เสียงด่าทอหยาบคายของป้าเฮ่อที่ดังมาจากนอกรั้วถึงกับชะงักไปเมื่อประตูถูกเปิดออกอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง พอเห็นว่าเป็ต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอก็ชี้นิ้วพลางกระทืบเท้าด้วยความโมโห
“นางสารเลว!ฝีมือเธอใช่ไหมที่ทำให้ลูกชายฉันเป็แบบนี้!”
"ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ!ถ้าเธอไม่ทำให้มือลูกกลับไปเป็แบบเดิมละก็ วันนี้ฉันจะลากเธอไปแจ้งตำรวจ!ผู้หญิงสารเลวแบบเธอไม่รอดแน่!"
ป้าเฮ่อโวยวายลั่น กระทืบเท้าไปมามือไม้ก็โบกสะเปะสะปะ น้ำลายกระเซ็นเต็มไปหมดส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยืนกอดอกอยู่หน้าประตู มองดูทุกอย่างด้วยสายตาเ็า
ถึงจะเป็เวลาเช้าตรู่แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็คนขยันขันแข็ง ต่างก็ออกมาทำงานกันแล้วทำให้มีผู้คนมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย
บางคนถึงกับหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?”
“ไม่ได้ยินที่ป้าเฮ่อพูดเหรอเธอบอกว่ายุวชนต่งทำแขนลูกชายเธอหัก!”
“ฮึ...น่าสนุกดีนี่ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนต่งเสี่ยวเสี่ยวชอบตามเกาะติดเฮ่อเจี้ยนิเป็ตังเมหรือไง?”
“ใครจะรู้ล่ะ!”
ในหมู่บ้านเต็มไปด้วยพวกชอบสอดรู้สอดเห็นพอเห็นท่าทีของต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนทุกคนก็อดไม่ได้ที่เอาไปจะซุบซิบนินทา
ป้าเฮ่อด่าจนปากคอแห้งผากแต่พอเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่แม้แต่จะเหลือบตามองด้วยซ้ำ เธอจึงค่อยๆ เงียบลงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เธอสูดหายใจเข้าก่อนจะชี้นิ้วไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วด่าต่อ "นางผู้หญิงสารเลวฟังภาษาคนไม่รู้เื่รึไง? เมื่อกี้ฉันพูดน่ะเธอได้ฟังบ้างไหม!?"
เมื่อวานตอนเช้าที่เชิงเขาป้าเฮ่อบังเอิญเจอต่งเสี่ยวเสี่ยว เธออยากจะฮุบลูกหมูป่าตัวนั้นไปเป็ของตัวเองแต่กลับไม่สำเร็จ
เธอคิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวต้องถูกผีเข้าแน่ๆจึงรีบกลับไปหาลูกชาย
ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องหาทางเอาของจากต่งเสี่ยวเสี่ยวมาให้ได้ชีวิตของพวกเขาสองแม่ลูกจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็สะพานให้พวกเขาก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสได้และยิ่งถ้าลูกชายสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ ชีวิตของพวกเขาก็จะสบายขึ้นมากหลังจากนั้นก็ค่อยเขี่ยเธอทิ้งก็สิ้นเื่
แต่ใครจะรู้ว่าพอเฮ่อเจี้ยนิกลับมาถึงบ้านกลับร้องห่มร้องไห้ บอกว่าแขนตัวเองหัก
ป้าเฮ่อกระวนกระวายใจอยู่ทั้งคืนเช้าวันต่อมา เธอจึงรีบมาหาต่งเสี่ยวเสี่ยวทันที
“แขนลูกชายป้าหักแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ?”ร่างของต่งเสี่ยวเสี่ยวเอนตัวพิงประตู และยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ“อีกอย่าง ถ้าแขนลูกชายป้าหัก ป้าก็ควรจะพาไปโรงพยาบาลที่มาโวยวายหน้าบ้านฉันแต่เช้า ฉันว่าป้าตั้งใจมาหาเื่มากกว่ามั้ง?”
“ต่งเสี่ยวเสี่ยว!”
