หลังจากสนทนากันเกือบหนึ่งชั่วยาม ฉินอวี่ก็เข้าใจหลักการฝึกฝนของอาจารย์อย่างถ่องแท้ พร้อมกันนั้นความเลื่อมใสในตัวจ้าวยุนซิงก็ยิ่งทวีคูณในใจ เขาฟันธงได้เลยว่า หากฝึกฝนตามแนวทางของจ้าวยุนซิง จะต้องสร้างสรรค์ร่างกายที่สมบูรณ์แบบออกมาได้อย่างแน่นอน
พละกำลัง ความเร็ว ความคล่องแคล่ว ความยืดหยุ่น และองค์ประกอบอื่นๆ ล้วนผสานกันอย่างลงตัว
แม้นมาตรว่าจักทำการสิ่งใดให้ลุล่วง จักต้องลับศัสตราแห่งตนให้คมกริบเสียก่อน
สร้างร่างกายที่สมบูรณ์แบบ จากนั้นจึงค่อยฝึกฝนการโจมตี การสังหาร และเคล็ดวิชาอื่นๆ... หากมีเหล็กกล้าเนื้อดีอยู่ในมือแล้ว ยังต้องกลัวว่าจะตีเป็ดาบชั้นยอดไม่ได้อีกหรือ?
จากนั้น การฝึกฝนจึงเริ่มต้นขึ้น...
......
ณ ริมทะเลสาบวงกลมอันงดงามที่ห่างจากอวิ๋นอู้ซานจวงแห่งเขาตงหลานไปหลายร้อยจั้ง จ้าวยุนซิงยืนตระหง่านอยู่ริมฝั่ง ข้างกายมีนาฬิกาลูกตุ้มกลไกเรือนหนึ่งตั้งอยู่ นาฬิกาเรือนนี้สร้างสรรค์โดยยอดฝีมือด้านกลไก เนื่องด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนยิ่ง จึงมีเพียงตระกูลขุนนางชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีไว้ใน
นาฬิกาลูกตุ้มแบ่งเวลาเป็ยี่สิบสี่ชั่วโมง หรือสิบสองชั่วยาม แต่ละชั่วโมงมีหกสิบนาที
"เร็ว! ว่ายให้เร็วกว่านี้!" จ้าวยุนซิงกล่าวเสียงเย็น
ในทะเลสาบวงกลมปรากฏเงาร่างหนึ่งกำลังแหวกว่ายอย่างต่อเนื่อง นั่นคือฉินอวี่ ตามวาจาของจ้าวยุนซิง แม้การว่ายน้ำจะดูธรรมดาสามัญ ทว่าเป็วิธีสร้างความสอดประสานของร่างกายและความยืดหยุ่นที่ยอดเยี่ยมวิธีหนึ่ง ดังนั้นฉินอวี่จึงถูกสั่งให้ว่ายน้ำในทะเลสาบวงกลมโดยไม่หยุดพัก
"อยากหยุดเหลือเกิน" ฉินอวี่กัดฟัน วาดแขนแหวกว่ายไม่หยุด ขาสองข้างตีน้ำอย่างสอดรับเป็จังหวะ เขาว่ายมาสิบรอบแล้ว ทะเลสาบแห่งนี้นับระยะทางไปกลับรอบหนึ่งก็สองร้อยจั้ง สิบรอบเท่ากับสองพันจั้ง หรือประมาณสี่ลี้
ในอดีตฉินอวี่มักแช่น้ำพุร้อนในเรือนตะวันตก กลางบ่อน้ำพุร้อนมีความลึกมาก เขาจึงมักลงไปว่ายเล่น ทักษะการว่ายน้ำจึงนับว่าสูงส่ง แต่การต้องว่ายไม่หยุดเช่นนี้ ซ้ำยังต้องทำให้จบภายในเวลาที่กำหนด สำหรับฉินอวี่แล้ว มันคือความทรมานเกินบรรยาย
ขาเมื่อยล้า แขนหนักอึ้ง สมองมึนงง
"เสด็จพ่อ!" พอหวนนึกถึงรอยแย้มสรวลของเสด็จพ่อ ฉินอวี่ก็กัดฟันสู้ต่อ แม้จะถึงขีดจำกัดแล้ว แต่เขายังคงยืนหยัดไม่ย่อท้อ
"เร็ว! เร็วขึ้นอีกนิด!" จ้าวยุนซิงเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงเ็าไร้อารมณ์
แววตาของฉินอวี่ฉายประกายดุดัน จ้องเขม็งไปเบื้องหน้า เมื่อได้ยินเสียงกระตุ้นของจ้าวยุนซิง จิตใจของเขาก็สั่งการให้ร่างกายเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ และในห้วงเวลานั้นเอง สมองที่มึนงงพลันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นวูบหนึ่ง แขนและขาทั้งสองคล้ายจะมีเรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับมา
ฉินอวี่ััได้อย่างชัดเจนว่า ภายในร่างกายมีขุมพลังหนึ่งปะทุขึ้นมา พละกำลังนี้ไม่รู้ที่มาที่ไป แต่มันบังเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แววตาของฉินอวี่ฉายแววตื่นเต้น
ก้าวข้ามขีดจำกัด!
