ปี พ.ศ. 2550 ม.5 เทอม 2 ณ โรงอาหารของโรงเรียนเก่าแก่ย่านกลางกรุง
"แพรว วันนี้มีนักเรียนเข้าใหม่ด้วยนะ" ฟ้าเพื่อนสนิทของแพรวรีบนำข่าวดีมาบอก ด้วยความที่เพื่อนคนนี้มีนิสัยร่าเริงและชอบเข้าสังคมที่สุด คงไม่แปลกที่จะดีใจเวลามีนักเรียนใหม่เข้ามา เพราะั้แ่พวกเราขึ้น ม.4 นี่ก็นับเป็ครั้งแรกที่มีนักเรียนใหม่เข้ามา
-นั่นสิ แล้วใครจะอยากอยู่ โรงเรียนแบบนี้กัน-
โรงเรียนของฉันเป็โรงเรียนเก่าแก่ย่านใจกลางเมืองที่ค่าเทอมสูงลิบลิ่ว น้อยคนนักจะรู้จักโรงเรียนนี้ทั้งที่ตั้งติดถนนสายหลัก ด้วยเหตุที่ป้ายโรงเรียนอยู่ลึกเกินกว่าคนผ่านไปมาจะสังเกตเห็น ใครหลายคนที่ได้เรียนที่นี่มักจะออกความเห็นเอาไว้ว่า ถ้าชีวิตมันหมดสิ้นหนทางในการหาที่เรียนแล้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ก็อ้าแขนต้อนรับเด็กๆ เ่าั้ทุกคน โรงเรียนของเรารับนักเรียนใหม่โดยพิจารณาจากราคาที่จ่าย จ่ายหนักเข้าง่ายถึงจะมาวันสุดท้ายของภาคเรียนเด็กคนนั้นก็จะได้รับสิทธิ์เหมือนว่ามีตัวตนมาตลอดทั้งเทอมได้ ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้ฉันเลือกเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ก็เพียงแค่้ารับทุนเต็มจำนวน ฉันจะได้ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายในระดับมัธยมปลาย แต่บางทีฉันก็ลืมไปว่าบนโลกใบนี้ไม่มีของฟรี ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย การได้ทุนของฉันต้องแลกกับการทำกิจกรรมสารพัดสิ่งเพื่อกู้หน้าให้กับโรงเรียนพร้อมกับดูแลเหล่าวายร้ายประจำห้อง ด้วยคำสั่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็คำตายมากกว่า
"แพรว ครู ฝากเราด้วยนะ เห็นที มีแต่เราที่เพื่อนๆ ในห้องพอจะฟังบ้าง" สิ้นเสียง ผอ. ฉันก็ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม เพราะมันคือเื่จริง ใช่ ฉันคือคนที่อยู่กับปีศาจเ่าั้ได้เพียงคนเดียว เพราะฉันเข้าใจพวกเขา ไม่มีใครอยากถูกเปรียบเปรยว่าเป็ปีศาจแต่พวกเขาแค่ไม่รู้วิธีที่จะแสดงออกกับพ่อแม่ที่ไม่ใส่ใจลูกอย่างไร เลยแสดงพฤติกรรมด้านลบออกมา ก็เท่านั้น
"ยังไง ช่วยทำให้เพื่อนๆ ในห้องไม่ไปทำให้ครูคนใหม่คิดลาออกหน่อยนะ ครู ไม่รู้จะจ้างใครมาสอนแล้วจริงๆ " ฉันได้แต่ยิ้มรับทั้งที่ใจอยากบอกออกไปว่า ผอ. เล่นรับนักเรียนไม่เลือกเองนี่คะ
"ลำบากหน่อยนะแพรว" เมื่อสิ้นสุดประโยคนี้คำว่า "ค่ะ" คงจะเป็คำเดียวที่ฉันจะสามารถตอบออกไป จะทำอย่างไรได้ ฉันรับทุนเต็มจำนวนเงินค่าเทอมก็ไม่ใช่น้อยๆ ก็ถือว่าทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยก็แล้วกันเื่แค่นี้สำหรับฉันแล้วสบายมาก
ทั้งที่ห้องเรียนของฉันมันคือแหล่งรวมเหล่าปีศาจร้าย ปัจจุบันกลับมีนักเรียนมาเพิ่มใน่กลางเทอมของเทอมสอง คงไม่ต่างอะไรกับที่ผ่านมา คงโดนไล่ออกมาอีกแล้วสินะ แค่เ้าพวกแสบคนเก่า กว่าฉันจะปราบพยศได้ก็เล่นเอาประสาทเสียไปเป็เทอม แล้วคนใหม่นี้ฉันไม่อยากจะนึกภาพ
"แพรว~ เขาหล่อมาก มากแบบมาก ทั้งขาว ทั้งสูง นี่กูตายได้เลยนะ" แพรวเหลือบตามองฟ้าเล็กน้อยก่อนพูดออกไปแบบไม่ใส่ใจ “งั้นก็ตายไปเลยสิ” พูดจบแพรวก็พาสายตาตัวเองกลับมาจดจ่ออยู่กับโจทย์คณิตศาสตร์ที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
“มึงนี่มันคนตายด้านชัดๆ” แพรวที่กำลังพยายามปั่นการบ้านให้เพื่อนๆ ลอกเพื่อที่จะได้ไม่มีงานค้าง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจพร้อมวางปากกาลง "แล้วไง มาเข้าโรงเรียนเราเอาเทอม 2 คิดว่าคนหน้าหล่อของแกเค้าจะเป็คนดีหรือไง"
ชายรูปร่างสูงโปร่งที่นอนขดตัวอยู่ใกล้ๆ แพรว ขยับตัวเล็กน้อยทำทีเหมือนบทสนทนาของแพรวและฟ้าไปรบกวนการนอนของคุณเขาอย่างนั้น
ฟ้าทำหน้าเอือมระอาเพื่อนสนิทที่ทั้งวันดูเหมือนไม่ใส่ใจสิ่งสวยงามรอบข้างเอาเสียเลย "เขาจะเป็อะไรมาก็ช่าง บอกเลยกูให้อภัยทุกกรณี หล่อขนาดนี้ขอไปดูแลก่อนนะ"
"แล้วแต่เลยค่ะที่รัก กูจะทำการบ้าน หรือวันนี้มึงจะทำการบ้านเอง ชวนกูคุยอยู่ได้"
"เด็กที่นี่นอกจากมึงใครเค้าทำการบ้านเองกัน เดี๋ยวกูมาลอกแต่ตอนนี้กูขอความกรุณามึงเพื่อจะไปส่องผู้ แป๊บ เดี๋ยวมานะคะ" พูดแล้วฟ้าก็รีบวิ่งออกไปทันที
ถัดไปด้านข้างแพรวชายหนุ่มที่เมื่อสักครู่นอนหลับอยู่ตอนนี้ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทีงัวเงียถึงอย่างนั้นก็คงความดูดีเอาไว้เป็อย่างมาก กำลังใช้มือขยี้เส้นผมที่ดูยุ่งเหยิงของตนเองให้คลายลง
“เสียงดังกันจริง กูไปนอนที่อื่นก็ได้ แพรวเอานี่ไป แล้วเอาเข้าห้องให้กูด้วย” กระเป๋านักเรียนสีดำพร้อมถุงพลาสติกที่มีของบางอย่างอยู่ข้างในถูกยัดใส่มือแพรวแบบไม่ใส่ใจนั่นเป็กิริยาของฝ่ายตรงข้ามที่แพรวเห็นจนชินตา
“เอะอะก็ให้ถือกระเป๋าให้เป็ผู้ชายซะเปล่า”
“กระเป๋ากูเคยมีอะไรด้วยเหรอ เบาจะตายถือเข้าห้องให้ด้วยแล้วในถุงพลาสติกกูซื้อมาให้ บ่นว่าเครื่องเขียนไม่พอใช้ไม่ใช่เหรอ เปิดดูเอาว่าพอใช้ไหม” คนพูด พูดจบแล้วก็เดินออกไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่แท้จริงแล้วแค่แกล้งเดินออกไปเท่านั้นเพื่อจะแอบหันกลับมามองอาการของผู้ได้รับว่าเป็อย่างไร
ปากร้ายแต่ใจดีเสมอ นี่คือนิสัยของกายเพื่อนั้แ่วัยเด็กของแพรว ไม่รู้ว่ารู้จักกันั้แ่ตอนไหน รู้ตัวอีกที มีแพรวก็ต้องมีกาย พอแพรวเห็นว่าอีกฝ่ายหันหลังให้แล้วเลยเปิดถุงพลาสติกออก ข้างในเป็เซตปากกาสี my colour ฝ่ายได้รับอมยิ้มเพียงเล็กน้อยตามนิสัยส่วนตัวที่ไม่อยากให้กายรับรู้ถึงความดีใจของตนมากนัก
กายที่แอบมองอยู่ไม่ไกลเห็นอาการของผู้รับที่ดีใจแต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ อดไม่ได้ที่จะย้อนกลับมากวนประสาทสักหน่อย “แล้วไปตั้งใจทำการบ้าน กับสรุปสวยๆ ให้กูอ่านด้วย กูไปละ”
เมื่อเห็นว่ากายเดินออกไปแล้วจริงๆ แพรวถึงได้เผยรอยยิ้มมากกว่าเดิมอีกหน่อย ภาพจำของทุกคนต่อผู้ชายคนนี้คือ ก้าวร้าว ขี้โมโห และชอบชกต่อย แต่นั่นก็เป็แค่สิ่งที่คนภายนอกเห็น สำหรับแพรว กายคือคนที่อ่อนแอที่สุด เปราะบางที่สุด และใจดีที่สุด แพรวถึงได้เป็ห่วงกายอยู่เสมอ ปีนี้เป็ปีที่แพรวเองก็เหนื่อยกับกายเหลือเกิน ยังดีที่่ครึ่งปีหลังมานี้กายดูสงบลงมากถึงจะโดดเรียนแต่ก็ไม่ไปไหนไกล ยังอยู่แค่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น คงจะเป็เพราะเื่ชกต่อยในคราวนั้น
เมื่อ 6 เดือนก่อน
กรี๊ง…กริ๊ง… แพรวลืมตาตื่นขึ้นมามองนาฬิกาบอกเวลาตี 2 โทรศัพท์บ้านดังในเวลาวิกาลแบบนี้ไม่เคยเป็เื่ดีเลยสักครั้ง
“แพรว…” เสียงของกายดูกังวลกว่าทุกครั้ง แพรวเริ่มใจไม่ดี แต่ก็ดีที่ไม่ใช่เสียงคนอื่นที่โทรมาเพื่อบอกข่าวร้าย ่หลังมานี้ แพรวเริ่มกลัวการรับโทรศัพท์จากกายมากขึ้นเรื่อยๆ
“มีอะไร” แพรวพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น ถึงกายจะไม่บอกอะไรมากแต่แพรวก็รู้ได้ทันทีว่าการโทรมาของกายครั้งนี้ไม่ใช่เื่ดีแน่
“กูไม่ได้ทำ” แพรวเผลอกำโทรศัพท์แน่น เหตุการณ์ต้องหนักขนาดไหนถึงได้มีบทสนทนาแบบนี้เกิดขึ้น
“ต้องไปหาที่ไหน” ในเวลานั้นฉันคิดได้แค่อย่างเดียวคือไปเจอหน้ากายก่อนที่เหลือค่อยว่ากัน
“ไม่ต้องมา มึงช่วยอะไรกูไม่ได้หรอก อย่าบอกพ่อกูนะ ถ้าต้องติดคุกก็ให้กูติดคุกไปเนี่ยแหละจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนทุกคน” ติดคุกอะไรกันถึงขั้นทำคนตายหรือไง “ยังไงพ่อก็ไม่เอากูไว้แน่ เขาไม่มีทางเชื่อกู แต่กูจะบอกมึงว่ากูไม่ได้ทำ กูไม่เคยโกหกมึง” บทสนทนาที่ดูสับสนวกวนของกายทำให้แพรวต้องพยายามจับต้นชนปลายจากสิ่งที่ได้ยินเอาเอง
“อีกฝ่ายตายเหรอ” ฉันถามออกไปตามตรง
กายตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ICU” โอเค ก็ไม่ได้ดีกว่าเดิมมากนักแต่ก็ยังดีที่ไม่ตาย
เื่อะไรก็ยังไม่รู้ แต่แพรวพร้อมเชื่อคำพูดของกาย ใช่ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่กายคงไม่ได้ทำเื่อะไรไม่ดีขนาดนั้น ในใจแพรวได้แต่ภาวนาขอให้อย่าเป็เื่ที่คิดไว้ ขออย่าให้มีคนตายเลยนะ
“เฮ้ย โทรหาใคร ผมให้คุณโทรหาผู้ปกครอง ไม่ใช่โทรหาแฟน”
เสียงที่รอดเข้าสายโทรศัพท์มาคาดว่าตอนนี้กายน่าจะอยู่กับตำรวจ จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กายขึ้นโรงพักเพียงแต่ทุกครั้งกายดูไม่ได้วิตกกังวลเท่าครั้งนี้ น้ำเสียงกายที่เปลี่ยนไปมันทำให้แพรวไม่แน่ใจกับระดับความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“กายบอกแพรวมาว่าอยู่ไหน แพรวเชื่อกาย กายไม่ต้องกลัว” แพรวบอกไปแบบนั้น ใจก็คิดหวั่นไม่น้อย หากกว่าครั้งนี้เกิดมีคนตายขึ้นมาล่ะ
“นี่ น้องช่วยตามผู้ปกครองไอ้หนุ่มนี่มาที มันมีเื่ชกต่อยจนคู่กรณีเข้าห้อง ICU ไปแล้ว”
“สน. บางเขนใช่ไหม”
“ใช่ ครับ” มาบ่อยยิ่งกว่าไปเยี่ยมญาติอีกนะกาย
ในวันนั้นฉันไปหากายที่โรงพักพร้อมพ่อของกาย ฉันในวัยแค่ 17 ปี ไม่สามารถจัดการเื่ใหญ่แบบนี้ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ถึงกายจะโกรธที่ฉันบอกคุณลุงแต่จะให้ทำอย่างไรได้ ไม่มีใครจัดการเื่แบบนี้ได้ดีเท่าคุณลุงอีกแล้ว
หลังจากจบเื่เราทั้งสามคนนั่งรถกลับมาด้วยกัน ตลอดทาง กายก้มหน้าไม่พูดจากับฉันสักคำ ไม่แม้แต่จะมองหน้า ถึงจะโกรธที่ฉันพาคุณลุงมาก็ต้องโกรธแหละ ถ้าไม่พาคุณลุงมาฉันก็ไม่มีปัญญาพากายกลับบ้านอยู่ดี ฉันเอามือไปจับที่ไหลของกายเผื่อว่าอารมณ์ของกายจะเย็นลงมาบ้าง แต่ดูเหมือนกายจะไม่สนใจฉันเลยสักนิด แล้วรถก็มาจอดที่สนามกีฬาของคุณลุงทำไมถึงมาจอดที่นี่ล่ะ ยังไม่ทันได้สงสัยอะไรไปมากกว่านั้น กายที่เนื้อตัวบอบช้ำจากการโดนรุมทำร้ายถูกคุณลุงลากลงจากรถทันที
“ไอ้ลูกเลว มึงนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุก ั้แ่มึงเกิดมาเคยทำอะไรให้กูรู้สึกว่าเลี้ยงมึงมาแล้วมีประโยชน์บ้างไหม” กายเซไปตามแรงของมือที่ปะทะกับใบหน้า เืสีแดงไหลออกจากมุมปาก แต่ไม่ได้ทำให้กายปริปากพูดอะไรเลยสักคำ แพรวรีบวิ่งไปเพื่อพยุงกายแต่ก็โดนผลักออกมา จนเมื่อแพรวเซล้มลงถึงจะพอเรียกสายตาที่ไม่ยอมมองแพรวเลยตลอดทางให้หันมาดูได้เล็กน้อย หลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็ไรกายก็นั่งคุกเข่าปล่อยให้ตนเองเป็ที่ระบายอารมณ์ของพ่อตนเอง ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันต้องมาเห็นอะไรแบบนี้แต่ครั้งนี้ฉันอดเห็นใจกายไม่ได้จริงๆ กายไม่ได้ผิดเลย กล้องวงจรปิดก็เห็นชัดว่าคู่กรณีรุมทำร้ายกายก่อน กายแค่สู้เพื่อป้องกันตัว แถมอาการาเ็สาหัสของคู่กรณีก็เป็เพราะตัวเองแท้ๆ ที่พลาดล้มลงไปหัวฟาดพื้นเอง
“คุณลุงคะ หยุดเถอะค่ะ” ฉันเอาตัวเองไปบังกายจากการทุบตีของคุณลุงทำให้คุณลุงตีพลาดมาโดนฉัน กายรีบคว้าฉันเอาไว้ทันที “แพรว ออกไปก่อน” หึ ยอมพูดได้แล้วสินะ ฉันจ้องหน้ากายแบบเอาเื่แล้วบอกกลับไปว่า “ไม่ไป” แต่แล้วฉันก็โดนคุณลุงจับให้ลุกขึ้น
“แพรวหนูเจ็บหรือเปล่า เื่นี้ไม่เกี่ยวกับหนู นั่งรถของลุงกลับบ้านไปก่อนเดี๋ยวให้คนรถไปส่ง ลุงต้องจัดการกับไอ้เด็กนรกนี่” ทำไมต้องรุนแรงขนาดนี้ กายผิดแค่ไปสถานที่ตรงนั้น แต่จะว่าไปก็ไม่ผิด นั่นมันสวนสาธารณะทำไมจะไปไม่ได้ แค่โชคร้ายที่ไปเจอกับคู่อริเก่าเท่านั้นเอง แล้วเื่ที่เจอมามันก็หนักหนาพออยู่แล้ว คุยกันดีๆ ไม่ได้เลยหรือไง
“หนูไม่กลับค่ะ”
“หนูแพรว หนูอยากให้ลุงจับไอ้นี่ขังไว้ใช่ไหม หรืออยากให้ลุงลงโทษหนูด้วยอีกคน”
“เอาเลยค่ะ ลงโทษหนูเลย เพราะยังไงหนูก็ไม่กลับ ถ้ากายได้ดีไม่ได้คนเป็เพื่อนมีส่วนผิดที่ไม่นำพาไปในทางที่ดี” คุณลุงหันมามองฉันแบบเอาจริง เดี๋ยวนะ หรือครั้งนี้ฉันก็ไม่รอดด้วย คุณลุงจะลงโทษฉันจริงๆ งั้นหรือ
“ไม่นะพ่อ อย่ายุ่งกับแพรว” กายรีบมาคว้าฉันเอาไว้
พ่อของกายพยักหน้า “ก็ได้ ในเมื่อรักกันดี หนูแพรวก็ให้ท้ายคนแบบมัน เข้าข้างคนแบบมัน ดี ดีจริงๆ ไอ้กายฉันเคยเตือนแกเื่นี้แล้วนะ” คุณลุงคว้าแขนฉันเอาไว้ สีหน้าของกายในตอนนี้ดูตื่นตระหนกกว่าตอนที่ตนเองถูกลงโทษเสียอีก
“บางที หนูแพรวก็เป็ตัวเลือกที่ดีที่จะเอามาใช้ดัดสันดานคนแบบแก”
พวกเขาพูดเื่อะไรกัน ฉันต้องหนี หรือว่ายังไง คุณลุงแค่พูดเล่นใช่ไหม กายพยักหน้าให้ฉันหนีไป แต่ฉันกลับโดนคุณลุงคว้าแขนแล้วลากขึ้นรถ แววตาของคุณลุงที่มองฉันพร้อมขยิบตาให้ฉันจึงพอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ จำยอมให้คุณลุงลากขึ้นรถไปโดยง่าย
“แพรว ลงมา พ่อ… พ่อจะทำอะไร… พ่อ…ผมขอร้อง อย่าเอาแพรวไปไหน อย่าทำอะไร ไม่งั้นผมจะโทรบอกคุณป้า ว่าพ่อทำร้ายเธอ พ่อ…โธ่เว้ย!!!” กายพยายามใช้มือทุบกระจก พยายามเพ่งมองผ่านกระจกที่มืดสนิทเพื่อดูเหตุการณ์ข้างใน แต่ไม่เป็ผล คนข้างนอกไม่อาจมองเห็นแม้แต่เงาของคนข้างใน
ฉันมองหน้าคุณลุง แบบไม่เข้าใจ นี่ใช่วิธีดัดนิสัยของลูกจริงเหรอ ล้อเล่นกับความรู้สึกลูกชายตัวเองแบบนี้ ไม่ฟังเหตุผลแบบนี้ สิ่งที่กายกำลังเป็อยู่ทุกวันนี้ฉันไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“คุณลุงคะ วันนี้กายไม่ผิด กล้องวงจรปิดมันก็แสดงให้เห็นว่าใครหาเื่ใครก่อน”
“หนูแพรวลุงถามหน่อยเถอะถ้ามันไม่หนีออกจากบ้าน มันจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม” หนีออกจากบ้าน ทำไมกายต้องหนีออกจากบ้าน ปกติกายก็เดินทางได้อย่างอิสระนี่ “คุณลุงขังกายเหรอคะ แล้วคุณลุงทำไปเพื่ออะไร”
“ตัวมันเองรู้ดีที่สุดว่าเพราะอะไรมันถึงถูกขัง หนูไปถามกับมันเองก็แล้วกัน”
“คุณลุงอ่อนโยนกับกายบ้างไม่ได้หรือคะ กายจะได้ไม่อยากหนีจากคุณลุง”
“หนูแพรว บางคนอ่อนโยนได้ แต่กับไอ้กาย ถ้าไม่ใช้ของรักของหวงของมันมาเป็ตัวประกัน มันดีไม่ได้หรอก” ของรักของหวง คุณลุงกำลังหมายถึงฉันเพราะถ้าไม่ใช่คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะจับฉันขึ้นมาบนรถแบบนี้
“หนูไม่เข้าใจหรอกค่ะ เพราะถ้ากายเป็ลูกของหนู หนูจะรีบแสดงให้กายรู้ว่าหนูรักเขามากแค่ไหน กายไม่ใช่คนเลวร้าย ดูอย่างวันนี้ ถ้าไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด คุณลุงตอบหนูได้ไหมคะว่าจะเชื่อสิ่งที่ลูกของคุณลุงพูด ถ้าคุณลุงตอบไม่ได้หนูจะตอบให้ว่า หนูเชื่อกายั้แ่ที่กายโทรมาหาหนูแล้วบอกว่าเขาไม่ได้ทำแล้ว”
คนเป็ลุงมองยัยหนูตรงหน้าที่เห็นมาแต่เล็ก ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กคนนี้จะมีความคิดที่โตเกินวัย บางสิ่งที่เธอพูดออกมา ผู้ใหญ่บางคนก็ลืมนึกไป เอาแต่ออกคำสั่งไม่เคยสนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร
“โตเป็สาวแล้วสินะ ความคิดเข้าท่าดี แต่ลุงไม่เชื่อ เพราะมันทำแต่เื่ให้ลุงเดือดร้อนไม่เว้นแต่ละวัน”
“เพราะลุงรักกายไม่พอลุงเลยไม่เคยเชื่อในสิ่งที่กายพูด คนเป็พ่อแม่รักลูกเพื่อให้ลูกเป็ตามที่ตัวเองอยากให้เป็ เพื่อชดเชยในสิ่งที่ตนเองเป็ไม่ได้ในวัยเด็กเท่านั้นหรือคะ”
คุณลุงฟังแล้วนิ่งอึ้งไปสักพัก ไม่คิดว่ายัยหนูคนนี้จะมีเหตุผลเสียจนคนที่แก่รุ่นพ่อแบบตนยังต้องอาย
“แพรวเข้าใจในมุมมองของคุณลุงนะคะ แต่คุณลุงช่วยมองดูลูกชายที่ก้าวร้าวของคุณลุงให้ชัดเจน ถ้าคนที่โวยวายอยู่ข้างนอกเป็คนไม่ดีแบบที่คุณลุงเชื่อ เขาไม่สนใจหนูหรอกค่ะ เขาไม่สนใจว่าคุณลุงจะทำอะไรหนูแน่นอน” คนข้างนอกหยุดโวยวายเพราะเห็นว่าไม่เป็ผล ได้แต่ยืนรอพร้อมน้ำตาที่อาบหน้า ฉันเองก็พลอยน้ำตาไหลเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องเช่นกัน
“ลุงปวดหัวกับกายจริงๆ มันคงคิดว่าฉันจะเอาหนูแพรวมาฆ่า อย่างที่ฉันเคยขู่มันมั้ง แล้วหนูไปร้องไห้ให้มันทำไม ลูกลุงเกเรขนาดนี้ หรือว่าหนูรักมัน หรือแค่สงสาร”
“เพราะกายเป็เพื่อนของหนู”
“เพื่อน…แค่นั้นสินะ น่าเสียดายจริงๆ” คุณลุงบ่นพึมพรำกับตัวเอง คุณลุงที่ใจดีกับแพรวแต่ไม่เคยแสดงความใจดีแบบนี้กับลูกชายยืนผ้าเช็ดหน้าให้ แพรวมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น “ใจดีกับกายบ้างเถอะค่ะ สำหรับหนูคุณลุงไม่ต้องใจดีมากมายก็ได้ ยังไงหนูก็เป็แค่คนนอก”
ฉันพยายามเปิดประตู แต่พบว่าประตูไม่สามารถเปิดได้
“คุณลุง ปล่อยหนูไปเถอะ กายโทรบอกแม่หนูแล้วเห็นไหมคะ เดี๋ยวจะเป็เื่เป็ราวใหญ่โตนะคะ”
“ลุงบอกแม่หนูแล้ว ว่าวันนี้หนูอยู่กับลุง เขาไม่สนใจที่ไอ้กายพูดหรอก”
“พ่อ ผมยอมแล้ว ยอมแล้วจริงๆ ปล่อยแพรวนะ ผมจะไม่ไปในที่ที่พ่อไม่ให้ไป ผมสัญญา ผมจะทำตามที่พ่อบอกทุกอย่าง แค่ปล่อยแพรวไปนะพ่อ”
“เห็นไหม หนูแพรวใช้ได้ผลกับมันเสมอ” คุณลุงทำท่าเหมือนกับได้คำตอบที่พอใจ “พรุ่งนี้ลุงมีประชุมเช้าส่วนแถวนี้ก็บริษัทลุงทั้งนั้นกลับไปพักที่บ้านลุงก่อนพรุ่งนี้ค่อยกลับบ้าน หนูก็ลงไปคุยกับกาย ส่วนลุงจะไปทำงานต่อเลย พรุ่งนี้ก็หยุดเรียนกันทั้งคู่สักวันก็แล้วกัน เหนื่อยมาเยอะแล้ว” คุณลุงยื้อเวลาแค่เพื่อให้ลูกชายยอมรับปากในเื่นี้เท่านั้นเองหรือ
ฉันถูกปล่อยลงจากรถ หลังจากนั้นรถคุณลุงก็เคลื่อนออกไปทันที
“แพรว… พ่อทำอะไรแพรวไหม” กายพูดไปทั้งที่น้ำตายังอาบหน้า
ฉันเห็นคนตรงหน้าที่แผลเต็มตัวทีแรกตั้งใจจะลงมาปลอบแต่ตอนนี้กลับพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมา
“โอ๋ๆ ไม่เป็ไรแล้ว ไม่เป็ไรแล้วนะ พ่อกูเขาแค่ขู่ เขารักมึงจะตายไม่ทำอะไรมึงหรอก หยุดร้องได้แล้วนะคนดีของกู” กายกอดฉันไว้ในอ้อมกอดของเขา ไม่สิ บทนี้มันต้องเป็แพรวที่พูด ถึงจะถูก
“ครั้งนี้กูกลัวจริงๆ นะกาย กลัวว่ามันจะเกิดเื่ที่หนักกว่าวันนี้”
“กูขอโทษ มึงไม่ต้องกลัวกูไม่ให้พ่อกูทำอะไรมึงแน่” กายพูดไปคนละเื่กับฉันแล้ว สุดท้ายฉันก็ปล่อยให้กายกอดอยู่แบบนั้น เป็แบบนี้ทุกทีความไม่ฟังใครของกายแก้ยังไงก็ไม่หาย