หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นไปนับตั้งแต่หลี่ชิงได้ประจักษ์ถึงพลังอันท่วมท้นของจักรพรรดิแสง หลงเทียนอี้ ภาพเหตุการณ์นั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขา ปลุกเร้าความทะเยอทะยานที่อยากจะแข็งแกร่งให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาอุทิศตนให้กับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ลงดันเจี้ยนแรงค์ต่ำและกลางอย่างต่อเนื่องเพื่อสะสมประสบการณ์และขัดเกลาทักษะดาบ
จนกระทั่งระดับพลังของเขาได้ก้าวเข้าสู่เลเวล 56 อย่างมั่นคง ในฐานะ "ฮันเตอร์หลี่ชิง" ผู้ลงทะเบียนกับสมาคมฮันเตอร์ แม้ประวัติและคลาสอาชีพของเขาจะยังคงเป็นปริศนาสำหรับหลายคน แต่ผลงานการเคลียร์ดันเจี้ยนเดี่ยวที่ผ่านมาก็ทำให้สมาคมประเมินความสามารถของเขาไว้เทียบเท่ากับฮันเตอร์แรงค์ B ซึ่งนับว่าโดดเด่นสำหรับฮันเตอร์ที่ยังดูเยาว์วัยและไม่เปิดเผยสังกัดกิลด์ใดๆ
เช้าวันอังคารที่แสนปกติวันหนึ่ง ขณะที่หลี่ชิงกำลังวางแผนการฝึกซ้อมประจำวัน สัญญาณเรียกเข้าจากอุปกรณ์สื่อสารของฮันเตอร์ก็ดังขึ้น เป็นรหัสเรียกตัวจากฝ่ายปฏิบัติการพิเศษของสมาคมฮันเตอร์โดยตรง
"ถึง ฮันเตอร์หลี่ชิง เสียงเจ้าหน้าที่หญิงฝ่ายประสานงานดังขึ้นอย่างเร่งรีบ "มีภารกิจฉุกเฉินระดับสูงต้องการกำลังเสริมจากท่านโดยด่วนค่ะ ดันเจี้ยนแรงค์ B 'นครบาดาลซิลลาส' บริเวณชายฝั่งตะวันออก เกิดการกลายพันธุ์ไม่ทราบสาเหตุ ตรวจพบระดับพลังงานภายในเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เทียบเท่าดันเจี้ยนแรงค์ A แล้วค่ะ
ทีมสำรวจแรงค์ C สองทีมที่ถูกส่งเข้าไปก่อนหน้านี้ ขาดการติดต่อไปเมื่อหกชั่วโมงก่อน ทางสมาคมจึงได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ นำโดยทีมฮันเตอร์แรงค์ A 'ทีมไททันพิฆาต' และพิจารณาแล้วเห็นว่าท่านฮันเตอร์หลี่ชิงมีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสมในการเข้าร่วมภารกิจสนับสนุนครั้งนี้ ขอให้ท่านมารายงานตัวที่ประตูมิติหมายเลข 7 ภายในหนึ่งชั่วโมงด้วยค่ะ"
หลี่ชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย "นครบาดาลซิลลาส" ดันเจี้ยนใต้น้ำที่ขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อนและมอนสเตอร์ประเภทอมนุษย์ที่ดุร้าย การกลายพันธุ์จนมีพลังงานระดับ A ย่อมหมายถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นมหาศาล และนี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาต้องร่วมปฏิบัติการกับทีมฮันเตอร์แรงค์ A อย่างเป็นทางการในฐานะ "หลี่ชิง" มันเป็นโอกาสดีที่จะได้ประเมินความสามารถของตนเองเมื่อเทียบกับเหล่าผู้แข็งแกร่งในระดับนั้น
"รับทราบครับ ผมจะไปทันที" หลี่ชิงตอบรับ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ลานรวมพลหน้าประตูมิติหมายเลข 7 หลี่ชิงในชุดปฏิบัติการทะมัดทะแมงสีดำเรียบง่าย ที่ไม่ได้เน้นการป้องกันมากนัก แต่เน้นความคล่องตัว สะพายดาบคาตานะคู่ใจไว้ที่ด้านหลัง ยืนสงบนิ่งอยู่เพียงลำพัง เขาไม่ได้สวมหน้ากาก "เบลด" ในวันนี้ เพราะนี่คือภารกิจที่เป็นทางการจากสมาคมในนาม "หลี่ชิง"
