บทที่ 92
เหตุผลในการซื้อ
ภายในกระโจมที่เงียบสงัด หลังจากที่ซูฉีเดินออกไปจากกระโจมแห่งนี้ สือหยางที่เฝ้าอยู่บริเวณด้านนอกเดินเข้ามาพบแม่ทัพหวง
ขุนพลคู่กายมายืนบริเวณด้านหน้าก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ เหตุใดท่านจึงซื้อของสิ่งนั้นหรือขอรับ ”
“ อันที่จริงแล้วพวกเราเองก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องใช้ของสิ่งนั้นเลย ”
ขุนพลคู่กายถามอย่างสงสัย งบประมาณของกองทัพจริงอยู่ที่ว่ามันยังคงเหลืออยู่ แต่ว่าจำนวนเงินห้าร้อยตำลึงเงินก็ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ
ถ้านำไปแลกอาหารก็คงจะได้มากมายเลยทีเดียว เพราะแบบนั้นจึงไม่เข้าใจในความคิดของแม่ทัพนุ่ม
แต่ว่าขุนพลคู่กายพวกนี้ก็รู้ดีอย่างไรเสียท่านแม่ทัพก็คงจะไม่ทำอันใดที่ไร้เหตุผลอย่างแน่นอน
หวงเจียวลู่ถือหินศิลาภายในมือที่มาสามารถจุดไฟได้ หวงเจียวลู่มองของภายในมือของตนพลางพูด “ เจ้ารู้หรือไม่ของสิ่งนี้วิเศษขนาดไหน ”
“ ไม่รู้ขอรับ ”
“ ข้าไม่รู้ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรกับพวกเรา แถมท่านเเม่ทัพยังบอกให้ทำสัญญาการซื้อขายเป็นสัญญาการซื้อขายลับอีก ”
“ เพราะแบบนั้นข้าจึงไม่เข้าใจว่าท่านต้องการจะทำอะไรกันแน่ ”
สัญญาการซื้อขายลับมันเป็นสัญญาพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยทั่วไปแล้วภายในกองทัพถ้าจะมีสัญญาการซื้อขาย
มันต้องเป็นของที่แม่ทัพหนุ่มไม่ได้อยากให้พวกคนภายในราชสำนักล่วงรู้ เรียกง่ายๆว่าก็คืออยากซื้อขายโดยหลีกเลี่ยงสายตาของพวกมัน
โดยการเปลี่ยนแปลงงบประมาณของกองทัพ โดยทั่วไปแล้วการใช้งบประมาณของกองทัพต้องส่งให้ทางราชสำนักนั้นตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส
แต่ว่ากองทัพที่อยู่ชายแดนเช่นนี้แน่นอนว่าสามารถหลีกเลี่ยงพวกเรื่องเหล่านี้ แต่หวงเจียวลู่ก็เป็นขุนนางที่ซื่อตรงพอสมควร
แม้ว่าเขาจะอยู่ห่างจากราชสำนักและก็ถูกเนรเทศมาที่ชายแดน แต่ว่าเขาเองก็ทำงานอย่างซื่อสัตย์
พวกเรื่องงบประมาณหรือการซื้อขายล้วนแล้วทำทุกอย่างอย่างโปร่งใส มันแทบจะไม่มีเหตุการณ์ทำการร่างสัญญาการซื้อขายลับขึ้นมาเลย
เพราะแบบนั้นขุนพลคู่กายผู้นี้จึงฉงนใจ ในยามนี้อยากได้คำตอบจากแม่ทับหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
มันคิดว่าอย่างไรเสียแม่ทับหนุ่มก็น่าจะมีคำตอบให้กับมันอย่างแน่นอน หวงเจียวลู่ที่กำลังนั่งอยู่โยนนำเอาหินวิเศษภายในมือให้กับขุนพลคู่กาย
สือหยางรับมันเอาไว้พลางมองมันอย่างสงสัยมากขึ้น
“ ของสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับพวกเราในอนาคตอย่างแน่นอน ”
“ ความสามารถของมันไม่ใช่ของธรรมดาสามารถทำได้ เพียงแค่ส่งเสียงมันก็ทำให้จุดเปลวเพลิงขึ้นมาได้ ”
“ เจ้ารู้หรือไม่แม้ว่านางจะพูดว่ามันสามารถใช้ในการจุดกองเพลิง ”
“ แต่ขากลับมองถึงความสามารถของมันที่มากกว่านั้น การจุดกองเพลิงคือการมองสายตาของคนธรรมดาทั่วไป”
“ แต่สำหรับพวกนักรบอย่างเราและคนที่ทำศึกมามากมายอย่างข้า รู้ดีว่าเจ้าหน้าที่มันสามารถนำไปใช้เป็นอาวุธได้”
หวงเจียวลู่แสดงใบหน้าจริงจัง นี่คือเหตุผลที่มันทำการตอบรับซื้อของพวกนี้โดยที่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
สือหยางได้ยินคำพูดของแม่ทัพหนุ่มที่อธิบาย จึงก็มองของที่อยู่ภายในมือของตนอีกครั้ง หลังจากที่ก้มมองของที่อยู่ในมือพลางคิดก็เริ่มค่อยๆมองถึงมุมมองของแม่ทัพออก
ภาพภายในหัวเริ่มชัดเจนมากขึ้น วิสัยทัศน์ของแม่ทัพหนุ่มกว้างไกลยิ่งนักแม้แต่มันเองก็มองเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ การทำศึกสงครามเพลิงถือว่าเป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ”
“ ท่านคิดจะใช้มันในการสู้รบ ”
“ ถูกต้องในวันหนึ่งถ้ามีสงครามข้าคิดว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งแผนการที่พวกเราซ่อนเอาไว้ได้ ”
สือหยางหลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของหวงเจียวลู่ ในยามนี้กระจ่างถึงความเป็นจริง ไม่คิดกังขากับการซื้อขายของพวกนี้อีก
“ นางคิดค้นของวิเศษขึ้นมาเช่นนี้ได้ ”
“ ข้าคิดว่าในวันข้างหน้านางคงจะคิดของที่น่าสนใจขึ้นมาอีกมากเลยทีเดียว ”
“ ที่คอยจับตามองนางอยู่ยังคงอยู่เช่นเดิมใช่ ”
“ ใช่แล้วขอรับ!!! ” สือหยางพยักหน้าตอบรับ
หวงเจียวลู่สั่งคนของตนเองให้ดูแลนางอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็นการจับตามองด้วย
แต่ว่าพวกสายลับของหวงเจียวลู่ พวกเขาซ่อนเร้นตัวได้แนบเนียนทำภารกิจแนวนี้มาเป็นเวลานาน
ซูฉีเองก็เลยไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่นิดเดียวว่ามีคนจับตามองนางอยู่ตลอดเวลา
“ ดีในเมื่อจับตามองนางอยู่ก็จับตามองต่อไป จริงสิบอกให้คนพวกนั้นส่งรายงานเกี่ยวกับเรื่องของนางมาให้ข้า ”
“ ในทุกๆวันต้องดูอย่างละเอียดว่านางทำอะไรบ้าง ” หวงเจียวลู่คิดว่าคุณหนูตระกูลซูผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
มันในฐานะแม่ทัพที่ดูแลในดินแดนแห่งนี้ย่อมต้องจับตามองเป็นพิเศษ
“ ท่านแม่ทัพจับตามองนางเป็นพิเศษเช่นนี้ หรือว่าท่านเเม่ทัพกังวลว่านางจะทำอะไรที่เป็นอันตรายกับพวกเรา ”
“ ไม่หรอกไม่ใช่แบบนั้นมองเห็นว่านางไม่ได้มีเจตนาร้ายกับพวกเรา ที่ข้าให้จับตามองเอาไว้ก็เพราะเกรงกลัวว่าจะมีคนมุ่งเน้นผลประโยชน์ของนาง ”