เขาเพลิดเพลินกับความรู้สึกเช่นนี้ ทุกครั้งที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทางร่างกาย ร่างกายที่อ่อนล้ากลับมีพลังงานปะทุขึ้นมาอีกครั้งจากส่วนลึก เขาถึงขั้นััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย นั่นคือศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
"ดี ช้าไปชั่วเวลาจิบชา" จ้าวยุนซิงเหลือบมองนาฬิกาลูกตุ้มกลไก แล้วกล่าวเรียบๆ
ฉินอวี่ตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งอย่างยากลำบาก เวลานี้เขาแทบขยับตัวไม่ได้ โดยเฉพาะแขนทั้งสองข้างที่หนักอึ้งจนยกไม่ขึ้น ขาก็เมื่อยล้าถึงขีดสุด เด็กชายได้แต่หอบหายใจรุนแรง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ พยายามฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด
"เ้าช้าไปชั่วเวลาจิบชา... บทลงโทษคือวิ่งจากที่นี่กลับเรือนตะวันตก แล้วลุกนั่งมือเปล่าในลานฝึกยุทธ์อีกหนึ่งร้อยครั้ง" จ้าวยุนซิงออกคำสั่งทันที
"วิ่งจากที่นี่กลับเรือนตะวันตก? แล้วยัง..." ฉินอวี่หอบจนพูดไม่ออก มองจ้าวยุนซิงด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ตอนนี้ขาของเขาเมื่อยล้าจนแทบก้าวไม่ออกแล้ว จ้าวยุนซิงยังจะให้เขาวิ่งกลับไป ซ้ำยังต้องลุกนั่งอีกร้อยครั้ง
"เ้ามีปัญหาหรือ?" จ้าวยุนซิงย้อนถามเสียงเรียบ
"ข้ามีปัญหา! การก้าวข้ามขีดจำกัดสามารถฝึกร่างกายได้ก็จริง แต่หากหักโหมเกินไป ร่างกายข้าจะพังเอานะ ข้ารู้สึกว่าถึงขีดจำกัดแล้ว ตอนนี้ฝึกต่อไม่ไหวแล้ว ท่านอาจารย์... ตอนว่ายน้ำเมื่อครู่ ข้าััถึงขีดจำกัดแบบนั้นติดต่อกันสองครั้งแล้ว ข้ารู้สึกว่าตนเองรับมือกับขีดจำกัดอีกครั้งไม่ไหวแล้ว" ฉินอวี่จ้องมองจ้าวยุนซิงเขม็ง พูดความในใจออกมาตรงๆ
จ้าวยุนซิงกล่าวเสียงเรียบ "ข้าคืออาจารย์ คำสั่งของข้าเ้าต้องปฏิบัติตาม หากเ้ารู้สึกว่าการฝึกของข้ามีปัญหา หรือไม่อยากฝึก ข้าสามารถจากไปได้เดี๋ยวนี้ ลูกศิษย์ี้เีสันหลังยาวเยี่ยงเ้า ข้าไม่สนหรอก"
สีหน้าของฉินอวี่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เด็กชายมองจ้าวยุนซิงแวบหนึ่ง ก่อนสูดลมหายใจลึก พยายามฝืนกระตุ้นขาสองข้างให้ออกวิ่ง ก้าวแรกที่ย่ำลงไป ขารู้สึกตึงแน่นไปหมด ความเมื่อยล้าถาโถมเข้าใส่ ทว่าเมื่อวิ่งไปได้สักพัก ขากลับเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมา
"เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น?" ฉินอวี่อุทานในใจด้วยความตกตะลึง
จ้าวยุนซิงที่เฝ้ามองอยู่เื้ั มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มบาง "เ้าเด็กน้อย... คิดหรือว่าข้าจะดูขีดจำกัดที่แท้จริงของเ้าไม่ออก? ยามว่ายน้ำแขนเ้าออกแรงมากกว่าขาตั้งมากโข กล้ามเนื้อขาโดยธรรมชาติย่อมแข็งแรงกว่าแขน ในเมื่อแขนยังทนไหว ขาอย่างน้อยก็ต้องรับการฝึกได้อีกหนึ่งชุด"
เมื่อนึกถึงท่าทางที่ฉินอวี่เถียงสวนเมื่อครู่ จ้าวยุนซิงก็อดขบขันในใจมิได้
"เ้าเด็กนี่..." เขาส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินตามหลังฉินอวี่ไป
......
