การเข้าสู่หมู่บ้านแห่งความหวาดกลัว
เมื่อจื่อหลันเอ่ยปากเรียกทหารหวัง ด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูอ่อนโยนและทรงพลังทหารหวังก็รีบวิ่งเข้ามาใกล้เกวียนทันทีสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจงรักภักดีและความกระตือรือร้นเกินเหตุ
“เซียนหญิง!ท่านมีประสงค์สิ่งใดหรือขอรับ? โปรดบัญชามาได้เลย!ข้าจะทำตามทุกคำสั่งของท่าน!”
“หมู่บ้านแห่งนี้กำลังเผชิญกับทุกข์ภัยอันใหญ่หลวง!”จื่อหลันกล่าวช้าๆ แต่ชัดเจน เน้นคำว่า 'ทุกข์ภัย' ให้หนักแน่นขึ้น “ข้าััได้ถึงกลิ่นอายแห่งความเ็ปและความสิ้นหวังข้าไม่อาจเมินเฉยต่อความทุกข์ยากของมนุษย์ได้ เ้าจงนำทางข้าไปยังใจกลางหมู่บ้านที่ซึ่งชาวบ้านกำลังล้มป่วย!”
“ขอรับ!ท่านเทพธิดาผู้เมตตา!” ทหารหวังตอบรับด้วยความตื่นเต้นราวกับได้รับภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขาไม่ได้คิดเลยว่าการนำนักโทษเข้าสู่เขตโรคระบาดเป็เื่ที่บ้าคลั่งแค่ไหน
จื่อหลันใช้จังหวะที่ทหารหวังหันหลังไปสั่งการทหารอีกสองนายให้เตรียมม้าและเกวียนเธอรีบเรียกใช้ร้านค้าของระบบทันที
ระบบ! ยาขับพิษพื้นฐาน 1 เม็ด!
[ยืนยัน: บริโภค5 แต้มบุญ]
[แต้มบุญคงเหลือ:1 แต้ม]
ยาเม็ดเล็กสีเทาหม่นปรากฏขึ้นในอุ้งมือของเธอทันทีเธอหยิบมันขึ้นมาถือไว้ในแขนเสื้อเพื่อซ่อนมันจากสายตาของคนภายนอก เหลือ 1 แต้ม... ถ้าภารกิจล้มเหลว ฉันจะเหลือศูนย์แต้ม แถมยังติดลบ 100 แต้มบุญอีก! นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิตเลยนะ
เมื่อถึงใจกลางหมู่บ้านเจียหลิน ภาพที่จื่อหลันเห็นทำให้เธอแทบจะลืมบทบาท "เทพธิดา" ไปชั่วขณะหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยความโกลาหลและความหวาดกลัวชาวบ้านที่ยังแข็งแรงต่างพากันหนีออกจากกระท่อมของตนหรือไม่ก็ยืนรวมกลุ่มกันอย่างหวาดระแวง ขณะที่คนป่วยจำนวนมากนอนซมอยู่บนเสื่ออย่างอ่อนแรงบ้างก็อาเจียน บ้างก็มีไข้สูงจนเพ้อใบหน้าของพวกเขาซีดเซียวและมีร่องรอยของความทรมาน
กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากการอาเจียนและการขับถ่ายที่ไม่ถูกสุขลักษณะอบอวลไปทั่วทำให้จื่อหลันต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการควบคุมใบหน้าไม่ให้แสดงความรังเกียจออกมา
ทหารหวังรีบนำจื่อหลันไปยังบ้านพักใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านซึ่งมีร่างของผู้าุโประจำหมู่บ้านกำลังนอนซมอยู่บนเตียงไม้โดยมีภรรยาสูงวัยร้องไห้ดูแลอยู่
“ท่านเซียนหญิง!ท่านมาแล้ว! โปรดช่วยท่านผู้นำหมู่บ้านด้วยเถิด!”ภรรยาของผู้าุโรีบคุกเข่าลงแทบเท้าจื่อหลัน
จื่อหลันพยายามรักษาบุคลิกที่ดูสง่างามและเต็มไปด้วยความเมตตาเธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ผู้าุโที่กำลังสั่นเทาจากพิษไข้เธอใช้ประสบการณ์จากการถ่ายทำละครพีเรียดมาปรับใช้ในการแสดงบทบาทนี้
“ใจเย็นก่อน...ข้าจะทำการชำระล้างจิติญญาของเขา”
การวินิจฉัยโรคตามหลักการสมัยใหม่
จื่อหลันวางมือลงบนหน้าผากที่ร้อนผ่าวของผู้าุโเธอไม่ได้สวดมนต์ทันที แต่เธอใช้เวลาสังเกตอาการอย่างละเอียด
อาการหลัก: ไข้สูงอาเจียน ท้องร่วงอย่างรุนแรง และความอ่อนเพลียที่มาอย่างรวดเร็ว...
