ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 พวกเรามาคอยดูเถอะ

            แค่ลู่หวยเหรินยกก้น หญิงชราก็รู้แล้วว่าเขาจะผายลมกลิ่นอะไรนับประสาอะไรกับความคิดในใจของเขากัน?

            ทันใดนั้นหญิงชราก็เรียกให้ลู่จิ่งซานเข้ามา

            ลู่หวยเหรินสูงราวๆ ร้อยเจ็ดสิบสี่เซนติเมตรได้ส่วนลู่จิ่งซานนั้นน่าจะได้ส่วนสูงจากทางฝั่งแม่ น่าจะสูงประมาณร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรได้

            พออีกฝ่ายเข้ามายืนตัวตรงสง่าอยู่ตรงนั้นลู่หวยเหรินที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียงก็เผลอลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ แต่พอเมื่อยืนขึ้นแล้วกลับพบว่ายังต้องเงยหน้าขึ้นคุยกับเขาอยู่ก็รู้สึกขัดๆ ในใจขึ้นมาอีก

            พอคิดถึงเรื่องที่ลู่จิ่งซานเป็นคนเสนอเรื่องแยกบ้านความไม่พอใจในตัวอีกฝ่ายก็ยิ่งทวีขึ้นไปอีก

            ไม่มีความเฉลียวฉลาดเอาเสียเลย ทำไมไม่รู้จักนั่งลงหรือไม่ก็ถอยออกไปยืนไกลๆบ้างเลยหรือไง?

            เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วก็พูดขึ้น“แกจะแยกบ้านเหรอ?”

            “แกรู้ไหมว่าการแยกบ้านมันหมายความว่ายังไง?”ลู่หวยเหรินยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห“ย่าแกยังอยู่ทั้งคน บ้านหลังนี้จะแยกกันไม่ได้!”

            ลู่จิ่งซานเงยหน้ามองหญิงชราแวบหนึ่ง

            “ย่ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพ่อแกอย่างละเอียด”หญิงชราพูดขึ้น

            “อ้อ” ลู่จิ่งซานมองลู่หวยเหริน “งั้นผมพูดเองก็ได้”

            “ผมจะแยกออกไปจากบ้านรอง” ลู่จิ่งซานพูด “เรื่องของเสี่ยวอวี่ต่อไปผมจะดูแลเองพวกพ่อไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องอื่นๆ ในบ้านก็เหมือนเดิม”

            “หมายความว่ายังไง?” ลู่หวยเหรินหัวเราะอย่างขบขัน “เพราะเรื่องเมื่อวานงั้นเหรอ?ก็แค่เด็กผู้หญิงสองคนทะเลาะกันนิดหน่อยเองจิ่งซาน แกจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปทำไม?”

            “หรือว่าเพราะเมียแก?” ลู่หวยเหรินแสยะยิ้มพลางกัดฟัน “ฉันกับน้าเหอของแกยังแข็งแรงดีอยู่เลยหล่อนเป็นแค่สะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่ ก็เริ่มวุ่นวายเรื่องแยกบ้านแล้วเหรอ?”

            “เรื่องนี้เป็นความคิดของผมเอง ไม่เกี่ยวกับเธอ”ลู่จิ่งซานพูด “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อวานเกิดขึ้นอีก”

            “ก็แค่มีปากเสียงกันไม่ใช่เหรอ” ลู่หวยเหรินพูดกลั้วหัวเราะ“จิ่งซาน แกจะจริงจังเกินไปหน่อยไหม? แค่...เพราะเรื่องแค่นี้ถึงกับต้องแยกบ้านมันตลกสิ้นดี” เขาพูดพลางมือสั่น

            “นั่นก็เพราะว่าพ่อไม่ได้เห็นสภาพของเสี่ยวอวี่เมื่อวาน”ลู่จิ่งซานพูดพลางเม้มปาก “เรื่องที่ผ่านมา ผมไม่อยากจะรื้อฟื้นหรือตามเอาเรื่องอะไรมันอีกแต่ต่อจากนี้ไป ผมจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด”

