องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 159 ออกไปเที่ยวเล่นนอกเมือง

            "ข้าคิดเช่นนั้นจริงๆชีวิตแบบนี้ต่างหากที่ข้าต้องการ ก่อนหน้านี้ข้ามัวแต่คิดถึงเรื่องไร้สาระพวกนั้นจริงๆ แล้วข้าไม่มีความสุขเลย" จางเจิ้นผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม"ท่านพี่คงไม่รังเกียจใช่ไหมขอรับ หากข้าจะเกียจคร้านไปบ้าง?ท่านพ่อเคยบอกไว้ ว่าให้ท่านพี่ดูแลข้าให้ดี"

            พอได้ยินจางเจิ้นผิงเอ่ยถึงท่านพ่อผู้ล่วงลับความรู้สึกมากมายก็ถาโถมเข้ามาในใจจางเจิ้นอัน เขาจึงเอ่ยว่า"เจ้าวางใจเถอะ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็น้องข้า พี่จะปกป้องเจ้าเป็นร่มเงาให้เจ้าเสมอ"

            "ขอบคุณท่านพี่ขอรับ"จางเจิ้นผิงกล่าว พลางดึงเย่จิ้งซูเข้ามาใกล้ กล่าวว่า"ก่อนหน้านี้จิ้งซูเคยทำผิดต่อพี่สะใภ้ไว้หวังว่าท่านพี่กับพี่สะใภ้จะเมตตา ไม่ถือสาหาความนางนะขอรับ"

            จางเจิ้นอันได้ยินดังนั้นก็หันไปมองหน้าเย่จิ้งซู เห็นนางก้มหน้าลงทำท่าสำนึกผิดเขาจึงหันไปมองอันซิ่วเอ๋อร์ อันซิ่วเอ๋อร์เห็นสายตาเขาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "ข้าคงพูดคำว่าให้อภัยไม่ได้เพราะเจ้าทำเรื่องไม่สมควรกับข้าไว้จริงๆ แต่เรื่องที่ผ่านมา ข้าจะไม่ถือสาส่วนวันข้างหน้า ก็แล้วแต่เจ้าจะทำตัว"

            เมื่อเห็นพี่น้องตระกูลจางคืนดีกันในใจนางก็ยินดีอย่างยิ่ง เรื่องที่เย่จิ้งซูเคยทำกับนาง นางก็พยายามปล่อยวางไปแล้วที่ไม่พูดคำว่าให้อภัย ก็เพราะในใจยังติดค้างอยู่บ้าง แต่หากเย่จิ้งซูทำตัวดีๆแบบนี้ต่อไป นางก็อาจจะเลือกลืมเรื่องที่ไม่น่าจดจำเหล่านั้นไปให้หมดไม่พูดถึงมันอีก

            "นางต้องทำตัวดีแน่นอนขอรับ"จางเจิ้นผิงตอบแทนนาง "ก่อนหน้านี้นางแค่ไม่เข้าใจตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว นางแต่งให้ข้าแล้ว พวกเราจะอยู่กันดีๆ ไม่รบกวนท่านพี่อีก"

            "อืมเช่นนั้นก็ดีแล้ว" จางเจิ้นอันเผยรอยยิ้มออกมาอันซิ่วเอ๋อร์ก็ยิ้มตาม หากนางสามารถจับมือกับเย่จิ้งซูได้การจัดการกับท่านแม่อูซื่อก็คงเป็นแค่เรื่องของเวลา

            นางอยากให้ครอบครัวปรองดองรักใคร่กันไม่อยากให้ทุกคนคอยแต่แก่งแย่งชิงดี ห้ำหั่นกันจนมีแต่เรื่องวุ่นวาย

            "ขออภัยเจ้าค่ะ"เย่จิ้งซูก้มกายลงขอโทษทั้งสองอีกครั้ง

            อันซิ่วเอ๋อร์เข้าไปประคองเย่จิ้งซูขึ้นกล่าวว่า"เอาเถอะ เรื่องที่แล้วก็ให้มันแล้วไปพวกเราไปเดินเล่นต่อกันดีกว่า ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยพูดถึงดอกอะไรนะ ข่วนหน้าหญิงงามดอกมันสวยมากเลยนะ แค่ชื่อฟังดูน่ากลัวไปหน่อย"

            เย่จิ้งซูยิ้มเขินๆกล่าวว่า"ดอกซานฉาชนิดนั้นชื่อนี้จริงๆ เจ้าค่ะกลีบสีชมพูของมันจะมีริ้วสีแดงแต้มอยู่ เหมือนใบหน้าหญิงงามโดนข่วนเป็นรอย"

            "พอเจ้าพูดแบบนี้ก็เหมือนจริงๆ ด้วย ข้านี่ช่างบ้านนอกเสียจริง" อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มแย้ม