ไม่นานนัก กลุ่มฮันเตอร์สี่คนในชุดเกราะเต็มยศที่บ่งบอกถึงระดับและประสบการณ์ก็เดินตรงเข้ามาหาเขา พวกเขาคือทีมไททันพิฆาต กลุ่มฮันเตอร์แรงค์ A ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านพละกำลังมหาศาลและความสามารถในการทะลวงผ่านทุกอุปสรรค
หัวหน้าทีม "บอริน สโตนเบียร์ด" ชายร่างยักษ์เจ้าของฉายา "ค้อนทลายภูผา" สวมเกราะหนักสีเทาเข้มทั้งตัว บนหลังสะพายค้อนสงครามสองมือขนาดยักษ์ที่ดูน่าเกรงขาม หนวดเคราสีน้ำตาลแดงของเขาถักเป็นเปียเล็กๆ ประดับด้วยแหวนโลหะ ดวงตาสีเหล็กกล้าของเขามองมายังหลี่ชิงอย่างพิจารณา แฝงแววไม่พอใจและกังขาอย่างปิดไม่มิด
"แกสินะ ฮันเตอร์หลี่ชิง?" บอรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและห้วนสั้นตามแบบฉบับของตน "สมาคมแจ้งว่าส่งฮันเตอร์แรงค์ B มาสนับสนุนพวกเรา ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะส่งเด็กหนุ่มท่าทางบอบบางอย่างแกมานะ" เขาเน้นคำว่า "แรงค์ B" อย่างชัดเจน "หวังว่าแกคงไม่ได้มาเป็นตัวถ่วงพวกเราในดันเจี้ยนระดับนี้หรอกนะ?"
ข้างกายบอรินคือ "เฟลน่า เรดฮอว์ค" นักธนูเวทมนตร์สาวผมสีเพลิงในชุดเกราะหนังที่เน้นความคล่องตัว เธอมองหลี่ชิงด้วยแววตาสงสัยระคนประเมิน "ใจเย็นน่าบอริน สมาคมคงไม่ส่งใครมาถ้าไม่เห็นว่ามีศักยภาพหรอกค่ะ แต่ก็จริงอย่างที่คุณว่านะคะคุณหลี่ชิง ภารกิจนี้อันตรายเกินกว่าระดับ B ทั่วไปมากนัก คุณแน่ใจนะคะว่าพร้อมสำหรับเรื่องนี้?"
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่แววตาเย็นชา "ลูเซียส ไนท์เชด" ผู้ใช้ดาบคู่แห่งเงา สมาชิกอีกคนของทีม เพียงแค่เหลือบมองหลี่ชิงแวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปตรวจเช็คอาวุธของตนเองต่อ ราวกับว่าหลี่ชิงไม่มีค่าพอให้เขาสนใจ
คนสุดท้ายคือ "เอลาร่า ไลท์วีฟเวอร์" หญิงชราในชุดคลุมยาวสีฟ้าอ่อนผู้เป็นนักบวชพลังจิตและผู้สนับสนุนหลักของทีม เธอมองหลี่ชิงด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูใจดีกว่าคนอื่น "ยินดีที่ได้ร่วมทีมนะ พ่อหนุ่มหลี่ชิง อย่าไปถือสาคำพูดของบอรินเลย เขาเป็นแบบนี้เสมอเมื่อต้องร่วมงานกับคนที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะกับคนที่ดูอายุน้อยกว่า"
หลี่ชิงโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็นการทักทายทุกคนอย่างสุภาพ "สวัสดีครับทุกท่าน ผมหลี่ชิงครับ ผมเข้าใจถึงความกังวลของพวกท่านดี และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เป็นภาระของทีมครับ" น้ำเสียงของเขาราบเรียบและมั่นคง ไม่ได้แสดงอาการประหม่าหรือหวั่นไหวต่อท่าทีของทีมไททันพิฆาต
"ฮึ่ม! ปากดีใช้ได้นี่" บอรินแค่นเสียง "เอาเป็นว่าถ้าเห็นท่าไม่ดี ก็รีบถอยไปอยู่ข้างหลังซะ อย่ามาตายเกะกะให้พวกข้าต้องเสียสมาธิ!"
