โลกิหยิบมือถือมาส่องกระจกดูหน้าตัวเองเเต่ทว่ารูปวอลเปอเปอร์หน้าจอที่เด้งขึ้นมาคือรูปของอิคคิวและเขาถ่ายด้วยกัน โลกิหุบยิ้มลงทันที โหมดในใจของเขาตอนนี้มันสับสนไปหมดจากที่อารมณ์ดีอยู่แท้ๆ กลับเปลี่ยนมาเศร้าซะอย่างนั้น โลกิวางมือถือลงที่โต๊ะก่อนจะเดินออกไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ระเบียงห้อง โลกิใจลอยคิดไปเรื่อยๆ เเต่สมองของเขากลับวกไปคิดถึงเเต่หน้าอิคคิวเเค่คนเดียว โลกิส่ายกน้าไปมาก่อนจะเดินกลับเข้ามาหยิบมือถือแล้วกดโทรออกอย่างรีบร้อนใจ
"ฮัลโหลครับพ่อ พ่อครับคือว่าผมมีเื่อยากจะรบกวนพ่อหน่อยครับ"
"(คงไม่ได้เกี่ยวกับอิคคิวใช่ไหม เวลานี้อิคคิวและลีโอไปดูงานที่จีนน่ะ พวกเขาสบายดี แล้วลูกล่ะสบายดีไหม ทำงานวันแรกเป็ไงบ้าง)"
"ก็ดีครับพ่อ พ่อครับผมต้องทำยังไงครับ ในหัวผมมันไม่มีเื่อื่นเลยครับพ่อ ผมคิดถึงเเต่วันเวลาที่เคยอยู่ด้วยกันน่ะพ่อ"
"(ทำใจลูก ทำใจ ให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์ พ่อเชื่อว่าลูกจะเข้มเเข็งขึ้นในเร็วๆนี้ โปรเจคเปิดตัวโรงเเรมที่โน่นเป็ไงบ้าง)"
"ก็กำลังเตรียมทีมงานออแกไนซ์ครับ ผมได้รับเื่เเล้ว เเต่ยังไม่ได้ประชุมกันเลยครับ"
"(งั้นหรอ พ่อฝากที่โน่นด้วยนะ และก็เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วลูก ตั้งใจโฟกัสที่งานหรือหาเพื่อนคุยซักคนสิลูก แกจะได้ไม่เหงา)"
"ไม่เอาแล้วล่ะครับพ่อ ผมเริ่มกลัวการเข้ามาและจากไปของคนแล้ว ผมไม่อยากเ็ปอีก เเคานี้ก็มากพอแล้วครับพ่อ"
"(ไม่มีใครทำใจได้เร็วขนาดนั้นหรอกลูก เวลานี้ลูกต้องทำใจเื่ อิคคิวและเปิดใจสำหรับใครอีกคน เพื่อตัวลูกเองนะ พ่อไม่อยากให้ลูกเศร้าอยู่เเบบนี้นานๆนะลูก)"
"ผมคงต้องใช้เวลานานจริงๆล่ะครับพ่อ!! ขอบคุณนะครับที่ให้คำปรึกษาผม ถ้าผมไม่มีพ่อ ผมคงสมองะเิตายไปแล้ว งั้นเดี๋ยวยังไงผมโทรหาใหม่นะครับ ขอตัวลงไปทานข้าวก่อนครับ คิดถึงพ่อนะครับ" โลกิวางสายจากวสันและยืดหน้าอกขึ้น เพื่อการันตรีว่าเขาจะต้องเริ่มต้นใหม่ให้ได้จริงๆ โลกิเดินกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะพร้อมกับอ่านเอกสารต่อ หนึ่งในนั้นมีเอกสารโปรเจคโปรโมทโรงแรมอยู่ โลกิหยิบนามบัตรของไทม์มาดูพร้อมกับเอกสารโปรโมทโรงแรม เขามองสลับกันไปมาจนนึกอะไรออกมาได้ โลกิหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะกดโทรหาผู้จัดการให้มาหาเขาที่ห้องเพื่อคุยรายละเอียดกันต่อ งานนี้ถือว่าเป็วานเปิดตัวของโลกิด้วยนั่นเอง
