"ร้านนี้ไม่ใช่ของเจ้าคนเดียวตระกูลจางก็ไม่ใช่ของเจ้าคนเดียว แต่เป็นของพวกเราและญาติพี่น้องทุกคนในตระกูล!ของที่เจ้าทำลายไปนี้ ล้วนเป็นหยาดเหงื่อแรงกายของญาติพี่น้องนับไม่ถ้วนที่อุตส่าห์ลำเลียงวัตถุดิบมาจากแดนไกล แล้วให้ช่างฝีมือชั้นเอกบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมามันคือเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของพวกเรา ของพวกเขาแต่กลับถูกเจ้าทำลายสิ้นในพริบตาเดียว!"
จางเจิ้นอันกล่าวตำหนิเขาไม่เข้าใจเลยว่า น้องชายคนนี้อายุก็ปาเข้าไปสามสิบแล้วเหตุใดนิสัยจึงไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเหมือนเดิม ราวกับเด็กๆเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด
"แต่ที่นี่ก็มีส่วนของข้าข้าอยากจะทำอะไรก็ย่อมได้" จางเจิ้นผิงย้ำคำเดิม
"ใช่สิดังนั้นข้าถึงให้คนจดรายการไว้ ของเสียหายไปเท่าไร เจ้าก็ชดใช้มาเท่านั้นแล้วยังมีหนี้สินอีกแสนตำลึงที่เจ้าค้างไว้ ก็ใช้คืนมาด้วย" จางเจิ้นอันกล่าวเสริม "นี่ยังไม่รวมบัญชีจากร้านอื่นๆที่แจ้งมาเมื่อเดือนก่อน ถึงตอนนั้นข้าจะให้หักจากเงินปันผลรายเดือนของเจ้าไม่รู้ว่าเงินแสนตำลึงค่าเสียหายตรงนี้ เจ้าจะยังมีปัญญาจ่ายหรือไม่!"
"ท่านหมายความว่ายังไง?"จางเจิ้นผิงจ้องมองจางเจิ้นอันอย่างโกรธเกรี้ยว ในความคิดของเขาของพวกนี้เป็นสมบัติของตระกูลจาง เขาไม่ควรต้องชดใช้
"ข้าเป็นถึงผู้รักษาการณ์ตระกูลจาง!แล้วท่านเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ข้าชดใช้!" เขาทุบโต๊ะจ้องมองพี่ชายอย่างขุ่นเคือง
แต่จางเจิ้นอันยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยท่าทางเกรี้ยวกราดของจางเจิ้นผิงเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ชายกลับดูเหมือนเด็กสิ้นไร้หนทางทำได้เพียงใช้ความโกรธเกรี้ยวเป็นเครื่องมือ
"ข้าเป็นตัวแทนของคนในตระกูลจางทั้งหมดไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้รักษาตระกูลหรือใครก็ตาม ก็ต้องชดใช้!" จางเจิ้นอันเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย"ก่อนหน้านี้ ของที่เจ้าหยิบฉวยไปจากร้านต่างๆข้าให้คนตรวจสอบบัญชีดูแล้ว เดิมทีคิดว่าเจ้าจะปรับปรุงตัว เรื่องที่ผ่านๆมาก็ให้แล้วกันไป ไม่คิดจะเอาความ แต่ดูตอนนี้แล้ว ข้าคงคิดผิดไปจริงๆ"
"ของที่หยิบไปในอดีต?"