            “แกตัดสินใจแล้วใช่ไหม?” ลู่หวยเหรินถามด้วยใบหน้าถมึงทึง

            ลู่จิ่งซานเงียบไป

            นี่คือวิธีที่เขาสามารถแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้ในตอนนี้ แน่นอนว่ายังมีอีกวิธีหนึ่งก็คือให้สวี่จือจือย้ายตามเขาไปอยู่กองทัพแล้วพาเสี่ยวอวี่ไปด้วย ออกจากที่นี่เปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่

            แต่ปัญหาคือตอนนี้พวกเขาเป็นสามีภรรยากันถ้าเขาพาเธอไปที่กองทัพแล้ว ต่อไปถ้าเธออยากจะไปจากเขา คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว

            พอคิดถึงตรงนี้ ลู่จิ่งซานก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาถึงขั้นอยากจะตบหน้าตัวเองสักสองสามที

            เมื่อก่อนเธอก็ตกลงกับเขาแล้วว่าจะใช้เวลาสองปีเพื่อปรับตัวเข้าหากันทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?

            “พ่อไม่ต้องห่วง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ “เงินเบี้ยเลี้ยงของผมทุกเดือนจะให้พ่อกับคุณย่าคนละยี่สิบห้าหยวนเหมือนกันแล้วถ้าต่อไปขึ้นเงินเดือน เงินส่วนนี้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”

            ตอนนี้เงินเบี้ยเลี้ยงของเขาอยู่ที่เดือนละหนึ่งร้อยห้าหยวนให้ทางบ้านห้าสิบหยวน พวกเขาเหลือห้าสิบห้าหยวน ต้องให้เป็นค่าเล่าเรียนของเสี่ยวอวี่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ตึงมืออยู่เหมือนกัน

            “เรื่องในบ้าน ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ผมก็จะช่วยอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องเรียนและเรื่องแต่งงานของเสี่ยวอวี่ในอนาคตผมก็จะบอกให้ทราบ”

            บอก?

            นั่นก็คือบอกให้เขาไม่ต้องมายุ่งนั่นแหละ

            “ฉันเป็นพ่อแกนะ!” ลู่หวยเหรินโมโหจนแทบคลั่ง“นี่แกจะแยกบ้านงั้นเหรอ? นี่แกกำลังจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับฉันใช่ไหม!”

            “ถ้าพ่อคิดแบบนั้น ผมก็ช่วยไม่ได้” ลู่จิ่งซานพูดอย่างจนปัญญา“ผมแค่ไม่อยากให้เสี่ยวอวี่ต้องเสียใจอีก”

            ต้องโทษเขาด้วยที่คิดว่าน้องสาวแค่มีนิสัยแปลกๆนิดหน่อย

            ที่ไหนได้!

            “พ่อจะตีแกให้ตาย!” ลู่หวยเหรินมองไปรอบๆก็เจอไม้กวาดที่แม่ของตัวเองเพิ่งใช้ตีเขาเมื่อกี้ คว้ามันมาถือไว้แล้วฟาดใส่ลู่จิ่งซาน

            “เจ้ารอง” คุณนายลู่ตะโกนอย่างร้อนใจ

            เธอไม่คิดว่าลูกชายคนรองของเธอจะถึงกับลงมือทำร้ายคนแต่เธอเป็นคนแก่ที่ขาไม่ดี “แกหยุดเดี๋ยวนี้”

            แต่เธอกังวลใจมากเกินไป พอตกใจก็มักจะเกิดเรื่องผิดพลาดไม่ได้ยันตัวให้ดี กำลังจะพลัดตกจากเตียง

            “คุณย่า”

            “โอ๊ย...”

