เซวียเฟยเฉินโกรธจัดจนกระอักเืออกมาคำใหญ่ เขาพยุงกายลุกขึ้นตวาดกร้าว "เซิ่งซี เ้าอย่าให้มันมากเกินไปนัก! สัตว์อสูรพวกนี้ล้วนเป็พวกข้าที่สังหาร!"
"แล้วยังไงเ้าคะ?" เซิ่งซีไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา นางกับเซียวหลีลั่วยังคงสนุกกับการเก็บกวาดซากศพต่อไปอย่างร่าเริง
เซิ่งหรูเยว่กล่าวอย่างขุ่นเคือง "ศิษย์พี่ของเ้าเพิ่งพูดไปเองว่า ใครฆ่าสัตว์อสูรก็เป็ของคนนั้น ในเมื่อพวกข้าเป็คนฆ่า พวกเ้ามีสิทธิ์อะไรมาเก็บไป?"
เซียวหลีลั่วฟันกระบี่สังหารสัตว์อสูรที่พุ่งเข้ามาหาเขาได้ตัวหนึ่ง ก่อนจะพูดกับเซิ่งซีด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "ข้าเคยพูดแบบนั้นจริง ๆ ศิษย์น้อง หรือพวกเราเลิกเก็บของพวกเขากันดีหรือไม่? เ้าอยากได้อะไร เดี๋ยวข้าไปฆ่าให้เอง"
ศิษย์พี่ห้าช่างเป็คนดีเกินไปแล้ว มิน่าเล่าในนิยายต้นฉบับถึงถูกนางเอกปั่นหัวจนจบเห่ขนาดนั้น
เซิ่งซีถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ศิษย์พี่เ้าคะ ถ้าเมื่อครู่พวกเรายังติดอยู่ในค่ายกลสังหารใจ ท่านคิดว่าพวกเขาจะยอมรับฟังเหตุผลกับพวกเราหรือไม่เ้าคะ?"
เซียวหลีลั่วชะงักไป เมื่อครู่ตอนที่พวกเขาถูกขังอยู่ในค่ายกลสังหารใจ กลุ่มคนสำนักลั่วเฟิงพวกนั้นทำตัวเหมือนโจรป่าไม่มีผิด มีหรือที่จะยอมคุยด้วยเหตุผล?
เซิ่งซีชูกระบี่ของนางขึ้น "ศิษย์พี่เ้าคะ จำไว้ให้ดีนะเ้าคะ ศักดิ์ศรีอยู่บนคมกระบี่เท่านั้น และความจริงก็อยู่ภายใต้ระยะของพลังเราเท่านั้น ความแข็งแกร่งต่างหากคือเหตุผลที่แท้จริง!"
มีเหตุผลแฮะ! เขาฝึกกระบี่มาไม่ใช่เพื่อให้ใครมารังแกนี่นา!
เซียวหลีลั่วเผยรอยยิ้มสดใสให้เซิ่งหรูเยว่ "เ้าอยากจะลองคุยเหตุผลกับกระบี่ในมือข้าดูหน่อยหรือไม่ล่ะ?"
เืสีแดงฉานของสัตว์อสูรหยดลงจากคมกระบี่สู่พื้นดิน หมีดำั์ที่ถือกระบี่แสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวอันแหลมคม ทำเอาเซิ่งหรูเยว่รู้สึกเหมือนตกลงไปในขุมนรก
เ้าพวกนี้มันพวกคนบ้าชัด ๆ !
เซิ่งซีเร่งความเร็วในการเก็บกวาดซากศพ โดยมีเซียวหลีลั่วคอยคุ้มกันอยู่รอบ ๆ สัตว์อสูรตัวไหนที่พุ่งเข้ามาล้วนถูกเขาจัดการจนสิ้น
เวินเจ๋อิและลวี่เสี่ยงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสัตว์อสูร ต่างใช้มืออันว่องไวทำความสะอาดซากสัตว์อสูร แยกแก่นอสูรหรือส่วนที่ต้องเก็บรักษาเป็พิเศษออกมาจัดการอย่างรวดเร็ว
สี่ศิษย์พี่ศิษย์น้องประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ จนกลุ่มคนสำนักลั่วเฟิงมองอย่างอิจฉาริษยาจนตาแทบจะถลน
สำนักลั่วเฟิงของพวกเขามักจะเป็ผู้ครองความเป็หนึ่งในแดนลับเสมอมา ั้แ่เมื่อไหร่กันที่ต้องยอมให้คนอื่นมาเหยียบหัวแบบนี้?