ในใจของจางเจิ้นผิงพลันหวาดหวั่นเขาเองก็จำไม่ได้ว่าเคยหยิบของจากร้านค้าในตระกูลไปมากเท่าไรแล้วรู้แต่ว่านับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเอาไปให้รางวัลใคร หรือมอบเป็นของกำนัล ขอแค่ถูกใจเขาก็หยิบจากร้านไปดื้อๆ ไม่เคยลงบัญชี หากคิดบัญชีจริงๆมูลค่าคงสูงถึงหลายสิบหมื่นตำลึง
"อืม...แค่ปีเดียวที่ข้ากลับมา เจ้าก็หยิบของไปอย่างน้อยๆคิดเป็นมูลค่าถึงสองแสนตำลึงแล้ว ลองคิดดูเองแล้วกันว่าสามปีที่ข้าไม่อยู่เจ้าเอาไปเท่าไร" น้ำเสียงของจางเจิ้นอันยังคงราบเรียบแต่ในหูของจางเจิ้นผิง มันกลับฟังเหมือนเสียงเยาะเย้ย
"ทำไมข้าต้องชดใช้?"จางเจิ้นผิงตวาดถามอย่างเดือดดาล
"จริงๆแล้วเจ้าก็รู้ดีว่ากฎพวกนี้ไม่ใช่ข้าที่ตั้งขึ้นแต่เป็นกฎเกณฑ์ที่บรรพบุรุษสืบทอดกันมา เพราะเรายึดถือกฎเหล่านี้ตระกูลจางจึงเจริญรุ่งเรืองและยืนหยัดมาได้จนทุกวันนี้ หากทุกคนเป็นเหมือนเจ้าอยากได้อะไรก็หยิบฉวยเอาตามใจ ตระกูลจางคงล่มสลายไปนานหลายชั่วอายุคนแล้ว"
จางเจิ้นอันกล่าวอย่างราบเรียบ"ข้าเป็นเพียงผู้รักษากฎคนในตระกูลจางทุกคนก็มีสิทธิ์ตรวจสอบดูแลกันและกัน"
"พูดได้เพราะพริ้งนัก"จางเจิ้นผิงหัวเราะออกมา เขาไม่มีคำพูดใดจะโต้แย้งจางเจิ้นอันได้เขารู้ดีว่าตนเองพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
เมื่อมีอำนาจ มีความสามารถกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับใดๆ ก็ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เมื่อไร้ซึ่งอำนาจผู้อื่นก็จะเริ่มยกกฎเกณฑ์มาบีบบังคับเจ้า
จางเจิ้นผิงยังคงมีตำแหน่งผู้รักษาตระกูลจางค้ำคออยู่เหตุผลเหล่านี้เขาย่อมเข้าใจดี สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือ จางเจิ้นอันใช้วิธีใดจึงทำให้คนเหล่านี้ยอมสยบให้เขาได้ภายในเวลาไม่ถึงปีเขาเป็นแค่นักรบคนหนึ่งเท่านั้น!
"เจ้าเก่ง!เจ้าร้ายกาจ!" จางเจิ้นผิงลุกขึ้นเดินผ่านหน้าจางเจิ้นอันไป
"คุณชายเจ้าคะ"ชิงเหอรีบก้าวตามเขาไป แต่เขาจะมีอารมณ์ไหนมาสนใจชิงเหอ
"คุณชายรอง"ในที่สุดชิงเหอก็เลิกใช้คำเรียกที่ประดิษฐ์ประดอยเหล่านั้นจางเจิ้นผิงหยุดฝีเท้า หันกลับมา มองนางแล้วกล่าวว่า "เจ้าก็คิดเหมือนกันใช่ไหม?ว่าข้า จางเจิ้นผิง คุณชายรองแห่งตระกูลจางเป็นแค่ตัวตลกในสายตาพวกเจ้า!"
"ไม่ใช่นะเจ้าคะ"ชิงเหอรีบแก้ต่าง น้ำเสียงเจือความน้อยใจ ราวกับถูกใส่ร้ายดวงตาของนางเริ่มแดงก่ำ
"งั้นรึ"จางเจิ้นผิงไม่สนใจนาง เขาคิดว่านางคงยืนดูเรื่องตลกของเขาอยู่ข้างๆจนพอใจแล้วกระมัง
ชิงเหอยืนนิ่งอยู่กับที่มองตามแผ่นหลังของเขาที่รีบจากไป ชั่วขณะหนึ่งนางรู้สึกสับสน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ
"คุณหนูพวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ" สาวใช้กระซิบข้างหู
นางพยักหน้าเดินตามสาวใช้ไปยังทิศทางของหอฉินหวย
...
"เย่จิ้งซู!เย่จิ้งซู! ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้!"
จางเจิ้นผิงกลับมาถึงตระกูลด้วยอารมณ์เดือดดาลตรงไปยังห้องของเย่จิ้งซูทันที
"คุณชายรอง"สาวใช้ร้องเรียก พยายามจะบอกให้เขารอสักครู่อย่างน้อยก็ให้คุณหนูของพวกนางได้เตรียมตัวบ้างท่าทางโกรธเกรี้ยวของจางเจิ้นผิงนั้นน่าหวาดกลัวยิ่งนักทุกคนล้วนคิดว่าเขามาหาเรื่องเย่จิ้งซู
จางเจิ้นผิงผลักประตูพรวดเข้าไปเย่จิ้งซูค่อยๆ เดินออกมาจากห้องด้านใน นางไม่สนใจสีหน้ากังวลของสาวใช้โบกมือไล่พวกนางออกไป จากนั้นจึงถามอย่างใจเย็นว่า "เกิดเรื่องอะไรขึ้น ถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้?"
"เจ้าพูดถูก!"จางเจิ้นผิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง "ที่เจ้าพูดมา...ถูกต้องทั้งหมด"
"เห็นไหมเล่าข้าบอกแล้วว่ามีเพียงข้าที่หวังดีต่อท่านที่สุด" เย่จิ้งซูแย้มสรวลให้เขาจับจูงมือเขาไปนั่งที่โต๊ะ แล้วกล่าวว่า "มา ค่อยๆเล่ามาสิ"
"ไม่มีอะไรจะเล่า!"จางเจิ้นผิงปัดมือนางทิ้ง แล้วกล่าวว่า "เจ้าบอกมาดีกว่าว่ามีวิธีไหน... มีวิธีไหนที่จะทำให้ข้าได้ทุกอย่างที่เป็นของข้าคืนมา?"