เธอจำได้ว่าในบทละครเฟิงหวงพลังชั่วร้ายมักจะโจมตีทางจิติญญา แต่ในโลกของเธอ อาการเหล่านี้คือ อหิวาตกโรค หรือโรคอาหารเป็พิษรุนแรง จากแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในน้ำหรืออาหาร
เธอหันไปมองบ่อน้ำกลางหมู่บ้านที่ทุกคนกำลังตักน้ำขึ้นมาใช้โดยไม่มีการต้มภาพที่เห็นคือบ่อน้ำที่ขุ่นมัวและมีสาหร่ายลอยอยู่เต็มไปหมด!
ต้นตอของโรคคือ 'น้ำเน่า' และ 'สุขอนามัยที่แย่'นี่เอง!
จื่อหลันรู้ว่า มหากรุณาธารณีสูตรที่สวดไปนั้นใช้พลังชีวิตของเธอมากเกินไปและเธอไม่สามารถเสี่ยงสวดได้อีกจนกว่าจะได้ทักษะที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตของเธอได้แต่เธอก็ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอคือ เซียนที่กำลังช่วยเหลือทุกคนอยู่
“ทหารหวัง!”จื่อหลันสั่งเสียงเด็ดขาด “โรคระบาดนี้ไม่ใช่เพียงแค่จิตมาร แต่เป็ 'พิษของมารวารี' ที่อาศัยอยู่ในน้ำ! มันจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของผู้คนที่ประมาทเลินเล่อและจิตใจอ่อนแอ!หากไม่หยุดยั้ง พวกมันจะครอบงำคนทั้งหมู่บ้าน!”
ทหารหวังใจนตาค้าง“พิษของมารวารีหรือขอรับ!? ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน!”
“มารวารีไม่เป็ที่รู้จักเพราะมันมักแฝงตัวอยู่ตามแหล่งน้ำ แต่ก็ยังต่างจากพวกผีพรายอยู่ มารวารีกินความเ็ปทรมาน ส่วนผีพรายนั้นกินเืและกักขังิญญาคนให้เป็ทาสรับใช้”จื่อหลันตอบอย่างใจเย็น “สิ่งที่ต้องทำคือการ 'ชำระล้างและผนึกพลังของมัน'”
เธอชี้ไปยังบ่อน้ำ“เ้าจงห้ามไม่ให้ใครใช้น้ำจากบ่อนี้อีก!ให้ทุกคนตักน้ำจากลำธารที่ไหลผ่านูเาเท่านั้น และต้อง ต้มน้ำ ให้เดือดพล่านก่อนนำมาดื่มทุกครั้ง!นี่คือการขับไล่พิษของมารวารีเบื้องต้น! หากผู้ใดไม่เชื่อก็คงต้องปล่อยพวกเขาให้ทรมานไปจนสิ้นลม”
การห้ามตักน้ำจากบ่อเป็เื่ใหญ่สำหรับชาวบ้านแต่คำสั่งที่ถูกผนวกเข้ากับคำว่า 'มารวารี' และ 'ทรมานจนสิ้นลม' ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านที่ได้ยินตัวสั่นด้วยความกลัวและปฏิบัติอย่างเชื่อฟังทันที
“ให้แยกผู้ป่วยที่มีอาการหนักออกไปอยู่ในกระท่อมร้างที่ริมหมู่บ้านเพื่อป้องกันไม่ให้พิษของพวกเขาลุกลามไปยังผู้อื่น!” (การกักกันโรค)
การแสดงปาฏิหาริย์ด้วย 1 แต้มบุญ
เมื่อมาตรการกักกันโรคและการสุขาภิบาลเบื้องต้นถูกดำเนินการแล้วจื่อหลันก็กลับมาที่เตียงของผู้าุโ เธอรู้ดีว่ามาตรการเหล่านี้จะใช้เวลาหลายวันกว่าจะเห็นผล แต่ผู้ป่วยอาการหนักอย่างผู้าุโนั้นต้องได้รับการรักษาทันทีเพื่อเป็หลักฐานของปาฏิหาริย์
เธอนำ ยาขับพิษที่ซื้อมาด้วย5แต้มบุญออกจากแขนเสื้ออย่างแเี แล้ววางไว้ในฝ่ามือ
ฉันต้องทำสิ่งนี้ให้ดูเหมือนการร่ายมนตร์ขั้นสูงไม่ใช่แค่การให้ยากินธรรมดา
จื่อหลันหลับตาลงเธอไม่สวด มหากรุณาธารณีสูตร ที่ใช้พลังชีวิตอีกแล้ว แต่เธอใช้การทำสมาธิ ซึ่งเหมือนกับการทำสมาธิสำหรับนักแสดงที่ต้องท่องบทและควบคุมอารมณ์...เพื่อให้เกิดความนิ่งสงบ
เธอใช้ 1 แต้มบุญสุดท้ายและเอาปาฏิหาริย์ง่าย ๆ ออกมาในรูปแบบที่มองเห็นได้ชัดที่สุด
[ยืนยัน: แลก 1แต้มบุญเพื่อปลดปล่อยปาฏิหาริย์ในรูปแบบ 'อนุภาคแสงแห่งกุศล']
ทันใดนั้น อนุภาคแสงสีทองอ่อนๆจำนวนเล็กน้อยก็พวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเธอแสงเ่าั้ไม่ใช่แสงที่สว่างจ้าเหมือนตอนที่เธอสวดมหากรุณาธารณีสูตรขับไล่ปีศาจเสือแต่เป็แสงระยิบระยับที่งดงามราวกับผงทองคำที่ลอยเหนือฝ่ามือของเธออนุภาคแสงเหล่านี้ค่อยๆ เคลือบยาขับพิษเม็ดสีเทาหม่นไว้จนมันดูเหมือนเม็ดยาวิเศษที่เรืองแสง
“นี่คือ โอสถแสงแห่งเมตตาที่ข้าได้รวบรวมพลังบุญบริสุทธิ์ของข้าเพื่อชำระล้างพิษมารในร่างของเ้า”จื่อหลันกระซิบบอกผู้าุโอย่างแ่เบาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง “เ้าจงกินมัน...และกลับมามีสติเพื่อดูแลหมู่บ้านของเ้า!”
ภรรยาของผู้าุโแทบจะก้มลงกราบแทบเท้าเธออีกครั้งด้วยความปิติเธอรีบช่วยผู้าุโให้กลืนยาเข้าไป
นี่คือเทคนิคการแสดงขั้นสุดยอด!จื่อหลันคิดอย่างภาคภูมิใจ การรวมเอาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ (ยาขับพิษ) เข้ากับระบบ(อนุภาคแสง) และทักษะการแสดง (แสดงการร่ายมนตร์)!