ประตูมิติเปิดออก เผยให้เห็นทัศนียภาพของถ้ำใต้ทะเลที่มืดมิดและอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของสาหร่ายทะเลกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ทางเดินแคบๆ ที่เกิดจากหินปะการังและซากปรักหักพังโบราณทอดยาวเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหน้า บรรยากาศภายในเย็นเยียบและกดดันอย่างน่าประหลาด
ทีมไททันพิฆาตเดินนำเข้าไปอย่างชำนาญ บอรินกวัดแกว่งค้อนสงครามของเขาด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงกิ่งไม้ เฟลน่ากระโดดขึ้นไปบนชะง่อนหินสูงอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมยิงสนับสนุนจากมุมสูง ลูเซียสร่างหายวับเข้าไปในเงามืดข้างทางเดินราวกับภูตพราย ส่วนเอลาร่าเดินตามหลังบอรินอย่างระมัดระวัง ดวงตาของเธอสอดส่ายพลังงานรอบด้าน
หลี่ชิงเดินตามเข้าไปในระยะห่างที่เหมาะสม เขาไม่ได้พยายามจะโดดเด่น แต่เลือกที่จะสังเกตการณ์และทำความคุ้นเคยกับสไตล์การทำงานของทีมนี้ก่อน
ไม่นานนัก พวกเขาก็เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์กลุ่มแรก "คราเคนหนวดพิษ" ขนาดเท่ารถบรรทุกหลายตัว พวกมันพุ่งออกมาจากแอ่งน้ำมืดๆ ข้างทางเดิน ส่งเสียงขู่คำรามอย่างดุร้าย หนวดยาวเฟื้อยที่เต็มไปด้วยหนามพิษของพวกมันตวัดเข้าใส่กลุ่มผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว
"พวกแกถอยไป! ข้าจัดการเอง!" บอรินตะโกนลั่น ก่อนจะเหวี่ยงค้อนสงครามเข้าปะทะกับคราเคนตัวที่ใหญ่ที่สุดอย่างเต็มแรง!
ตูม!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของคราเคนตัวนั้นกระเด็นไปหลายเมตร หนวดของมันขาดวิ่นด้วยแรงกระแทกมหาศาล เฟลน่าไม่รอช้า ยิงลูกศรเวทมนตร์น้ำแข็งสามดอกติดต่อกันเข้าใส่คราเคนอีกตัวที่กำลังจะโจมตีบอรินจากด้านข้าง ลูกศรปักเข้าที่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ ทำให้มันแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลูเซียสปรากฏตัวขึ้นด้านหลังคราเคนตัวที่สามราวกับเงา ดาบคู่ในมือของเขากรีดผ่านลำตัวของมันอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงรอยแผลลึกที่เป็นทางยาวก่อนที่มันจะล้มลงสิ้นใจ
การต่อสู้จบลงในเวลาอันสั้น ทีมไททันพิฆาตแสดงให้เห็นถึงพลังและความชำนาญของฮันเตอร์แรงค์ A ได้อย่างชัดเจน พวกเขาประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมและแต่ละคนก็มีพลังทำลายล้างที่สูงมาก
หลี่ชิงยืนมองการต่อสู้นั้นอย่างสงบ เขาวิเคราะห์การเคลื่อนไหว พลังโจมตี และการประสานงานของทีมไททันพิฆาตอย่างละเอียด นี่คือมาตรฐานของแรงค์ A ที่แท้จริง แตกต่างจากฮันเตอร์แรงค์ B ที่เขาเคยเห็นมาอย่างลิบลับ เขาสังเกตเห็นว่าบอรินเน้นพลังทำลายล้างในวงกว้าง
เฟลน่าโจมตีจากระยะไกลอย่างแม่นยำ ลูเซียสเคลื่อนไหวรวดเร็วและสังหารศัตรูได้อย่างเฉียบขาด ส่วนเอลาร่าคอยสนับสนุนและรักษาจังหวะของทีม
พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในนครบาดาลซิลลาสมากขึ้นเรื่อยๆ มอนสเตอร์ที่พวกเขาพบเจอระหว่างทางก็แข็งแกร่งและมีจำนวนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับทีมไทพิฆาตได้มากนัก หลี่ชิงยังคงทำหน้าที่คอยระวังภัยจากด้านหลังและจัดการกับมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยที่หลุดรอดเข้ามาด้วยดาบเดียวอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว เขาพยายามไม่แสดงฝีมือจนเป็นที่จับตามองมากเกินไป แต่ก็ไม่ปล่อยให้ตนเองกลายเป็นตัวถ่วง
