คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอกตอนที่ 22 ทราเวียร์ลงมือ
ไม่มีของแข็งแกร่งที่สุด มีเพียงการใช้มันให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อรีดดึงเอาประโยชน์ของมันออกมาให้ถึงขีดสุด จึงจะเป็การใช้งานได้คุ้มค่า
ทราเวียร์อดถอนหายใจไม่ได้พอได้พูด
“แต่เอาโดยรวมแล้วอักขระสายกายภาพก็ยังถือว่าโเี้ต่อมวลมนุษย์คนปกติธรรมดาอยู่ดีไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ร่างกายผู้ถือครองอักขระก็ยังคงพละกำลังที่ทรงอำนาจเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะต่อกร”หักเหล็กด้วยมือเปล่า เกิดเอาไปใช้กับคนปกติธรรมดามันออกจะโหดร้ายเกินไปซักหน่อยละนะ
คริสติน่าได้เห็นมาด้วยตาเปล่าถึงขุมพลังกายภาพจึงพยักหน้าเห็นชอบ
“แข็งแกร่งมาก หากนำไปใช้กับคนธรรมดาคนผู้นั้นคงมีเพียงความตายที่รออยู่หรือไม่ก็ต้องพิการไปตลอดชีวิตไม่อาจหนีรอดไปไหนได้” สำหรับหล่อนแล้วนี่ถือได้ว่าเป็ครั้งแรกเลยที่ทราเวียร์บอกเหล่าข้อมูลเหล่านี้ให้หล่อนได้รับรู้
ั้แ่ต้นเขาเพียงบอกเป้าหมายการมาอย่างเดียวให้ได้รับฟังอย่างเดียวที่เหลือเอาไว้บอกหน้างานเอา และเขาทำตามคำบอกกล่าวเริ่มถ่ายทอดข้อมูลผ่านปาก
“แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่อักขระสายกายภาพ ที่เป็อันตรายตุ่์ปกติธรรมดายังรวมไปถึงสายอื่นด้วย กล่าวให้ชัดเจนขึ้นเมื่อใดก็ตามที่เธอได้อักขระวันเวลานั้นขีดจำกัดของมนุษย์ก็ได้ถูกปลดออกเป็ที่เรียบร้อย”
“ไม่อาจมองได้ว่าเป็มนุษย์ปกติธรรมดาอีกต่อไปเป็ตัวตนที่เหนือล้ำกว่านั้น”
“ถึงอย่างนั้นสายกายภาพยังแข็งแกร่งกว่าสายอื่น”
“ไม่ใช่ซะทีเดียวฉันเพียงบอกว่าหากเอามาเทียบกันได้พละกำลังเท่านั้นยังไม่ได้รวมด้านอื่นอย่างเช่นความเร็ว ความคล่องตัว อรรถประโยชน์อื่นอีก”
“แต่โดยรวมสายกายภาพยังถือได้ว่าเป็หนึ่งที่ไม่มีคนอยากเข้าไปหาเื่ด้วยละนะ”
“หากปะทะกันเราจะมีวิธีการรับมือยังไง”
“เยอะแยะไปหมด”
“มองด้วยสายตาเปล่าอย่างเดียวมันอาจแข็งแกร่งเกินกว่าจะต่อกรแต่ใช่ว่ามันจะแข็งกร้าวแบบนี้กันหมดทุกคนต่างคนต่างมีปัจจัยหลายอย่างไม่เท่ากันด้วย”
“ท่านกำลังจะบอกว่า อักขระสายกายภาพ อาจมีสิทธิ์---”
“แพ้หรือไม่ก็หมดประโยชน์ไปในบางสถานการณ์หรือกระทั่งอาจได้เปรียบในบางสถานการณ์แต่มันก็เปล่าประโยชน์เมื่อผู้ถือครองไม่มีน้ำยามากพอ”ทราเวียร์ยิ้มหัวเราะ
ถือได้ว่าเพิ่มพูดความรู้เบื้องต้นให้กับหล่อนยังไงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า หล่อนจำต้องออกสนามรบภายใต้การนำของเขามีความรู้พื้นฐานย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลยในหัวสมอง
“แล้วความแข็งแกร่งของบุคคลผู้ถือครองอักขระมันขึ้นอยู่กับอะไรบ้างละคะ?”
