บทที่ 1: จุดเริ่มต้นการผจญภัย
ในฤดูใบไม้ผลิที่ควรจะอบอุ่นและชุ่มฉ่ำอาณาจักรอาร์เดนและเอวาลอนกลับแห้งแล้งจนผิดปกติแม่น้ำที่เคยไหลเชี่ยวกรากกลายเป็เพียงร่องน้ำตื้นๆทุ่งหญ้าที่เคยเขียวขจีกลับเหี่ยวเฉาและแห้งกรอบประชาชนทั้งสองอาณาจักรเผชิญกับความทุกข์ยากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพระราชวังอาร์เดนเ้าชายเอเลนนั่งนิ่งในห้องโถงใหญ่ดวงตาสีฟ้าสดใสของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“ภัยแล้งนี้ไม่ใช่เื่ธรรมดา”
เขาพูดขึ้น เสียงของเขาสะท้อนในความเงียบ
“เราได้ลองทุกอย่างแล้วแต่ก็ไม่สามารถทำให้ฝนตกได้”
เ้าหญิงเรอาผู้มีดวงตาสีเขียวมรกตตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เวทมนตร์ของเรา...มันไร้ผล นั่นหมายความว่ามีบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่ากำลังขัดขวางเราอยู่”
าาแห่งอาร์เดนลุกขึ้นจากบัลลังก์
“เอเลน เรอา พวกเ้าคือความหวังสุดท้ายของเรา ข้าและแม่ของเ้าไม่อาจละทิ้งอาณาจักรได้ แต่พวกเ้าจะต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาสาเหตุของภัยพิบัตินี้”
“ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อประชาชนของเรา”
เอเลนตอบรับทันทีด้วยความมุ่งมั่น
“แล้วถ้าการเดินทางครั้งนี้เป็กับดักล่ะพะยะค่ะ?”
เสียงแทรกขึ้นมาจากโอมาน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของเอเลน เขายืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้ากังวล
“การออกเดินทางโดยไม่รู้เป้าหมายที่ชัดเจน อาจเป็อันตรายเกินไป”
“แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย มันจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้”
เรอาตอบกลับทันควัน
“ข้าเชื่อว่าโชคชะตาจะนำทางเรา”
เอียร่า ผู้มีท่าทีลึกลับและสงบนิ่งเอ่ยขึ้น
“บางทีคำตอบอาจอยู่ในสิ่งที่เรายังไม่เคยัั”
เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันการเตรียมการเดินทางจึงเริ่มต้นขึ้นแม้จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนแต่พวกเขารู้ดีว่าอนาคตของทั้งสองอาณาจักรขึ้นอยู่กับการเดินทางครั้งนี้ รุ่งเช้าหลังการประชุม เ้าชายเอเลนและเ้าหญิงเรอาเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง พวกเขามุ่งหน้าไปยังลานกว้างหน้าพระราชวัง ซึ่งกลุ่มผู้ร่วมเดินทางรออยู่
โอมานองครักษ์ผู้ภักดีในชุดเกราะเงินเงางาม ก้าวขึ้นมาเป็คนแรก
“ข้าสาบานว่าจะปกป้องท่านจนถึงที่สุด”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมคุกเข่าต่อหน้าเ้าชายเอเลน
“ข้ารู้ว่าเ้าจะทำได้ โอมาน”
เอเลนยิ้มให้ ก่อนจะหันไปหาเอียร่า
เอียร่า หญิงสาวลึกลับที่สวมชุดคลุมสีเทาเข้ม มีใบหน้าสงบนิ่งและดวงตาสีอำพันที่เหมือนมองทะลุจิตใจคนอื่น
“การเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยอันตราย”
เธอกล่าวเสียงเรียบ
“แต่ข้าจะช่วยค้นหาคำตอบให้ท่าน”
“ขอบคุณมาก เอียร่า”
เรอา กล่าวตอบน้ำเสียงเธออ่อนโยนแต่มั่นคง
จากนั้น เอร่า ผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ในชุดสีม่วงเข้ม ก็ก้าวเข้ามา