ค่ายกลที่พวกเซวียเฟยเฉินใช้พักผ่อนชั่วคราวถูกโจมตี เขารู้ดีว่าความสงบสุขเพียงชั่วครู่นี้กำลังจะหายไป จึงหันไปสั่งเซิ่งหรูเยว่ "อีกเดี๋ยวข้ากับศิษย์น้องจะออกไปสังหารศัตรู เ้าทำหน้าที่เก็บกวาดซากสัตว์อสูรซะ เก็บมาให้ได้มากที่สุด อย่าให้พวกเซิ่งซีเอาไปได้หมด"
เซิ่งหรูเยว่มองซากสัตว์อสูรที่ตายอย่างอนาถเ่าั้ แล้วพยักหน้าตอบรับอย่างจำใจ
เมื่อค่ายกลป้องกันหายไป พวกเซวียเฟยเฉินก็ลงมือทันที เซิ่งหรูเยว่ถูกคุ้มกันไว้ตรงกลาง ทำให้ซากสัตว์อสูรที่นางเก็บได้นั้นมีจำนวนจำกัดมาก
จนกระทั่งคลื่นสัตว์อสูรสลายตัวไป ฝั่งเซิ่งซีเก็บกวาดจนได้ของเต็มกระเป๋า ส่วนทางเซิ่งหรูเยว่กลับเก็บซากสัตว์อสูรขั้นแก่นพลังทองคำได้เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น
คลื่นสัตว์อสูรเหยียบย่ำป่าแถบนี้จนเละเทะไม่มีชิ้นดี ต้นไม้สูงใหญ่ถูกสัตว์อสูรพุ่งชนและถูกลูกหลงจากการโจมตีของพวกเซวียเฟยเฉินจนเหลือเพียงเถ้าถ่านและเศษซากที่พังทลาย
เซิ่งซีใช้จิตหยั่งรู้ตรวจสอบสมรภูมิ เพื่อหาซากสัตว์อสูรที่อาจตกหล่น ทันใดนั้นนางก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา!
ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งยังไม่ตาย และที่สำคัญที่สุดคือบนตัวของมันมีใบไม้แห้งใบหนึ่งวางทับอยู่
เซิ่งซีตั้งท่าจะบอกข่าวนี้กับเซียวหลีลั่ว แต่กลับเห็นเซิ่งหรูเยว่เผยสีหน้าดีใจและกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน
เซิ่งซีจึงพุ่งตัวออกไปทันที เมื่อเซิ่งหรูเยว่เห็นดังนั้นนางก็เร่งความเร็วขึ้น ทั้งสองคนมาถึงข้างกายสัตว์อสูรที่ลมหายใจรวยรินพร้อม ๆ กัน
เซิ่งหรูเยว่ยื่นมือหมายจะคว้าใบไม้แห้งใบนั้น แต่ถูกกระบี่ของเซิ่งซีขวางไว้
เซิ่งหรูเยว่จำต้องชักมือกลับ นางมองเซิ่งซีด้วยสายตาน่าสงสาร "เสี่ยวซี เ้าแย่งสัตว์อสูรของพวกเราไปตั้งมากมายขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมเลิกราอีกหรือ? นี่มันก็แค่กระต่ายฉงิขั้นรวบรวมปราณตัวเดียวเองนะ"
กระต่ายฉงิเป็สัตว์อสูรระดับต่ำ ในโลกผู้ฝึกตนมันไม่ได้ต่างอะไรจากกระต่ายป่าในโลกมนุษย์ ผู้ฝึกตนทั่วไปยังไม่แม้แต่จะล่าพวกมันด้วยซ้ำ
"ท่านให้ความสำคัญกับสัตว์อสูรตัวนี้ขนาดนั้นเลยหรือเ้าคะ?" เซิ่งซีถาม
เซิ่งหรูเยว่เม้มปากพยักหน้า "ข้าเห็นว่ามันยังมีลมหายใจอยู่ อยากจะไว้ชีวิตมันและเอามันมาเป็สัตว์เลี้ยงของข้าน่ะ"
"ได้เ้าค่ะ เช่นนั้นก็ยกให้ท่าน" เซิ่งซีพูดง่ายอย่างคาดไม่ถึง นางโน้มตัวลงหยิบใบไม้แห้งบนตัวกระต่ายฉงิขึ้นมา แล้วหันหลังเดินจากไปทันที
เซิ่งหรูเยว่เบิกตากว้าง "เดี๋ยวก่อน!" นางจ้องใบไม้แห้งในมือเซิ่งซีเขม็งจนเริ่มจะควบคุมสีหน้าไม่อยู่
"ใบไม้ใบนี้สวยดีนะ ข้าขอดูหน่อยได้หรือไม่?"