ป้าเฮ่อได้ยินแบบนั้นก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง
สีหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ“ลูกชายฉันบอกว่าเธอเป็คนทำ เธอบิดแขนเขาจนเป็แบบนี้เธอต้องทำให้มันกลับมาเหมือนเดิม หรือไม่ก็พาเขาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!"
ป้าเฮ่อไม่ได้โง่ถ้าเธอต้องพาลูกไปโรงพยาบาลเอง ก็ต้องควักเงินจ่ายเองทั้งหมดค่ารักษาแขนอาจจะต้องใช้เงินหลายหยวนเลยทีเดียว
“อ้อ เป็อย่างนี้นี่เอง...”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองป้าเฮ่อที่กำลังแสดงละครอยู่เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย “ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆฉันก็…”
เธอจงใจก้มหน้าลงเล็กน้อย และเป็ไปตามคาดสีหน้าของป้าเฮ่อกลับมาดุดันขึ้นอีกครั้ง เธอถ่มน้ำลายลงบนมือสองครั้งแล้วพับแขนเสื้อขึ้น เตรียมลงมือ
เธอเท้าสะเอวอย่างภาคภูมิใจ“ไม่มีใครที่รอดพ้นจากฉันไปได้หรอก รีบๆเข้าไปเก็บข้าวของมีค่าในบ้านเธอมาให้หมด แล้วตามฉันมาเดี๋ยวนี้!"
“ก็ได้ค่ะ...” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางเบ้ปากจากนั้นก็ส่ายหัวเดินเข้าไปในบ้าน
คนที่มุงดูอยู่ข้างนอกต่างพากันงุนงง
เมื่อกี้ตอนออกมาจากบ้านยังดูท่าทางเอาเื่อยู่เลยแต่ตอนนี้ทำไมต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงยอมง่ายๆ ซะอย่างงั้น?
เด็กสองคนที่แอบดูอยู่ข้างหน้าต่างในบ้านเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วก็รู้สึกห่อเหี่ยวใจทันที
โดยเฉพาะฉินไห่หยางพอเห็นแบบนี้แล้วก็รู้เลยว่าความคิดเมื่อวานของเขามันโง่เง่าสิ้นดีสุดท้ายแล้วหมามันก็เลิกกินอึไม่ได้อยู่ดี [1] !
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหมุนตัวกลับเข้าไปเพื่อหาของยังไม่ทันเจอสิ่งที่้า กลับเห็นเด็กน้อยสองคนกำลังแอบดูอยู่ข้างหน้าต่าง
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็นอนลงไปซะ!”ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองเด็กทั้งทั้งสองพวกเขาก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง เหมือนทำความผิดแล้วถูกจับได้
ทั้งคู่รีบมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้แต่ยิ้มขำเด็กก็ยังไงก็คือเด็ก เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูออกไป พอเดินผ่านประตูใหญ่ก็เหลือบไปเห็นของชิ้นหนึ่งที่จับถนัดมือวางอยู่พอดี
คราวนี้แหละ...เข้าทางเลย
“ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะต่งเสี่ยวเสี่ยว”ป้าเฮ่อที่อยู่ข้างนอกประตูทำท่าทางเหมือนไก่โต้งที่กำลังลำพองขน“อย่าลืมขนของไปเยอะๆ ถ้ามีของมีค่าอะไรก็เอาไปขายให้หมดซะฉันกลัวว่ามันจะไม่พอจ่ายค่าอาหารบำรุงลูกชายของฉัน”
"เธอก็รู้ดีว่าลูกชายฉันเป็ถึงบัณฑิตมือคู่นั้นมีค่าขนาดไหน! ต่อไปจะได้เอาไว้เขียนหนังสือ”
เธอพูดพลางเชิดหน้าขึ้นสูงแสดงท่าทีดูแคลนคนในหมู่บ้านอย่างเห็นได้ชัด
ชาวบ้านเองก็รังเกียจท่าทางหยิ่งยโสของเธอเหมือนกัน
“แน่นอน!” ต่งเสี่ยวเสี่ยวถือไม้กวาดอันใหญ่เดินออกมาจากบ้าน“หาของในบ้านที่จับถนัดมือไม่ได้ ก็ต้องใช้เ้านี่ล่ะ!”