“ข้าจะใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีช่วยพวกท่านเราไม่มีเวลามากนักเพราะภัยพิบัติครั้งนี้อาจรุนแรงกว่าที่เราคิด”
“ยินดีที่เ้ามาร่วมเดินทางกับเรา เอร่า”
เอเลน พยักหน้าก่อนจะมองไปยังชายคนสุดท้ายในกลุ่ม อาเธอร์ ชายหนุ่มที่เคยเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา สวมชุดหนังเรียบง่ายแต่มีดาบที่ดูเก่าแก่สะพายอยู่ด้านหลังพร้อมกับธนูศักดิ์สิทธิ์คู่ใจเขายิ้บางๆ
“ข้าอาจไม่มีเวทมนตร์เหมือนพวกท่านแต่ข้ารู้วิธีเอาตัวรอดในป่าและสถานที่อันตรายข้าจะช่วยพวกท่านในสิ่งที่ข้าทำได้”
“ความกล้าหาญของเ้าเป็สิ่งที่เรา้า”
เ้าหญิง เรอา กล่าวพร้อมยื่นมือไปจับมือเขา
เมื่อกลุ่มรวมตัวกันครบพวกเขาจึงเริ่มออกเดินทางท่ามกลางสายตาของประชาชนที่มารวมตัวส่งพวกเขาบางคนร้องไห้บางคนะโให้กำลัใจ
“เราจะกลับมาพร้อมคำตอบ”
เอเลน ประกาศเสียงดังก่อนจะก้าวขึ้นม้าของเขา
“ขอให้โชคชะตานำทางพวกท่าน”
าาแห่งอาร์เดนกล่าวลาพร้อมแววตาหนักใจ
กลุ่มเดินทางออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าใหญ่ที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้าแม้ทุกคนจะมีความมุ่งมั่นแต่ในใจลึกๆพวกเขาต่างรู้ดีว่าภารกิจนี้อาจไม่มีทางหวนกลับมา
ยามบ่ายที่แสงแดดลอดผ่านยอดไม้สูงในป่าใหญ่กลุ่มของเ้าชายเอเลนเดินทางเข้าสู่ดินแดนที่ไม่คุ้นเคยเสียงนกร้องและลมพัดผ่านใบไม้สร้างบรรยากาศที่ดูเงียบสงบแต่ในความเงียบสงบนี้ ทุกคนต่างรู้สึกถึงความกดดันและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“ที่นี่เงียบเกินไป”
โอมานกล่าวพลางจับดาบของเขาแน่น
“เ้ากังวลเกินไปหรือเปล่า?”
อาเธอร์พูดพร้อมยิ้มบางๆ
“บางทีเราอาจโชคดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้”
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น”
เอียร่ากล่าว น้ำเสียงเธอเ็า
“ในป่าที่เงียบเกินไปมักมีบางสิ่งที่กำลังเฝ้ามอเราอยู่”
เ้าหญิงเรอาหันมามองเอียร่า
“เ้ารู้สึกอะไรหรือไม่?”
เอียร่าหลับตาและยกมือขึ้นเหมือนกำลังััพลังบางอย่างในอากาศ
“พลังบางอย่างที่ไม่เป็มิตร...อยู่ใกล้เรา”
ก่อนที่ใครจะพูดอะไรเพิ่มเติมเสียงคำรามดังขึ้นจากพุ่มไม้ด้านข้างกลุ่มของพวกเขาหยุดเดินทันที ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปยังต้นเสียง
“เตรียมตัวให้พร้อม มันใกล้เข้ามาแล้ว!”
เอเลน สั่งพลางดึงดาบออกจากฝัก
สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนหมาป่า แต่มีเขายาวเหมือนกวางโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ มันคำรามเสียงดังจนพื้นดินสั่นะเื
“สัตว์เฝ้าป่า...นี่มันเขตแดนของมัน”
เอร่าเอ่ยขึ้น เธอยกมือเตรียมร่ายเวท
“เราคงต้องสู้ ถ้าจะผ่านไป”
โอมานกล่าวก่อนจะพุ่งเข้าปะทะสัตว์ประหลาดการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นโอมานและเอเลนประสานงานกันอย่างดีพวกเขาโจมตีด้วยดาบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสัตว์ประหลาดในขณะที่เอร่าและเอียร่าร่ายเวทมนตร์เพื่อทำให้มันอ่อนแรง
“ข้าจะล่อมันไปทางนั้น!”