"ข้ายกกระต่ายฉงิให้ท่านไปแล้ว ท่านยังจะมาแย่งใบไม้แห้งใบเดียวกับข้าอีกหรือเ้าคะ?" เซิ่งซีหมุนใบไม้แห้งในมือเล่นพลางเลิกคิ้วมองเซิ่งหรูเยว่
เซวียเฟยเฉินที่เพิ่งตามมามองไม่ออกว่าใบไม้ใบนั้นมีความพิเศษอย่างไร จึงกระซิบบอกเซิ่งหรูเยว่ว่า "มันก็แค่ใบไม้ใบเดียว ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลย"
เซิ่งหรูเยว่ไม่สนใจเขา นางยังคงจ้องมองใบไม้ในมือเซิ่งซีเขม็ง
เวินเจ๋อิััได้ถึงความไม่ชอบมาพากล จึงเอ่ยถามเสียงดัง "สิ่งที่เ้าหมายตาไว้ คือกระต่ายฉงิที่าเ็ตัวนี้ หรือแค่ตั้งใจจะแย่งของของศิษย์น้องข้ากันแน่?"
หลี่เหยียนรุ่ยอุ้มกระต่ายฉงิที่สลบไสลขึ้นมา แล้วเอามาวางตรงหน้าเซิ่งหรูเยว่เพื่อเอาใจ "ศิษย์น้อง าแของกระต่ายตัวนี้ไม่หนักมาก กลับไปรักษาหน่อยเดี๋ยวก็หาย พวกเราไปกันเถอะ อย่าไปลดตัวเสวนากับพวกเขาเลย ั้แ่เด็ก เสี่ยวซีก็ไม่เคยเห็นของดี ๆ มาก่อน เลยเห็นใบไม้แห้งใบเดียวเป็สมบัติล้ำค่าน่ะ"
"ท่านจะไปรู้อะไร!" เซิ่งหรูเยว่ตวาดเบา ๆ
นางแทบอยากจะยื่นมือไปกระชากใบไม้จากมือเซิ่งซีเสียเดี๋ยวนี้
หลี่เหยียนรุ่ยชะงักไป คาดไม่ถึงว่าศิษย์น้องเล็กที่แสนอ่อนโยนจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้
เซวียเฟยเฉินกล่าวเสียงเข้ม "เซิ่งซี ก็แค่ใบไม้ใบเดียว ในเมื่อพี่สาวเ้าชอบ เ้าก็ยกให้นางไปเถอะ"
"ศิษย์น้องข้าก็ชอบเหมือนกัน ทำไมต้องยกให้นางด้วยล่ะ?" เซียวหลีลั่วเงื้อกระบี่ยาวขึ้นมาอย่างไม่พอใจ สีหน้าแสดงออกชัดว่าพร้อมสู้ทุกเมื่อ
เซวียเฟยเฉินที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคลื่นสัตว์อสูรมาอย่างหนักไม่กล้ารับคำท้า เขาหันหลังเดินจากไป "พวกเราไปกันเถอะ!"