            เย่จิ้งซูหัวเราะทั้งสองเดินคลอเคลียกันไปได้สองก้าวอันซิ่วเอ๋อร์ก็กลับมาเดินข้างจางเจิ้นอันเหมือนเดิม

            อย่างไรเสียนางก็เป็นสตรีย่อมคิดมากเป็นธรรมดา นางรู้สึกว่าเย่จิ้งซูคงไม่เปลี่ยนไปได้ในชั่วข้ามคืนโลกนี้มีแต่คนเสแสร้ง รู้หน้าไม่รู้ใจ อันซิ่วเอ๋อร์จึงยังคงระวังตัวจากนางอยู่

            ทั้งสี่คนยังคงเดินชมสวนต่อไปบรรยากาศดูเหมือนสนิทสนมกลมเกลียว แต่แท้จริงแล้วใกล้ชิดกันจริงหรือแค่ระแวดระวังกัน ต่างคนต่างมีแผนในใจ ใครเล่าจะหยั่งรู้ได้

            อันซิ่วเอ๋อร์เดินชมดอกไม้เผอิญเงยหน้ามองจางเจิ้นอันแวบหนึ่ง ปกตินางรู้ว่าเขาเป็นคนเคร่งขรึมแต่วันนี้มุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกว่าอารมณ์ดี

            หวังว่าพวกเขาจะสำนึกผิดจริงๆไม่ใช่แค่หลอกลวงเขานะ 

            อันซิ่วเอ๋อร์ก้มหน้าครุ่นคิด

            "จำได้ว่าเมื่อก่อนพวกเราชอบมาเล่นในสวนนี้กันบ่อยๆหลายปีผ่านไป สวนก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย ยังเป็นดอกไม้พวกนั้น ต้นหญ้าพวกนั้น"เย่จิ้งซูเอ่ยขึ้นเรียบๆ

            "ใช่แล้ว"จางเจิ้นผิงพยักหน้า กล่าวจากใจจริงว่า "ข้าไม่คิดว่าหลายปีผ่านไปแม้จะผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวมากมายแต่โชคดีที่ความสัมพันธ์ของเรายังกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้"

            "จริงสิ!เพื่อฉลองที่เราคืนดีกัน เราหาเวลาไปเที่ยวเล่นนอกเมืองกันดีไหมเจ้าคะถือเป็นการส่งท้ายฤดูใบไม้ผลิ" เย่จิ้งซูกล่าวอย่างขี้เล่น

            "ดีเลย!"จางเจิ้นผิงตอบรับอย่างยินดี พลางมองไปยังจางเจิ้นอัน

            จางเจิ้นอันมองอันซิ่วเอ๋อร์อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า เขาก็ตอบรับว่า "ได้สิข้าไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นนานแล้ว" อันซิ่วเอ๋อร์จึงถามเสริม"เพียงแต่ท่านพี่จะมีเวลาหรือเจ้าคะ?"

            "ในเมื่อเจ้าอยากไปต่อให้ไม่มีเวลา ข้าก็จะหาเวลามาให้ได้" จางเจิ้นอันตอบ

            พอจางเจิ้นผิงได้ยินดังนั้นก็รีบกล่าวว่า "งั้นตกลงตามนี้เลยไปกันวันที่สิบแปดเดือนนี้ ก็คือมะรืนนี้"

            "ไปที่ไหน?"จางเจิ้นอันถาม "ไปที่เรือนพักตากอากาศของเราดีหรือไม่?"

            "เรือนพักนั่นน่าเบื่อจะตายพูดถึงทีไรข้าหงุดหงิดทุกที คราวก่อนข้าจะไป คนเฝ้าประตูกลับมาขวางข้าไว้ท่านพี่ว่าน่าโมโหไหมเล่า?" จางเจิ้นผิงกล่าวอย่างขุ่นเคือง"เพราะงั้นเราไม่ไปที่นั่นหรอก ท่านพี่จำได้ไหม? เมื่อก่อนเราชอบไปเล่นกันที่หลังเขานั่น"

            "หลังเขารึ?ท่านแม่ไม่เคยอนุญาตให้เราไปที่นั่นเลยนี่" จางเจิ้นอันกล่าว พอนึกถึงเรื่องเก่าๆ ก็อดหัวเราะไม่ได้

            "แต่ที่นั่นวิวสวยมากเลยนะขอรับอีกอย่างข้าก็ไม่ได้ไปนานแล้ว คิดถึงจะแย่" จางเจิ้นผิงกล่าว

            "ถ้าเช่นนั้นก็ไปที่นั่นก็ได้" เมื่อได้ยินน้องชายว่าดังนั้นจางเจิ้นอันจึงพยักหน้าตอบตกลง

