หลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า

    บทที่ 110 จงกวนเฮ่าซาบซึ้งใจ

    บทที่ 110 จงกวนเฮ่าซาบซึ้งใจ




    แม้ว่าคุณชายจงจะได้รับคำแนะนำที่แปลกประหลาดจากหลี่ชิงหมิน ทว่าเขาไม่ได้มีคำถามอื่นใด เข้าใจว่าหลี่ชิงหมินผู้นี้อาจจะเป็นคนที่คร่ำเคร่งในเรื่องคุณธรรมผู้หนึ่ง เคยได้ยินว่าเขาสามารถทำผงชาที่ช่วยให้ผ่อนคลายจิตใจได้ ตนเองยังได้ลิ้มรสมาก่อนแล้วว่าเป็นเช่นไร ดังนั้นจึงเชื่อว่าเขาควรจะมีความสามารถที่ได้ประโยชน์จากการเข้าวัดทำบุญ


                


    หารู้ไม่ว่าชิงหมินผู้นี้ ตั้งแต่มายังเมืองหลวงก็ยังไม่เคยไปอารามชิงที่ตนเพิ่งเอ่ยถึงเลย อาศัยเพียงแค่ข้อมูลจากนิยายเพื่อชี้โพรงให้กระรอกเข้าไปพักอาศัยได้ก็เท่านั้น


               


    ผู้นำตระกูลหลี่พยายามสอบถามชิงหมิน บุตรชายตัวแสบของตนเองหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ได้รับคำตอบเพียงว่า “เดี๋ยวท่านพ่อจะได้รู้เอง” เท่านั้น ปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นปริศนาไป 2 วัน กระทั่งคุณชายจงมาหาชิงหมินตั้งแต่เช้าตรู่อีกครั้ง


                


    ไม่เหมือนกับครั้งแรกที่มาพบ คุณชายจงมาครานี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่าง ราวกับว่าเขาได้รับคำตอบที่อยู่ในใจแล้ว เหลือเพียงการยืนยันจากปากของชิงหมินเท่านั้น วันนี้คนมาที่นี่ด้วยท่าทางเหมือนกับเด็กเล็ก ชิงหมินเข้าใจอารมณ์ดี จึงไม่ได้ปล่อยให้อีกฝ่ายรอตนเองอีก


                


    เขายอมตื่นขึ้นมาในยามเช้าแล้วพบกับคุณชายจงผู้กระตือรือร้น เมื่อเห็นหน้าของชิงหมิน เขาก็รีบเข้าประเด็นที่ตนเองเก็บงำมาตลอดทั้งคืนทันที




    “คุณชายหลี่ ข้าไปที่อารามหลวงชิงมาแล้ว....”




    “โอ้ เช่นนั้นก็ดีแล้ว”




    “ถ้าอย่างนั้น...สิ่งที่ท่านบอกว่าจะแนะนำ...”




    “หืม? ท่านไปที่อารามหลวงชิงมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำแนะนำใดๆหรือ?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วเชิงไถ่ถาม




    “หรือว่า....ท่านต้องการให้ข้าไปเจอสิ่งนั้นจริงๆ นั่นคือการแนะนำของท่านตั้งแต่แรกหรือไม่”




    “หึ หึ คุณชายจง การแสดงออกของท่านไม่จำเป็นต้องเหมือนกับสตรีทั่วไป ข้าได้กล่าวแก่ท่านไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ท่านมุ่งความสนใจไปที่การร่ายรำของนางรำในวังหลวง ไม่ได้เปิดสายตาดูความงดงามจากภายนอกเลย ท่านอย่าลืมว่าท่านนั้นไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนท่าน นางรำเหล่านั้นร่ายรำอย่างงดงาม แต่พวกนางก็เหมือนๆกันหมด ท่านคิดว่าสิ่งนี้มีอันใดน่าสนใจ?” ชิงหมินแสร้งทำเป็นผู้รู้มาก


                