อาเธอร์ะโพลางวิ่งไปอีกทางพร้อมยิงธนูใส่สัตว์ประหลาด
“ระวังตัวด้วย!”
เรอา ะโตามหลังเขา
เอร่ายกมือขึ้นสูง เปลวไฟลุกวาบจากฝ่ามือเธอ
“ข้าจะจัดการมันด้วยเวทไฟ!”
“อย่าเผาป่าล่ะ!”
เอเลนเตือน
เอร่ายิ้มเล็กน้อย
“ข้ารู้”
เธอปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งตรงไปยังสัตว์ประหลาด มันคำรามด้วยความเ็ปก่อนจะล้มลงเมื่อสัตว์ประหลาดสงบลงกลุ่มของพวกเขายืนหอบหายใจท่ามกลางซากของมัน
“นี่แค่เริ่มต้น”
เอียร่ากล่าวเสียงเบา
“ข้าไม่คิดว่ามันจะง่ายไปกว่านี้”
เอเลน พูดพลางมองไปยังเส้นทางข้างหน้า
“พวกเราทุกคนต้องระวังตัวให้มากกว่านี้”
เรอากล่าว น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความกังวล
กลุ่มเดินทางต่อไปแม้จะเหนื่อยล้าจากการต่อสู้แต่ความมุ่งมั่นที่จะหาคำตอบและช่วยเหลืออาณาจักรยังคงผลักดันพวกเขาให้ก้าวไปข้างหน้าหลายวันต่อมาเมื่อกลุ่มเดินทางลึกเข้าไปในป่า อย่างไร้จุดหมายปลายทาง พวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการต่อสู้ที่ผ่านมาความเงียบสงบของป่าทำให้ทุกคนต่างเริ่มคิดถึงภารกิจที่ต้องเผชิญและในขณะที่ทุกคนกำลังเดินไปข้างหน้าความตึงเครียดก็เริ่มปะทุขึ้นในกลุ่ม
“ข้าไม่เห็นด้วยกับการที่เราต้องเดินทางต่อไป”
เอียร่าพูดเสียงเครียด และเป็กังวลเพราะตลอดทางที่ผ่านมามีแต่อันตรายที่ไม่คาดคิด
“เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต และไม่เห็นว่าการเดินทางนี้จะช่วยอะไรได้”
“เ้าพูดเหมือนกับว่าเราไม่มีทางเลือก”
อาเธอร์สวนกลับทันที
“ถ้าเราไม่ทำอะไร สองอาณาจักรนี้ก็จะพินาศ”
“แต่การเดินทางนี้มันอันตรายเกินไป!เราไม่รู้ว่ามันจะจบลงที่ไหน”
เอียร่าตอบเสียงขุ่น
“เราทุกคนต้องตัดสินใจแล้วว่าพร้อมที่จะเสี่ยงหรือไม่”
เ้าชายเอเลนกล่าวเสียงเข้มขณะที่หันมามองเอียร่า
“การผจญภัยนี้ไม่ใช่เื่ง่ายแต่เราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่ออนาคตของอาณาจักร”
“แต่เ้าจะให้เราต้องเสี่ยงชีวิตไปโดยไม่รู้ว่าเรากำลังจะไปที่ไหน?”
เอียร่ากล่าวเสียงเบาแต่หนักแน่น
“ถ้าข้ารู้ว่ามันจะพาเราไปที่ไหน หรือมีทางออกที่ชัดเจน ข้าคงไม่ต้องตั้งคำถาม”
“เอียร่า...”
เ้าหญิงเรอาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ข้าเข้าใจความกังวลของเ้าแต่ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราต้องเดินหน้าต่อไป”
“เ้าคิดว่าเราจะเจออะไรที่ดีขึ้นหรือ?”
