“ผมตากให้แล้วครับ เราต้องรีบไป คุณลุงจะได้ไม่ดุผม”
ลูกจ้างหนุ่มบอกหน้าตาเฉยและเดินตรงไปคว้าเอากุญแจกกระบะแขวนไว้ตรงผนัง ก่อนจะออกไปหารถอย่างเร่งรีบ ด้วยห่วงสองเ้านายในตลาดที่ป่านนี้คงจะวุ่นวายเก็บข้าวของรอนานแล้ว
ทว่าพอไปถึงแผงขายของ สองหนุ่มสาวกลับเห็นสองผัวเมียกำลังคุยกับเพื่อนพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันอย่างสนุกสนานอยู่เลย
“แจมกับลินช่วยกินเก็บแผงให้ทีนะ ป้ากับลุงจะต้องไปงานขึ้นบ้านใหม่เพื่อนในตลาด มัวแต่คุยจนลืมไปเลย ดีนะที่พวกนี้พูดขึ้นมาไม่งั้นเ้าบ้านงอนแน่ๆ เลย”
อรพินเดินเข้ามาหาหลานสาว แล้วก็นับเงินในกระเป๋าเสื้อส่งอย่างรวดเร็ว แล้วไปร้องเรียกสามีให้รีบกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เดินไปได้ไม่กี่ก้าวอรพินก็กลับมาอีก
“อ้อ! เก็บของเสร็จก่อนเข้าบ้านเอาเงินไปจ่ายค่าของที่ร้านเฮียฮวดให้ป้าด้วยนะ สามพัน แล้วเลยไปเอาเป็ดพะโล้ที่ร้านเจ๊แขกด้วย ป้าสั่งไว้ไหว้ศาลพรุ่งนี้ ซื้ออะไรกลับไปกินเที่ยงกันแค่สองคนเลยนะ นี่เงินค่าเป็ดกับค่าข้าวจ้ะ”
วิวรรญารับเงินจากมือป้ามายัดใส่กระเป๋ากางเกงขาสี่ส่วนอย่างว่าง่าย แล้วก็หันมาเก็บแผง แต่ก็ได้หยิบจับอะไรไม่เท่าไหร่ ลูกจ้างหนุ่มก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อะไรที่เป็ของหนักเขาก็จะยกเองไม่ยอมให้หลานเ้านายแตะอะไรเหมือนหลายๆ ครั้งที่เคยมาช่วยลุงกับป้า
“หนูจ้ะ เก็บแล้วเหรอยายว่าจะมาซื้อฟักทองหน่อย ร้านนี้เนื้อฟักทองดีเหนียวนุ่มแล้วก็หวานด้วยจ้ะ ยายจะซื้อทำขนมไปทำบุญพรุ่งนี้เช้าจ้ะวันพระพอดี”
ยายแก่ๆ ที่วิวรรญาพอจะคุ้นหน้าเดินมาหาในเวลาที่ตลาดวายแล้ว
“ยายเอาเยอะหรือเปล่าคะ หนูจะหยิบให้”
“เอาลูกเดียวพอจ้ะ”
วิวรรญาเดินไปควานหาอยู่หลังกระบะสักพัก ก็ได้ฟักออกมาด้วยหนึ่งลูก
“เท่าไหร่จ้ะหนู”
ยายรีบรูดซิปกระเป๋าผ้าเก่าๆ แล้วก็ได้แบงก์ร้อยเก่าๆ ยับๆ ออกมายื่นให้ วิวรรญายิ้มให้ก่อนตอบ
“หนูไม่คิดตังค์ค่ะ แต่ฝากทำบุญกับยายด้วยก็แล้วกันนะคะ”
“โถแม่คุณ สวยแล้วยังใจดีอีก ขอให้สวยๆ รวยๆ ยิ่งๆ ขึ้นไปนะจ๊ะหนู มีแฟนก็ให้แฟนรักเดียวใจเดียว ถ้ายังไม่มีก็ขอให้เจอคนดีๆ และรักเราคนเดียวเหมือนกันจ้ะ”
แม่ค้าสาวยกมือไหว้รับพรนั้นด้วยท่าทีเอียงอายแต่ใบหน้าก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจที่ได้เป็ผู้ให้บ้าง ไม่แพ้กับลูกจ้างหนุ่มที่เผลอมองความมีน้ำใจนั้นและยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจกับภาพที่เห็น
แต่พอได้สติเขาก็รีบเก็บข้าวของต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนพ่อค้าแม่ค้าแผงใกล้ๆ จับสังเกตได้กับสายตาที่เผลอมองของสวยๆ งามๆ ที่ดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อมถึงนัก