    สายตาของจงกวนเฮ่ายิ่งเป็นประกายมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง ความคิดของเขาตรงกับคุณชายหลี่จริงๆ ยามที่เขาได้เห็นการออกท่วงท่าที่สงบของเหล่าผู้ฝึกฝน ท่านนักบวชเหล่านั้นให้ความรู้สึกน่าเลื่อมใด แต่พร้อมๆกันนั้น...ในสายตาของจงกวนเฮ่า มันกลับมีประกายแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นมาในใจ


                


    เขาไม่ได้หมายความว่าเขาต้องไปฝึกฝนเป็นนักบวช แต่เขาแค่มองเห็นการเคลื่อนไหวที่เข้ากันกับตนเอง ไม่ต้องอ่อนช้อย แต่ไม่แข็งทื่อเหมือนกับการฝึกของทหาร ความงดงามที่สูงส่งและอยู่เหนือโลกีย์ทั้งปวง เสน่ห์แบบนั้น...บางทีอาจจะเป็นเขาที่แสดงมันออกมาก็ได้




    “คราวนี้ ท่านอยากจะลองร่ายรำบทเพลงวิหคคืนรังอีกสักครั้งหรือไม่?” ชิงหมินยิ้มให้แก่เขาจางๆ


                


    แม้ว่าวันนี้พวกเขาจะไม่ได้เชิญนักดนตรีมาที่นี่ แต่จงกวนเฮ่ากลับเดินออกไปยืนอย่างมั่นคง นิสัยขี้อายของเขาก่อนหน้านี้ถูกบดบังด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ ทั้งยังเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบจากก้นบึ้งของหัวใจอีกด้วย


                


    มือซ้ายและขวาของเขากวาดไปรอบๆ การแสดงออกนี้ยังอ้างอิงการแสดงของนางรำในวังหลวงอยู่มาก ทว่าท่าทางที่สุขุมมากขึ้นของเขาไม่เหมือนกับวิหคที่กำลังยั่วยวนผู้คน แต่เป็นวิหคที่โดดเดี่ยว ทว่ากลับมีความอบอุ่นและมั่นคง 


                


    ชิงหมินไม่เคยเห็นพรสวรรค์เช่นนี้ของจงกวนเฮ่ามาก่อน แม้ว่าการแสดงก่อนหน้านี้ของเขาจะดีและสมบูรณ์แบบในเรื่องท่ารำ แต่กลับไม่มีเสน่ห์ให้คนต้องมองนานเกิน 5 วินาทีเลย ทว่า...ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว




    “แปะ แปะ แปะ”


                


    คนตัวเล็กปรบมือให้อีกฝ่ายหลายครั้งด้วยความรู้สึกชื่นชมที่แท้จริง บางจุดยังติดขัด กระนั้นก็เหมือนกับว่าคุณชายจงผู้นี้จะหาทางออกให้ตนเองได้แล้ว ท่าทางที่ไม่ประดักประเดิด ทั้งยังใช้ร่างกายของเขาได้อย่างดี หากร่ายรำพร้อมกับบทเพลง และมีเวลาฝึกฝนอย่างจริงจังมากกว่านี้ เชื่อเถอะว่าเขาจะกลายเป็น “นายรำ” อันดับหนึ่งของเมืองหลวงได้อย่างแน่นอน


                


    ชิงหมินรู้สึกทึ่งกับความสามารถของจงกวนเฮ่าก็จริง แต่เขากลับทึ่งในความสามารถของซือซือมากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะซือซือเป็นคนค้นพบความสามารถที่ซ่อนอยู่ของจงกวนเฮ่าในนิยาย ชิงหมินก็ไม่มีทางที่จะชี้แนะอะไรเช่นนี้ได้เช่นกัน




    “ข้าเห็นเสน่ห์จากการร่ายรำของท่านจริงๆ”




    “คุณชายหลี่ เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่าน ข้าเองก็รู้สึกว่าการร่ายรำนี้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว” จงกวนเฮ่าหอบหายใจ ใบหน้าของเขาแดงก่ำอย่างมีความสุข


                


    ตอนนี้ เขารู้ว่าทิศทางการพัฒนาของตนเองจะเป็นเช่นไร ไม่ใช่แค่บทเพลงวิหคคืนรังเท่านั้นที่เขาจะปรับแต่งให้เหมาะสมกับตัวของเขา แต่ยังสามารถใช้กับการร่ายรำบทเพลงอื่นๆได้ด้วย


               


     ขอแค่เขาสามารถดึงทักษะของตนเองมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด เขาก็ไม่เสียดายที่ได้เกิดมา และรับพรสวรรค์ที่เขาชื่นชอบที่สุดนี้แล้ว!




    “คุณชายหลี่ เรื่องนี้ถ้าไม่ได้ท่าน ข้าก็คงจะเป็นเพียงบุตรชายไร้ประโยชน์ของบิดาต่อไป ภายภาคหน้าจะต้องแต่งเข้าบ้านของสามีและใช้ชีวิตอย่างน่าอดสู ไม่มีบุรุษคนไหนชื่นชอบการร่ายรำของข้า ข้าจะต้องอยู่อย่างทุกข์ใจไปทั้งชีวิต แต่เพราะท่านชี้แนะ ข้า...จงกวนเฮ่าไม่ใช่คนเนรคุณ ภายหลังหากมีสิ่งใดให้ข้าช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ข้าจะทำตามที่ท่านร้องขอทุกประการ!!”


               


     จงกวนเฮ่าโขกศีรษะของตนเองให้กับชิงหมินจนหน้าผากเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ การแสดงออกที่จริงจังของเขาทำให้ชิงหมินต้องรีบลุกขึ้นมาเพื่อจับคนเอาไว้ รู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้างที่ได้รับคำขอบคุณเช่นนี้


                


    อย่าลืมว่าชิงหมินลงมือช่วยเหลือเพราะมีจุดประสงค์ จงกวนเฮ่าไม่รู้เรื่อง ถ้าเขารู้ว่าชิงหมินไม่ได้ช่วยเหลือพร้อมกับเจตนาดี บางทีเขาอาจจะเกลียดชิงหมินแทนที่จะเป็นขอบคุณก็ได้




    “เจ้าสบายใจเถอะ ข้าไม่ได้ทำงานหนักอะไรเลย ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าเท่านั้น”




    “ฮ่าๆ ท่านเป็นอัจฉริยะเหมือนกับที่บิดาของเขากล่าวจริงๆ ไม่เพียงแค่ช่วยเหลือบิดาในการหาทางรอดได้เท่านั้น ท่านก็ยังช่วยเหลือข้าด้วย บุญคุณของท่าน...ตระกูลจงไม่ลืม ข้าเองก็ไม่ลืมเช่นกัน ถ้าเดือดร้อน ท่านเพียงอย่าลืมพวกเราสกุลจงเท่านั้น”


                


    จงกวนเฮ่ายืนยันอีกครั้งแล้วก็ขอตัวจากไป เขายังต้องการฝึกฝนตนเองให้ดี ทว่า...ชิงหมินรู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกติไปอยู่บ้าง


                


    บุรุษผู้นี้เป็นคนกตัญญู เรื่องนั้นเขารู้อยู่แล้ว ทว่าคำสัญญาที่อีกฝ่ายมอบให้ ไม่ใช่การยื่นข้อเสนอว่าจะช่วยเหลือเขา 1 ครั้ง แล้วจบการทดแทนบุญคุณไม่ติดค้างกันหรอกหรือ? ทำไมพูดเหมือนกับว่าเขาได้กลายเป็นเจ้าชีวิตของอีกฝ่ายไปแล้วกันล่ะ!