[แต้มบุญคงเหลือ:0 แต้ม]
[ภารกิจ:โรคระบาดแห่งเจียหลิน - เริ่มต้นการรักษา]
การมาถึงของหมอหลวงและผู้ต้องสงสัย
จื่อหลันใช้เวลา่บ่ายนั้นในการให้ทหารหวังให้กำกับดูแลการต้มน้ำและการดูแลผู้ป่วยแม้เธอจะทำอะไรไม่ถูกกับอาการป่วยจริง ๆแต่เธอก็สามารถให้คำแนะนำที่ฟังดูชาญฉลาดในฐานะ 'เซียนหมอ'ได้
“เ้านำสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมแรงเช่น โหระพา หรือตะไคร้ มาเผาไฟเพื่อชำระล้างอากาศเสียรอบกระท่อมผู้ป่วย!”(การฆ่าเชื้อโรคในอากาศ)
“ห้ามผู้ใดแตะต้องร่างกายของผู้ป่วยโดยตรงหากไม่ได้ล้างมือด้วยน้ำสะอาด และหลังจากทำความสะอาดให้ผู้ป่วยแล้ว ทุกคนต้องล้างมือด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง”
ขณะที่จื่อหลันกำลังยืนควบคุมสถานการณ์อยู่เสียงฝีเท้าม้าก็ดังขึ้นที่ทางเข้าหมู่บ้าน ผู้ที่มาถึงคือ หมอหลวงจากเมืองหลวง 2 คน ซึ่งถูกส่งมาอย่างรีบด่วนหลังจากมีคนแจ้งเื่โรคระบาด
คนหนึ่งคือ ท่านหมอหลี่ชายวัยกลางคนที่ดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความรู้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือ ฉีเหิง ชายรูปงามที่มีใบหน้าดูสงบเยือกเย็นและมีเครายาวคล้ายกงซุนเช่อในเื่เปาบุ้นจิ้นแต่เขามีแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาดูเหมือนไม่ใช่แค่หมอธรรมดา จื่อหลันคิดว่าเขาเป็ ผู้ฝึกยุทธ์ ที่แฝงตัวมา!
จื่อหลันรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังทันทีหมอหลวง? ฉีเหิง? พวกเขาคือใครในบทละคร?
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”ทหารหวังรีบเดินออกไปขวางทางของหมอหลวงทั้ง 2 ทันที“พวกท่านเข้ามาไม่ได้! หมู่บ้านนี้กำลังอยู่ภายใต้การชำระล้างของ... ท่านเซียนหญิง!”
ท่านหมอหลี่ถึงกับหัวเราะเยาะ“เซียนหญิง? ทหาร! นี่เ้าบ้าไปแล้วหรือ?ข้าถูกส่งมาจากวังหลวง! นี่คือโรคระบาดร้ายแรง!เ้าเห็นไหมว่ามีใครรักษาโรคระบาดนี้อยู่? การทำพิธีกรรมโง่ๆมีแต่จะทำให้โรคระบาดหนักขึ้น!”
ฉีเหิงไม่ได้หัวเราะเขาเพียงแค่ใช้ดวงตาที่แหลมคมมองข้ามไหล่ของทหารหวัง ตรงไปยังร่างของ จื่อหลันที่ยืนอยู่ข้างเกวียนในชุดนักโทษที่มีอักษร"ฟ่านเหริน" ตัวโตอยู่บนหน้าอก
นั่นน่ะหรือ... เซียนหญิง? ฉีเหิงคิดอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเทพธิดาถึงอยู่ในชุดนักโทษ?และทำไมรัศมีแห่งธรรมของเธอถึงดูอ่อนแอลงอย่างน่าประหลาดใจ...
“ข้าคือฉีเหิงเป็หมอที่ปรึกษาของวังหลวง” ฉีเหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงอำนาจ“ข้ามาที่นี่เพื่อรักษาชีวิตผู้คน ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับพิธีกรรมใดๆเ้าจงหลีกทางไป”
ทหารหวังลังเลแต่เขาก็ยังคงยืนกราน “เซียนหญิงได้สั่งไว้แล้ว! ทุกคนต้องเชื่อฟัง! เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของพิษมาร”
จื่อหลันเห็นว่านี่คือสถานการณ์ที่ต้องใช้การแสดงออกถึงความเมตตาขั้นสูงเธอจึงเดินลงมาจากเกวียนอย่างช้า ๆ ใบหน้าของเธอสงบและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนตามบทบาทที่เธอวางไว้
“ท่านหมอทั้งสอง...โปรดใจเย็น” จื่อหลันเอ่ยเบา ๆ “ข้าไม่ได้้าขัดขวางการทำงานของท่าน ข้าเพียงใช้พลังแห่งเมตตาในการยับยั้งการแพร่กระจายของพิษมาร ไว้ชั่วคราวเท่านั้นตอนนี้พิษมารถูกผนึกไว้ในบ่อน้ำและกระท่อมตรงนั้นที่มีผู้ป่วยแสดงอาการอยู่ท่านสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ แต่จงระมัดระวังสารคัดหลั่งจากตัวผู้ป่วย พวกมันปนเปื้อนด้วยพิษมาร”
ฉีเหิงจ้องมองจื่อหลันอย่างไม่วางตาเขาเคยเห็นพวกผู้ฝึกยุทธ์กับนักพรตมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเห็นใครที่มี รัศมีสีทองจางๆเกาะอยู่รอบตัวในชุดนักโทษมาก่อน และที่สำคัญที่สุดคือ... อาการของผู้าุโประจำหมู่บ้านที่เขาได้รับรายงานมาค่อนข้างหนักทีเดียว
ทหารหวังรีบเล่าเื่ปาฏิหาริย์ที่จื่อหลันใช้โอสถแสงแห่งเมตตา รักษาผู้าุโอย่างละเอียด เมื่อหมอหลี่และฉีเหิงเข้าไปตรวจสอบอาการของผู้าุโพวกเขาก็ต้องตกตะลึง!
ผู้าุโที่เคยใกล้ตายเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนตอนนี้อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไข้ลดลงอย่างรวดเร็วและไม่มีการอาเจียนหรือท้องร่วงอีกแล้ว
ท่านหมอหลี่รีบตรวจสอบยาขับพิษที่เหลืออยู่บนพื้นไม้เขาไม่พบอะไรพิเศษนอกจากร่องรอยของการเรืองแสงจางๆ บนเศษยาที่ถูกบดแล้ว
“เป็ไปได้อย่างไร”ท่านหมอหลี่อุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา “อาการน่าจะรุนแรงมากไม่มีทางรักษาได้ภายในชั่วข้ามคืนด้วยยาธรรมดา! นี่... นี่หรือว่าจะเป็ โอสถระดับสูงจริงๆ!”
ฉีเหิงยังคงเงียบแต่ความสงสัยในดวงตาของเขาได้เปลี่ยนเป็ความสนใจอย่างจริงจัง
“ถ้าเช่นนั้น...ท่านเซียนหญิง” ฉีเหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพมากขึ้น“โรคระบาดนี้มีต้นตอมาจากสิ่งใดกันแน่? และทำไมจึงไม่ระบาดไปยังผู้คุมที่นำท่านมาถึงที่นี่?”
คำถามยอดเยี่ยม!นี่แหละคือจุดที่ต้องโชว์การแสดงอีกครั้ง!
จื่อหลันเงียบไปครู่หนึ่งเธอมองไปยังบ่อน้ำที่ถูกทหารล้อมไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยราวกับแบกรับความทุกข์ของโลกไว้ทั้งใบ
“โรคระบาดนี้มิใช่เพียงแค่พิษ แต่เป็บททดสอบของ์ ที่ส่งลงมาเพื่อชำระล้างจิตใจของมนุษย์ที่หันเหออกจากหลักธรรมและเป็การลงโทษผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง ซึ่งเริ่มหลงลืมความเมตตาจาก์”
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนคำเทศนาแต่ทหารหวังและชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันคุกเข่าลงอย่างศรัทธาเพราะมันสอดคล้องกับข่าวลือเื่ความชั่วร้ายและจิตใจที่เสื่อมทรามของขุนนางในเมืองหลวงที่พวกเขาได้ยินมาตลอด
“ข้ามิอาจช่วยทุกคนได้ด้วยตัวเอง”จื่อหลันกล่าวต่อ “ข้าเพียงแต่ให้ แนวทางแก่พวกเขาเท่านั้น ส่วนยา...ข้ามีโอสถวิเศษเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น ซึ่งได้ใช้รักษาผู้าุโไปแล้ว”
[แจ้งเตือน] ระบบรายงาน[สวมบทบาทสำเร็จ:หมอหลวงฉีเหิงมีความเชื่อถือต่อผู้ใช้อยู่ที่ระดับปานกลาง (ระดับ 3/5) ซึ่งจะเป็ประโยชน์ต่อภารกิจหลัก]
รางวัลและการกลับมาของแต้มบุญ
ทันใดนั้น เสียง ติ๊ง! ที่เธอรอคอยมานานก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ
[ภารกิจ:โรคระบาดแห่งเจียหลิน - มีผู้ป่วยอาการหนัก 5 คนได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้ว]
[ได้รับผลตอบแทน:+10 แต้มบุญต่อคน x 5 คน]
[ได้รับแต้มบุญรวม:+50 แต้มบุญ]
[แต้มบุญคงเหลือ:50 แต้ม]
จื่อหลันแทบจะกรีดร้องด้วยความดีใจในใจ!50แต้มบุญ! ในที่สุดเธอก็รอดจากสถานการณ์ศูนย์แต้มได้แล้ว!