“แจม! วันนี้พ่อมาโรงงานกับน้าปิ่นเลยแวะมาบอกว่าฤกษ์แต่งได้มาแล้วนะ อีกห้าเดือน ทางนั้นก็เห็นว่าเป็เวลาที่เหมาะสมเพราะจะได้มีเวลาสร้างเรือนหอด้วย จากตอนแรกที่พ่อซีเคยพักอยู่บ้านใหญ่กับเฮียซ้งและแม่เลี้ยง ไม่รู้ยังไงถึงคิดอยากจะแยกออกไปอยู่ต่างหาก เห็นว่าจะสร้างอยู่ในที่เดียวกันนั่นล่ะ เขาฝากแบบบ้านมาให้แจมเลือกด้วย ลองเอาไปเปิดดูนะชอบแบบไหนก็บอกลุง แต่ให้เร็วๆ หน่อยก็ดีเพราะมีเวลาไม่มากจ้ะ”
อรพินเป็ฝ่ายเอ่ยปาก ขณะกำลังนั่งกินมื้อเย็นอยู่ด้วยกัน และนั่นทำให้อาหารจานโปรดของวิวรรญากร่อยลงแทบจะทันที เพราะบ่อยครั้งที่พ่อจะมาโรงงานบ้านบึง แต่ไม่เคยจะแวะมาหาลูกคนนี้ หากไม่มีเื่แต่งงานเพื่อเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง
หรือถ้ามาก็คงจะมาหาลุงเจียงไม่ได้มาหาลูกสาวคนนี้ หรือจะพูดให้ถูกคือลูกคนนี้พ่อไม่เคยเห็นว่าเป็ลูก หรือไม่ก็คลางแคลงใจว่าเป็ลูกใครกันแน่ ระหว่างลูกพ่อหรือลูกคนสวน ที่แม่เผลอไผลไปลักลอบคบชู้สู่ชายนั่นเอง
แต่วิวรรญาก็พยายามเก็บอาการไว้ไม่ให้ใครเห็น เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศบนโต๊ะที่วันหนึ่งๆ จะได้อยู่พร้อมหน้ากันเพียงแค่มื้อนี้เท่านั้น
“น้าปิ่นยังบอกอีกนะว่าทั้งพระไทย และซินแสต่างบอกเป็เสียงเดียวกันว่าดวงแจมกับดวงพ่อซีสมพงษ์กันอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนเกิดมาค้ำจุนกันและกันยังไงยังงั้น ถ้าได้แต่งงานกันก็จะครองสุขไปด้วยกันตลอดชีวิต มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง เป็ที่พึ่งพิงให้พ่อแม่พี่น้องตลอดไป”
อรพินบอกตามที่ได้ยินมาโดยไม่ได้แต่งเสริมเติมแต่งให้บรรยากาศในบ้านดีขึ้นแต่อย่างใด แต่วิวรรญานั้นไม่ได้คิดและไม่เชื่อแบบนั้น
ด้วยความที่เป็คนไม่ค่อยเชื่อเื่พวกนี้เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับเทใจไปทางที่ว่าป้าอาจจะอยากปลอบใจหลายด้วยการพูดให้เกินจริงบ้าง แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมานอกจากฟังเงียบๆ
“อ้อ! แล้ววันหยุดหน้าพ่อให้แจมเข้าไปกินมื้อเที่ยงด้วยนะ แจมจะขับรถไปคนเดียวหรือจะให้ลินขับไปให้ก็ได้ แต่ลุงกับป้าคงไม่ไป ให้หนุ่มสาวไปพบกันไปทำความรู้จักกันบ้าง ผู้ใหญ่ไปยุ่งมากๆ ไม่ค่อยดี”
เกรียงไกรเห็นหลานเงียบเลยบอกเสียงเรียบๆ
“ค่ะ”
หลานก็ตอบเสียงเรียบๆ ไม่แพ้กัน แล้วก้มหน้ากินหรือเขี่ยอาหารมากกว่า เพราะกลืนไม่ค่อยจะลงแล้ว
“ถ้าอิ่มแล้วก็ขึ้นห้องเถอะลูก ไม่ต้องรอเก็บหรอก ให้ป้ากับลินจัดการก็ได้ แต่อย่าลืมเอาแบบบ้านไปดูด้วยนะ เพราะทางนั้นขอเร็วๆ”
ดูเหมือนลุงจะจับสังเกตอาการหลานได้
“ค่ะ”
หลานเองก็รีบรับคำเพราะอยากจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว จึงเดินไปคว้าเอาแบบที่บางอยู่โต๊ะกลางตรงห้องรับแขก แล้วตรงไปหาบันได แต่ยังไม่ได้ก้าวขาขึ้นก็เหมือนคิดอะไรได้เลยหันมาหาลุงกับป้าก่อน
“ลุงคะ พรุ่งนี้แจมต้องทำโอแล้ว ลุงจะให้แจมขับรถไปเองหรือจะไปรับไปส่งคะ”
