คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 3 คำตักเตือน
“นายไปหยิบมาทำไมในเมื่อไม่ชอบใจอีกฝ่ายหรือคิดทำสิ่งเลวร้ายกับพี่เคย์”คิดฉีกจดหมายทิ้งก่อนหญิงสาวมาพบเจอ? แน่นอนว่าชายหนุ่มเวนิสมันคงไม่กล้าหาญมากพอกระทำชั้นต่ำแบบนั้นทั้งยังไม่จำเป็ต้องทำอีกด้วย
เวนิสเหลือบมองนุชเล็กน้อยก่อนหันกลับมาให้ความสนใจจดหมายรักอีกครั้ง
“ผมแค่เห็นมันวางบนโต๊ะเลยหยิบออกมาดูแต่จิตใจผมก็ไม่ได้เลวร้ายจนถึงขนาดต้องหยิบจดหมายขึ้นมาฉีกเปลี่ยนมันให้กลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยผมไม่ได้โง่ขนาดแยกแยะอะไรไม่ออกแล้วถ้าเกิดทำขึ้นมาจริงนอกเหนือจากได้ความสะใจในระยะสั้นอาจโดนเกียจขี้หน้าในระยะยาวไม่ว่าจะทั้งพี่เคย์หรือกระทั่งพี่เอริเองคงไม่ชอบใจแน่นอน กับการกระทำสิ้นคิดแบบนี้”ใครละจะชอบกับการฉีกจดหมายทดแทนความรู้สึกคนอื่น ตัวเขาเองยังไม่คิดทำเลย
ทั้งยังไม่มีความคิดเ่าั้ในหัวเลยแม้แต่น้อยปล่อยให้เป็ไปตามเวรตามกรรมแหละดีแล้ว
“เหรอแล้วเป็ยังไง?ในความคิดของนาย นายคิดว่าจดหมายของพี่เคย์ มันใช้งานใช้การได้ไหมเหมาะเอามาเป็แนวทางให้กับนายรึเปล่า เด็กน้อย” คำกล่าวเรียก “เด็กน้อย”ทำเอาชายหนุ่มลำบากใจคิ้วกระตุกหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน
เพราะรู้ว่ามันคงเป็อะไรที่เปล่าประโยชน์
“ผลลัพธ์เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนคิดหวังใช้จำนวนครั้งเข้าช่วย ไอ้พวกไม่รู้จักจำ ยิ่งไม่ต้องพูดเกี่ยวกับแนวทางผมไม่มีทางทำเหมือนกับเขาแน่นอน ผมมีแนวทางของผมให้เลือกเดินไม่จำเป็ต้องไปตามตูดใคร” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เวนิสเห็นจดหมายซองจดหมายไม่ซ้ำกันทั้งขนาด ของขวัญตามมา เวลานัดหมาย กระทั่งสถานที่แต่ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้ง
ผลลัพธ์ออกมาเป็แบบเดียวกันหมด
...ครั้งนี้คงโดนปฏิเสธกลับไปไม่มีตอบรับคำขอเพราะฉะนั่นปล่อยมันไปละกัน หากมันมีแรงเขียนจดหมายน้ำเน่าก็ปล่อยให้มันเขียนต่อไปเขียนไปจนกว่าจะพอใจ มันจะได้รู้ว่าการกระทำของมันเปล่าประโยชน์แค่ไหน
รอยยิ้มแสยะออกจากใบหน้าหล่อเหลาแม้จะไม่ถึงขนาดเคย์หนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของบริษัทแต่ก็มีพลังทำลายล้างมากพอทำให้หญิงสาวที่พบเห็นต่างหลงรักได้ง่ายดาย
นุชเองก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักกับการได้มาเห็นจดหมายรักบนโต๊ะเอริไม่ใช่เพียงหล่อนคนเดียวแต่ไม่ว่าใครเดินผ่านล้วนทำเป็มองไม่เห็นเลือกกลับไปทำงานตัวเองต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อาจเพราะมันเกิดบ่อยจนกลายเป็เื่ปกติ