ทว่า... ยังไม่ถึง 500 แต้ม!
[คำแนะนำระบบ:ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ผู้ป่วยที่ยังเหลืออยู่อีกจำนวนมากยังต้องได้รับการช่วยเหลือท่านจะทำการรักษาต่อหรือไม่? หากท่านสามารถค้นพบต้นตอของโรคที่แท้จริงและรักษาทุกคนได้สำเร็จท่านจะได้รับผลตอบแทนรวม 500 แต้มบุญ!]
จื่อหลันรู้ดีว่าการรักษาคนอื่นๆ ด้วยความรู้สมัยใหม่นั้นง่าย แต่เธอไม่มียาขับพิษอีกแล้วและเธอต้องพึ่งพาการซื้อยาจากร้านค้าของระบบด้วยแต้มบุญ ซึ่งตอนนี้เธอมีเพียง 50 แต้มเท่านั้น
เธอหันไปมองฉีเหิงและท่านหมอหลี่ที่กำลังพูดคุยกันอย่างกระซิบกระซาบเกี่ยวกับอาการของผู้าุโ
ถูกต้อง!ทำไมฉันต้องเสียแต้มบุญในการซื้อยาด้วย ในเมื่อหมอหลวงจากวังหลวงก็มาถึงที่นี่แล้ว!
“ท่านหมอฉีท่านหมอหลี่” จื่อหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและนอบน้อมอย่างสมบทบาท“บัดนี้ข้าได้ชี้ทางแห่งการชำระล้างจิติญญาและผนึกพิษมารให้พวกเขาแล้วส่วนการรักษาอาการทางกายภาพนั้น ย่อมต้องพึ่งพา ความสามารถทางการแพทย์ของท่านหมอทั้ง2 ท่านแล้ว”
เธอแสร้งทำเป็ไอเบาๆราวกับอ่อนแรง “ข้าใช้พลังไปมากในการต่อสู้กับพิษมารนี้ขอให้ท่านทำการช่วยเหลือผู้ป่วยที่เหลือ ยาสมุนไพรที่ดีที่สุดที่ท่านนำมาน่าจะจัดการกับโรคที่เหลือได้ บัดนี้ภารกิจของ์ที่ข้าได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงแล้ว”
ฉีเหิงพยักหน้าอย่างช้าๆเขารู้สึกว่าหญิงสาวนักโทษคนนี้พูดจาแปลกประหลาดแต่การกระทำของเธอนั้นนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นผลจริงในการควบคุมการระบาดและการรักษาเบื้องต้น!
“ข้าเข้าใจแล้วท่านเซียนหญิง” ฉีเหิงตอบด้วยความเคารพอย่างสูง “พวกเราจะทำการรักษาต่อเองท่านโปรดพักผ่อนให้หายจากความเหนื่อยล้าเถิด”
จื่อหลันโค้งตัวอย่างอ่อนน้อมแล้วเดินกลับไปที่เกวียนที่ทหารหวังเตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว
[แจ้งเตือน: ภารกิจได้ถูกส่งมอบให้หมอหลวงดังนั้นแต้มบุญที่เหลืออีก 450 แต้มที่เป็รางวัลจะถูกยกเลิก]
[แต้มบุญรวมสุดท้ายจากภารกิจนี้:50 แต้มบุญ]
ไม่เป็ไร! 50 แต้มบุญคือสิ่งที่เป็จริง! ฉันไม่ได้้าเสี่ยงชีวิตเพื่อ 500 แต้มบุญอยู่แล้ว!
เธอนั่งลงในเกวียนอย่างผ่อนคลายและสั่งให้ระบบเปิด [ร้านค้าแลกเปลี่ยนแต้มบุญ] ทันที
ซื้อ!ทักษะป้องกันตัวขั้นพื้นฐาน!