                


    เรื่องนี้ ชิงหมินย่อมไม่มีทางรู้ ในเนื้อเรื่องเดิมของนิยายแล้ว นางเอกอย่างซือซือได้ช่วยเหลือจงกวนเฮ่าหลังจากที่ตนเองแต่งเข้าจวนสกุลหวงแล้ว กลายเป็นภรรยาที่ผู้คนไม่ต้อนรับ ตอนนั้นบิดาของจงกวนเฮ่าเองก็ถูกทำโทษจนได้รับบาดเจ็บ นอนเป็นผักเป็นปลาอยู่หลายเดือน ตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการถูกพักเอาไว้หลายวันจนสุดท้ายทำให้อำนาจของเขาถูกลดทอน


                


    แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องการต้อนรับกลุ่มการค้าสกุลทงที่ผิดพลาด เพราะในยามนั้นกลุ่มการค้าสกุลทงกับอาณาจักรเซินได้แตกหักกันแล้ว แต่ชะตากรรมของเจ้ากรมพิธีการสกุลจงก็ยังไม่ใช่ดี บัดนี้สงครามจบลงเร็วกว่าเนื้อเรื่อง ทั้งยังมีหลายอย่างไม่เหมือนเดิม กลุ่มการค้าสกุลทงยังดีต่ออาณาจักรเซิน และโทษตายนี้ก็ถูกผูกเอาไว้กับกลุ่มการค้าสกุลทงแทน


                


    หลี่ชิงหมินช่วยเหลือบิดาของเขาเอาไว้ ทั้งยังมีตำแหน่งเป็นว่าที่ฮูหยินใหญ่ของท่านแม่ทัพ มีตำแหน่งเป็นฮูหยินขั้น 1 รออยู่ในอนาคต บริบทเช่นนี้ต่างกันกับซือซือมาก ตอนซือซือเข้าหาจงกวนเฮ่า...ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าฮูหยินแม่ทัพที่ไม่มีผู้ใดสนับสนุนนี้ต้องการใช้ประโยชน์จากผู้คนจึงได้ลงมือหาทางออกให้


                


    จงกวนเฮ่าขอบคุณที่ซือซือช่วยเหลือจริง ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายเข้าหาตนเองเพียงเพราะต้องการใช้ประโยชน์ ดังนั้นในใจของเขาจึงถือว่าบุญคุณความแค้นเหล่านี้สามารถจบลงได้ตามความปรารถนาของซือซือ ต่างกับการแสดงออกของชิงหมินในครานี้


                


    เขาเข้าใจว่าบิดาของตนเองได้มารบกวนคุณชายหลี่ แถมยังเล่าปัญหาของเขาให้อีกฝ่ายฟังจนต้องเดือดร้อนทางนั้นยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออีก ความเข้าใจผิดที่คิดว่าชิงหมินเจตนาดีต่อตนเองและตระกูล...มันทำให้ความภักดีของจงกวนเฮ่าเพิ่งสูงขึ้นเป็นเท่าทวี


                


    บัดนี้ ชีวิตของจงกวนเฮ่าจึงยกให้หลี่ชิงหมินเป็นผู้มีพระคุณรองจากบิดามารดาและพี่ชายน้องสาวที่ดีต่อเขาในตระกูลแล้ว ไหนเลยจะยื่นข้อเสนอการช่วยเหลือเพียง 1 ครั้งแล้วตัดขาดให้กันล่ะ!


                


    ทันทีที่จงกวนเฮ่ากลับไปวันนั้น วันต่อมาสกุลจงก็ส่งของขวัญมาแสดงความขอบคุณแก่หลี่ชิงหมินทันที น่าเสียดายที่ผู้นำตระกูลจงอย่างเจ้ากรมพิธีการจงไม่ได้มาด้วยตนเอง เวลานี้เขายุ่งมากกับการเตรียมงานต้อนรับ ทว่าข้าวของมากมายที่เขาสั่งให้นำมาให้ก็เยอะมากจนผู้นำตระกูลหลี่ตาลาย


                


