ไม่กี่คำ หนานกงกงก็ตีเข้าที่มือของนางอีกครั้ง
"ครั้งนี้อะไรอีกล่ะ"
อี้ฮวาที่พูดขึ้นมารีบเอามือปิดปากตัวเองทันที ไม่งั้นนางอาจจะโดนทำโทษ โทษฐาน 'เวลาเสวยพระกระยาหารห้ามพูดคุย' อีก
"กระหม่อมเคยบอกแล้วใช่ไหมพะยะค่ะ การเป็เชื้อพระวงศ์ต้องรู้จักระมัดระวังตัว ห้ามเลือกกินโดยเด็ดขาด หากมีผู้ประสงค์ร้ายวางยาในจานที่พระองค์ทรงโปรดจะทำเช่นไร พระองค์คีบอาหารจานปลาซ้ำเกิน 2 ครั้ง ดังนั้นต้องเสวยอาหารจานอื่นได้แล้วพะยะค่ะ"
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่เถียงอยู่ในใจว่า ข้าคืออี้ฮวาไม่ใช่เชื้อพระวงศ์เสียหน่อย และแล้วอาหารมื้อเช้าก็จบลงด้วยการที่อี้ฮวากินไปน้ำตาตกในไป นางถูกตีที่บ่าไป1ที ตีมือไปอีก4ที แถมยังถูกบังคับให้กินพริกหยวกที่นางเกลียดมากๆไปด้วยหนึ่งคำ ข้าคิดถึงท่านพ่อท่านแม่และพี่อี้ผิงเหลือเกิน ฮือๆ
----------------------
ทางฝั่งเยว่เล่อ เขาตื่นขึ้นมาั้แ่เช้าตรู่ด้วยความเคยชิน จนเหล่าบ่าวรับใช้ในจวนได้แต่สงสัย หรือวันนี้คุณหนูอี้ฮวาจะออกไปธุระกันนะ
เยว่เล่อที่ไม่รู้ความในใจของผู้อื่น เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็อาบน้ำแต่งตัว เขาเดินไปเลือกเสื้อผ้าที่ตู้เสื้อผ้าของอี้ฮวา เขาหยิบชุดที่คิดว่าจะใส่ออกมากางให้แน่ใจก่อนว่าจะไม่เป็เหมือนชุดในวันนั้น เมื่อแน่ใจแล้วเขาก็หยิบชุดตัวนั้นมาสวมใส่ หลังจากนั้นสาวใช้ก็เข้ามาช่วยเขาเกล้าผม
เขาทำกิจวัตรเสร็จก็เตรียมไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร แต่ก็งุนงงที่ยังไม่มีอาหารวางอยู่บนโต๊ะ เขาจึงได้เรียกสาวใช้เข้ามาสอบถามถึงได้รู้ว่าจวนนี้จัดโต๊ะอาหารเช้าเวลายามเฉิน ซึ่งช้ากว่าที่ตำหนักของเขาที่จัดในเวลายามเหม่า เขาจึงนั่งรออย่างสงบอยู่ที่โต๊ะอาหาร
เมื่อวานเป็งานแต่งงานของเหม่ยเซียนกับแม่ทัพอี้ รวมทั้งอี้ผิงที่เหน็ดเหนื่อยกับการรับแขกพวกเขาทั้งสามจึงตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย
เมื่อทั้งสามมาที่โต๊ะอาหารก็ประหลาดใจที่พบอี้ฮวานั่งรออยู่ ปกติอี้ฮวาจะตื่นสายที่สุดในบรรดาพวกเขา อีกทั้งวันนี้อี้ฮวายังนั่งรออย่าสงบ ไม่ลุกไปวิ่งเล่นรอพวกเขามาถึง สร้างความประหลาดใจให้พวกเขาทั้งสามคนมาก สงสัยนางจะตื่นเต้นกับงานแต่งงานเมื่อวานนี้
เมื่อโต๊ะอาหารจัดเรียบร้อย เยว่เล่อที่เห็นอาหารตรงหน้าก็มองไปที่สาวใช้เป็เชิงถามว่า หมดแล้วหรือ สาวใช้ที่ถูกเยว่เล่อมองมาก็ได้แต่งุนงงจนอี้ผิงที่เห็นอดถามขึ้นไม่ได้
"น้องเล็กมีอะไรงั้นหรือ"
เยว่เล่อที่นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาเป็อี้ฮวาได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ แล้วเริ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาจัดการกับอาหารตรงหน้า
เมื่อคนอื่นๆเห็นดังนั้นก็เริ่มทานอาหารเช้าพร้อมกัน เหม่ยเซียนคีบเนื้อปลาส่งให้อี้ฮวาที่นั่งข้างๆ แล้วพูดขึ้นว่า
"ลูกชอบกินปลาก็ทานเยอะๆนะลูก"
เยว่เล่อได้ยินดังนั้นก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เขากินแต่อาหารที่เขาชอบได้จริงๆหรือ ขนาดตอนเป็องค์ชายเขายังทำแบบนี้ไม่ได้เลย เขาเริ่มรู้สึกอิจฉายัยเด็กน่ารำคาญขึ้นมานิดๆไม่ได้