เซิ่งหรูเยว่จำใจเดินตามพวกเขาไป แต่นางก็ยังหันกลับมามองใบไม้ในมือเซิ่งซีอยู่บ่อย ๆ ท่าทางของนางยิ่งทำให้เซิ่งซีมั่นใจว่านี่คือใบไม้ไร้ลักษณ์แน่นอน
ด้วยระดับพลังของกระต่ายฉงิตัวนั้น มันควรจะตายไปในคลื่นสัตว์อสูรตั้งนานแล้ว แต่ใบไม้ไร้ลักษณ์ใบนี้ได้ช่วยสูบอายุขัยจากสัตว์อสูรตัวอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ มาให้มัน มันจึงสามารถยื้อชีวิตมาได้จนถึงป่านนี้
เซิ่งซีจึงสันนิษฐานว่าใบไม้แห้งบนตัวมันคือใบไม้ไร้ลักษณ์ แต่นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเซิ่งหรูเยว่รู้เื่นี้ได้อย่างไร
เมื่อได้ใบไม้ไร้ลักษณ์มาแล้ว ภารกิจของพวกนางก็ถือว่าสำเร็จ เซิ่งซีกำลังจะเก็บของลงในแหวนมิติ ทันใดนั้นเสียงที่แหบพร่าและแก่ชราก็ดังขึ้นที่ข้างหู "นางหนูนี่ รนหาที่ตายนัก!"
พลังที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากตัวเซิ่งหรูเยว่ และพุ่งตรงเข้าหาเซิ่งซีโดยตรง ทว่าคนรอบข้างกลับไม่มีใครรู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ต่างคนต่างยังคงคุยกันตามปกติ
เซิ่งซีรู้สึกเหมือนเวลารอบตัวถูกทำให้ช้าลง นางถูกพลังจากตัวเซิ่งหรูเยว่ตรึงร่างไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ และเกือบจะมองเห็นความตายของตัวเองอยู่รำไร
ทว่าในอึดใจถัดมา พลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าก็พุ่งออกมาจากตัวเซิ่งซี ป้องกันการโจมตีที่กำลังจะถึงตัวนางไว้ได้ทันท่วงที การโจมตีถูกสะท้อนกลับไป เซิ่งหรูเยว่ถูกพลังสะท้อนกลับจนกระอักเืออกมาและสลบเหมือดไปทันที
พวกเซวียเฟยเฉินต่างพากันตื่นตระหนกและวุ่นวายกันยกใหญ่
สร้อยที่คอของเซิ่งซีแตกกระจาย ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ แต่ในชั่วขณะนั้นนางกลับยิ้มออกมา
นางนึกความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเซิ่งหรูเยว่ออกแล้ว!
บนตัวของเซิ่งหรูเยว่ มีตาแก่อยู่ด้วยคนหนึ่ง!
มิน่าล่ะเซิ่งหรูเยว่ถึงรู้เื่ไข่เฟิ่งหวง สามารถจำใบไม้ไร้ลักษณ์ได้ และล่วงรู้ความลับที่คนทั่วไปไม่รู้
เมื่อครู่ก็คือตาแก่นั่นที่ลอบโจมตีเซิ่งซี แต่ถูกสร้อยที่จิ้งเฉินหยวนจวินมอบให้ป้องกันไว้ได้
"ศิษย์พี่เ้าคะ พวกเราไปกันเถอะเ้าค่ะ!" เซิ่งซีได้สติก็รีบคว้าแขนพวกเวินเจ๋อิแล้วโกยแน่บทันที
แม้ว่าพวกเขาจะมีศาสตราป้องกันที่ต้านทานการโจมตีของขั้นแปรเทวะได้คนละชิ้น แต่ก็ไม่มีความจำเป็ต้องไปงัดกับตาแก่นั่นตรง ๆ
ในเมื่อไม่มีใบไม้ไร้ลักษณ์ ตาแก่นั่นก็ไม่สามารถเพิ่มอายุขัยได้ และคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี!