สายฝนโปรยปรายยามราตรี แสงตะเกียงน้ำมันในเรือนของหลิวซูเหยียนสว่างเพียงเล็กน้อย ร่างบางในชุดผ้าไหมบางเบากำลังนั่งอยู่ข้างหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ พร้อมลมหายใจอุ่นร้อนและแก้มที่แดงจากไออุ่นของชา
หลิวซูเหยียนยกยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมา นางได้เข้ามาอยู่ในตระกูลเซียวในฐานะสาวรับใช้ั้แ่อายุสิบกว่า ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมายี่สิบปีแล้ว ใน่เวลาที่ผ่านมานางมีโอกาสได้ดูแลคุณชายถึงสองคน คือคุณชายใหญ่และคุณชายรองของตระกูลเซียวนี้
คุณชายทั้งสองน่ารักกับนางมาก อีกทั้งยังชอบเรียกนางว่าแม่นม ทั้งที่นางมิเคยมิเคยให้นมคุณชายเลยสักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ เพราะมันทำให้นางมีกินมีใช้ แม้นางจะมิมีโอกาสให้นมผู้ใดเลยก็ตาม
เมื่อคิดถึงตรงนี้รอยยิ้มเศร้าก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว เนื่องจากตอนนี้นางอายุสามสิบกว่าแล้ว ซึ่งอายุขนาดนี้ถือว่ามากยิ่งนัก
ถึงจะกล่าวกับท่านประมุขตระกูลเซียวว่าขอออกไปสร้างครอบครัว ทว่านางก็รู้ความจริงดีว่า... คงมิมีผู้ใดสนใจสตรีแก่เช่นนางหรอก
“เอาเถอะ ถึงจะมิมีผู้ใดสนใจสตรีแก่เช่นข้าก็มิเป็ไร อย่างไรตอนนี้คุณชายทั้งสองก็เติบโตมากแล้ว และมิ้าการดูแลจากข้าอีกต่อไป ข้าก็แค่ออกไปลองทำอะไรใหม่ ๆ ลองใช้ชีวิตด้วยการทำอย่างอื่นแล้วกัน อาจจะเปิดร้านขนมเล็ก ๆ แบบนี้ก็น่าจะดี”
หลิวซูเหยียนที่รับรู้ว่าตนเองกำลังจะจมอยู่กับความเศร้า นางก็กล่าวให้กำลังใจตนเองพร้อมกำหมัดแน่น และเมื่อได้กล่าวออกมาเช่นนี้นางก็รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ นางจึงคิดเข้านอนเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้
ทว่าในขณะที่หลิวซูเหยียนกำลังจะลุกขึ้นนางก็ได้ยินเสียงประตูไม้แง้มออกเบา ๆ ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเมื่อเห็นร่างสูงสง่าก้าวเข้ามา
คุณชายใหญ่ จากเด็กน้อยในอ้อมกอดของนางตอนนี้เขาได้เติบโตเป็บุรุษหนุ่มอายุยี่สิบกว่าและสามารถเข้าไปอยู่ในสถานศึกษาได้แล้ว
“คุณชายใหญ่ เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ยามดึกเช่นนี้เ้าคะ แล้วท่านมิได้อยู่ที่สถานศึกษาหรือเ้าคะ” เสียงของแม่นมสาวสั่นเครือพร้อมหัวใจที่เต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ชายหนุ่มไม่ตอบเพียงเดินเข้าไปใกล้นาง และเมื่อใบหน้าของเขาใกล้กับแสงสว่างของตะเกียง มันก็เผยใบหน้างามของบุรุษหนุ่ม และดวงตาคมกริบที่กำลังจับจ้องไปยังหลิวซูเหยียน
