ท่านสามี อย่าโอหัง

    ตอนที่ 57 ร้องไห้

    ตอนที่ 57 ร้องไห้

     

            แม้ห้องนั้นจะเล็กไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เกินจริงอย่างที่ฉาซื่อกล่าว มีเพียงฉาซื่อที่อาศัยอยู่ในห้องที่กว้างขวาง เมื่อนางเห็นห้องนอนหลักกับห้องรับรองแขกสองห้องที่ดูกว้างขวางอย่างมาก ก็รู้สึกไม่ยุติธรรมเท่านั้น

     

            นางรู้สึกไม่ยุติธรรมจึงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ขยับไปไหน

     

            หลิงซานฉิงเข้าไปในบ้านและออกมาอีกครั้ง ในมือถือกระดาษอยู่สองแผ่น แล้วตบลงบนโต๊ะ “เจ้าดูให้ชัดเจน ตอนแยกบ้านได้พูดกันอย่างชัดเจนแล้ว เจ้าเป็นคนยกบ้านทรุดโทรมนี้ให้พวกเราเอง ตอนนี้มันไม่ทรุดโทรมแล้ว แต่ห้องอื่นก็ถูกครอบครองไปหมด ไม่มีที่ว่างให้เจ้าอยู่แล้ว เจ้าจะอยู่หรือไม่อยู่ หากไม่อยู่ก็กลับไป”

     

            ตอนแยกบ้านฉาซื่อคิดร้ายยกบ้านทรุดโทรมให้พวกเขา ตอนนี้บ้านซ่อมใหม่แล้วก็จะมาอยู่บ้านดี ๆ เรื่องดีขนาดนี้ใต้หล้านี้มีที่ไหนกัน? หากฉาซื่อจะอยู่ที่นี่ หลิงซานฉิงจะยอมได้อย่างไร

      

            ฉาซื่อเหลือบมองสัญญาก็กระแอมออกมาเบา ๆ เพื่อบรรเทาความอับอายของตัวเอง  น่าสับเป็นพัน ๆ ชิ้นนัก เวลานี้ยังจะรื้อฟื้นเรื่องเก่าออกมาอีกเพื่ออะไร ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะสามารถซ่อมแซมบ้านได้อย่างดี หากรู้แต่แรกคงไม่ยกบ้านที่ใหญ่ถึงเพียงนี้ให้พวกเขาหรอก

      

            นางบ่นพึมพำในใจ แต่จริง ๆ แล้วเรื่องนี้นางเป็นคนผิด จะโต้เถียงกับหลิงซานฉิงก็คงไม่ดีนัก นางจึงหันหน้าหนีและพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “อยู่ มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะไม่อยู่ นี่คือบ้านลูกชายข้า เจ้าไปเก็บห้องข้าให้เรียบร้อย ข้าจะอยู่ตั้งแต่วันนี้เลย”

     

            อย่างไรเสียหลิงซานฉิงก็ไม่ได้ไล่นางออกไป แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่นางจะไม่อยู่

     

            หลิงซานฉิงไม่ได้คัดค้านการเก็บกวาดห้อง แต่นางยังกังวลว่าฉาซื่อจะทำลายข้าวของในบ้านนาง โชคดีที่ห้องนั้นไม่มีของอะไรมากนัก การเก็บกวาดจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว


            ฉาซื่อนั่งลงบนเตียง หันซ้ายแลขวามองไปรอบ ๆ ห้องก็ไม่เห็นสิ่งของดี ๆ อะไร นางก็อดไม่ได้ที่จะแอบด่าหลิงซานฉิงที่ซ่อนของดี ๆ ไว้ไม่ให้นางเห็น


            หลังจากนั่งอยู่ครู่หนึ่งนางก็นั่งไม่ติด ลุกขึ้นเดินไปรอบ ๆ ห้อง พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางจึงออกไปหยิบถ้วยชาบนโต๊ะกลางลาน และเทน้ำในถ้วยสองใบทิ้ง แล้วเดินไปที่ห้องงาน

     

            นางเดินเข้าไปโดยไม่เคาะประตู สายตาจับจ้องไปที่พู่กันขนห่านในมือหลิงซานฉิงอย่างฉับไว แต่อีกฝ่ายสังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว พลางลุกขึ้นยืนบังสายตาของนาง “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” น้ำเสียงราบเรียบ


            ฉาซื่อถูกจับได้ก็แสร้งยิ้มตาหยีออกมา “ข้าเห็นว่าพวกเจ้าทำกันมานานแล้วจะต้องหิวน้ำแน่ จึงเอาน้ำชามาให้” นางฉวยโอกาสในตอนสนทนาเหลือบมองไปยังด้านหลังหลิงซานฉิงอีกครั้ง


            หลิงซานฉิงไม่อยากรู้ความคิดของหญิงชรา จึงไล่ออกไป “ขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจ แต่ในห้องนี้มีน้ำอยู่แล้ว ต่อไปเจ้าไม่จำเป็นต้องมาส่งน้ำอีก” 


            เอาการส่งน้ำมาบังหน้าเพื่อแอบมองสินะ


            การรู้ความคิดของฉาซื่อนั้นง่ายมาก อยู่ ๆ จะใจดีส่งมาส่งน้ำให้ได้อย่างไร

     

            เมื่อความคิดของถูกเปิดโปง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอับอายนัก ฉาซื่อเดินออกไปอย่างโกรธเคือง

      

            หลิงซานฉิงส่ายหน้า หันกลับไปทำพู่กันต่อ หญิงสาวเหลือบมองไปที่สวีอิงเอ๋อร์ “อิงเอ๋อร์  ข้าจะบอกบางอย่างแก่เจ้า เจ้าได้เห็นการกระทำของแม่สามีข้าแล้ว นางจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเรียนการทำพู่กันขนห่าน ห้ามให้นางแอบเรียนได้อย่างเด็ดขาด ต่อให้นางจะมาหาเจ้า เจ้าต้องปฏิเสิธนาง เข้าใจหรือไม่?”

      

            สวีอิงเอ๋อร์รีบพยักหน้า ยิ่งนางบอกห้ามไม่ให้แม่เฒ่าฉารู้ ตัวนางก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องทำมันให้ดี

     

            หลังจากฉาซื่อเดินออกไปแล้วก็แอบฟังการเคลื่อนไหวอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็หงุดหงิดทันที นังบ้านี่ทำเกินไปจริง ๆ ยอมสอนให้แก่คนนอกแต่ไม่ยอมสอนให้คนกันเอง นังคนกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเอง


            นางระงับความโกรธเอาไว้และเดินเข้าไปในลาน ขณะเดินอยู่นั้นนางพบว่าห้องงานไม่ได้ปิดสนิททั้งหมดและไม่ต่างจากบ้านทั่วไป แต่ที่แตกต่างคือมันถูกหลิงซานฉิงจับตามอง

     

            ฉาซื่อวางถ้วยน้ำชาลง แล้วเดินไปรอบ ๆ ห้องงาน จู่ ๆ นางก็พบหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดอยู่ด้านข้าง ความคิดก็แล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว


            นางกระแอมเบา ๆ พลางพูดว่า “คนอายุมากแล้วใช้งานไม่ค่อยได้ ต้องรีบกลับไปนอนแล้ว”


            ขณะพูดนางก็ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้าต่าง เงี่ยหูฟังการเคลื่อนไหวภายในอย่างระมัดระวัง ฟังไปฟังมาก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร จึงลุกขึ้นแล้วแอบมองเข้าไปผ่านหน้าต่าง แต่กลับเห็นชั้นวางของแวบผ่านสายตา แววตาพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที นางมองไปทางสวีอิงเอ๋อร์ก็เห็นเพียงว่ากำลังถือมีดพิเศษอยู่ในมือ และกำลังตัดขนห่าน แต่เห็นไม่ชัดว่าทำอะไรบ้าง

     

            เอ๊ะ? แล้วหลิงซานฉิงนังบ้านั่นล่ะ?