ยามเย็น ณ บ่อน้ำพุร้อนเรือนตะวันตก
ผ่านการฝึกฝนขีดจำกัดมาทั้งวัน บัดนี้ฉินอวี่นอนแช่กายในน้ำพุร้อน ััความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ถึงขั้นรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ภายในกาย เด็กชายทำหน้าเคลิบเคลิ้มสุดขีด กางแขนออกะโอย่างซาบซึ้งใจว่า "อ้า... ์! นี่สิคือความสุขที่แท้จริง!!!"
เสี่ยวเฮยก็กระพือปีกพัดอยู่ข้างๆ ดูท่าทางจะดีใจไม่แพ้กัน
จ้าวยุนซิงที่ปั้นหน้าเคร่งขรึมเดินเข้ามา ยืนอยู่ริมบ่อน้ำพุร้อน กล่าวว่า "น้ำพุร้อนอวิ๋นอู้ซานจวงมีสรรพคุณในการเยียวยาล้ำเลิศ มีประโยชน์ต่อร่างกายเ้าอย่างมาก แล้วก็... รอเ้าแช่ครบหนึ่งชั่วยามครึ่งแล้ว ให้ไปหาท่านผู้เฒ่าเวิงเพื่อทายาเหล้า ให้ร่างกายดูดซับฤทธิ์ยาเหล้าสักหน่อย จะส่งผลดีต่อเ้ามาก"
"คร้าบ ทราบแล้ว..." ฉินอวี่ที่กำลังมีความสุขเปี่ยมล้น โบกมือรับคำส่งๆ
จ้าวยุนซิงก็ไม่ถือสา เพียงหันหลังเดินจากไป
......
บนลานฝึกยุทธ์ จ้าวยุนซิงยืนตัวตรงสงบนิ่ง ฉินอวี่มารออยู่แต่เช้าตรู่ ครั้งนี้เขาไม่มาสาย เป็เื่น่าแปลก... แม้เมื่อวานจะฝึกฝนจนถึงขีดจำกัด แต่หลังจากผ่านการรักษาด้วยน้ำพุร้อน ผนวกกับฤทธิ์ยาเหล้า วันนี้เขากลับรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวพยัคฆ์ั
"วิชาภายนอกจะฝึกจนถึงขีดจำกัดได้ มิน่าเล่าส่วนใหญ่ถึงเป็ลูกหลานขุนนางเศรษฐีที่มีฐานะมั่งคั่ง" จ้าวยุนซิงทอดถอนใจ
การฝึกวิชาภายนอก คือการก้าวข้ามขีดจำกัดร่างกายไม่หยุดหย่อน แต่ร่างกายมิใช่เพียงสร้างพละกำลัง มันจำเป็ต้องดูดซับพลังงานด้วย ลูกหลานคนรวยได้กินของบำรุง อาหารยาเฉพาะทาง ควบคู่กับยาเหล้าล้ำค่า ซ้ำยังสามารถเชิญยอดฝีมือทางการแพทย์มาช่วยนวดคลายความเหนื่อยล้าให้ร่างกายได้
ด้วยปัจจัยพรั่งพร้อมเช่นนี้ การฝึกวิชาภายนอกย่อมแตกต่างจากคนทั่วไป
"ตอนนี้ พวกเรามาฝึกพละกำลัง... ถือแท่งเหล็กแล้วลุกนั่ง เริ่มต้นที่หนึ่งร้อยครั้ง" จ้าวยุนซิงชี้ไปที่แท่งเหล็กแท่งหนึ่ง มันไม่หนามากนัก คาดว่าหนักประมาณสิบจิน สำหรับผู้ใหญ่นับว่าเบาหวิว แต่สำหรับฉินอวี่ที่อายุเพียงแปดขวบ ย่อมเป็เื่ที่แตกต่างออกไป
"ฮึบ!"