เอียร่าถามเสียงเครียด
“เราไม่รู้ แต่เราต้องเชื่อมั่นในกันและกัน”
เ้าชายเอเลนตอบหนักแน่น
“เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด”
อาเธอร์หันมามองเอียร่า
“หากเราตัดสินใจจะหยุดตอนนี้เราจะไม่มีทางรู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง”
“แต่เรา้าความมั่นใจ ไม่ใช่แค่การเดินไปตามทางที่ไม่รู้”
เอียร่าพูดอย่างไม่ยอมแพ้
การสนทนากลายเป็การเถียงที่ไม่มีทางออก ทุกคนต่างรู้สึกถึงความเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ในที่สุดเ้าชายเอเลนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“ข้ารู้ว่าไม่มีอะไรรับประกันได้แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นเราต้องเดินต่อไปและเราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
เอียร่ากลับเงียบไปเห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่แน่ใจ แต่เธอก็ยอมรับการตัดสินใจของเ้าชาย
“ถ้าเป็เช่นนั้น เราก็เดินต่อไปเถอะ”
เอียร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบลง
ทั้งกลุ่มเริ่มเดินต่อไปอีกครั้ง แม้ว่าจะยังมีความกังวลและความไม่แน่ใจอยู่ในใจของแต่ละคนและจดหมายที่พวกเขาจะไปนั้นก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าการเดินทางนี้ต้องเดินไปข้างหน้าพวกเขามีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จและไม่มีทางเลือกอื่น
การเดินทางของกลุ่มดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ ผ่านป่าที่หนาทึบและเต็มไปด้วยความเงียบสงบ บรรยากาศรอบตัวพวกเขาดูมืดมนและหนักหน่วง แต่ทุกคนยังคงเดินไปข้างหน้าแม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าทางข้างหน้าจะเป็อย่างไรทุกคนในกลุ่มต่างก็มีความคิดและความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจแต่พวกเขารู้ดีว่าภารกิจนี้ไม่สามารถหยุดได้
“ทุกคน...เรา้าแค่ความมั่นใจในตัวเองและความเชื่อมั่นในกันและกัน”
เ้าหญิงเรอาพูดขึ้นขณะเดินเคียงข้างเ้าชายเอเลน
“แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปแต่เราต้องเดินต่อไป”
“ข้ารู้ว่าเราทุกคนมีความกังวลในใจแต่เราก็้าให้ความหวังอยู่กับเรา”
เ้าชายเอเลนกล่าวเสียงหนักแน่น เขาหันไปมองทุกคนในกลุ่ม
“การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหาคำตอบเกี่ยวกับภัยแล้งแต่มันคือการปกป้องอาณาจักรของเรา เราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำ”
เอียร่าพยักหน้าเบาๆแม้ว่าในใจเธอยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น
“เ้าพูดถูก”
เอร่ากล่าว
“เราต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ”
อาเธอร์ที่เดินอยู่ข้างๆ เอียร่าก็พูดขึ้น
“ข้ารู้สึกเหมือนเราอยู่ใกล้เป้าหมายแล้วเช่นั้นเราจึงไม่สามารถหยุดได้ตอนนี้”
“เราจะต้องหาทางให้ได้”
โอมานองครักษ์พูดเสริม
“สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้คือการทำให้ทุกคนในอาณาจักรมีความหวัง”
ทั้งกลุ่มเดินทางไปต่ออย่างไม่มีการหันหลังกลับทุกคนต่างก็มีความหวังในใจแต่ก็ยังไม่รู้ว่าภารกิจของพวกเขาจะจบลงอย่างไรพวกเขา้าคำตอบและพวกเขาก็จะต้องต่อสู้เพื่อ
ได้คำตอบนั้นแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิดในที่สุดพวกเขาก็เดินไปถึงที่หมายที่หนึ่งของการเดินทาง ป่าใหญ่ที่พวกเขาเดินทางผ่านดูเหมือนจะเป็แค่จุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นความมืดและความเงียบสงบในป่าค่อยๆเปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาเริ่มเห็นแสงสว่างในระยะไกล
“ข้าหวังว่าเราคงใกล้ถึงจุดหมายแล้ว”
เ้าชายเอเลนกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เริ่มปรากฏบนใบหน้า
“เราอาจจะใกล้จะรู้แล้วว่าอะไรคือสาเหตุข
องภัยแล้งนี้”
“หวังว่าเราจะเจอคำตอบที่ดี”
เ้าหญิงเรอาพูดเบาๆ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ
กลุ่มเดินต่อไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่นในกันและกันพวกเขาไม่รู้ว่าอุปสรรคใหม่จะรออยู่ข้างหน้าแต่พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยความกล้าหาญ