พออาจารย์กู้ซีเห็นชื่อก็ถึงกับอึ้ง เธอหันไปมองซูลั่ว แต่ซูลั่วกลับพยักหน้า “รายงานชื่อขึ้นไปได้เลยค่ะ”
กู้ซีรู้สึกสงสัย แต่พอลองป้อนชื่อนั้นเข้าไป ระบบกลับอนุญาตให้เข้าร่วมทีมได้จริง ๆ?
เพราะข้างชื่อนั้น ในช่องภาควิชา มีคำว่า 'ภาควิชาการบัญชาการ' ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน!
จริง ๆ แล้วซูลั่วก็ไม่มีทางเลือก พรุ่งนี้ก็ต้องยืนยันรายชื่อแล้ว และเจ้าหวังเหยี่ยนนั่นก็ดูไม่น่าไว้ใจชัด ๆ เธอไม่สามารถเอาคะแนนของจินแอนนี่และคนอื่น ๆ มาเสี่ยงได้
ในฐานะนักเรียนนายร้อย คะแนนการฝึกทหารครั้งนี้สำคัญมาก
กู้ซีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องนี้ฉันตัดสินใจทันทีไม่ได้ ต้องไปแจ้งคณบดีเหลยก่อน เธอรอฉันแป๊บนึง”
“ค่ะ”
เหลยหย่วนรู้เรื่องที่ฉู่ซิงหลานลงทะเบียนเรียนไว้ที่คณะการทหาร เขาพูดว่า “ในเมื่อเขายังไม่เคยเข้าสอบและยังไม่จบการศึกษา แถมไม่นานมานี้องค์ชายก็เพิ่งให้นายทหารคนสนิทมาทำเรื่องเรียนต่อ...เอาแบบนี้แล้วกัน ผมจะส่งข้อความไปถามองค์ชาย ถ้าเขาอนุญาต ก็ค่อยรายงานชื่อขึ้นไป”
“แล้ว...แบบนั้นจะไม่ยุติธรรมกับนักศึกษาคนอื่นเหรอคะ?”
“ไม่หรอก ถือซะว่าเป็นการประเมินล่วงหน้าจากองค์ชาย แล้วอีกอย่าง การที่ทีมนี้สามารถดึงองค์ชายให้เข้าร่วมได้ มันพิสูจน์อะไร? ก็พิสูจน์ว่าทีมนี้มีศักยภาพสูงมาก”
กู้ซีชะงักไป
สมาชิกคนอื่นในทีมจะมีศักยภาพรึเปล่า กู้ซียังไม่แน่ใจ แต่เธอแน่ใจว่านักศึกษาที่ชื่อซูลั่วคนนี้มีศักยภาพสูงมาก!
เหลยหย่วนวางสายแล้วไปติดต่อฉู่ซิงหลาน พอรู้ว่าฉู่ซิงหลานเดินทางมาถึงดาวฝึกแล้ว เขาก็รีบออกไปต้อนรับทันที
ไม่กี่นาทีต่อมา กู้ซีก็ได้รับโทรศัพท์ยืนยันว่าทีมของซูลั่วได้รับการอนุมัติแล้ว และผู้บัญชาการทีมมีชื่อว่า ‘สือจิ่ว’
“นี่เป็นนามแฝงของเขา เขาไม่สามารถใช้ชื่อจริงในการเข้าร่วมได้”
“เข้าใจแล้วค่ะ” นี่เป็นเรื่องที่ซูลั่วคาดการณ์ไว้แล้ว เธอขอบคุณอาจารย์กู้ซี จากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงาน แล้วตรงไปที่หอพักของหวังเหยี่ยน
และก็เป็นไปตามคาด จินแอนนี่ยังคงพยายามกล่อมเขาอย่างสุดความสามารถอยู่ที่นั่น
“นี่นายได้ศูนย์คะแนนนะ จะมาวางท่าอะไรอีก? ถ้าพวกเราไม่เอานาย นายก็จะไม่มีทีมอยู่แล้วนะ!”
“ไม่มีก็ไม่มีสิ ยังไงฉันก็ชินกับศูนย์คะแนนแล้วล่ะ แต่พวกเธอต่างหาก หาคนไม่ได้จนตั้งทีมไม่ได้ ถึงได้กลับมาง้อฉันอีกใช่ไหมล่ะ? หรือไม่ก็...ลองมาอ้อนวอนฉันดี ๆ ดูสิ?”
“นายจะให้ฉันอ้อนวอนนายเนี่ยนะ?!”
ถึงจินแอนนี่จะไม่ใช่ทายาทที่มีพรสวรรค์ที่สุดในตระกูล แต่เธอก็เป็นคนที่ถูกตามใจที่สุด เธอเป็นคนอารมณ์ร้อนและปกติก็หยิ่งมาก จะให้เธอลดตัวลงไปขอร้องคนแบบนี้ได้ยังไง?