“ก็ขึ้นอยู่กับระดับของอักขระ ความเข้ากัน สภาพร่างกายปัจจัยมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องจะเป็ตัวแบ่งแยกเองว่าผู้ถือครองอักขระอยู่ส่วนไหนของปิรามิดแห่งความแข็งแกร่ง”
“ส่วนที่เธอกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ออกจะปานกลางไปถึงแข็งแกร่งละนะ”แน่นอนว่าเขาหมายถึงกลุ่มสามสาวและพวกะโไปมาบนหลังคา
พวกนั้นยังไม่จัดว่าอยู่บนจุดสูงสุด
“มีแข็งแกร่งกว่านี้อีก?”
“มีสิ ยังมีอีกมากเลยด้วย”
“น่าเหลือเชื่อมากที่มนุษย์สามารถคว้านำพลังแบบนี้ออกมาใช้งานได้”
“เธอพึ่งเคยเห็นการใช้พลังอักขระนิ ช่วยไม่ได้บนโลกใบนี้มันยังมีเื่ปริศนารอให้ไปค้นหาอีกเพียบเลยอาจมากเกินกว่าเธอและฉันจะเข้าใจเสียอีก”
“ในสายของกายภาพดิฉันได้เห็นเป็ตัวอย่าง หากแต่ของนายท่านดิฉันยังไม่เคยเห็นเป็หลักเป็อันเลยไม่ทราบว่าพอจะแสดงให้ได้เห็นรึเปล่าคะ?”สายกายภาพเพิ่มพลังทางกายภาพจนถึงขีดสุดก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ใช้ฝีเท้าวิ่งเร็วกว่ารถยนต์ะโได้สูงกว่าตึกสองชั้น
ผิดกับของทราเวียร์เขายอมรับออกมาว่าอักขระของตนมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางกายภาพเพื่อเพิ่มข้อมูลความรู้ตัวเองหล่อนเลยจำต้องถามออกไป
ซึ่งดูเ้าตัวไม่ค่อยอยากตอบเท่าไหร่นัก
“ของฉันมันผิดแปลกนิดหน่อย เลยไม่ได้เอาออกมาใช้บ่อยผิดกับพวกเขาที่ใช้มันได้ตามใจนึก”
“แล้วแตกต่างกันยังไง?”
“แตกต่างกันยังไง? คงอธิบายด้วยปากเปล่าไม่ได้ละนะเอาไว้ถ้ามีโอกาสเธอจะได้เห็นเอง” ต่อให้อธิบายยังไงสุดท้ายคงมองไม่เห็นภาพหลักใหญ่ใจความสำคัญไม่ได้
เพราะฉะนั้นตอนนี้คงต้องปล่อยว่างไปกัน
“ยังมีอีกเยอะเลยใช่ไหมคะ? สายของอักขระ”ดูหล่อนอยากรู้อยากเห็นมากในเวลานี้
“สายพื้นฐาน กับสายพิเศษ”ทราเวียร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยสุดท้ายเลือกไม่พูดออกไปเพียงบอกออกมาเล็กน้อยพอกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เท่านั้น
เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้มันเยอะมากบอกไปก็คงไม่เกิดผลประโยชน์อะไรมากนัก เขาต้องจัดลำดับชุดข้อมูลให้ตรงตามสถานการณ์
เพื่อดึงให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด
“แน่นอนว่าอักขระมันไม่ได้มีเพียงสายกายภาพตามที่เธอเห็นอย่างเดียวหรอก มันยังมีรายละเอียดอีกมามาย ให้เข้าไปทำความเข้าใจ”
“บอกกันสามวันเจ็ดวันก็ไม่หมดหรอก เพราะฉะนั้นเอาเท่าที่ควรรู้ก็พอ”ตัดจบไม่้าให้รู้เพิ่ม หญิงสาวพยักหน้าเบาบางเป็เชิงเข้าใจ
หากแววตายังเปล่งประกายไม่ขาดสาย
“ค่ะ”
ตูม!!