“ถ้าดูจากรอบที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งพี่คิดว่า พี่เคย์คงเลือกสารภาพรักภายในวันนี้ไม่บ่ายก็เย็นแต่หากจดหมายมันมาวางเอาไว้ในตอนเช้า ก็น่าจะเป็่บ่ายที่เขาเริ่มสารภาพรักหากผลลัพธ์ยังเป็เหมือนเดิมกับครั้งที่ผ่านมา รอบบ่ายฝั่งโน้นคงวุ่นน่าดูอาจถึงขั้นกลายเป็โรงงานผลิตะเิเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้ใครจะไปรู้” เธอไม่ได้เป็ห่วงรุ่นพี่สาวเลยแม้แต่น้อยแต่กำลังเป็ห่วงเหล่าเพื่อนร่วมงานทั้งหลายของเคย์ต่างหาก
โดนปฏิเสธมาย่อมต้องหัวร้อนกันเป็ธรรมดาและด้วยเ้าตัวเป็คนชอบทึกทักไปเอง แถมยังโมโหง่ายและอารมณ์ร้อนอีกต่างหากด้วยนิสัยสันดานเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดปากเสียงขึ้นบ่อยครั้งไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงานในแผนกหรือต่างแผนก บางครั้งก็ลามไปถึงหัวหน้า
พฤติกรรมมากมายยาวเป็หางว่าวจนไม่ค่อยมีใครอยากเข้าไปสนิทชิดเชื้อ
“ปล่อยเขา หากเขาอยากสารภาพรักก็ปล่อยให้เขาทำไป ถ้าพี่เคย์คิดว่าขอแค่ตื้อตามไปเรื่อย ๆอาศัยจำนวนจดหมายรักหลักสิบหลักร้อย เปลี่ยนคำพูดตัวเองหาคำสารภาพแบบใหม่แล้วคิดว่ามันอาจทำให้พี่เอริหันมาสนใจ ก็ปล่อยให้เขาทำไป”
“ยิ่งล้มเหลวมากเท่าไหร่ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผมได้ใกล้ชิดกับพี่เอริมากเท่านั้น”ทุกครั้งหล่อนโดนสารภาพมักเอาออกมาพูดระบายให้กับเขาได้รับฟัง ในเมื่อการสารภาพของเคย์มันทำให้เขากับเอริได้พูดคุยกันมากขึ้นทำไมถึงต้องไปตัดไฟสู้ปล่อยให้ทำและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ภายหลังดีกว่าเยอะ
แต่เหมือนว่ารอบหลังจะไม่ค่อยหยิบเอามาพูดกับเขาซักเท่าไหร่
“นายมั่นใจ?ว่า้าปล่อยให้พี่เคย์สารภาพรักต่อไป”
“ยิ่งกว่ามั่นใจ”
...แค่หน้าตาอย่างเดียวมันไม่สามารถหาคู่ชีวิตได้หรอกนะ พี่เคย์ โดยเฉพาะกับพี่เอริแล้วด้วย มันต้องใช้อะไรที่มันมากมายกว่านั้นแยบยลกว่านั้น พิเศษกว่านั้น ถึงจะพิชิตใจหล่อนได้
“เอาแต่สร้างปัญหาไปทั่วเพราะแบบนี้ไงพี่เอริถึงไม่ชอบ” เวนิสหัวเราะเบาบางออกมาเขา้าอยู่ดูว่าการสารภาพรักครั้งนี้จะจบลงด้วยการปฏิเสธแบบไหน
แน่นอนว่าเขาไม่ต้องไปลุ้นเลยว่าหล่อนจะตอบรับหรือไม่ให้เหนื่อยเปล่า เพราะมันคงไม่มีทางเป็ไปได้สู้มาลุ้นว่ามันโดนปฏิเสธแบบไหนจะดีกว่า
นุชเห็นสีหน้าได้อกได้ใจของชายหนุ่มจำต้องตักเตือนเอาไว้ก่อนแน่นอนว่าราคาของการตักเตือนมันย่อมต้องสูงอยู่เสมอและเขาต้องจ่ายหาก้าได้คำแนะนำต่อจากนี้
ถ้อยคำกล่าวเต็มเปี่ยมไปด้วยปัญญาการหลอกล้อ ชี้นำ ได้เริ่มต้นขึ้น
“...นายเองก็ควรพยายามให้มากกว่านี้นะเกิดปล่อยให้พี่เคย์ทำต่อไป ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง---”
“เป็ไปไม่ได้เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้มันมีโอกาสทำได้จริง ก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยอีกแทนที่จะเอาเวลาไปสนใจกับเื่ไม่เป็เื่สู้ผมเอาเวลาไปสนิทสนมกับพี่เอริจะดีกว่าไหม” ด้วยสถิติที่เคย์สารภาพรักกับเอริมันมากเกินกว่าร้อยครั้งเข้าไปแล้วในรอบหลายต่อหลายปี
หากหล่อนยินยอมตอบรับคงไม่ปล่อยให้ยืดยาวมาจนถึงตอนนี้หรอก
...มันไม่มีทางเป็ไปได้แน่นอนไม่มีทาง ไม่มีทางเด็ดขาด ไม่มี ไม่
“จะจริงเหรอ?” นุชตอกย้ำเข้าไปอีกหนึ่ง
น้ำเสียงเย้ายวนเริ่มทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดใจด้วยความที่รู้จักกันมานานทำให้เขารับรู้ได้ว่า่เวลาแห่งความซวยและโชคดีได้กลับมาเยือนอีกครั้ง
เวนิสไม่้าเดินตามที่นุช้า
“พี่้าพูดอะไรกันแน่จะบอกว่ามันอาจสารภาพรักได้สำเร็จครั้งนี้ หรือครั้งต่อไป เพ้อฝันรึเปล่า?แค่จำนวนครั้งที่หล่อนปฏิเสธมันก็ชัดเจนแล้วว่าชาตินี้ พี่เคย์คงไม่มีวาสนากับหล่อนเพราะฉะนั่นเื่ที่พี่กำลังพูดมันเป็เื่เหลวไหลสิ้นดี” เขาไม่ชอบสีหน้าดูสนุกสนานของนุชมันเหมือนกับตัวเองกำลังวิ่งเต้นบนฝ่ามือของหล่อน ไม่อาจหลีกหนีไม่อาจหลีกเลี่ยงทำได้เพียงวิ่งหน้าตั้งต่อไป
ช่างเป็ความรู้สึกไม่สมอารมณ์เอาเสียเลย
...ไร้เดียงสา โลกแคบสมแล้วกับที่เป็เด็กน้อยน่ารักของฉัน ฉันจะชี้นำให้นายเดินไปในทิศทางที่ควรจะเดินและแน่นอนว่าผลตอบแทบที่ได้รับกลับมาย่อมต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สมน้ำสมเนื้อ
“เด็กน้อย นายลองคิดดูให้ดีคิดดู ว่าโอกาสที่พี่เอริอาจตกกลายเป็ของพี่เคย์ มันมีมากหรือว่ามีน้อยมองภาพใหญ่ให้ออก มองให้ลึกเข้าไปด้านใน แล้วนายจะพบเจอกับคำตอบ”ต่อให้ได้ยินคำกล่าวจากนุช ชายหนุ่มรุ่นน้องยังเชื่อสุดหัวใจว่า
เคย์คงไม่มีโอกาสได้รับรักเขายังเชื่อมั่นมาตลอดว่าตนเป็ผู้พิเศษที่ได้รับความรักความเอ็นจากหญิงสาวเอริมากมายมากกว่าคนอื่นคนใดในบริษัทแห่งนี้
“มันก็ต้องน้อยสิ น้อยมากด้วย”
“หากมันน้อยมากเหมือนกับที่นายบอกทำไมพี่เอริถึงได้ยินยอมออกไปตามนัดหมายตลอดละ”
“พี่เขาแค่ไม่้าทำร้ายจิตใจพวกเราก็เท่านั้น”เวนิสพูดเหมือนกับ้าสะท้อนความในใจของเอริออกมาเป็คำพูดให้กับหญิงสาวเบื้องหน้าได้รับฟัง
เื่นี้เองเคยเป็ประเด็นเหมือนกันว่าทำไมเอริถึงได้ออกไปหาเคย์ทุกครั้งยินยอมไปตามคำนัดสารภาพรักตลอด ไม่ว่าจะนัดเวลาไหน สถานที่ใดก็ตาม
บางคนถึงขั้นครุ่นคิดไปว่าเอริอาจอยากรับรักเคย์เพียงติดปัญหาบางประการแต่ภายหลังประเด็นเหล่านี้จางหายไปจากความคิดทุกคนเพราะไม่ว่าจะเป็ใครหน้าไหนล้วนได้รับการปฏิบัติจากหล่อนในระนาบเดียวกันทั้งหมด
ไม่ว่าใครจะสารภาพหล่อนก็จะไปตามนัดตลอดไม่ได้ไปเพราะ้าไปตอบรับคำขอเป็แฟนหนุ่มแฟนสาวแต่ไปเพื่อกล่าวปฏิเสธอย่างนุ่มนวลต่างหาก
นุชไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ยอมรับในเวลาเดียวกันหล่อนยังกล่าวเตือนสติต่อไป
“หากเป็แบบนั้นจริงไม่เท่ากับว่าคนที่ใกล้ชิดหล่อนมากที่สุดคือคนที่เลือกสารภาพนับครั้งไม่ถ้วนหรอกเหรอ บอกความรู้สึกตัวเอง ผ่านจดหมายทำเพื่อคนที่ตนรักโดยไม่ต้องสนใจผู้อื่น ไม่นอกใจ ไม่ย่อท้อ เอางานเอาการแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ให้อีกฝ่ายได้เห็นได้พิจารณาว่าจะฝากอนาคตตัวเองเอาไว้ได้รึเปล่า”