            ทั้งสี่จึงปรึกษาหารือรายละเอียดเรื่องการไปเที่ยวจากนั้นก็เดินเล่นในสวนกันต่ออีกสักพัก แล้วต่างก็แยกย้ายกลับเรือนของตนจางเจิ้นอันมีธุระต้องไปทำ จึงส่งอันซิ่วเอ๋อร์กลับเรือนสดับไผ่ก่อนแล้วจึงออกไปข้างนอก

            แม้ว่าอันซิ่วเอ๋อร์จะไม่ได้ถามว่า'หลังเขา' คือที่ไหน แต่พอนึกว่าจะได้ไปเที่ยวเล่นนางก็มีความสุขมากแล้ว ขอแค่ได้อยู่กับเขา จะไปเที่ยวที่ไหนนางก็ไม่ใส่ใจ

            เวลาสองวันผ่านไปไวเหมือนลมพัดในที่สุดก็ถึงวันที่นัดไปเที่ยวกัน จางเจิ้นอันขี่ม้าตัวเดียวกับอันซิ่วเอ๋อร์ส่วนเย่จิ้งซูกับจางเจิ้นผิงขี่ม้าคนละตัว ค่อยๆ เดินทางออกนอกเมืองไปโดยมีขบวนบ่าวไพร่ถือสัมภาระตามไปข้างหลัง

            "เดิมทีข้าว่าจะชวนเยี่ยนจิ่งซิวมาด้วยแต่เจ้าหมอนั่นดันไปเมืองข้างๆ เสียแล้ว เลยไม่มีวาสนามาสนุกกับพวกเราไม่งั้นคงครึกครื้นกว่านี้" จางเจิ้นผิงกล่าว

            "ไม่เป็นไรหรอกแค่ครอบครัวเรามาสนุกกันก็พอแล้ว" จางเจิ้นอันกล่าว"เจ้าหมอนั่น ไว้มีโอกาสค่อยชวนใหม่"

            "ก็จริงขอรับ"จางเจิ้นผิงยิ้ม

            ตลอดทางทั้งสี่คนพูดคุยกันอย่างออกรสไม่นานก็ถึงที่หมาย

            สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือทุ่งหญ้ากว้างมีต้นหลิวใหญ่สองสามต้นทอดกิ่งระย้าอยู่กลางทุ่ง มีลำธารสายเล็กๆ คดเคี้ยวไหลผ่านอันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินเสียงน้ำไหล พอเห็นพวกเขาหยุดม้า นางจึงถามว่า"ถึงแล้วหรือเจ้าคะ?"

            "ใช่แล้ว"จางเจิ้นอันพยักหน้า ลงจากหลังม้า แล้วยื่นมือไปช่วยประคองนางลงมาแล้วจึงกล่าวว่า "เราจะพักเล่นกันที่เชิงเขานี่สักพักแล้วค่อยขึ้นเขาไป"

            "ดีเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า

            ทิวทัศน์ที่นี่งดงามยิ่งนักเบื้องหน้าเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี มีต้นไม้รูปทรงแปลกตาขึ้นอยู่ประปรายเหยียบย่ำลงไปรู้สึกนุ่มสบายเท้าไกลออกไปมีโขดหินรูปทรงประหลาดตั้งตระหง่านอยู่บ้าง ถัดขึ้นไปก็เป็นภูเขาสูงเมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามสดใส มีเมฆขาวลอยละล่อง แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมาพอดีทำให้รู้สึกสดชื่นเบิกบานใจอย่างบอกไม่ถูก

            จางเจิ้นอันผูกม้าไว้กับต้นไม้ม้าตัวนั้นก็ก้มลงกินหญ้าเขียวขจี

            "ไปเถอะอย่ามัวยืนอยู่เลย ไปล่ากระต่ายสักสองสามตัวมาทำมื้อกลางวันกัน" จางเจิ้นอันกล่าว พลางหยิบคันธนูกับลูกธนูจากบ่าวรับใช้แล้วส่งคันธนูอีกคันให้จางเจิ้นผิง

            การล่าสัตว์เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับอันซิ่วเอ๋อร์จางเจิ้นอันกำลังจะเดินขึ้นเขาไป ก็ไม่ลืมหันมาบอกอันซิ่วเอ๋อร์ว่า"ซิ่วเอ๋อร์ เจ้าเล่นอยู่แถวนี้ไปก่อนนะประเดี๋ยวพวกเราก็กลับมา"

            "อืม" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า ที่จริงบ่าวไพร่ก็เตรียมอาหารมาด้วยแต่ดูเหมือนอาหารที่ล่ามาเองจะน่าตื่นเต้นกว่า