เขาค่อยๆเอื้อมมือไปคีบน่องไก่ตุ๋นรังนก ราดด้วยน้ำจิ้มหวานสูตรพิเศษ กลิ่มหอมของอาหารจานนี้ทำให้เขาอยากกินซ้ำๆ เมื่อคีบไปหลายครั้งไม่มีใครว่าอะไรเขา เขาจึงคีบกินแต่อาหารที่เขาชอบ นี่มัน์ชัดๆ เขาไม่ต้องทนกินผักที่เขาไม่ชอบอีก อยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ เขาได้แต่คิดในใจ
แม่ทัพอี้ที่เห็นบุตรสาวมีความสุขในการกิน เขาก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย เมื่อคืนนี้เขาและภรรยาได้หารือกันว่าจะพาอี้ผิงและอี้ฮวาออกไปท่องเที่ยวที่ต่างเมือง เพราะเขาได้รับวันหยุดหลังแต่งงานเป็กรณีพิเศษยาวเกือบครึ่งเดือน ดังนั้นเพื่อชดเชย่เวลาที่ผ่านมา เขาจะพาพวกนางออกไปท่องเที่ยว
"เมื่อคืนข้าปรึกษากับน้องเหม่ยว่าวันนี้จะพาพวกเ้าไปเที่ยวที่นอกเมืองกัน ดีหรือไม่"
อี้ผิงและเยว่เล่อที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับรัวๆอย่างดีใจ ก่อนจะรีบไปเก็บข้าวของเพื่อเตรียมออกเดินทาง
หลังจากนั้นทั้งสี่ก็เดินทางออกไปท่องเที่ยวอย่างมีความสุข โดยที่เยว่เล่อลืมเื่ที่อี้ฮวาอยู่ในร่างเขาที่ยังอยู่ในวังหลวงเสียสนิท
--------------------------------
ทางด้านอี้ฮวาที่อ่อนระโหยโรยแรงจากการกินข้าวเช้าไม่อิ่ม ต้องเดินไปที่ตำหนักกลางน้ำเพื่อเรียนการดำเนินชีวิตตามหลักของขงจื๊อ
อาจารย์ผู้มาสอนในวันนี้เป็อาจารย์ที่ให้ความรู้แก่เหล่าเชื้อพระวงศ์มาหลายต่อหลายรุ่น รวมทั้งยังเคยเป็อาจารย์ของฮ่องเต้คนปัจจุบันมาก่อนด้วย
อี้ฮวานั่งทนฟังการสอนที่เข้าหูบ้างไม่เข้าหูบ้างอย่างง่วงงุน อาจารย์ท่านนั้นก็ร่ายคำสอน หลับตาส่ายหัวท่องตำราหมุนวนไปหมุนวนมา จนอี้ฮวาที่นั่งสัปงกแล้วสัปงกอีกกว่าจะจบการสอนในเื่นี้
เมื่อจบการสอนการดำเนินชีวิต ก็กำลังจะเริ่มการสอนเื่การเมืองการปกครองต่อ อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นแทบจะเอาหัวโคกโต๊ะให้ตัวเองสลบเพื่อหนีการเรียน แต่นางก็ได้แค่คิด สุดท้ายก็ต้องมานั่งสัปงกฟังต่อจนจบ โชคดีที่่นี้ไม่มีการทดสอบใดๆ นางจึงได้แต่นั่งฟังอยู่เงียบๆ
จนพักกลางวัน อาหารมาจัดรอนางอยู่ที่โต๊ะอาหารมากมาย แต่อี้ฮวาที่ได้เห็นดัังนั้นกลับไม่ได้ดีใจแต่อย่างใด เพราะอาหารนั้นมาคู่กับหนานกงกงเสมอ ดังนั้นนางจึงรู้สึกห่อเหี่ยวกับอาหารตรงหน้าเป็อย่างมาก และก็ยังคงกินอาหารแบบน้ำตาตกในตามเคย
่บ่ายมีการเรียนการสอนวิชาปรัชญา อี้ฮวาได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นางได้แต่นับถือเยว่เล่ออยู่ในใจ เขาทนเรียนวนไปวนมาแบบนี้ได้อย่างไรกัน อี้ฮวาที่นั่งบ่นพึมพำกับตัวเองได้แต่นั่งขยับยุกยิกๆด้วยความเบื่อ แต่ก็ทนฟังจนจบ
ยัง มันยังไม่จบ ยังเหลือวิชาโคลงกลอนต่ออีกหนึ่งวิชา อี้ฮวาที่ทนไม่ไหวแล้วในตอนนี้ ได้แต่วิ่งหลบเหล่านางกำนัลและองครักษ์ ออกไปที่ด้านนอกตำหนักกลางน้ำทันที นางทนเรียนต่อไปไม่ไหวแล้ว
อี้ฮวาที่หนีออกมาได้พบเข้ากับเสนาบดีลู่ที่กำลังเดินอยู่ นางรีบวิ่งเขาไปหาเขาทันทีและกระซิบบอกว่า
"ท่านอาลู่ช่วยข้าด้วย หากใครถาม บอกว่าท่านไม่พบไม่เห็นข้าที"