“...” เงาหลายร่างพุ่งผ่านตัวทั้งสองไปะโจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง พละกำลังที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่าว่าเ้าตัวอักขระที่ทราเวียร์ได้บอกกล่าว
มันเข้าไปทำอะไรกับร่างกายผู้ถือครองถึงได้แสดงพลังสุดแสนเหนือล้ำขนาดนั้นออกมาได้
“มันยอดเยี่ยมไปเลยใชไหมละ?” ทราเวียร์ยิ้ม เขาคาดหวังเอาไว้มากว่าคริสติน่าจะแสดงผลงานอันสุดยอดให้กับโลกหล้าได้พบเห็น ปัญญาประดิษฐ์ที่พลังอักขระ
ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ดูเหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการมนุษย์จะไปถึง
“มันต้องยอดเยี่ยมแน่นอน ฉันมั่นใจ หึหึหึ”เพื่อการนั้นเขาต้องก้าวผ่านวันนี้ไปให้ได้เสียก่อน
“ยอดเยี่ยม?” แววตาหล่อนภายใต้ผ้าคลุมเปล่งประกายแสดงความอยาก้าไม่ปกปิด
“ค่ะ พวกเขาน่าจะเป็ตัวทดลองอันมีค่า”ความคิดผ่าร่างกายตามหาความลับเริ่มก่อเกิดขึ้นในหัวสมองหล่อนทำเอาทราเวียร์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
แต่ใครละจะตกเป็คนดวงซวยกลายเป็หนูทดลอง
“...นั้นสินะ”
“ผู้ถือครองอักขระ? ตัวตนเหนือกว่าสามัญสำนึก”การมีตัวตนของพวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็อะไรที่อยู่นอกเหนือหลักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริงไม่อาจหาคำอธิบายเชิงวิชาการมาพูดกล่าวได้
ฉากเบื้องหน้ามันช่างน่าตื่นตาตื่นใจกับภาพเหล่ามนุษย์มากหน้าหลายตาะโข้ามตึกไปมาวิ่งด้วยฝีเท้าที่มีความเร็วมากกว่ารถยนต์
“ค่ำคืนที่พิเศษ” ทราเวียร์ยิ้มออกมาเล็กน้อย
“...” หล่อนยังจ้องมองไม่วางสายตา
เฉกเช่นเดียวกับหญิงสาวปัญญาประดิษฐ์ทราเวียร์เองก็จ้องมองเพียงแต่ว่าบรรยากาศกับแววตานั้นให้อารมณ์เชิงลบมากกว่าเชิงบวก
...ต่อจากนี้รับรองว่าได้สนุกแน่นอน
“เทศกาลออกล่ากำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่ช้า ไปกันเถอะ คริสหากไปช้าขึ้นมาตำแหน่งดีที่สุดอาจโดนคนอื่นเขาฉกชิงไปเสียก่อน”
“ค่ะ”
ทราเวียร์กับคริสติน่าเมดสาวต่างออกเดินพื้นไม่ใช้ความเร็วเหนือกว่าปกติพวกเขาเพียงเดินไปตามอารมณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครหน้าไหน
จวบจนกระทั่งชายหนุ่มหยุดเดินไม่ก้าวเท้าต่อ
“...” แววตาคมกร้าวเหลือบมองไปยังทิศทางหนึ่งเข้า
“มีอะไรรึเปล่าคะ?”