เพราะความห่วงหลานมาก บวกกับทางเข้าบ้านเปลี่ยวไม่น้อยเกรียงไกรจึงมักจะไม่ยอมปล่อยให้ขับรถกลับบ้านคนเดียวในเวลาเกือบห้าทุ่มหลังหลานเลิกงาน แต่จะไปรับส่งเองมาโดยตลอดนับั้แ่หลานเข้าทำงานได้เกือบปีแล้ว
“ให้ลินไปรับไปส่งแทนก็ได้นี่พี่เจียง จะได้ไม่ต้องขับรถจากตลาดมา รับมาแล้วก็ให้ลินเอาของจากตู้ขึ้นรถรอไว้เลย จะได้ไม่ต้องตื่นมาตอนตีสามอีก”
อรพินรีบเสนอแนะ ซึ่งเกรียงไกรก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกจ้างหนุ่มจึงกลายเป็สารถีให้หลานเ้านายอย่างไม่เกี่ยงงอนใดๆ
“เดี๋ยวแวะตลาดแป๊บสิ ฉันจะซื้อของ”
วิวรรญามักจะซื้อมื้อเช้าสำหรับตัวเองและเพื่อนอีกสองไปด้วยทุกวัน ลินจอดรถแล้วก็รีบลงไปเดินตามร่างผอมบางในชุดกางเกงผ้ายืดนิดๆ สีม่วงอ่อน ทับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับเข็มขัดหนังเส้นเล็กๆ คาดเอวไว้
“ผมถือให้นะครับ”
เขายื่นมือไปอย่างมีน้ำใจขณะเดินเข้าตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน วิวรรญาจึงล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาถือก่อนจะยื่นกระเป๋าสะพายให้เขาไป ถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง ถุงโจ๊ก
และถุงผลไม้เขาก็รับไปถือไว้อย่างไม่เกี่ยงงอน แม้จะแปลกใจอยู่บ้างว่าทำไมหลานเ้านายกินจุจัง ตัวก็ผอมนิดเดียว แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามนอกจากเดินตามไปเท่านั้น
“คุณแจมระวังนะครับรถเยอะ”
แต่พอจะข้ามถนนไปหารถ เขากลับทำตัวเป็ผู้นำด้วยการรีบคว้ามือนุ่มมากุมไว้ด้วยความห่วงใย เพราะยวดยานหน้าตลาดเยอะเป็พิเศษ ต้องยืนรอนานกว่าจะหาจังหวะข้ามไปได้
และแม้วิวรรญาจะเป็คนค่อนข้างถือเนื้อถือตัว โดยเฉพาะกับลูกจ้างในบ้านยังไง แต่ก็ยอมให้เขาจูงเดินไปโดยไม่ว่าอะไร ด้วยััได้จากไออุ่นที่มือแข็งแรงของเขาว่ามันมาจากความห่วง
ความอยากปกป้อง มากกว่าจะให้คิดว่ากำลังถูกหาเศษหาเลย และเมื่อข้ามไปอีกฟากได้แล้วเขาก็รีบปล่อยมือทันที ด้วยรู้ดีว่าคงไม่เป็การเหมาะสมนัก ก่อนจะรีบไปเปิดประตูให้ แล้วถึงได้อ้อมกลับมานั่งตำแหน่งคนขับ
“ผมถือไปส่งให้ครับ”
พอจอดรถได้เขาก็ยังมีน้ำใจรีบหอบหิ้วกระเป๋ากับถุงต่างๆ ไปให้อย่างรวดเร็ว จนวิวรรญาไม่อยากทำลายน้ำใจด้วยการเอ่ยคำปฏิเสธ เลยยอมลงจากรถตัวเปล่าเดินนำเขาไปจนถึงหน้าทางเข้าสำนักงาน โดยมีเพื่อนทั้งสองยืนรออยู่ด้านในไม่นานนัก
“ขอบคุณนะ ถุงพวกนี้ของนาย ฉันซื้อมาเผื่อ ไว้เจอกันตอนห้าทุ่ม”
หมูปิ้ง โจ๊กและผลไม้ถูกยื่นกลับให้เขาพร้อมกับยิ้มบางๆ ของผู้ให้ ก่อนจะเดินผละไป เลยไม่ได้เห็นรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจจากคนที่ยืนอยู่ข้างหลังอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้กลับไปหารถ
========
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