            ทันทีที่ความคิดแล่นผ่าน ก็เห็นร่างหนึ่งเคลื่อนมาอยู่ข้างหน้า นี่ไม่ใช่หน้าของหลิงซานฉิงหรอกรึ ครั้นอีกฝ่ายมาปรากฏตัวต่อหน้าอย่างกะทันหันก็ทำเอาหญิงชราตกใจจนถอยกลับไปครึ่งก้าวทันที พลางมองดูนางอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าทำให้ข้าตกใจหมด?”


            ฉาซื่อตบอกตัวเองไปมา และจ้องไปที่หลิงซานฉิงอย่างโกรธเคือง


            สายตาหลิงซานฉิงเผยความเหยียดหยามออกมา ขโมยตะโกนจับขโมยก็คราวนี้แหละ แต่นางก็ไม่เอาความอะไร และไม่ได้ตั้งใจที่จะแฉนาง “จู่ ๆ วันนี้ก็อากาศเย็น แต่ปิดหน้าต่างไม่ได้ เหตุใดแม่สามีที่ไม่มีอะไรทำถึงได้มาเกาะหน้าต่างคนอื่นล่ะ”


            นางมาปิดหน้าต่างโดยไม่ต้องซ่อนตัวอะไร แต่ฉาซื่อต่างออกไป หญิงชรามาแอบเรียนก็เป็นฝ่ายผิดอยู่แล้ว แถมยังถูกจับได้อีก แล้วจะมีความมั่นใจอะไรมาโต้เถียง เมื่อไม่พอใจก็จำต้องหุบปากเป็นใบ้ไป


            ฉาซื่อจ้องมองนางอย่างดุร้าย แต่ก็ทำได้เพียงมองดูนางปิดหน้าต่าง ส่วนตนเองก็ไม่มีทางอื่นไปขวางได้ “ถุย! ทำอย่างกับเป็นของล้ำค่า”

     

            หญิงชราเดินออกไปอย่างไม่พอใจ และกลับไปงีบหลับจริง ๆ ตื่นมาอีกทีก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว ท้องนางส่งเสียงร้องโครกคราก นางขยับจมูกดมกลิ่น แม้แต่กลิ่นเนื้อเล็กน้อยก็ไม่มี นางจึงเดินวางมาดเข้าไปหาหลิงซานฉิง

     

            นางถีบประตูเปิดออก “หลิงซานฉิง นี่มันเวลาไหนแล้วเจ้ายังไม่ทำอาหารอีก อยากให้ข้าหิวตายหรือไง” นางพูดไปด้วยมองสินค้าครึ่งหนึ่งในมือหลิงซานฉิงด้วยแววตาเปล่งประกาย

      

            หลิงซานฉิงถูกนางรังควานมาหลายครั้ง แม้จะอารมณ์ดีแค่ไหนก็หมดความอดทนได้เหมือนกัน นางจึงลุกขึ้นยืน “เจ้าหิว? พวกเราทำงานที่นี่มาครึ่งค่อนวันยังไม่บ่นว่าหิวเลย”

     

            นางก้าวเข้าไปสองก้าว ทำให้ฉาซื่อตกใจผงะถอยหลังไป “เจ้าจะทำอะไร? ข้าจะบอกอะไรให้ นี่มันบ้านลูกชายข้า และข้ามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ เจ้าจะทำร้ายคนแก่ไม่ได้ หิวแล้วจะไม่ให้ข้าวกินรึ”


            หลิงซานฉิงย่างสามขุมออกไปด้านนอก "อิงเอ๋อร์ เจ้าทำเองไปก่อนนะ มีคนพยายามแอบเรียนอยู่ ข้าต้องคอยดูให้ดี"

      