“เหมือนว่าจะมีแขกอื่นเข้ามา”ปลายสายตามีร่างสูงกำลังเดินหันซ้ายหันขวาคล้ายกำลังกวาดสายตามองหาบางสิ่งอย่างใบหน้าเต็มไปด้วยปานดำ
แววตากระหายเืพร้อมพุ่งใส่ทุกคนที่มันพบเจอ
“กะกะกะกะกะกะ” เป็สิ่งมีชีวิตตัวเดียวกับที่ศรพบเจอ
“เงาตกกระทบ” ดูท่าศึกแรกจะเริ่มต้นไวกว่าที่คิดถือซะว่าซ้อมมือก่อนเจอเข้ากับของจริง ระดับเ้าเงาตกกระทบก็ไม่ได้สูงมากแต่ก็มากพอทำให้เหล่าผู้ถือครองอักขระธรรมดาหวาดกลัวจนตายได้
...เหมาะสำหรับเอามาให้หล่อนซ้อมมือ
“สิ่งมีชีวิตผิดแปลก?”
“อยากลองสู้ดูไหม?”
“ค่ะ” ไม่มีคำว่าอยากหรือไม่ทุกสิ่งอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความปรารถนาของผู้เป็นายหล่อนรับรู้และเข้าใจถึงเจตนาเบื้องลึกเลยยินยอมปฏิบัติตามทันที
คริสติน่าก้าวเท้าออกมายืนเบื้องหน้าทราเวียร์กลายเป็กำแพงหนาคอยปิดกั้นไม่ให้อริศัตรูเข้าสู้
“ขออนุญาตเข้าสู่โหมดต่อสู้ค่ะ”
“อนุญาตให้ใช้โหมดต่อสู้”
“...” แก่นพลังงานไหลผ่านทางร่างกายจนเกิดเป็ลวดลายให้เห็นสัญญาณบ่งบอกว่าหล่อนเตรียมพร้อมลงมือเต็มที่ได้เริ่มต้นขึ้น
ทราเวียร์ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนหยิบเอาหินโยนเข้าใส่กระจกด้านข้าง
เป้ง!!!
“กะกะกะกะกะกะกะ!!!” ไม่ต้องเสียเวลาเรียกให้มันเข้ามาหาเงาตกกระทบพุ่งเข้ามาหมายจะฉีกกระชากให้ชายหนุ่มกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
มันกระทั่งพุ่งผ่านตัวคริสติน่าไปไม่หันมาสนใจเปิดเผยช่องว่างให้หล่อนได้่ชิงลงมือ
ปัง!!!
“...” ฝ่ามือเหล็กขาวกระแทกเข้าซี่โครงเต็มแรงส่งร่างสูงปลิวกระเด็นอัดกระจกหายเข้าไปในบ้านหมัดต่อไปตามมาไม่มีหยุดพุ่งะโเข้าใส่ต่อ
“จะใช้เวลากี่นาทีกันกว่าจะลงมือฆ่ามันได้”
ตูม!!!
ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากตึกผ่านหน้าเข้าไปไม่ถึงห้าเิเเกือบดึงเอาร่างเขากระเด็นไปด้วยหากแววตาภายใต้หน้ากากยังเ็าไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น
เหมือนกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็เพียงการละเล่นเด็กน้อยหาได้น่าสนใจ
“...กะกะกะกะกะกะกะ” เงาตกกระทบลุกขึ้นมาจากเศษซาก
มันสะบัดหัวไปมาแววตากระหายเืงุนงงไม่เข้าใจก่อนเหลือบหันมามองทราเวียร์ แรงปรารถนาฆ่าฟันพุ่งทะยานจนไม่อาจหยุดเอาไว้ได้
ระยะห่างถูกร่นเข้าใกล้ได้ใน่เวลาไม่กี่วินาที
ปุง!!!