[ยืนยัน: ซื้อทักษะป้องกันตัวขั้นพื้นฐาน ราคา 100 แต้มบุญ...แต้มบุญของท่านมีไม่เพียงพอ]
จื่อหลันแทบจะทุบกำไลหยกทิ้งอีกครั้ง!เธอลืมไปแล้วว่าทักษะป้องกันตัวพื้นฐานก็ต้องใช้ 100 แต้มบุญ!เธอมีแค่ 50 แต้มเท่านั้น!
หมายความว่าฉันจะต้องไปถึงเหมืองในวันพรุ่งนี้...โดยที่ยังไม่มีทักษะเอาตัวรอดเลยเหรอเนี่ย?!
จื่อหลันมองไปยังฉีเหิงที่กำลังสั่งการหมอหลวงให้ช่วยผู้ป่วยที่เหลือด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด
ฉีเหิง...เขาเป็ใครกันแน่?
[คำเตือน:โปรดอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ราวของตัวละครหลัก!]
ฉันรู้!แต่เขาเป็หมอหลวง! เขาต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับ จิ้งจอกเก้าหาง ที่อยู่ในวังหลวงแน่ๆ!
จื่อหลันตัดสินใจครั้งสำคัญเธอมีเพียง 50 แต้มบุญ และไม่มีทักษะใดๆ เธอจึงต้องใช้ ความรู้จากบทละครที่เธออ่านเป็อาวุธในการเอาตัวรอด
ระบบ! ฉันจะใช้แต้มที่มี50แต้มแลกข้อมูลเชิงลึกของบทละครเฟิงหวงเท่าที่จะสามารถแลกได้ เน้นไปที่ข้อมูลของตัวละครหลัก
[กำลังค้นหาสินค้าที่จำเป็...]
[พบแล้ว:ข้อมูลลับเฉพาะตัวละครหลัก 'หนิวหลาง' และ'จื่อหนี่' และ 'ฉีเหิง'เพียงพอสำหรับ 50 แต้มบุญ]
[้าแลกเปลี่ยนหรือไม่?]
จื่อหลันเหลือบมองฉีเหิงที่กำลังเดินมาทางเกวียนของเธอด้วยใบหน้าที่สงบเยือกเย็นและเธอก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
แลกเปลี่ยน!
[แลกเปลี่ยน 50แต้มบุญเพื่อรับข้อมูลลับเฉพาะตัวละครหลักสำเร็จ!]
วูบ!
ข้อมูลมหาศาลพุ่งเข้าสู่สมองของจื่อหลันพร้อมกับการสูญเสียแต้มบุญทั้งหมด!
ฉีเหิง! เขาคือ...อาจารย์ของพระเอก! และเป็หมอผู้มีััพิเศษที่สามารถมองเห็นจิตมารได้!ถ้าเขาเป็อาจารย์ของพระเอก เขาจะต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังสูงมาก!
“ท่านเซียนหญิง...”ฉีเหิงเดินมาหยุดที่เกวียนของเธอ “ข้าขออภัยที่ข้าต้องถามคำถามที่สำคัญนี้...ท่านเป็ใครกันแน่?”
จื่อหลันเงยหน้าขึ้นมองฉีเหิงใบหน้าของเธอยังคงดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเมตตาแต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยแผนการที่วุ่นวายเธอยิ้มออกมาอย่างลึกลับตามแบบฉบับของเทพเซียนในภาพยนตร์จีนที่เธอเคยลองฝึกซ้อมปั้นสีหน้าก่อนจะมาได้บทจือหนี่ในเฟิงหวงพลิกชะตา
“ข้าคือผู้เดินทางที่กำลังทำภารกิจชดใช้กรรม เท่านั้น” เธอตอบเสียงแ่เบาแต่มีความหมายลึกซึ้ง “แต่ท่าน...ท่านหมอฉี... ข้ารู้ว่าท่านคือผู้ที่สามารถมองเห็น กลิ่นอายมาร ได้อย่างชัดเจน...และข้าก็รู้ด้วยว่า มาร นั้น... ได้เข้าสู่วังหลวงแล้ว”
สีหน้าของฉีเหิงเปลี่ยนไปทันที!เขามองจื่อหลันด้วยความใอย่างแท้จริงดวงตาที่สงบเยือกเย็นเมื่อครู่เบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ!
“ท่านหมายความว่าอย่างไร!?”