            หลิงซานฉิงพูดออกมาเช่นนี้ต่อหน้าฉาซื่อโดยไม่ปิดบังอะไร อีกฝ่ายเหมือนกับเงากระจก ฟังออกว่ากำลังถูกด่า ครั้นรู้สึกว่าตัวเองถูกจับได้ ก็รู้สึกโมโห  “ใครอยากจะเรียนกับเจ้ากัน ข้าจะไปบอกจื่ออัน ดูซิว่าเขาจะยังไม่หย่ากับเจ้าอยู่ไหม”


            พูดจบ นางก็ไปทางห้องหนังสือทันที


            บทสนทนาของพวกนางส่งเสียงดังไม่น้อย ทันทีที่ฉาซื่อเข้ามาในห้องหนังสือ ฉาจื่ออันก็รู้ว่านางมาที่นี่ด้วยเหตุใด และรู้สึกจนใจ “ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรอีก”

     

            น้ำเสียงเขาเริ่มหมดความอดทน ฉาซื่อก็ยิ่งไม่พอใจ กำต้นขาตัวเองแน่น “จะเป็นอะไรอีก หากไม่ใช่เพราะภรรยาเจ้าไม่รู้จักกตัญญูต่อแม่ แม้แต่ข้าวก็ไม่ให้แม่กิน นี่มันคือบ้านลูกชายแม่นะ เหตุใดนางทำกับแม่เช่นนี้!”


            ขณะพูดก็มีเสียงสะอื้นแฝงมาด้วย น้ำตาหลั่งรินออกมา สิ้นเสียงก็ล้มลงไป


            ฉาจื่ออันเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ครั้นได้ยินเสียงร้องไห้ของนางในตอนนี้จึงไม่เพียงแต่จะไม่ขอโทษและไม่สงสาร แต่กลับยิ่งรำคาญขึ้นไปอีก “ท่านแม่ หากท่านไม่ไปก่อกวนซานฉิง นางจะทำให้ท่านลำบากใจได้อย่างไร” เมื่อเห็นว่ามารดาตนจะก่อเรื่องขึ้นมาอีก เขาก็รีบเปลี่ยนคำพูด


            “ท่านแม่ ปกติเวลานี้ที่บ้านเรายังไม่ทานข้าวกัน ท่านรออีกครู่หนึ่งเถอะ ซานฉิงน่าจะไปทำอาหารแล้ว และข้ากำลังอ่านหนังสืออยู่ ท่านออกไปก่อนได้หรือไม่?” ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยอมรับมือกับมารดา แต่หากไม่ใช่เพราะเป็นมารดา จะให้สนใจเขาก็ไม่สนหรอก


            ฉาซื่ออยากจะบ่นอีกสักสองสามคำ แต่เมื่อนางเห็นหนังสือบนโต๊ะ และคิดถึงตอนเสวยสุขเมื่อตอนที่ฉาจื่ออันสอบผ่านในอนาคต นางก็ทำได้เพียงเช็ดน้ำตา และออกไปอย่างไม่เต็มใจ


            ทันทีที่ออกไปก็เห็นใครบางคนอยู่ในครัว พลันนึกถึงคำพูดของฉาจื่ออันเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าครอบครัวพวกเขาจะกินข้าวสายจริง ๆ จึงไม่คิดเอาความอะไร

     

            แต่เมื่อหลิงซานฉิงนำอาหารออกมาจัดวางแล้ว ฉาซื่อก็รู้สึกย่ำแย่อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าบนโต๊ะมีอาหารสามอย่างและน้ำแกงหนึ่งอย่าง แม้จะมีเนื้ออยู่ แต่มันจะดีเท่าที่ครอบครัวของอีกฝ่ายเคยกินมาก่อนได้อย่างไร? หรือจะจงใจซ่อนอาหารดี ๆ เอาไว้?