“ นางเป็นคนมีความสามารถก่อนหน้านี้ตอนอยู่เมืองหลวงไม่เคยได้ยินว่านางมีความสามารถเช่นนี้ ทำให้ข้ารู้สึกสนใจมากขึ้นไปอีก ” แม่ทัพใบหน้าเย็นชาอยู่ๆก็แสยะยิ้มที่บริเวณมุมปาก
สือหยางมองเห็นแม่ทับหนุ่มแสยะยิ้มที่มุมปาก มันก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากก้มหน้าและก็ขานรับคำสั่งของแม่ทัพอย่างเต็มใจ
“ เข้าใจแล้วขอรับข้าจะให้คนของเราจับตามองนางเอาไว้ตลอดไม่ให้คาดสายตา ”
หวงเจียวลู่แยกแยะคนได้ ในยามนี้ซูฉีถือว่าเป็นตัวตนที่ล้ำค่าสำหรับเขา ผลประโยชน์มากมายที่นางมอบให้กับกองทัพในวันข้างหน้าอาจจะมอบผลประโยชน์มากมายให้กับกองทัพของเขาอีกก็ได้
การจับตามองไม่ได้เป็นเพียงแค่การสอดแนมแต่เป็นการรักษาความปลอดภัยด้วย
…
ซูฉีกลับมาถึงที่พักของตนเอง ใบหน้าของนางตื่นตระหนกจนแทบจะควบคุมตนเอง
“ ห้าร้อยอันไม่คิดว่ากองทัพจะซื้อเยอะขนาดนั้น!!! ” นางควบคุมสติของตนเองไม่ได้เมื่อมองเขียนและคิดถึงเงินก้อนโตที่กองอยู่ด้านหน้า
ไม่อยากจะเชื่อว่ากองทัพจะซื้อของที่นางคิดค้นขึ้นมาจำนวนมากขนาดนั้น ในตอนแรกคิดว่าทางกองทัพจะซื้อเพียงแค่ไม่กี่อันเท่านั้น
แต่ในยามนี้มันกลับกลายเป็นว่าของวิเศษที่นางคิดค้นขึ้นมากลายเป็นแหล่งเงินทุนก้อนโตให้กับนางไปแล้ว
“ เช่นนั้นก็คงจะต้องรีบลงมือหน่อยแล้ว แต่ว่าจำนวนห้าร้อยอันขาดจะทำนานขนาดไหนถึงจะสำเร็จ ”
ซูฉีคิดในใจ จำนวนห้าร้อยอันไม่ใช่น้อยๆ การวาดอักขระของนางจริงอยู่ว่าใช้พลังวิญญาณไม่น้อย
แต่การวาดอักขระในแต่ละอันมันเองก็ใช้เวลาไม่น้อย จำนวนห้าร้อยอันกว่าจะเสร็จคงใช้เวลานาน
ในขณะที่ขบคิดถึงวิธีการจะเร่งความเร็วให้รวดเร็วขึ้น นางเองก็ค่อยๆคิดบางอย่างขึ้นมาได้ บนใบหน้าของคุณหนูตกอับผู้นี้เริ่มปรากฏฉายแววความคิด
ราวกับว่าห้วงทะเลแห่งความคิดของนางภายในสมองมันปรากฏขึ้นมา “ เดี๋ยวนะบางทีนั้นอาจจะสามารถทำได้!!! ”
นางคิดความคิดดีๆขึ้นมาได้แต่นางก็ยังไม่มั่นใจว่ามันจะสามารถทำได้หรือไม่ ถึงอย่างไรก็ต้องลองดูว่ามันสามารถทำอย่างที่นางคิดเอาไว้หรือไม่
….
สองชั่วยามต่อมา
ท้องนภาเริ่มค่อยๆเปลี่ยนสีเข้าสู่ยามเย็น ซูฉีอยู่ภายในบ้านพักของตนเอง ในยามนี้มีร่างกายเปรียบเหมือนตัวนางที่สะท้อนอยู่ภายในกระจกนั่งอยู่ด้านหน้าด้วย
มันคือหุ่นไม่วิเศษที่ได้มาจากร้านค้าแห่งความดี รูปลักษณ์ที่เปรียบดุจดั่งเงาสะท้อนของกระจกนั่งหันหน้าเข้าหากัน
ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคนไหนคือตัวจริง ซูฉีที่นั่งอยู่ด้านซ้ายเริ่มลงมือ ด้านหน้าคือหินจำนวนมากที่เตรียมมาเป็นศิลาจุดไฟ
และแล้วสิ่งอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น ซูฉีทั้งสองเริ่มทำการวาดอักขระอย่างพร้อมเพรียง ในครั้งเดียวสร้างหินศิลาได้ถึงสองก้อน
จบบท