จนกระทั่งพวกเขามาถึงโถงถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ใจกลางถ้ำมีแท่นบูชาโบราณตั้งอยู่ และบนแท่นนั้นปรากฏร่างของ "ไซเรนราชินีกลายพันธุ์" รูปร่างของมันงดงามแต่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว เกล็ดสีดำมันวาวปกคลุมร่างกายท่อนล่างที่เป็นปลา ผมยาวสยายของมันคืออสรพิษพิษนับร้อยตัว
ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมายังผู้บุกรุกอย่างอาฆาตแค้น รอบๆ ตัวมันมี "องครักษ์วารีคลั่ง" ร่างกายกำยำถือสามง่ามเป็นอาวุธ ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัว พลังงานที่แผ่ออกมาจากไซเรนราชินีนั้นรุนแรงจนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่อัดแน่นไปทั่วทั้งโถงถ้ำ มันคือมอนสเตอร์ระดับ A อย่างไม่ต้องสงสัย
"เจอตัวบอสแล้วสินะ" บอรินพึมพำ ดวงตาของเขาเป็นประกายวาวโรจน์ "พวกแกจัดการลูกกระจ๊อกไป ข้าจะล้มราชินีเอง! ส่วนแก หลี่ชิง คอยสนับสนุนพวกเราจากระยะไกลก็พอ อย่าเข้ามาเกะกะ!"
พูดจบบอรินก็คำรามลั่นพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ไซเรนราชินีทันที ค้อนสงครามในมือของเขาเปล่งแสงสีทองจางๆ พร้อมจะทุบทุกสิ่งที่ขวางหน้า เฟลน่าและลูเซียสก็เข้าปะทะกับเหล่าองครักษ์วารีคลั่งทันที เอลาร่าเริ่มร่ายเวทสนับสนุนจากแนวหลัง
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เสียงอาวุธปะทะกัน เสียงคำรามของมอนสเตอร์ และเสียงระเบิดของพลังเวทมนตร์ดังสนั่นไปทั่วโถงถ้ำ ทีมไททันพิฆาตแสดงฝีมือได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่เหล่าองครักษ์วารีคลั่งนั้นก็แข็งแกร่งและมีจำนวนมากกว่าที่คิด พวกมันเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วในน้ำตื้นๆ และพลังโจมตีของสามง่ามก็รุนแรงพอที่จะทำให้บอรินเสียจังหวะได้เป็นครั้งคราว
"บ้าเอ๊ย! พวกมันเยอะเกินไปแล้ว!" เฟลน่าร้องออกมาอย่างหัวเสีย ขณะที่ต้องคอยหลบหลีกการโจมตีขององครักษ์สามตัวที่รุมล้อมเธออยู่ ลูกธนูเวทมนตร์ของเธอแม้จะแม่นยำ แต่ก็ไม่สามารถสังหารพวกมันได้ในทันที
ลูเซียสเองก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นกัน แม้ความเร็วของเขาจะสูงมาก แต่จำนวนของศัตรูและความสามารถในการฟื้นตัวของพวกมันก็ทำให้เขาไม่สามารถปลิดชีพพวกมันได้อย่างรวดเร็ว เขามีบาดแผลเล็กน้อยปรากฏขึ้นตามแขนและขา
หลี่ชิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่สู้ดีนัก เฟลน่าและลูเซียสกำลังถูกกดดันอย่างหนัก หากปล่อยไว้แบบนี้ ทีมอาจจะเสียกระบวนท่าได้ เขาตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ต้องแสดงฝีมือที่แท้จริงบางส่วนออกมาแล้ว
ร่างของหลี่ชิงพลันหายไปจากจุดเดิมราวกับภาพมายา ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางวงล้อมของเหล่าองครักษ์วารีคลั่งที่กำลังรุมล้อมเฟลน่าอยู่ ดาบคาตานะสีดำสนิทในมือของเขาถูกชักออกมาจากฝักอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด เขาไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ แต่ก็ไม่คิดจะออมมืออีกต่อไป
"เพลงดาบรวดเร็ว!"
ประกายแสงสีเงินวูบวาบขึ้นติดต่อกันหลายครั้งราวกับพายุ เหล่าองครักษ์วารีคลั่งทั้งสามตัวที่กำลังรุมเฟลน่าอยู่ถึงกับชะงักงัน ก่อนที่ร่างของพวกมันจะปรากฏรอยตัดลึกหลายแห่งพร้อมๆ กัน เลือดสีเขียวเข้มสาดกระเซ็น ร่างของพวกมันล้มลงสิ้นใจในทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ!
การเคลื่อนไหวของหลี่ชิงนั้นรวดเร็ว เฉียบคม และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ เขาราวกับนักร่ายรำแห่งความตาย ทุกดาบที่ฟาดฟันออกไปนั้นแม่นยำและถึงตาย พลังโจมตีของเขาสูงเกินกว่าที่ฮันเตอร์แรงค์ B ทั่วไปจะทำได้หลายขุม มันคือผลจากคลาส "ดาบ" อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาที่เพิ่มพลังทำลายล้างในการโจมตีให้สูงกว่าระดับเลเวลจริงหลายเท่า
"นะ...นี่มันอะไรกัน...?" เฟลน่าอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เธอจ้องมองร่างของหลี่ชิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ เด็กหนุ่มแรงค์ B ที่เธอมองข้ามไปเมื่อครู่ กำลังแสดงพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
หลี่ชิงไม่สนใจคำพูดของเธอ เขาสะบัดดาบครั้งหนึ่งเพื่อไล่หยดเลือด ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับองครักษ์วารีคลั่งกลุ่มใหม่ที่กำลังจะเข้ามาสมทบ
"ดาบทะลวงเกราะ!"
ดาบของเขาเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ก่อนจะแทงทะลุเกราะหนาขององครักษ์ตัวหนึ่งเข้าไปอย่างง่ายดายราวกับกระดาษ จากนั้นเขาก็หมุนตัวหลบหลีกการโจมตีของอีกตัว พร้อมกับตวัดดาบสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว ตัดแขนของมันจนขาดกระเด็น!
ลูเซียสที่กำลังต่อสู้อยู่ไม่ไกล เห็นการเคลื่อนไหวของหลี่ชิงก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ความเร็ว ความแม่นยำ และพลังทำลายล้างนั้น... มันไม่ใช่สิ่งที่ฮันเตอร์แรงค์ B ควรจะทำได้เลยแม้แต่น้อย! หรือว่าข้อมูลของสมาคมจะผิดพลาด?
"ฮึ่ม! ไม่เลวนี่หว่า เจ้าหนูหลี่ชิง!" บอรินที่กำลังรับมือกับไซเรนราชินีอยู่ตะโกนออกมา แม้จะกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด แต่เขาก็ยังพอมีสมาธิเหลือบมองสถานการณ์รอบข้างได้ แกจะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้เหมือนกัน! แต่แค่นี้ยังไม่พอที่จะทำให้ข้ายอมรับแกหรอกนะ!"
ไซเรนราชินีคำรามลั่น คลื่นเสียงอันทรงพลังของมันซัดกระแทกทุกคนในโถงถ้ำจนต้องยกมือขึ้นปิดหู อสรพิษบนหัวของมันพ่นพิษสีม่วงออกมาเป็นสาย แต่หลี่ชิงก็สามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดายราวกับสายลมที่พริ้วไหว
เขาสังเกตเห็นว่าบอรินเริ่มมีบาดแผลหลายแห่งจากการต่อสู้กับไซเรนราชินี ค้อนสงครามของเขาสร้างความเสียหายได้มากก็จริง แต่ความเร็วของราชินีก็สูงมากเช่นกัน ทำให้เขาไม่สามารถโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง
‘ต้องเปิดโอกาสให้บอริน...’ หลี่ชิงคิดในใจ
"คลื่นดาบ!"
หลี่ชิงรวบรวมพลังไว้ที่ดาบ ก่อนจะฟาดฟันออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว คลื่นพลังงานรูปจันทร์เสี้ยวสีเงินพุ่งเข้าใส่เหล่าองครักษ์วารีคลั่งที่เหลืออยู่ แรงระเบิดของมันส่งร่างของพวกมันกระเด็นไปคนละทิศละทาง เปิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นชั่วขณะ
"ตอนนี้แหละครับ! คุณบอริน!" หลี่ชิงตะโกนบอก
บอรินไม่รอช้า เขาเห็นโอกาสทองตรงหน้าก็คำรามลั่นอีกครั้ง พลังงานสีทองระเบิดออกมาจากร่างของเขา ค้อนสงครามในมือถูกยกขึ้นสูงเหนือหัว ก่อนจะทุบลงไปยังร่างของไซเรนราชินีอย่างสุดแรง!