“แม่นม...” เขาเอ่ยเสียงทุ้มแ่เบาแต่กลับเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ “รู้ไหมว่าข้าพยายามตั้งใจเล่าเรียนที่สถานศึกษาเพื่อได้จะเรียนจบแล้วกลับมาอยู่บ้านเร็ว ๆ เพราะว่าข้าคิดถึงเ้าทุกค่ำคืน นี่มันทำให้ข้ารู้สึกทรมานมากรู้ไหม ทว่าสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกทรมานยิ่งกว่าคือการที่เ้าคิดจากข้าไปด้วยการบอกว่า จะออกไปสร้างครอบครัว นี่เ้ามี... มีบุรุษอื่นงั้นรึ”
หลิวซูเหยียนขมวดคิ้วงุนงงกับคำถามของชายหนุ่ม บุรุษอื่นหมายความว่าอย่างไร เหตุใดคำพูดของเขาถึงเหมือนว่านางกำลังนอกใจอย่างนั้นแหละ แต่ถึงจะรู้สึกแปลก ๆ นางก็เลือกตอบคำถามของคุณชายใหญ่ทันที
“คุณชายเ้าคะ ข้ามิได้มีบุรุษอื่นเ้าค่ะ และข้าก็ขออภัยที่มิได้บอกเื่จะออกจากที่นี่กับคุณชายนะเ้าคะ ข้าแค่คิดว่าตอนนี้คุณชายทั้งสองเติบโตแล้ว และคงมิ้าการดูแลจากข้าอีกต่อไป ข้าที่ตอนนี้ก็แก่แล้วด้วยเลยคิดออกไปลองทำอะไรใหม่ ๆ เ้าค่ะ”
หลิวซูเหยียนกล่าวพร้อมหายใจหอบ เมื่อคุณชายใหญ่เข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ การที่บุรุษและสตรีจะใกล้ชิดกันขนาดนี้ย่อมมิใช่เื่ดี ที่สำคัญนี่ยังเป็ตอนกลางคืนอีกด้วย แต่ถึงจะรู้แบบนั้นนางก็มิสามารถละสายตาจากดวงตาลุ่มลึกนั้นได้เลย
คุณชายใหญ่ที่ได้ยินว่านางมิได้มีบุรุษอื่นเขาก็ยกยิ้มอย่างมีความสุขอย่างห้ามมิอยู่ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้านางก่อนกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ถึงตอนนี้ข้าจะอายุยี่สิบกว่าแล้วก็มิได้หมายความว่า... ข้ามิ้าการดูแลจากแม่นมเสียหน่อย และหากแม่นมอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ อยู่ที่นี่กับข้า เ้าก็สามารถลองทำอะไรใหม่ ๆ ได้”
เมื่อกล่าวจบเขาก็ยกมืออุ่นร้อนไปลูบแก้มของแม่นมสาวอย่างแ่เบา
“คุณชายใหญ่ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้เ้าค่ะ” เสียงของหลิวซูเหยียนขาดห้วงเมื่อถูกบุรุษหนุ่มกระทำเช่นนี้
“แม่นมช่างงดงามยิ่งนักมิได้ดูแก่เลยสักนิด ข้าดีใจจริง ๆ ที่เ้ามาอยู่ในตระกูลเซียว มิเช่นนั้นสตรีที่งดงามขนาดนี้คงถูกบุรุษอื่น่ชิงจากข้าไปแล้ว” คุณชายใหญ่กล่าวเสียงกระซิบพร้อมยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประชิดหญิงสาว แล้วใช้ริมฝีปากหยักได้รูปแนบลงเรียวปากนุ่มอย่างโหยหา
ริวฝีปากของแม่นมสาวสั่นสะท้าน รสจูบแรกที่นางได้ััแฝงไปด้วยความอ่อนหวานแต่ร้อนแรง ทำเอาลมหายใจของหลิวซูเหยียนขาดห้วงและมือบางต้องกำขอบเสื้อคลุมของตัวเองแน่น เพราะนางรู้สึกเหมือนกำลังจะละลายไปกับรสัันี้
“คุณชาย ไม่ ได้โปรด” แม่นมครางเสียงแ่ แต่คุณชายใหญ่กลับมิสนใจ และเขายังกระชับร่างของนางให้แน่นขึ้นอีกด้วย ก่อนจะใช้มือใหญ่ลูบไล้หลังของนางอย่างหิวกระหาย
“อย่าได้ห้ามข้าเลยแม่นม เพราะคืนนี้... ข้าจะมิยอมปล่อยเ้าไปเป็อันขาด”