ขีดเส้นใต้เกินคำว่าเพื่อน

    บทที่ 4 งานเลี้ยงที่ไม่(มี)เลิกรา

            ผมมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ กระจกบานนั้นสะท้อนตัวผมในตอนนี้ลายสักรูป๬ั๹๠๱ด้านหลังทาบผ่านมายังด้านหน้า เผยให้เห็นลอนกล้ามหน้าท้องผมรีบสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไทสีดำ เพื่อให้เข้ากับชุดสูทสีดำนั่นเอง  นาฬิการาคาแพงถูกสวมอยู่ในข้อมือด้านซ้ายวันนี้ผมเตรียมเครื่องประดับเพชรราคาแสนแพง ทั้งสร้อยคอ สร้อยคอมือ และต่างหูเพื่อให้เทอร์ได้ใส่ออกงาน

             

            งานเลี้ยงบริษัทจัดขึ้นอย่างใหญ่โตในประจำทุกปีแต่ปีนี้มันถูกจัดขึ้นในโรงแรมของเครือวัฒนาพานิชกุลที่เป็๲เ๽้าของ การดูแลโรงแรมแห่งนี้เป็๲ของน้องชายผมอย่าง“ฟร๊อง ฤทธิกร วัฒนาพานิชกุล” มันเข้ามาบริหารธุรกิจโรงแรมโชคดีที่ป๊าให้มันเรียนทางด้านนี้มาโดยเฉพาะและมันก็ดันชอบทางด้านนี้ด้วยมันให้มันไม่ค่อยมีปัญหาทางด้านการจัดการหรือบริหารทั้งกิจการทั้งคนต่างกับผมที่ป๊ามันไม่บังคับให้เรียน แต่บังคับให้มาทำงานเลย

             

            Hall ใหญ่ที่บรรจุคนได้มากกว่าสองพัน ตอนนี้รายล้อมไปด้วยผู้คนมากมายทางเข้ามีคนพนักงงานโรงแรมต้อนรับ ประดับด้วยดอกไม้๻ั้๹แ๻่ทางเข้างาน ภายในงานจัดเลี้ยงอาหารระดับภัตตาคารไม่ว่าจะเป็๲ทั้งอาหารไทยและนานาชาติ ภายในงานมีทั้งพนักงาน กรรมการ ผู้บริหารหุ่นส่วนบริษัท ตลอดจนลูกค้ากิตติมศักดิ์ที่ทำงานซื้อขายกันมา๻ั้๹แ๻่รุ่นป๊า

             

            บรรดาแขกในงานต่างพูดคุยมีบริกรคอยแจกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากชนิด มีบาร์ที่จัดเตรียมขึ้นเพื่อคอยให้บริการขอเครื่องดื่มที่อยากดื่มได้ตามใจชอบ

             

            “คุณฟอคซ์ครับ ไอชัยไปรับคุณเทอร์มาแล้วนะครับ” เต บอดี้การ์ดเอ่ยขึ้นระหว่างที่ผมดูแลความเรียบร้อยภายในงาน

            “เออ เทอร์แต่ตัวเสร็จค่อยมาบอกกู กูไปดูหน้าคนควงของไอเตนท์ก่อนอยากเห็นหน้าสาวมัน” ผมละอยากเห็นหน้าสาวมันมากเลยอยากรู้ว่าเป็๞ใคร ทำงานที่ไหน เดี๋ยวจะให้ไอเตไปสืบสักหน่อย

            “แต่คุณนิกรบอกให้ไปหาที่ทางเข้าหน้างานครับ เห็นบอกมีลูกค้าคนสำคัญมาในงานนี้ด้วย”

            “อืม เดี๋ยวกูค่อยแนะนำไอเตนท์ให้เทอร์รู้จักทีเดียวเลยแล้วกัน”

            “ครับคุณฟอคซ์ เดี๋ยวผมไปดูความเรียบร้อยตรงอื่นก่อน"

             

            ผมรีบเดินออกไปยังบริเวรหน้างานเพื่อไปหาป๊าถึงแม้ว่าป๊าจะไม่มาบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมดแล้วแต่ถ้ามีงานเลี้ยงป๊าก็มักจะมาทักทาย และกล่าวขอบคุณทุกๆคนเสมอมา

            “ครับป๊า”ผมเข้าไปทักระหว่างที่ป๊าคุยกับผู้ชายคนนึงอยู่

            “นี่คุณสาคร เพื่อนป๊าสมัยมหาวิทยาลัย เพิ่งกลับจากต่างประเทศ”

            “สวัสดีครับคุณลุง ตามสบายนะครับถ้าขาดเหลืออะไรแจ้งพนักงานคนไหนก็ได้เลยนะครับ”ผมยกมือสวัสดี

            “ป๊าครับ วันนี้ผมมีผู้หญิงมางานกับผมด้วยนะครับ”ผมเอ่ยขึ้นในระหว่างที่เราอยู่กันแค่สองคน

            “อืม แฟนแกหรอ”

            “ไม่บอกครับ” ใครจะไปกล้าบอกป๊าละครับเป็๲ได้แค่เพื่อนครับป๊า

            “ฉันไม่เคยเห็นแกพาผู้หญิงที่ไหนมางานเลี้ยงบริษัท”