"ท่าไม้ตาย! สโตนเบียร์ด แครชเชอร์!"
ตูมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นยิ่งกว่าครั้งใดๆ พื้นถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างของไซเรนราชินีถูกค้อนสงครามทุบจนจมลงไปในพื้นหิน เลือดสีดำทะลักออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ มันกรีดร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะแน่นิ่งไป แสงสีแดงในดวงตาของมันค่อยๆ ดับวูบลง
ความเงียบเข้าปกคลุมโถงถ้ำอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของทุกคนที่ยังคงดังอยู่
ทีมไททันพิฆาตยืนมองหลี่ชิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความดูแคลนในตอนแรกหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความทึ่ง ประหลาดใจ และยอมรับในฝีมืออย่างแท้จริง
"เจ้าหนู... หลี่ชิง..." บอรินพูดพลางหอบหายใจอย่างหนัก แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง "พลังดาบของแกมัน... มันร้ายกาจเกินกว่าจะเป็นแค่ฮันเตอร์แรงค์ B จริงๆ! สมาคมไปหาคนอย่างแกมาจากไหนกันแน่?"
เฟลน่าพยักหน้าเห็นด้วย "ถ้าไม่ได้คุณหลี่ชิงช่วยเคลียร์พวกองครักษ์ให้ พวกเราคงลำบากกว่านี้อีกเยอะ ขอบคุณมากนะคะ"
ลูเซียสยังคงเงียบ แต่สายตาที่เขามองมายังหลี่ชิงนั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนแรกอีกต่อไปแล้ว มันแฝงไว้ด้วยความสนใจใคร่รู้และความท้าทายเล็กน้อย เขารู้สึกได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ยังไม่ได้แสดงพลังทั้งหมดออกมาด้วยซ้ำ
เอลาร่าเดินเข้ามาหาหลี่ชิงพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน "พ่อหนุ่มหลี่ชิง พลังของเธอน่าทึ่งมากจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่สมาคมถึงกับเลือกเธอให้เข้าร่วมภารกิจนี้ ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องประเมินความสามารถของฮันเตอร์รุ่นใหม่เสียใหม่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ดูธรรมดาอย่างเธอ"
หลี่ชิงเพียงแค่เก็บดาบเข้าฝักอย่างเงียบๆ "เป็นหน้าที่ครับ" เขากล่าวสั้นๆ "ยังมีผู้รอดชีวิตจากทีมสำรวจที่เราต้องค้นหาอีกไม่ใช่หรือครับ?"
คำพูดของหลี่ชิงทำให้ทุกคนตื่นจากภวังค์ พวกเขารีบสำรวจรอบๆ และในที่สุดก็พบกับสมาชิกทีมสำรวจแรงค์ C สองคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังซอกหิน พวกเขามีอาการบาดเจ็บแต่ไม่สาหัส
ภารกิจกวาดล้างนครบาดาลซิลลาสที่กลายพันธุ์จบลงด้วยความสำเร็จ แม้จะมีการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ด้วยความร่วมมือของทีมไททันพิฆาต และการแสดงฝีมืออันน่าทึ่งของหลี่ชิง ก็ทำให้พวกเขาสามารถกำจัดภัยคุกคามและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้สำเร็จ
ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวออกจากดันเจี้ยน หลี่ชิงมองดูเศษซากของไซเรนราชินีและเหล่าองครักษ์ด้วยแววตาครุ่นคิด การต่อสู้กับฮันเตอร์แรงค์ A ในครั้งนี้ ทำให้เขาได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของเหล่าผู้แข็งแกร่งในระดับนี้ มันยังห่างไกลจากพลังของจักรพรรดิแสงอยู่มากโข
แต่ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญบนเส้นทางของเขา และทำให้เขารู้ว่า แม้แต่เหล่าแรงค์ A ที่แข็งแกร่ง ก็ยังไม่ใช่จุดสูงสุดที่เขาปรารถนา ชื่อเสียงของ "ฮันเตอร์หลี่ชิง" ในฐานะผู้มีความสามารถเกินระดับแรงค์ B คงจะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นหลังจากนี้
เปลวไฟแห่งความทะเยอทะยานในใจของหลี่ชิงลุกโชนขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับ EXP ที่เพิ่มขึ้นจนใกล้จะเลื่อนระดับเป็นเลเวล 57 เต็มทีแล้ว.