ฉินอวี่เกร็งแขน ยกแท่งเหล็กขึ้นมาแนบอกในรวดเดียว พร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง "ท่านอาจารย์ สบายมาก"
"ทำครบหนึ่งร้อยครั้งค่อยคุย" จ้าวยุนซิงกล่าวเสียงเย็น
ฉินอวี่เริ่มลุกนั่งทันที ่แรกนั้นสบายมาก ก็แค่ยืนตรงแล้วย่อตัวลงมิใช่หรือ? แต่พอทำติดต่อกันไปสามสิบครั้ง เขาก็เริ่มรู้สึกว่าขาเริ่มเมื่อยล้า ทนทำต่ออีกสิบครั้ง ฝ่าเท้าก็เริ่มเกร็งเป็ตะคริว
หนึ่งร้อยครั้ง?
เพียงแค่สี่สิบครั้งฉินอวี่ก็เริ่มแย่แล้ว
"เฮ้อ!" เขาสูดหายใจลึก หยุดพักชั่วอึดใจเพื่อให้กล้ามเนื้อฝ่าเท้าฟื้นตัว ก่อนจะเริ่มลุกนั่งต่อ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งทรมาน ดวงตาฉินอวี่ฉายแววดุดัน กัดฟันยืนหยัดทำต่อไปไม่หยุด
ฝืนทำรวดเดียวถึงเจ็ดสิบครั้ง ฉินอวี่ถึงขั้นรู้สึกว่าขายืนแทบไม่ไหวแล้ว
"ย้าก!"
เสียงะโต่ำคำรามในลำคอ เอวเกร็งส่งแรง ฝืนยืนขึ้นมาจนได้ ในดวงตาฉินอวี่ถึงกับมีประกายไฟลุกโชน... นั่นคือประกายแห่งความตื่นเต้น
"ย้าก!"
ะโก้องอีกครั้ง ฉินอวี่ยืนหยัดขึ้นมาอีกครา
เสียงะโดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า พยายามรีดเค้นเรี่ยวแรงทุกหยาดหยดที่ซ่อนลึกในท่อนขาออกมา ขาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ขุมพลังพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของกล้ามเนื้อ และด้วยประการฉะนี้... ราวกับปาฏิหาริย์ พร้อมกับเสียงะโครั้งสุดท้าย ฉินอวี่ก็ทำครบหนึ่งร้อยครั้งจนได้!
แม้ขาจะสั่นระริกราวกับจะล้มพับลงได้ทุกเมื่อ แต่ในแววตากลับเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและความบ้าคลั่งที่ลุกโชน
จ้าวยุนซิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ลอบพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"ต่อไป ฝึกพลังนิ้ว" จ้าวยุนซิงยังคงสีหน้าเ็า ไม่เปิดโอกาสให้ฉินอวี่พักหายใจแม้แต่น้อย ออกคำสั่งทันที
ความจริงแล้วแผนการฝึกของจ้าวยุนซิงถูกวางระบบมาอย่างดี เวลานี้ส่วนที่เหนื่อยที่สุดของฉินอวี่คือขา แต่มือยังไม่ถึงขีดจำกัด เขาจึงสลับให้ฝึกพลังนิ้ว
"ท่านอาจารย์ พลังนิ้วฝึกอย่างไรหรือ?" แม้ขาจะไร้เรี่ยวแรง แต่ฉินอวี่ก็ยังยิ้มถามอาจารย์
เขาเริ่มหลงใหลความรู้สึกวิเศษของการก้าวข้ามขีดจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ ในชั่วพริบตาที่ทลายกำแพงขีดจำกัดลงได้ เขาััได้ถึงความเร่าร้อนของชีวิต... ใช่แล้ว ความเร่าร้อน การเผาผลาญอันรุ่มร้อน ความบ้าคลั่งแห่งขีดจำกัด ความรู้สึกนั้นช่างวิเศษนัก