“...” ก่อนเจอเข้ากับฝ่าเท้าเหล็กกระแทกเสียก่อน
ส่งร่างมันลอยกลับไปยังที่เดิมอีกครั้ง
“สี่นาทีกว่า”
“ทำความเสียหายเงาตกกระทบแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” มีเพียงแผลนิดหน่อยเกิดขึ้นตามร่างกายยังไม่ถึงขั้นเืตกยางออก ออกจะน่าผิดหวังไปหน่อยกับการลงมือครั้งนี้
คริสติน่าก้มหัวขอโทษ
“...ขอโทษด้วยค่ะ” การที่ไม่อาจตอบสนองต่อความ้าผู้เป็นายได้ถือเป็ความผิดบาปครั้งใหญ่ของข้ารับใช้สาวถึงจะเป็ปัญญาประดิษฐ์แินี้ก็ยังส่งผล
ทราเวียร์ยิ้มหัวเราะออกมา
“ช่างเถอะ รู้อยู่แล้วมันต้องเกิด”น้ำเสียงยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
“ตัวตนของเงาตกกระทบมันเหนือล้ำกว่าผู้ถือครองอักขระหาใช้สิ่งที่เธอจะต่อกรได้โดยเฉพาะกับตัวเธอในตอนนี้ที่ยังไม่ถึงขั้นผู้ถือครองอักขระด้วยซ้ำ”
“ทั้งพลังทำลายล้าง ความเร็ว ความคล่องตัวทุกอย่างล้วนเหนือกว่ามนุษย์ไปไกลมากแต่ยังไม่ยังไม่สามารคคว้าชัยชนะจากเงาตกกระทบได้ หากเปลี่ยนเป็ผู้ถือครองอักขระสายอื่นที่ไม่ใช่สายกายภาพอาจพอมีสิทธิ์ลุ้น”
“ให้ไปเจอเข้ากับสายกายภาพคงไม่ไหว”
“...”หล่อนน้อมรับพร้อมเก็บมันเอาไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในยามต่อไป
“มีร่องรอยความเสียหายบริเวณข้อมือกับข้อเท้าเนื่องมาจากแบกรับแรงจากอีกฝ่ายอย่างที่คิดการจะเอาเธอมาใช้งานจริงได้ยังคงต้องใช้เวลาไปอีกพักหนึ่ง”อย่าลืมว่าตัวตนของคริสติน่าตอนนี้คือหุ้นยนต์ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าหลุดโลกไปไกลแล้ว
แต่เขายังไม่พอยังไม่รู้สึกว่ามันเพียงพอเลยซักนิดเดียว
...มันต้องไปได้ไกลมากกว่านี้อีก
“เอาเถอะยังไงการมาครั้งนี้ ก็เพื่อเก็บข้อมูลละนะไม่ได้คาดหวังอะไรมากอยู่แล้ว” ครั้งนี้ไม่ได้ก็ต้องมีครั้งต่อไปมีอีกหลายต่อหลายรอบให้รออยู่
เขาเชื่อว่าในท้ายที่สุดคริสติน่าต้องกลายเป็ผู้ช่วยอันสุดยอดให้เขาได้แน่นอนเพราะฉะนั้นในตอนนี้คงต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ผู้เป็นาย
ได้แสดงฝีมือให้ข้ารับใช้สาวได้เห็น
“กะกะกะกะกะกะ” เงาตกกระทบหรี่สายตามองทราเวียร์
มันรู้สึกถึงความอันตรายอันแสนสาหัสกำลังก่อตัวขึ้นบนตัวชายหนุ่มที่ดูไม่มีอะไรเลยในตอนแรกสัญชาตญาณทำงานหนักหน่วงเต็มที่
เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์
“เธออยากเห็นใช่ไหมพลังเกี่ยวกับอักขระของฉัน” สิ้นเสียงของผู้เป็นายคริสติน่าเงยหน้าขึ้นมองพบเห็นว่าดวงตาคู่งามภายใต้หน้ากากมันเปลี่ยนกลายเป็สีขาวเป็ที่เรียบร้อย
ราวกับตนเป็ผู้ต้อยต่ำไม่คู่ควรให้มอง
“...” หล่อนรีบก้มหน้าหลบ
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยก่อนหันไปมองเงาตกกระทบ
“กะกะกะกะกะกะ!!!” มันส่งเสียงขู่เต็มที่
“เข้ามาสิ ผมจะเป็คู่มือให้เอง”ทราเวียร์กวักมือร้องเรียกอีกฝ่าย โดยไม่มีความยำเกรงต่ออีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย