ตอนที่ 1 เกิดใหม่ทั้งทีก็ถูกทิ้งถ้ำคนชราเลย
“แยกครอบครัว เราต้องแยกครอบครัว หญิงแก่ใกล้ตายนั่น ใครอยากจะเอาไปอยู่ด้วยก็เอาไปเลย ข้าไม่สนใจ”
“เ้าเป็หัวหน้าครอบครัว เป็ลูกชายคนโต ในเมื่อเ้าไม่สนใจ เหตุใดพวกเราต้องดูแลด้วย ข้าก็ไม่สนใจเหมือนกันได้ไม่ใช่หรือ?”
“ในเมื่อไม่มีใครอยากดูแล เช่นนั้นก็พานางไปที่ 'ถ้ำทิ้งคนชรา' จากนั้นรอให้นางตาย แล้วค่อยไปปิดปากทางเข้าถ้ำให้สนิท”
“ไม่ จะทำเช่นนั้นไม่ได้ เช่นนั้นจะเป็เื่อกตัญญู”
“หุบปาก เ้าไม่ยอมแบบนี้แล้วจะเลี้ยงนางหรือ? อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเ้าแอบเอาอะไรให้นางกิน”
……………………………
มารดาดีผู้มากมีด้วยบุตรชั่วช้าเช่นนั้นหรือ?
หลินจิ่วเหนียงเบิกตากว้างจ้องมองเพดานที่ปกคลุมด้วยใยแมงมุมเงียบ ๆ สมองของนางแยกย่อยความทรงจำแปลก ๆ ที่ไม่ใช่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้า รอยยิ้มเย้ยหยันพลันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
กลุ่มคนที่กำลังโต้เถียงกันนอกประตู คือลูกชายและลูกสาวของหญิงชราผู้นี้ เดี๋ยวก่อน อายุสามสิบห้านี่ถือว่าเป็หญิงชราแล้วหรือ?
ในสมัยโบราณนับว่าแก่แล้ว
หลินจิ่วเหนียงเผยรอยยิ้มเย้ยหยันมากขึ้น แน่นอนว่าลูกอกตัญญูมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในโลก
หลังจากฤดูใบไม้ผลิอันหนาวเหน็บ เ้าของร่างเดิมที่ป่วยจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อก็ได้เปลี่ยนจากเสาหลักของครอบครัวเป็ภาระที่ทุกคนรังเกียจ ซึ่งบัดนี้ ‘เหล่าลูกบังเกิดเกล้า’ ของนางต่างกำลังปรึกษาหารือกันว่าจะส่งนางไปยัง ‘ถ้ำทิ้งคนชรา’
ช่างน่าขันนัก แม่แก่ชราคนหนึ่งเลี้ยงลูกห้าคนได้ แต่ตอนนี้ลูกทั้งห้าคนกลับไม่อาจเลี้ยงดูแม่ที่ป่วยได้
ต้องขอบคุณเ้าของร่างเดิมที่ทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูคนเหล่านี้ แต่น่าเสียดายที่นางเอาใจลูกมากเกินไป จึงให้กำเนิดฝูงหมาป่าตาขาวอกตัญญูกลุ่มหนึ่งที่รู้จักแต่รับ ไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณ เป็ไปดังที่โบราณว่าไว้ มารดาดีมากมีด้วยบุตรชั่วช้า
จริงสิ ลืมบอกไปว่านางเดินทางข้ามเวลามาแล้ว
นางในอดีตเป็เด็กกำพร้าอายุยี่สิบปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ก่อนจะย้อนมาที่นี่ และกลายเป็หญิงหม้ายยุคโบราณหลินจิ่วเหนียงผู้ให้กำเนิดหมาป่าตาขาวห้าตัว
นางไม่ได้ยินข่าวคราวจากสามีมาเป็เวลาสิบปี จึงถือว่าเป็หม้าย
หลินจิ่วเหนียงชูนิ้วกลางประณามพระเ้า โอ้พระเ้า นี่คือพยายามทำให้นางรู้สึกดีขึ้นแล้วหรือ?
เปรี้ยง ครืน!
เสียงฟ้าร้องดังมาจากข้างนอกเหมือนเป็การเตือน ทำให้หลินจิ่วเหนียงรีบเก็บนิ้วกลางด้วยความไม่พอใจ…ฉันผิดไปแล้วเ้าค่ะ ท่านพระเ้าผู้ประเสริฐ ท่านพ่อที่รัก
ด้วยอาการป่วยหนักดังกล่าว ประกอบกับพวกหมาป่าตาขาวที่จะกระโจนเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ นางจึงจะถูกส่งไปยัง ‘ถ้ำทิ้งคนชรา’ ให้ตาย หลินจิ่วเหนียงจึงเครียดมาก หากถูกส่งไปยัง ‘ถ้ำทิ้งคนชรา’ จริง ๆ เห็นทีได้ตายเป็แน่ การอดตายเพราะไม่มีอาหารหรือเครื่องดื่มเป็หนึ่งในสิ่งที่โหดร้ายที่สุด
เพียงแค่คิดก็ทำให้รู้สึกขุ่นเคืองยิ่งนัก
หลินจิ่วเหนียงหรี่ตาลง ในไม่ช้านางก็มีความคิดในใจ ไม่ว่าจะเป็เมื่อก่อนหรือตอนนี้ นางก็จัดการกับพวกหมาป่าตาขาวได้ดีมาก
เสียงทะเลาะข้างนอกค่อย ๆ สงบลง ขณะที่พวกเขาผลักประตูเข้ามา หลินจิ่วเหนียงที่กำลังงีบหลับอยู่ก็ลืมตาขึ้น
“ข้าอยากกินบะหมี่น้ำแบบใส่น้ำมันกับเกลือ”
เมื่อรู้ว่าพวกเขาตกลงกันได้แล้ว หลินจิ่วเหนียงจึงไม่พูดอ้อมค้อม และร้องขอเช่นนั้น
หลิวต้าหลางเบิกตากว้าง “ท่านแม่ ท่านบ้าไปแล้วหรือ? บะหมี่น้ำธรรมดายังพอหาได้ แต่ต้องใส่น้ำมันกับเกลือด้วยนี่นะ! ท่านรู้ตัวหรือไม่ ว่าท่านไม่ได้เห็นน้ำมันกับเกลือที่บ้านนานเพียงใดแล้ว?”
คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย เพราะครอบครัวนี้ยากจนเกินกว่าจะมีกระทะด้วยซ้ำ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่กล้าทำเช่นนี้
หลินจิ่วเหนียงเกียจคร้านเกินกว่าจะพูดเื่เหลวไหลกับพวกเขา นางหลับตาพูดว่า “หากไม่มี ข้าจะไม่ขึ้นไปบนูเา”
การส่งผู้สูงอายุไปยัง “ถ้ำทิ้งคนชรา” เพื่อรอความตายนั้นไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง แต่คนที่จะทำเช่นนี้มีเพียงครอบครัวที่ยากจนที่ไม่อาจเลี้ยงดูผู้สูงอายุที่ป่วยได้ ทว่าแม้แต่กรณีนี้ คนชราก็ต้องยินยอมก่อนจะถูกส่งตัวไป ไม่เช่นนั้นการส่งตัวไปด้วยการบังคับจะถือว่าเป็การอกตัญญู
“ท่านแม่ ท่านกำลังทำให้พวกเราเดือดร้อน ท่านไม่รู้หรือว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านบ้าง?” หลิวต้าหลางชูกำปั้นขึ้นด้วยความโมโห “ข้าจะไปเอาบะหมี่น้ำที่ใส่น้ำมันและเกลือมาให้ท่านได้จากที่ใด ท่านแม่ ท่านกำลังฆ่าลูกชายของตัวเองนะขอรับ”
“หากท่านกำลังจะตายก็รีบตายโดยเร็วเถิด อย่าทรมานพวกเราอีกเลย ได้หรือไม่?”
หลิวเอ้อร์หลางคุกเข่าลงตรงหน้าเตียงของหลินจิ่วเหนียง พร้อมกับร้องไห้
“ใช่แล้ว ท่านแม่ ท่านเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว อย่าทรมานพวกเราเลย พวกเรายังต้องมีชีวิตอยู่ ท่านก็เห็นว่าลูกสะใภ้ทั้งสองกำลังจะคลอด แต่ แต่ที่บ้านไม่มีอะไรจะกินเลย ทั้งที่พวกนางกำลังตั้งท้องหลานชายของท่านอยู่
“ท่านแม่ ท่านจงรีบไปสู่สุคติเถิดขอรับ เก็บอาหารไว้ให้หลานชายที่กำลังจะเกิดเถิด”
คนอื่น ๆ ต่างก็ร้องไห้ และคุกเข่าขอร้องให้นางยอมไป 'ถ้ำทิ้งคนชรา'
เมื่อมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น หลินจิ่วเหนียงก็มีสีหน้าเ็า ดูสิ่งที่พวกเขาพูดสิ เพื่อไม่ให้เ้าของร่างเดิมเป็ภาระของพวกเขา ถึงกับเอ่ยวาจาทำให้เ้าของร่างเดิมดูไร้ค่าในสายตาของพวกเขา
หมาป่าตาขาว บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยหมาป่าตาขาว
หลินจิ่วเหนียงเม้มปากด้วยสีหน้าเ็า หากนางมีเรี่ยวแรงพอที่จะลุกขึ้นตอนนี้ นางจะทุบตีเหล่านางหมาป่าตาขาวและลูกชายอกตัญญูเหล่านี้ให้ตายแน่นอน
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการได้รับอาหารเพื่อความอยู่รอด
ทันทีที่ลืมตาขึ้น หลินจิ่วเหนียงก็น้ำตาไหลทันที นางร้องไห้หนักเสียจนหากภูตผีและเทพเ้าที่ได้ยินก็คงรู้สึกะเืใจยิ่ง และผู้ที่ได้เห็นก็ต้องหลั่งน้ำตา
เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นพวกหมาป่าตาขาวกำลังมองนางด้วยสายตาเฉยเมย หลินจิ่วเหนียงก็ร้องไห้หนักขึ้น พลางไอและสำลักเป็ครั้งคราว จนอดไม่ได้ที่จะยกย่องตัวเอง
หลินจิ่วเหนียงเช็ดน้ำตาด้วยความเศร้าโศก “ข้า ข้าแค่อยากจะกินบะหมี่น้ำที่มีน้ำมันและเกลือสักชามก่อนที่ข้าจะตาย แค่ก แค่ก แค่ก แต่พวกเ้าทุกคนกลับปฏิเสธข้า”
“ฮือๆ เหตุ เหตุใดข้าถึงน่าสมเพชนัก ต่อให้อยากตายกลายเป็ผีก็ยังไม่ได้ ข้าเลี้ยงลูกให้กลายมาเป็เช่นนี้ได้อย่างไร แม้แต่ความปรารถนาก่อนตายของข้า พวกลูกก็ยังไม่เต็มใจจะให้สำเร็จ”
ก่อนที่พี่น้องตระกูลหลิวจะทันได้โต้ตอบ ลูกสะใภ้ทั้งสองก็ร้องไห้อย่างหนัก ก่อนจะถอดปิ่นไม้บนศีรษะออก หลังจากขอให้หลิวต้าหลางไปเปลี่ยนชามบะหมี่น้ำที่ห้องถัดไป
แต่คาดไม่ถึงว่าหลิวต้าหลางจะโกรธมาก
เขากำปิ่นไม้ไว้ในมือแน่น อย่างน้อยมันก็สามารถแลกเงินได้สองตำลึง ซึ่งเพียงพอแล้วที่เขาจะนำไปเล่นพนันเสี่ยงโชคได้สองครั้ง หากเขาโชคดี ก็จะสามารถผันตัวเป็เ้าของบ้านได้ หากเขาต้องนำมันไปแลกเปลี่ยน เพื่อนำเงินมาซื้ออาหารให้คนชราผู้นี้ มันจะไม่สูญเปล่าหรือ?
บัดนี้เขาพ่นลมหายใจฮึดฮัด แล้วจ้องมองแม่เฒ่าด้วยสายตาดุดัน “ท่านแม่ หากท่านอยากจะตายก็แค่หลับตากลั้นใจตายไปเสีย จะตายอยู่แล้วยังจะกินอะไรอีกเล่า กินเข้าไปก็เปล่าประโยชน์”
แน่นอนว่าหมาป่าตาขาวนั้นร้ายกาจเสียยิ่งกว่าสัตว์ร้าย สุนัขเห็นเ้าของเรียกยังรู้จักเห่าตอบสองครั้ง
ลูกสะใภ้สองคนทนดูไม่ไหว พวกเขาดูไม่แยแสเลย เลี้ยงหมายังดีกว่าเลี้ยงพวกเขาไว้เสียอีก
หลินจิ่วเหนียงเงยหน้าทั้งน้ำตา แล้วมองพวกเขาด้วยความสิ้นหวัง “ลูกเอ๋ย แม่เลี้ยงดูพวกเ้ามาจนเติบใหญ่ เพียง เพียงแค่้ากินบะหมี่น้ำที่ใส่น้ำมันกับเกลือก่อนตาย แต่เ้ากลับไม่ยอมให้ข้ากิน ข้า... แค่ก... แค่ก...”
“พี่ใหญ่ ท่านทำตามคำขอของแม่ให้สำเร็จเถิดขอรับ” หลิวซื่อหลางพูดทั้งน้ำตา อย่างไรเสียนางก็คือแม่ของเขาเอง เมื่อเห็นแม่อ้อนวอนขอกินอย่างหนัก หัวใจของเขาก็เ็ป
คนอื่น ๆ ก็ขอร้องเช่นเดียวกัน แต่หลิวต้าหลางก็ยังคงเฉยเมย คิดแต่จะใช้ปิ่นไม้นี้ไปแลกเงินเล่นพนัน
เมื่อเห็นว่าเขาไม่แยแส หลิวซื่อหลางก็อดไม่ได้ที่จะคว้าปิ่นไม้แล้วรีบวิ่งออกไป พวกเขาเป็ลูกอกตัญญู ซ้ำยังไม่อาจทำตามความปรารถนาสุดท้ายของแม่ได้
เมื่อหลิวต้าหลางเห็นว่าปิ่นไม้ถูกขโมยไปแล้ว เขาก็วิ่งไล่ตามไปอย่างดุเดือดทันที พลางะโสาปแช่งบอกให้หลิวซื่อหลางคืนมาให้เขา
หลินจิ่วเหนียงหอบหายใจ สายตาเต็มไปด้วยแววดุร้าย หลิวต้าหลาง รอให้ข้าหายก่อนเถิด แล้วจะได้เห็นดีกัน
ในที่สุดหลินจิ่วเหนียงก็สมปรารถนา นางได้กินบะหมี่น้ำที่ปรุงด้วยน้ำมันและเกลือ เดิมทีต้องมีคนคอยป้อนอาหารนาง แต่ในที่สุดก็ลุกขึ้นนั่งด้วยตัวเอง พิงหัวเตียง ถือชามไว้ในมือ แล้วเริ่มซดกิน
พวกหมาป่าตาขาวที่เห็นนางกินอย่างเอร็ดอร่อยก็มองตาเป็มันพลางกลืนน้ำลาย ทว่าหลินจิ่วเหนียงเลือกที่จะเพิกเฉย
ทันทีที่หลินจิ่วเหนียงวางชามลง หลิวต้าหลางก็พูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง ว่าเขาจะพานางขึ้นไปบนูเาขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืด
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว กำลังกายของหลินจิ่วเหนียงก็ค่อย ๆ ฟื้นตัว นางแสดงสีหน้าพึงพอใจ “ข้าอยากอาบน้ำ จะได้ขึ้นไปบนูเาด้วยหน้าตาแจ่มใส”
เมื่อเห็นว่าหลิวต้าหลางกำลังจะเดินจากไปด้วยความขุ่นเคือง นางก็น้ำตารื้นเต็มตาทันที และไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด “แม่้าจากไปอย่างสะอาด คงไม่หนักหนาอันใดใช่หรือไม่? แม่เช็ดอึเช็ดฉี่ให้พวกเ้าั้แ่เด็ก นั่นคือสิ่งที่แม่ขอในตอนนี้ พวกเ้ากลับไม่ยอมให้แม่ แม่... ฮือฮือ...”
ในที่สุดหลินจิ่วเหนียงก็สมความปรารถนา หลังจากอาบน้ำอย่างรวดเร็ว นางก็สบายตัวจนไม่อยากลุก
นางกำมือแน่น แล้วมองฝ่ามือที่ค่อย ๆ ฟื้นคืนเรี่ยวแรง สีหน้านางพลันดุร้าย ต้องให้บทเรียนสั่งสอนพวกเขาสักหน่อยแล้วว่าการเคารพนับถือผู้สูงอายุและรักเด็กหมายความว่าอย่างไร
.............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
เป็เควสต์ที่หนักหนามาก มาเกิดในร่างหญิงชราใกล้ตายแต่ก็ไม่ตายสักที แถมยังต้องมาสั่งสอนลูกๆ หมาป่าตาขาวทั้งห้าให้กลับมาเป็ผู้เป็คนอีก คนบุญน้อยมีสิทธิ์ได้เกิดดีๆ มั่งไหมคะ
ไหหม่า(海馬)