    ชิงหมินได้ยินบิดาพูดตอนที่นำคนมาส่งของขวัญไว้ที่จวนของเขาว่า




    “ตระกูลใหญ่กับตระกูลเล็กๆของพวกเราช่างต่างกันจริงๆ แค่ตอบแทนบุญคุณครั้งเดียวก็มอบของขวัญที่มีค่าราวกับสมบัติครึ่งหนึ่งของตระกูลหลี่ทั้งตระกูลแล้ว เจ้าแต่งเข้าสกุลหวงครานี้....นำของทั้งหมดที่ได้รับไป แทบจะเอาทั้งจวนสกุลหลี่ไปด้วยเลย”


                


    เขาพูดอย่างอ่อนใจ เดิมทีคิดว่าตระกูลหลี่จะไม่ปล่อยให้หลี่ชิงหมินแต่งเข้าสกุลหวงอย่างน่าอับอายแน่ สินเดิมจะต้องมากเข้าไว้ ไม่ให้คิดว่าตระกูลหลี่ยากไร้ไม่มีอำนาจใดๆ นี่ก็เพื่อให้หลี่ชิงหมินได้อยู่กับตระกูลหวงอย่างดี 


                


    แต่ใครจะไปคิดว่าเจตนาอันดีของเขานั้น เป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆที่เจ้าลูกชายตัวแสบหามาได้ สินเดิมจากตระกูลมีเพียงเสี้ยวเดียวของสินเดิมที่หลี่ชิงหมินนำติดตัวไปในนามของเขา นี่โทษใครไม่ได้นอกจากความไร้ความสามารถของตนเอง...


                


    หลี่ชิงหมินไม่ได้ปลอบโยนบิดา ถ้าเขาได้แต่งภรรยาเข้ามาในจวน สมบัติเหล่านี้ยังคิดแบ่งให้ตระกูลหลี่บ้าง ทว่า...ตอนนี้หลี่ชิงหมินจำเป็นต้องสะสมทรัพย์เอาไว้ให้ได้มากที่สุดก่อน เขาไม่รู้เลยว่าเข้าสกุลหวงแล้วจะต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง การเตรียมการเพื่อป้องกัน ทำให้ตนเองพร้อมเอาไว้นั้นดีที่สุด


                


    ในที่สุด วันสำคัญของอาณาจักรเซิน และผู้คนทั้งเมืองหลวงก็ได้เริ่มต้นขึ้นเสียที วันนี้เป็นวันเลี้ยงต้อนรับกลุ่มการค้าสกุลทงแล้ว กลุ่มแรกที่เดินทางมาโดยทงยูนั้นอยู่ในจวนต้อนรับมานานแล้ว และหลังจากที่กลุ่มแรกมาถึง กลุ่มที่สองก็เพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อวันก่อน พวกเขาพร้อมที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ พร้อมกับรายการสินค้าจำนวนมากในมือด้วย!


                


    งานเลี้ยงต้อนรับนี้จะจัดขึ้นในช่วงสายๆของวัน ปล่อยให้กลุ่มการค้าสกุลทงได้พักผ่อนและมีเวลาเตรียมการในส่วนของตนเอง เมื่อมาเมืองหลวง...พวกเขาไม่ได้มาด้วยขบวนสินค้าขนาดเล็กเหมือนที่ไปลงเขตใต้ สินค้าของพวกเขาหลายลำเรือรอที่จะขายให้กับอาณาจักรเซิน ซึ่งมันทำให้ทุกคนในอาณาจักรตาลุกวาว


                


    พวกเขากำลังคาดหวังกับการแลกเปลี่ยนสินค้าในครั้งนี้อย่างมาก!