เธอพูดเสียงเนือยๆ พลางเอนตัวพิงกำแพง“ป้าเฮ่อ เห็นแก่ที่เราเป็คนหมู่บ้านเดียวกัน ตอนนี้ป้ากลับไปซะแล้วฉันจะไม่เอาเื่ แต่ถ้ายังอยู่ต่ออีกละก็…...”
“พูดอะไรของเธอน่ะต่งเสี่ยวเสี่ยว”พอเห็นไม้กวาด ป้าเฮ่อก็เท้าสะเอว ก้าวเท้าไปข้างหน้า “ฉันให้เธอไปรักษาลูกชายฉันต่างหาก!”
“รักษาโรคอะไรล่ะคะ?” ต่งเสี่ยวเสี่ยวแบมือออก “ป้ามาโวยวายหน้าบ้านฉันแต่เช้าป้ามีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็คนทำให้แขนลูกชายป้าเป็แบบนั้นหรือไง?”
“ป้าเห็นเองกับตา หรือยังไงคะ?”
“ถ้าป้าไม่ได้เห็นกับตาแล้วป้ามาพูดจาเหลวไหลอะไรแถวนี้?”
“พอดีเลย” ต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า“นี่คือสัญญากู้ยืมที่ลูกชายป้าเคยทำเอาไว้ ไหนๆ วันนี้ป้าก็มาแล้วงั้นมาสะสางให้มันจบๆ กันไปเลยดีกว่า เราจะได้ไม่ติดค้างอะไรกันอีก”
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?
พอได้ยินแบบนั้นสีหน้าของป้าเฮ่อก็เปลี่ยนไปทันที คนอื่นๆ พากันเดินเข้าไปดูใกล้ๆแล้วก็พบว่ามันเป็สัญญากู้ยืมจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบสัญญากู้ยืมออกมาทีละใบและทุกคนก็ได้เห็นตัวเลขที่เขียนอยู่บนนั้นอย่างชัดเจน
บางใบก็แค่ไม่กี่หยวน บางใบก็หลายสิบหยวน
“เฮ้อ...” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดไปเอามือลูบจมูกเบาๆไป แกล้งทำเป็เศร้าสร้อย “เมื่อก่อนฉันโดนเฮ่อเจี้ยนิหลอกไปเยอะดีที่ทุกครั้งที่ให้ยืมเงิน ฉันทำใบสัญญากู้ยืมไว้ด้วย ครั้งนี้เป็โอกาสเหมาะพอดี”
“ในเมื่อป้ามาใส่ร้ายฉันถึงหน้าบ้านงั้นก็ไม่ต้องไว้หน้ากันแล้วสินะ?” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางเงยหน้าขึ้นฮึดฮัดสองสามทีทำท่าทางเหมือนคนกำลังร้องไห้
พอมีใบสัญญากู้ยืมและยังมีท่าทางน่าสงสารแบบนั้น ชาวบ้านก็เห็นใจเธอขึ้นมาทันที
“มีใบยืมเงินแล้วยังคิดจะเบี้ยวอีกเหรอ?คนเป็บัณฑิตนี่หน้าหนาจริงๆ!”
“วันๆ เอาแต่เดินโอ้อวดไปทั่วหมู่บ้านยังกล้าบอกว่าลูกชายตัวเองเป็บัณฑิตอีกเหรอ? นี่หรือคือคุณสมบัติของคนมีการศึกษา?"
“ช่างเถอะๆขอแค่ลูกชายฉันอย่าเป็คนแบบนั้นก็พอ!”
ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้เดิมทีก็เป็คนปากจัดอยู่แล้วแล้วไหนจะคำพูดจี้ใจดำนั่นอีก ทำให้ป้าเฮ่อหน้าซีดเผือด
แต่เธอก็เป็จิ้งจอกเฒ่าที่ผ่านโลกมานานจะมาะเืใจกับคำพูดแค่นี้ได้ยังไงกัน เธอกลอกตาไปมา แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น
“โอ๊ย ชีวิตฉันมันช่างน่าสงสารจริงๆ เลย!”เธอพูดพลางเอามือทุบพื้น “นางผู้หญิงสารเลวทำแขนลูกชายฉันหักแล้วยังจะมาให้ฉันจ่ายเงินอีก ฉันไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้ว!”