ตอนนี้เธออยากจะข่วนหน้าไอ้หวังเหยี่ยนนี่ให้ยับเลยด้วยซ้ำ!
ซูลั่วเดินมาถึงประตูพอดี เธอพูดว่า “แอนนี่ กลับมาประชุมทีมได้แล้ว”
จินแอนนี่ชะงัก “ประชุม? หาคนได้ครบแล้วเหรอ?”
“ครบแล้ว”
ซูลั่วพูดจบก็หันหลังเดินจากไป ดวงตาของจินแอนนี่เป็นประกาย ความหงุดหงิดบนใบหน้าหายวับไปทันที เธอกลับหลังหันแล้วเดินตามไปติด ๆ
ทิ้งให้หวังเหยี่ยนยืนงงเป็นไก่ตาแตก จริง ๆ แล้วเขาก็ตั้งใจจะเข้าร่วมทีมของซูลั่วอยู่แล้ว แค่อยากจะแกล้งยั่วโมโหจินแอนนี่เล่นเท่านั้น
หวังเหยี่ยนคิดจะวิ่งตามออกไป แต่จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า นี่อาจจะเป็นแผนใหม่ของยัยซูลั่วนั่นรึเปล่า? แกล้งทำเป็นไม่สนใจเหรอ?
หวังเหยี่ยนจึงนั่งลงที่เดิม เขารอแล้วรอเล่า...แต่รอจนแล้วจนรอด ซูลั่วกับจินแอนนี่ก็ไม่กลับมา
เขาถึงกับงงไปเลย
พวกนั้นไปหาคนจากที่ไหนมาเพิ่มได้อีกคน?
ทางนี้จินแอนนี่ก็พูดไม่หยุด เอาแต่ถามซูลั่วว่าคนนั้นเป็นใคร จนกระทั่งพวกเธอเดินมาถึงหน้าหอพัก ซูลั่วก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “เขานั่นแหละ”
“อะไรนะ?!” จินแอนนี่มองชายหนุ่มรูปงามในชุดฝึกสีดำที่ยืนอยู่หน้าประตูอย่างอึ้ง ๆ
ซูลั่วไปตามเด็กหนุ่มของเธอกลับมาได้จริง ๆ เหรอ?
แต่ในสายตาของฉู่ซิงหลานไม่มีคนอื่นเลย ทันทีที่เขาเห็นซูลั่ว ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา แล้วพุ่งตรงเข้ามาหาเธอทันที “ลั่วลั่ว!”
ซูลั่วพยายามอย่างมากที่จะข่มความอยากเตะเขาจนกระเด็นออกไป แล้วหันไปพูดกับจินแอนนี่ว่า “ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเขานิดหน่อย”
“อ้อ ได้เลย งั้นฉันยกห้องนี้ให้พวกเธอไปก่อนนะ พอดีฉันจะไปหาเจียงชูหลีกับคนอื่น ๆ เพื่อบอกเรื่องนัดเจอกันที่ห้องฝึกพรุ่งนี้พอดี”
“อืม”
จินแอนนี่จากไปแล้ว เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนก็ยังไม่กลับมา พอในห้องเหลือแค่พวกเขาสองคน ฉู่ซิงหลานก็พุ่งเข้ามาจะกอดซูลั่ว
แต่ซูลั่วกลับขยับตัวหลบได้เร็วกว่า
ชายหนุ่มรูปงามกัดริมฝีปากอย่างน้อยใจ “พี่สาว...พี่รังเกียจผม”
ซูลั่วพูดอย่างเย็นชา “คุณอาจจะจำเรื่องตอนที่คุณมีสติไม่ได้ แต่ฉันจำได้ หลังจากที่คุณได้สติ คุณก็เย็นชากับฉันมาก ไม่มีเหตุผลสุด ๆ แถมยังประกาศชัดเจนว่าจะไม่หย่ากับฉัน และจะใช้ประโยชน์จากการแต่งงานของเราต่อไป”
...ถึงเขาจะรีบกลับมาช่วยเธอแก้ปัญหาเรื่องฟีโรโมนปั่นป่วนก็เถอะ
แต่ซูลั่วไม่มีวันขอบคุณผู้ชายคนนี้เด็ดขาด!
ประกาศชัดเจนว่าไม่ได้รัก ไม่ได้จะทำดีด้วย แต่กลับไม่ยอมให้หย่า นี่มันนิยามของ ‘ผู้ชายเฮงซวย’ ชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ?
ในเมื่อไม่รักไม่แคร์ แล้วทำไมไม่ปล่อยไป?
แถมเขายังกล้าเอาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับพี่ใหญ่มาข่มขู่เธออีก!