กล่าวจบอี้ฮวารีบะโไปด้านหลังพุ่มไม้ทันที
เสนาบดีลู่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้สงสัยอะไรในคำเรียกขาน เพราะฮองเฮาคนปัจจุบัน คือพี่สาวคนรองของเขาเอง นางได้แต่งให้กับฮ่องเต้สมัยยังเป็องค์ชาย และได้รับสถาปนาขึ้นเป็ฮองเฮาภายหลังที่เขาได้รับสถาปนาขึ้นเป็ฮ่องเต้ ดังนั้นเขาจึงมีศักดิ์ที่อาขององค์ชายน้อยตรงหน้า
บรรดาเหล่าองครักษ์และนางกำนัลที่วิ่งตามมาถามหาองค์ชายน้อย เสนาบดีลู่ที่ได้ยินก็ส่ายหน้าให้เป็คำตอบ ดังนั้นคนทั้งกลุ่มจึงวิ่งจากไป
อี้ฮวาที่เห็นผู้คนจากไปหมดแล้วได้เข้าไปขอให้เสนาบดีลู่พานางไปจวนแม่ทัพอี้
"ท่านอาท่านช่วยพาข้าไปจวนแม่ทัพอี้ได้ไหมขอรับ"
"เ้าจะไปทำอะไรงั้นหรือ"
นางกลอกตาไปมาก่อนจะตอบว่า
"ข้าลืมของไว้ที่อี้ฮวา ขอรับ"
แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้นางต้องน้ำตาตกในหนักกว่าต้องทนนั่งเรียนหนังสืออีก นั่นก็คือ
"แม่ทัพอี้ ฮูหยิน อี้ผิงและอี้ฮวา ออกเดินทางไปท่องเที่ยวั้แ่เมื่อเช้าแล้ว อาจจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะกลับมา"
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็สติหลุดลอยออกไปแล้วในตอนนี้ เหตุใดเขาได้ไปท่องเที่ยว ขณะที่นางต้องทนเรียนอุดอู้อยู่ที่นี่ ์ช่างกลั่นแกล้งนางจริงๆ ดังนั้นนางจึงร้องไห้อย่างเสียใจมากๆออกมา จนเสนาบดีลู่งุนงง สงสัยจะลืมของสำคัญมากจริงๆ
หลังอี้ฮวาพาร่างไร้ิญญากลับมาที่ตำหนักเยว่เล่อ นางก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอยากหมดอาลัยตายอยาก ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่อี้ผิง พวกเขาไม่รักนางแล้ว ฮือๆๆๆ
ระหว่างที่นางร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในห้อง เยว่ซินได้พาหมอหลวงมาเพื่อตรวจร่างกายให้น้องชายของนาง
เมื่ออี้ฮวาเห็นเยว่ซิน นางก็วิ่งเข้าไปกอดเยว่ซินพลางร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก นางพึมพำจนฟังไม่ออกว่าพูดว่าอะไร
เยว่ซินที่เห็นดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าน้องชายนางต้องไม่สบายอย่างแน่นอน แต่เมื่อหมอหลวงตรวจดูก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดผิดปกติ เขาจึงได้จัดยาบำรุงให้และขอตัวจากไป
เยว่ซินที่พยายามถามน้องชายแต่ก็ไม่ได้คำตอบ นางได้แต่ปลอบจนน้องชายหลับไป
หลังจากนั้นเยว่ซินได้มาพบกับเสนาบดีลู่ที่พาอี้ฮวาในร่างเยว่เล่อกลับตำหนัก
"เสด็จอา น้องชายของข้าเป็อะไร ท่านพอทราบไหมเพคะ"
เสนาบดีลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า
"ก่อนหน้านี้เขาขอให้ข้าพาเขาไปจวนแม่ทัพอี้ เขาบอกว่าเขาลืมของสำคัญไว้กับอี้ฮวา พอข้าบอกว่าพวกเขาไปท่องเที่ยวหลายวันกว่าจะกลับ องค์ชายก็เป็เช่นนี้มาตลอดพะยะค่ะ"
เขาคิดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า
"ข้าคิดว่าของสิ่งนั้นคงเป็ของสำคัญมากจริงๆ"
เยว่ซินที่ได้ยินดังนั้นก็คิดตาม น้องชายของนางจะลืมอะไรได้ อย่าบอกนะว่า... เขาคิดถึงชุดฟูฟ่องชุดนั้น
และแล้วเื่ราวในวันนี้ของอี้ฮวาก็จบลง