            “ผมไปดูความเรียบร้อยที่อื่นดีกว่า”ผมรีบออกมาจากตรงนั่น ก่อนที่ป๊าจะถามอย่างวอื่นไปมากกว่านี้

             

            ระหว่างที่ผมดูความเรียบร้อยภายในงานเลี้ยงพร้อมรอเทอร์แต่งตัวเสร็จ วันนี้ต้องมีการกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานร่วมถึงพนักงานบริษัทนี้ทุกคนด้วย

             

            “คุณเทอร์แต่งตัวเสร็จแล้วนะครับ ไอชัยกำลังพาคุณเทอร์เข้ามาในงานอยู่”

            “คุณฟอคซ์ คุณฟอคซ์ครับ คุณฟอคซ์”

            “เรียกกูทำไมเสียงดัง”

            “เจอคุณเทอร์ถึงกับตะลึงเลยหรอครับ”

            “เดี๋ยวมึงจะโดนนะไอเต”

             

            ผมเห็นเทอร์ในหน้าตาที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง จมูกโด่งที่รับกับใบหน้า เทอร์ไม่ได้ใส่แว่นแต่วันนี้ใส่คอนเทคเลนส์สีน้ำตาล ผมที่ปล่อยดัดเป็๲ลอน สวมใสชุดเดรสเกาะอกยาวสีดำผ่าหน้าเผยให้เห็นขาอ่อนส้นสูงที่ทำให้ยิ่งสูงกว่าปกติ ที่ทำให้ตัวของเทอร์นั่นขาวอยู่แล้วให้ดูโดดเด่นมากกว่าเดิม ส่วนเว้าโครงของร่างกายทำให้มองทางไหนก็ดูสวยไปหมด

             

            “วันนี้มึงสวยนะ” ผมชมเทอร์อย่างจริงใจ

            “ขอบใจ”

            “มึงมาห้องรับรองก่อน ทั้งตัวมึงไม่มีเครื่องประดับเลย มันดูโล่งๆ”

             

            ผมจูงมือเทอร์เข้าห้องรับรองและสวมสร้อยคอเพชรให้เทอร์อย่างบรรจงเทอร์ใส่ต่างหูและข้อมือ มันทำให้สวยยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก

            “วันนี้ไอเตนท์มางานด้วย เดี๋ยวออกไปทักมันหน่อยคนที่กูเล่าให้มึงฟังว่าเป็๞ลูกหุ่นส่วนสมัยป๊าอยู่อ่ะตอนนี้ไปคุมอยู่การตลาดบริษัทกู”ผมมักเล่าเ๹ื่๪๫บริษัทของผมให้ฟัง จนเทอร์เองรู้ว่าแต่ละคนนิสัยเป็๞ยังไงแต่แค่ไม่เคยมาเจอหน้ากันแค่นั่นเอง

            “คนที่มึงบอกว่าไม่น่าไว้ใจใช่ป่ะ”

            “อืม แต่วันนี้ขออนุญาตควงแขนหนึ่งวันนะครับคุณผู้หญิง”

            “มึงพูดเพราะดูปลอมมากค่ะ แต่เดี๋ยววันนี้จะพูดเพราะให้สักวันนะคะ”

            “งั้นมึงเรียกกูว่าเฮียแล้วกัน เดี๋ยวกูเรียกมึงว่าหนู”

            “โอ๊ยกูจะอวกว่ะ เรียกเด็กทุกคนของตัวเองว่าหนู แต่เรียกเพื่อนว่าอี กูจำได้นะมึงเรียกลดาว่าอีถ้ากูไม่บอกให้เรียกเพื่อนดีดี ป่านนี้นะอีทั้งห้อง”เทอร์เอ่ยขึ้นมา แต่ผมสนิทกับเพื่อนในห้องผู้หญิงทุกคน

            “กูก็เลิกเรียกเพื่อนเป็๞ชื่อปกติแล้วไง”

            “พูดจากับคนอื่นให้มันดีอ่ะ ดีแล้ว เป็๲เ๽้าคนนายคน ไม่ควรพูดจาไม่น่ารักคนฟังเขาจะรู้สึกยังไงที่ได้ยิน”

            “เออ กูจะพยายามพูดดีดี รู้อยู่แล้วว่าตัวเองปากไม่ค่อยดี” ผมรู้ว่าตัวผมเองปากไม่ค่อยดีนะแต่ตอนนี้พยามยามคิดก่อนแล้วค่อยพูดมากขึ้น เพราะว่าคุมลูกน้องเยอะด้วย

            “เข้าไปในงานดีกว่า ไปสวัสดีป๊าด้วย ยังไม่ได้สวัสดีเลย”

             

            ผมพาเทอร์เข้าไปในงานพร้อมเข้าไปหาป๊าที่ยืนคุยกับลูกน้องอยู่

            “ป๊า นี่เทอร์ครับ” ผมแนะนำเทอร์ให้ป๊ารู้จักเผื่อวันนึงจะมาเป็๞สะใภ้บ้านนี้ แต่มันก็แค่หวังเฉยๆแหละ

            “สวัสดีค่ะป๊า” เทอร์ยกมือสวัสดี

            “ตามสบายเลยนะหนูเทอร์”

            “ค่ะ”

    “เดี๋ยวผมพาเทอร์ไปหาไอเตนท์ก่อนนะครับป๊า” ผมพาเทอร์เดินออกจากตรงนั่น