            ลู่จิ่งซานก้าวขายาวๆ เข้าไปอุ้มหญิงชราไว้ แต่ลู่หวยเหรินไม่รู้ เขาถือไม้กวาดฟาดใส่ลู่จิ่งซานไม่ยั้งแล้วไม้กวาดก็ฟาดเข้าที่หน้าผากของลู่จิ่งซาน

            ไม้กวาดทำความสะอาดเตียงไม่ได้ใหญ่มาก ลู่หวยเหรินจับปลายไม้กวาดแล้วใช้ส่วนที่จับตีคน ตีใส่ก็เจ็บ แต่ความเจ็บปวดแค่นี้ลู่จิ่งซานทนได้

            ในเมื่อเขาตัดสินใจแบบนี้แล้ว ลู่หวยเหรินจะโมโหก็ไม่แปลกปล่อยให้อีกฝ่ายได้ระบายบ้างก็ไม่เสียหายอะไร แค่เจ็บตัวนิดหน่อย แต่ไม่คิดว่าหญิงชราเกือบจะพลัดตกจากเตียง

            หญิงชราเคยได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายปีก่อน แม้จะดูแลตัวเองอย่างดีแต่ก็อายุมากแล้ว ถ้าเกิดล้มลงไปก็แย่แน่

            “แกมีสิทธิ์อะไรมาตีเขา?” หญิงชราพูดด้วยใบหน้าดำคล้ำ พลางหอบหายใจ“แกเลี้ยงดูเขามา หรือว่าดูแลเขา?”

            ลู่หวยเหรินคอตก “คุณแม่”

            “ฉันยังไม่ตาย” หญิงชราชี้หน้าเขา “ถ้าแกจะตีเขาก็ฆ่าฉันให้ตายก่อนสิ”

            ลู่หวยเหรินจะกล้าได้ยังไง?

            “เรื่องแยกบ้าน เป็นอันว่าตกลงกันตามนี้”หญิงชราพูด “ส่วนเรื่องเมียแก ฉันไม่สนว่าแกจะไปคุยกับหล่อนยังไง”

            “ถ้าหล่อนจะอาละวาด” หญิงชราหัวเราะอย่างเย็นชา“พวกแกก็ไสหัวไปให้ไกลๆ ฉันซะ อย่ากลับมาบ้านนี้อีก ฉันจะถือว่าไม่มีลูกชายอย่างแก”

            นี่...ไม่ได้กำลังขู่เขาอยู่ใช่ไหม?

            ถ้าพวกเขาไม่ตกลงที่จะให้ลู่จิ่งซานแยกออกไปจากบ้านรองหญิงชราก็จะเอาจริงแล้วไล่พวกเขาออกจากบ้านรองไปทั้งบ้าน

            ลู่หวยเหรินรีบวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็วสุดท้ายก็ทำได้แค่พยักหน้าให้ลู่จิ่งซานด้วยใบหน้าบึ้งตึง

            หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ หญิงชราก็เรียกทุกคนไปรวมกันที่ห้องของตัวเอง

            นี่เป็นครั้งแรกที่บ้านตระกูลลู่มาประชุมกันหลังจากที่สวี่จือจือแต่งเข้ามา

            บ้านใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะเป็นการแยกตัวของลู่จิ่งซานออกจากบ้านรองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย

            แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จ้าวลี่เจวียนจะดีใจ ขอแค่เป็นเรื่องที่ทำให้เหอเสวี่ยฉินไม่สบายใจสำหรับเธอมันก็เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นเหอเสวี่ยฉินทำหน้าเหมือนคนจะอาเจียนเป็นเลือดจ้าวลี่เจวียนก็แทบจะฉีกยิ้มจนถึงใบหู

            เหอเสวี่ยฉินเป็นผู้หญิงที่เสแสร้งเก่งมากแถมยังชักจูงคนได้เก่ง จนทำให้คนทั้งประชาคมชีหลี่คิดว่าอีกฝ่ายใจดี เป็นแม่เลี้ยงที่ดีที่สุดในปฐพี

            มีแต่เธอที่เป็นพี่สะใภ้เท่านั้นที่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนปากหวานก้นเปรี้ยว

            คงจะคิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์จากเรื่องแต่งงานของลู่ซืออวี่ในอนาคตสิท่าตอนนี้ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนี้

            ส่วนสวี่จือจือก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย เมื่อเห็นสายตาที่เหมือนจะฆ่ากันได้ของเหอเสวี่ยฉินเธอก็ยังสามารถยิ้มให้ได้อย่างสดใส

            “สวี่จือจือ” เหอเสวี่ยฉินยิ้มอย่างเย็นชา“หนทางยังอีกยาวไกล พวกเรามาคอยดูเถอะ”

            .............................

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185