            อันซิ่วเอ๋อร์มองตามจางเจิ้นอันที่เดินลับไปไกลแล้วนั่งลงอย่างว่าง่ายใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง มองดูม้าหลายตัวกำลังเล็มหญ้านางรู้สึกว่าช่วงเวลาอันเงียบสงบเช่นนี้ช่างดีเหลือเกิน

            "พวกเราไปเก็บฟืนกันเถอะเจ้าค่ะ"เย่จิ้งซูเดินเข้ามาหานางเมื่อไหร่ไม่รู้ กล่าวชวนว่า "พวกผู้ชายไปทำธุระของเขา พวกเราก็อย่าอยู่เฉยเลย"

            น้ำเสียงนางสดใสรอยยิ้มมีเสน่ห์ ทำให้อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว“ได้สิ”

            เย่จิ้งซูยื่นมือมาให้อันซิ่วเอ๋อร์ลังเลเล็กน้อย แต่ก็วางมือลงบนมือนาง เย่จิ้งซูดึงนางลุกขึ้นทั้งสองจึงช่วยกันเดินเก็บฟืนอยู่แถวนั้น

            ที่จริงจะเรียกว่าเก็บฟืนก็ไม่ถูกนักยังเก็บไม่ได้ถึงสองท่อนดี เย่จิ้งซูก็เลิกเสียแล้วนางดึงอันซิ่วเอ๋อร์ไปเล่นน้ำที่ลำธารแทนส่วนเรื่องเก็บฟืนก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบ่าวไพร่ไป

            น้ำในลำธารไม่ลึกอันซิ่วเอ๋อร์จึงไม่กลัว นั่งยองๆ ลงริมธาร จุ่มมือลงไปล้าง น้ำเย็นเฉียบหินกรวดมนกลิ้งไปมาในลำธารเป็นประกายยามต้องแสงแดด

            "อ๊ะ!พวกเขากลับมาแล้ว!" เล่นกันอยู่สักพัก เย่จิ้งซูสายตาดีมองเห็นคนทั้งสองแต่ไกล จึงลุกขึ้นยืนร้องบอก ทำท่าเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสา

            พออันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินก็หันไปมอง เห็นจางเจิ้นอันกับจางเจิ้นผิงกำลังเดินมาจริงๆนางจึงโบกมือให้จางเจิ้นอัน เรียก "ท่านพี่"

            จางเจิ้นอันเร่งฝีเท้าพอมาถึงข้างกายอันซิ่วเอ๋อร์ ก็เอาของที่ล่ามาได้อวดนางเป็นกระต่ายป่าอ้วนพีตัวหนึ่ง ขนสีเทาปนขาว

            "ท่านพี่เก่งจังเลยเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวชม จางเจิ้นอันยิ้มรับแต่แล้วก็ได้ยินเสียงเย่จิ้งซูถามจางเจิ้นผิงว่า "แล้วท่านล่าอะไรมาได้เจ้าคะ?"

            "ไก่ป่าตัวหนึ่ง"จางเจิ้นผิงนำของที่ล่าได้ออกมาจากข้างหลังเย่จิ้งซูเห็นก็ยกมือปิดปากหัวเราะ "ไม่นึกว่าท่านก็เก่งเหมือนกันนะเจ้าคะ"

            "แน่นอนสิเจ้าคิดว่าข้าดีแต่พูดรึไง?" จางเจิ้นผิงตอบกลับแล้วหันไปเรียกบ่าวไพร่ให้เอาของที่ล่ามาได้ไปจัดการ

            ทั้งสี่คนเดินเล่นอยู่แถวเชิงเขาส่วนพวกบ่าวไพร่ก็ยุ่งอยู่กับการก่อไฟทำอาหาร รอจนอาหารใกล้เสร็จอันซิ่วเอ๋อร์และคนอื่นๆ ก็เดินเล่นกลับมาพอดี เย่จิ้งซูจึงฉวยโอกาสพูดขึ้นว่า"เมื่อครู่ข้ากับซิ่วเอ๋อร์ก็ไปช่วยเก็บฟืนมานะเจ้าคะเพราะงั้นอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ก็มีส่วนของพวกเราอยู่ด้วย"

            อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินก็ยกมือปิดปากหัวเราะฟืนแค่สองท่อนที่เก็บมาจะมีความหมายอะไรได้แต่เห็นเย่จิ้งซูกำลังอวดอ้างความดีความชอบกับจางเจิ้นผิง นางจึงไม่ได้พูดอะไร

            "ใช่แล้วอาหารมื้อนี้อร่อยได้ก็เพราะมีพวกเจ้าอยู่ด้วย ทิวทัศน์ถึงได้งดงามจับใจเช่นนี้"พอจางเจิ้นผิงพูดเช่นนี้เย่จิ้งซูก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ไม่ได้พูดอะไรต่อ

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592