ฉู่ซิงหลานเจ็บปวดมาก หูจิ้งจอกสีขาวปุกปุยของเขาลู่ลงแนบศีรษะ
หางทั้งเก้ากวาดพื้นไปมาอย่างกระสับกระส่ายและสับสน
“ขอโทษครับพี่สาว...ผมผิดไปแล้ว หรือไม่ก็...พี่ลงโทษผมเถอะนะครับ?”
“ไม่กล้าหรอกค่ะ เผื่อคุณพ้นช่วงอ่อนไหวไปแล้ว จะกลับมาล้างแค้นฉันยังไงล่ะ?”
“ผมไม่ทำแบบนั้นแน่ครับ!”
แต่สีหน้าของซูลั่วแสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อ
เด็กหนุ่มรูปงามผิวขาวราวหิมะถึงกับเกือบจะร้องไห้ เขาอยากจะเข้าไปกอดซูลั่วใจจะขาด แต่ก็รู้ว่าเธอกำลังโกรธ ก็เลยไม่กล้าเข้าใกล้
คน...ไม่กล้าเข้าใกล้ แต่...หาง...กล้า
ปลายหางปุกปุยค่อย ๆ แตะลงบนฝ่ามือของซูลั่วอย่างแผ่วเบา
กลิ่นหอมของไม้ซีดาร์เริ่มอบอวลไปทั่วห้อง
ซูลั่วพูดอย่างเย็นชา “เก็บฟีโรโมนของคุณกลับไปเดี๋ยวนี้ นี่คือหอพัก ฉันยังมีเพื่อนร่วมห้องอีกสามคน”
“โอ้” เด็กหนุ่มหูจิ้งจอกรูปงามเก็บฟีโรโมนของเขากลับไปอย่างว่าง่าย
ทั้งน้อยใจ ทั้งเสียใจ บวกกับอารมณ์ที่แปรปรวนอย่างรุนแรงในช่วงเวลาอ่อนไหวอยู่แล้ว
ฉู่ซิงหลานตามกลิ่นไปจนเจอเตียงของซูลั่วอย่างแม่นยำ เขานั่งลงบนนั้น กอดหางของตัวเอง ทำท่าทางน่าสงสารสุด ๆ
ซูลั่วเห็นท่าทางแบบนั้นของเขาก็รู้สึกอ่อนใจ เธอพูดว่า “ทำไมคุณถึงตกลงเข้าร่วมทีมล่ะ?”
“เพราะว่ามีพี่อยู่ในนั้นครับ”
“แล้วชื่อ ‘สือจิ่ว’ ล่ะคะ?”
“นามสกุลของแม่ผมคือ ‘สือ’ ครับ”
ซูลั่วพยักหน้าเข้าใจ เธอเหลือบมองเวลา ตอนนี้ใกล้จะได้เวลาพักผ่อนตอนกลางคืนแล้ว เธอก็เลยไล่เขาทันที
ดวงตาของฉู่ซิงหลานเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ “พี่ยังจะไล่ผมอีกเหรอครับ? ทำไมล่ะครับ?”
ซูลั่วถึงกับพูดไม่ออก “ที่นี่เป็นหอพักสี่คน ไม่มีที่สำหรับคุณ ฐานทัพมีห้องรับรองพิเศษของคุณ คุณต้องไปพักที่นั่น”
“ผมจำทางไปห้องรับรองพิเศษไม่ได้แล้วครับ”
“...ฉันจะไปส่งคุณเอง”
ซูลั่วเริ่มจะทนท่าทางในช่วงอ่อนไหวของฉู่ซิงหลานไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อมันตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อกัน
แต่ในใจของเธอก็ยังรู้สึกอึดอัด
เพราะเธอได้บอกกับตัวเองมานานแล้วว่าต้องอยู่ให้ห่างจากฉู่ซิงหลาน
จะปล่อยให้ตัวเองใจอ่อนเพราะเขาในร่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ตลอดทาง ฉู่ซิงหลานพยายามจะจูงมือซูลั่วหลายครั้ง แต่ก็ถูกเธอหลบได้ทุกครั้ง เขาก็เลยคิดว่า หรืออาจจะเป็นเพราะมีคนอยู่เยอะ ลั่วลั่วเลยอาย?
ดังนั้น พอเดินผ่านทางเดินยาว ๆ จนมาถึงห้องรับรองพิเศษของฉู่ซิงหลาน ทันทีที่ประตูเปิดออก ฉู่ซิงหลานก็ดึงร่างเธอเข้าไปในห้องทันที แล้วปิดประตูลงกลอน!
เขาพูดเสียงอ้อนวอน “พี่สาวครับ ผมทรมานมากเลย พี่อย่าเย็นชากับผมแบบนี้ได้ไหมครับ?”