            จู่ ๆ ฉาซื่อก็ไม่แม้แต่จะขยับตะเกียบ พลางเหล่ตามองหลิงซานฉิง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “หลิงซานฉิง นี่มันอาหารอะไรกัน ลูกชายข้าเป็นเช่นนี้ เหตุใดเจ้าไม่ทำอาหารที่เป็นปลาเป็นเนื้อมาบำรุงร่างกายเขาล่ะ? มีเพียงอาหารสามอย่างและน้ำแกงอีกหนึ่งอย่าง เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจหรอกไช่ไหม?”


            นางหยิบตะเกียบขึ้นมาคนลงในน้ำแกง “แม้แต่ไก่ก็ไม่มีด้วยซ้ำ เจ้าตุ๋นน้ำแกงอะไรของเจ้า? เจ้าไม่เห็นหรือว่าวันนี้จื่ออันเลือดออกมากแค่ไหน?” จบประโยคหญิงชราก็วางตะเกียบลง และจ้องเขม็งไปที่นาง


            หลิงซานฉิงคีบเนื้อใส่ปากตัวเอง และกลืนมันลงไปอย่างเอร็ดอร่อย “ข้าจะบอกแม่สามีให้ บ้านข้ามีไก่รึ? อยากทานน้ำแกงตุ๋นไก่รึ ได้สิ ข้าจะไปจับไก่ที่บ้านเจ้า แล้วก็เอามาตุ๋นให้เจ้าดื่ม” ในระหว่างที่นางพูด นางก็คีบเนื้ออีกชิ้นเข้าปากและกลืนลงไป

     

            ฉาซื่อพูดไม่ออก เบะปากราวกับว่านางกำลังจะร้องไห้ “เจ้า นังลูกสะใภ้อกตัญญู ข้าก็แค่อยากกินอะไรดี ๆ เท่านั้น เจ้าไม่ให้กินก็ช่างมันเถอะ แต่นี่ยังคิดจะไปจับไก่บ้านข้า ไก่พวกมันยังวางไข่ให้ เหตุใดจิตใจของเจ้าถึงโหดเหี้ยมเช่นนี้?”

     

            พูดจบแล้วน้ำตาก็หยดลงมา นางเช็ดน้ำตากับแขนเสื้อของฉาจื่ออัน และจับแขนเสื้อของเขาเอาไว้ไม่ปล่อย “จื่ออัน ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้แล้ว ภรรยาเจ้าจิตใจโหดร้ายเหลือเกิน ไม่เคารพข้าก็ไม่เป็นไร ข้าทนได้ แต่เหตุใดจึงไม่สนใจเจ้าล่ะ? นี่กินอะไรกันอยู่ดูไม่เข้าท่าเอาซะเลย”


            ฉาจื่ออันเผยสีหน้าอึดอัดออกมา หากพูดถึงอาหารนี้ แม้แต่ปีใหม่ตระกูลฉาก็ยังทานอาหารดีขนาดนี้ไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงวันนี้ที่ไม่ใช่วันเทศกาลเลย นี่มีทั้งข้าวและเนื้อ ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว


            เขาสูดหายใจเข้าลึก “ท่านแม่ ท่านดูสิในอาหารนี้มีทั้งเนื้อทั้งผัก รสชาติก็อร่อยมาก อีกอย่างซานฉิงทำอาหารอร่อยมาก ท่านไม่ลองชิมดูล่ะ?” เขาอดทน แต่ฉาซื่อกลับพ่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ


            เขาระงับความรู้สึกไม่สบายใจเอาไว้ และมองไปทางเจี่ยนเจี่ยนที่กินอย่างมีความสุข “เจี่ยนเจี่ยน เนื้อนี้อร่อยหรือไม่?”


            เจี่ยนเจี่ยนนั่งอยู่ข้างหลิงซานฉิง เมื่อเห็นฉาซื่อถลึงตาใส่ เด็กน้อยก็หยุดเคี้ยวทันที และหดตัวเข้าไปใกล้หลิงซานฉิง พลางพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

    คล้ายกับเรื่องท่านสามี อย่าโอหัง ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011