“หากไม่ดูที่นิสัยส่วนตัวพี่เคย์ ถือได้ว่าเป็ผู้ชายที่ผู้หญิงอย่างพวกเรา้ามากที่สุดการที่พี่เอริเลือกปฏิเสธบางทีมันอาจไม่ได้มีเหตุผลอยู่ที่ตัวเองก็ได้ใครจะไปรู้” เวนิสที่พยายามเปิดปากเถียงกลับไปไม่้ายอมรับคำพูดของนุช
สุดท้ายเขาทำอะไรไม่ได้อ้าปากออกไม่สุดกระทั่งเสียงยังไม่มีออกมาให้ได้ยินทำได้เพียงนั่งนิ่งฟังหญิงสาวกล่าวคำพูดมากมายต่อไปโดยไม่อาจทำอะไรได้เลย
นุชยิ่งตอกย้ำหนักมากขึ้นไปอีก
“ถ้าหล่อนมีเหตุผลอื่นทำให้ไม่อาจรับคำสารภาพจากพี่เคย์ได้แล้วมันเกิดถูกโชคชะตาเล่นตลกจนทำให้ปัญหาของหล่อนได้รับการแก้ไขนายคิดว่าใครจะมีโอกาสมากที่สุด” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ใครหน้าไหนคนปกติธรรมดานอกจากเ้าตัวคงตีความไปในทำนองเดียวกับว่ามันต้องเป็
...พี่เคย์สินะ แต่แล้วมันยังไงละสารภาพมาร้อยกว่าครั้งทั้งยังโดนปฏิเสธมาตลอดใช่ว่าจะเป็คนสนิทที่สุดฉันต่างหากที่สนิทที่สุด ฉันมั่นใจว่าคนที่ชนะในตอนท้ายต้องไม่ใช่เคย์แต่เป็ฉันฉันคนนี้เท่านั้น
“...”เวนิสไม่อาจปฏิเสธได้ว่าใครคนไหนที่มีสายสัมพันธ์เข้าใกล้เอริได้ไม่แพ้ตนคงมีเพียงเคย์เท่านั้นคนบ้าที่พยายามเอาชนะใจหญิงสาวมาตลอดคนที่พยายามหนักหน่วงที่สุดย่อมต้องมีภาษีเหนือกว่าคนอื่นเป็ปกติธรรมดา
แต่บางครั้งความพยายามมากเกินไปก็ทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
“ฉันรู้ว่านายคงไม่คิดว่าพี่เคย์จะมีอิทธิพลมากพอทำให้พี่เอริเกิดหวั่นไหวในจิตใจแต่นายเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็คนพยายามอย่างหนักเพื่อให้หล่อนมาสนใจปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวนายไม่เคยที่จะสารภาพรักออกไปด้วยซ้ำไม่เคยคิดเปิดปากบอกความในใจ หรือว่านายกำลังหวาดกลัวหวาดกลัวว่าหากสารภาพรักออกไปแล้วจะโดนทิ้งระยะห่าง หึ เมื่อเทียบกับเขานายยังไม่ได้เริ่มออกวิ่ง ในขณะที่พี่เคย์เขาวิ่งออกนำหน้านายไปตั้งไกล”
“ระหว่างตัวนายที่เอาแต่หลบซ่อนกับพี่เคย์ที่ลุยสารภาพรักบอกความรู้สึกตัวเองมาตลอดนายคิดว่าใครมีสิทธิ์มากกว่ากันละ” นิ่งเงียบไปเลย
เจอคำพูดเตือนสติเข้าไป
“...”ห้วงความคิดกำลังตีกันอย่างบ้าคลั่งแววตาสับสนวุ่นวายไปหมดไม่รู้ว่าจะเดินไปในเส้นทางไหน เป็ไปตามที่หล่อนบอกหมดทุกอย่างเขาที่เห็นว่าเคย์โดนปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เลยเกิดความกลัวว่าหากเลือกสารภาพรักออกไปความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองอาจกลายเป็เพียงคนแปลกหน้าไม่อาจกลับมาใกล้ชิดเหมือนเดิมได้อีก
เขาหวงแหนมากกับสายสัมพันธ์ในตอนนี้และไม่้าเสียมันไป
…พยายามเข้าเด็กน้อย เห็นจากแววตาดูว่าจะสำเร็จไปด้วยดีนะ
“...เหมือนนายจะเข้าใจความหวังดีของฉันแล้วนะเวนิส” หญิงสาวนุชพยักหน้าให้สองสามครั้งหลังจากเห็นว่ารุ่นน้องเริ่มดึงสติกลับมาได้
ทั้งแววตายังมั่นคงคล้ายตัดสินใจได้เด็ดขาดว่าควรเดินไปยังทิศทางไหน
“ครับ ผมขอบคุณมาก”
“ขอบคุณอย่างเดียวเหรอ?” รอยยิ้มหวานผิดกับแววตาดำมืด
ทำเอาเวนิสไม่เคยเกรงกลัวยังหวาดหวั่นไม่น้อย