"ข้าบอกท่านไปแล้วไม่ใช่หรือ?"เย่จิ้งซูเงยหน้ามองเขา ทำท่าปาดคอ แล้วกล่าวว่า "มีมันไม่มีข้า"
จางเจิ้นผิงส่ายหน้าซ้ำๆ"ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายข้า จะให้ข้าฆ่าเขา... ข้าทำไม่ลง"
"ลองคิดถึงความอัปยศที่ท่านได้รับเพราะเขาสิ"เย่จิ้งซูจิบชาอย่างใจเย็น
เมื่อจางเจิ้นผิงนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ยิ่งขุ่นเคืองใจยิ่งนัก คนพวกนั้น ไม่มีใครเห็นหัวเขาเลยบารมีที่เคยมีในอดีตหายไปหมดสิ้น คนพวกนั้นถึงกล้ามาขวางทางเขากล้ามาทวงเงินกับเขา เพียงเพราะเห็นว่าเขาหมดอำนาจแล้วจึงกล้ามาหยามกันถึงขนาดนี้เชียวรึ?
"ข้ารู้ว่าท่านใจแข็งไม่พอแต่ลองคิดดูสิว่า หากยังมีเขาอยู่ท่านก็จะเป็นได้แค่คุณชายเสเพลในสายตาคนอื่นตลอดไปข้ารู้ว่ามีคำพูดบาดหูมากมายที่ไม่ได้ออกมาจากปากเขาโดยตรงแต่มันก็เกิดขึ้นเพราะเขา ท่านอาจมองว่าเขาไม่ได้ทำอะไรแต่บางทีเขาอาจจะเห็นด้วยซ้ำไป คนพวกนั้นถึงได้กล้าพูด กล้าทำเช่นนั้น"
เห็นได้ชัดว่าเย่จิ้งซูหูตาไวรู้เรื่องที่เกิดขึ้นบนถนนวันนี้แล้ว
"เจ้าเคยบอกว่าให้ลักพาตัวนางแล้วบีบให้เขาอ่อนข้อไม่ใช่รึ?" จางเจิ้นผิงถามขึ้นอีกครั้งเย่จิ้งซูหัวเราะเยาะแล้วนิ่งเงียบไป ลมหายใจของจางเจิ้นผิงถี่กระชั้นขึ้นข้อนิ้วที่กำแก้วชาอยู่เริ่มซีดขาวเพราะออกแรงมากเกินไป
" 'ไร้พิษสงไม่ใช่ลูกผู้ชาย' ท่านคิดว่าแค่บีบให้อีกฝ่ายยอมอ่อนข้อชั่วคราวแล้วต่อไปเขาจะไม่กลับมาแก้แค้นรึ? ลองนึกถึงตอนที่เขาไปเป็นชาวประมงในหมู่บ้านเล็กๆสามปีสิ พอกลับมาก็เล่นงานท่านจนแทบไม่มีที่ยืน" เย่จิ้งซูเงยหน้าสบตาเขาครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปแล้วหัวเราะออกมา
จางเจิ้นผิงเข้าใจความหมายของนางนางกำลังจะบอกว่า "จะทำหรือไม่ก็ตามใจท่าน"
"ทำไมเจ้าต้องทำกับเขาขนาดนี้?ทำไมต้องช่วยข้าถึงเพียงนี้?" จางเจิ้นผิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ก็เพราะข้ารักท่านอย่างไรเล่า"เย่จิ้งซูตอบโดยไม่ต้องคิด "ข้าเป็นภรรยาของท่านหากข้าไม่ช่วยท่าน แล้วจะให้ข้าไปช่วยใคร? เพียงแต่ว่าหากวันหน้าท่านได้ดีแล้ว ต้องยกข้าเป็นฮูหยินเอกนะเจ้าคะ ท่านไม่รู้หรอกว่าพอที่บ้านตระกูลเย่รู้ว่าข้าเป็นได้แค่อนุของท่าน พวกเขาผิดหวังในตัวข้ามากแค่ไหนแม้แต่ท่านแม่ของข้าก็ยังต้องพลอยอับอายไปด้วย"
ดังนั้น ข้าไม่ได้รักเจ้าแต่ข้าเกลียดเขา! เขาเลือกนังสาวชาวนา ไม่เลือกข้า!แถมยังทำให้ข้าต้องถูกคนดูแคลน! ทั้งหมดนี้ ข้าจะให้พวกเจ้าชดใช้คืน!
"ข้าควรทำอย่างไร?"จางเจิ้นผิงคลายมือที่กำแก้วไว้แน่น เขาดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว
เย่จิ้งซูกวักมือเรียกให้เขาโน้มหูลงไปแล้วกระซิบแผนการข้างหูเขา จางเจิ้นผิงขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า"แบบนี้จะดีรึ?"
"ถ้าไม่ลองจะรู้ได้ยังไงว่าไม่สำเร็จ" น้ำเสียงของเย่จิ้งซูราวกับเค้นออกมาจากไรฟันแววตาของนางฉายแววซับซ้อนบางอย่าง
"ก็ได้ ข้าทำ"ในที่สุด ปีศาจในใจของจางเจิ้นผิงก็มีชัย
มุมปากของเย่จิ้งซูเผยรอยยิ้มออกมากล่าวว่า"ท่านวางใจได้ เพียงแค่สร้างความวุ่นวายเล็กน้อยล่อเขาไปยังที่หมายก็พอ ที่เหลือข้าจัดการเอง"
"ตกลง ข้าเชื่อเจ้า"สายตาของจางเจิ้นผิงค่อยๆ แน่วแน่ขึ้นเขาจะต้องกำจัดเสี้ยนหนามขวางทางนี้ให้สิ้นซาก เขา จางเจิ้นผิงอยากทำอะไรต้องได้ทำ จะไม่ยอมอยู่ใต้การควบคุมของใครอีกต่อไป!
"แต่...แล้วท่านแม่เล่า?" จางเจิ้นผิงถามอีกครั้งนี่คือสิ่งที่เขากังวล ท่านแม่อูซื่อดีต่อเขามาตลอดการต้องทำให้ท่านแม่เสียลูกชายไปต่อหน้าต่อตา เขายังลังเลใจ
"วันข้างหน้าพวกเราค่อยดูแลท่านแม่ให้ดีก็แล้วกัน ท่านก็รู้ว่าพี่ใหญ่กลับมาคราวนี้เอาอกเอาใจแต่นังสาวชาวนานั่น ถึงขั้นขัดคำสั่งท่านแม่ หากไม่มีเขาท่านแม่อาจจะเจ็บปวดน้อยลงก็ได้นะเจ้าคะ"
เย่จิ้งซูรู้ดีว่าจางเจิ้นผิงยังลังเลจึงใช้ไม้นี้ "แต่ถ้าท่านไม่เต็มใจก็แล้วไปเถอะเจ้าค่ะถือซะว่าข้าไม่ได้พูดอะไร พูดไปมากเดี๋ยวท่านจะหาว่าข้าใจร้ายใจดำ"
"จะเป็นไปได้อย่างไรข้ารู้ว่าที่เจ้าทำทั้งหมดก็เพื่อข้า"
แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ในใจจางเจิ้นผิงก็คิดจะตีตัวออกห่างจากเย่จิ้งซู สตรีผู้นี้น่ากลัวเกินไป
เมื่อได้ยินดังนั้นเย่จิ้งซูก็แย้มยิ้มหวานหยดให้เขา ภายนอกดูอ่อนหวานน่าพึ่งพิง แต่ในใจคิดการใดอยู่ยากแท้หยั่งถึง
จางเจิ้นผิงดื่มชาในแก้วมองหน้าของเย่จิ้งซู ในใจกลับสับสนวุ่นวาย เขาคิดในใจ 'ปากงูเขียว หางผึ้งพิษ ยังมิอาจเทียบจิตใจสตรี' คำกล่าวนี้วันนี้เขาได้ประจักษ์กับตาแล้วจริงๆ
"พวกเราดื่มเหล้ากันหน่อยดีไหมเจ้าคะ?"เย่จิ้งซูกล่าว "ดื่มเหล้าแล้วจะได้มีกำลังใจกล้าหาญขึ้น"
"เจ้าหาว่าข้าขี้ขลาดรึ?"จางเจิ้นผิงกล่าวอย่างไม่พอใจยิ่งนัก
"เปล่าเจ้าค่ะแต่ข้ากลัวต่างหาก" เย่จิ้งซูกล่าวพลางตบมือสาวใช้เปิดประตูเข้ามา นางจึงสั่งให้นำเหล้ามาสองไห
เมื่อเย่จิ้งซูรินเหล้าให้เขาจนเต็มจอกจางเจิ้นผิงยังไม่กล้าดื่ม แต่เมื่อคิดว่าที่นี่คือตระกูลจางนางคงไม่กล้าวางยาพิษเขา จึงยกจอกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
จากนั้นเย่จิ้งซูก็รินเหล้าให้เขาจอกแล้วจอกเล่าจนกระทั่งเขาเมามายไม่ได้สติ นางจึงหยุดมือ