                


    ชิงหมินเตรียมพร้อมตั้งแต่เช้า ทั้งยังกินอาหารจนอิ่มหนำไปแล้วด้วย เขาไม่รู้หรอกว่างานเลี้ยงรับแขกคนใหญ่คนโตของอาณาจักรนี้จะมีพิธีรีตรองอะไรบ้าง เขารู้แค่ว่าต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุดก็เท่านั้น


                


    เขาไม่กลัวอย่างอื่น ที่กังวลมีเพียงท้องเล็กๆของเขาจะว่างเปล่าก็เท่านั้น แม้ว่ามารดาจะตำหนิเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับความตะกละของเขาเช่นนี้ ทว่ามารดาก็ยังตามใจเขามาก นางถึงกับให้ห้องครัวทำขนมอบไปเพิ่มให้ชิงหมินติดตัวไว้ด้วยซ้ำ กลัวว่าลูกชายจะกินไม่อิ่มในงานเลี้ยงใหญ่โตนั่น


                


    วันนี้ชิงหมินอยู่ในชุดสีเทาอ่อนเกือบขาว เป็นชุดที่ตัดพร้อมกับคนอื่นๆในตระกูล ดังนั้นเนื้อผ้าจึงไม่ได้ต่างกันมากมายนัก ให้ความรู้สึกสบายตามากกว่าที่จะโดดเด่น ราวกับตระกูลหลี่ต้องการรับเจตนารมณ์ที่แท้จริงของเหล่าชนชั้นสูง เนื่องจากพวกเขาไม่มีสิทธิที่จะประมูลสินทรัพย์ใดๆของกลุ่มการค้าสกุลทงเลย จึงควรรักษาภาพลักษณ์ที่ต่ำต้อยเอาไว้ก่อน


                


    หลี่ชิงหมินยังมีการส่งจดหมายพูดคุยกับน้องสาวอันลี่ถิงอยู่ เขารู้ว่าวันนี้นางก็จะเข้าร่วมด้วยในฐานะฮูหยินของคุณชายกุย ซึ่งผู้นำตระกูลกุยได้รับสิทธิในการยกมือขอแลกเปลี่ยนสินค้ากับสกุลทงด้วย แม้ว่าสามีของนางจะไม่ได้เข้าร่วมโดยตรง แต่ยังถือว่าเป็นแขกผู้มีเกียรติอยู่


                


    ชิงหมินได้ยินว่านางได้รับความเคารพที่ดีในสกุลกุยก็มีความสุขด้วย เด็กสาวตัวน้อยที่ขี้กลัว บัดนี้มีที่ยืนของตนเองแล้ว นางกล่าวว่าทั้งหมดเป็นเพราะหลี่ชิงหมินและแม่ทัพใหญ่ที่ประกาศออกหน้าให้เกียรตินาง ตระกูลกุยไม่มีทางที่จะดูแคลนนางได้จากสกุลเดิมอยู่แล้ว แต่ยิ่งมีทั้งสองคนอยู่เคียงข้าง...พวกเขาก็ยิ่งมอบตำแหน่งที่มั่นคงให้


                


    อันลี่ถิงได้ดูแลบัญชีในจวน ได้ควบคุมข้ารับใช้ทั้งหมด ปรากฏว่าความสามารถของนาง...เมื่ออยู่ถูกที่ถูกทางก็มีประโยชน์ไม่น้อย นางสามารถสบตากับสาวรับใช้ในจวนและรู้ความลับอย่างเช่น ใครวางแผนที่จะนำความลับของสกุลกุยไปแจ้งแค่คู่แข่งบ้าง ใครรับสินบนมาบ้าง ใครทำสิ่งใดไม่ดี นางจัดการล่วงหน้าได้หมด


                


    ต่อมา สามีของนางยังชอบใจนางด้วยซ้ำ อันลี่ถิงไม่มีพี่สาวพี่ชายในสกุลอันคอยดูแคลน ไม่มีเหล่าฮูหยินและอนุภรรยาตำหนิว่าใช้ความสามารถที่น่ารังเกียจ นางก็มีความสุขขึ้นเรื่อยๆ


                


    ชีวิตที่แสนดีเช่นนี้ ทำให้คนที่วางตัวเป็นพี่ชายอยู่ข้างหลังเช่นเขามีความสุขไปด้วยจริงๆ ตัวเขาเอง...หากเลือกได้ก็อยากจะให้สกุลหวงมองตนเองในแง่ดีเหมือนกัน






    ………………………………………………

    คล้ายกับเรื่องหลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498