"ทุกอย่่งก็ประมาณนี่ล่ะครับ คุณเมย์คิดว่ายังไงบ้างครับ"
"ถ้าคุณโลกิว่าดี เดี๋ยวเมย์จะเรียกประชุมเลยค่ะ ไม่ทราบว่าคุณโลกิสะดวกวันไหนคะ"
"ผมขอเป็พรุ่งนี้เที่ยงละกันครับ ส่วนเื่เด็กฝึกงานผมอยากให้ชะลอไปก่อนเพราะโรงเเรมเราเพิ่งเปิดใหม่ เพราะพนักงานเเต่ละคนประสบการณ์อาจจะยังไม่มากพอ คุณเมย์ช่วยจัดทีมมาอบรมพนักงานประจำเดือนด้วยนะครับ จ้างติวเตอร์มาสอนภาษาไทยด้วยก็ดี เพราะเเขกส่วนใหญ่เป็คนไทยที่มาเที่ยวอเมริกาและผมอยากให้พนักงานของผมพูดได้มากกว่า 3 ภาษาน่ะครับ ฝากด้วยนะครับ" เมย์นั่งอึงเพราะไม่คิดว่าโลกิจะเรียนรู้งานได้เร็วขนาดนี้ เขาสั่งงานเป็ชุดจนเมย์แทบจะจดไม่ทันกันเลยทีเดียว โลกิมีความเหมือนวสันทุกอย่าง ต่างกันตรงที่โลกิเป็คนใจเย็นกว่าเเค่นั้น เมย์อึ้งไปนานจนโลกิต้องสกิดให้เธอรู้สึกตัว
"คุณเมย์ครับ คุณเมย์!!"
"ฮ้ะ!! อ่อค่ะ ว่าไงนะคะ!"
"จดทันไหมครับ ที่ผมสั่งไป ให้ผมทวนให้ไหมครับ?"
"อ่อไม่เป็ไรค่ะ เมย์จดทัน เดี๋ยวเมย์จะรีบเร่งให้นะคะ งั้นเมย์ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ สะ สวัสดีค่ะ" โลกิมองใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความใของเมย์ก่อนจะลอบยิ้มออกมาเบาๆ โลกิมองนามบัตรของไทม์สลับกับใบปลิวโปรโมทโรงเเรมอีกครั้ง ก่อนจะขำออกมาเล็กน้อย
"ฉันอยากรู้จัง ว่าถ้าพรุ่งนี้นายเห็นฉันนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ นายจะทำหน้ายังไง หน้าเหมือนยามงั้นหรอ? เดี๋ยวก็รู้ หึหึ" เป็ครั้งเเรกที่มาอเมริกา โลกิยิ้มออกมาอย่างอัตโนมัติเพียงเเค่นึกถึงตอนที่ไทม์บอกว่าเขาหน้าเหมือนยาม โลกิดึงสติกลับมาจากพวังเพราะเขายิ้มกว้างเกินไปแล้ว
"แล้วนี่ทำไมต้องยิ้มกว้างขนาดนี้วะ..หึหึ แต่ก็เอาเถอะเดี๋ยวนายจะได้รู้ว่ายามคนที่ต่อว่านี้เป็ใคร ชักจะอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆแล้วซิ555" โลกิปิดแฟ้มเอกสารก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าออกจากห้องไป เวลานี้คือ เวลา 12.00 น. โลกิเดินไปโซนอาหารของทางโรงแรมและเลือกโต๊ะริมหน้าต่าง เขานั่งทาวข้าวอย่างสบายใจ ก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อมีคนเดินมานั่งตรงหน้าเขาอย่างไม่พอใจ
"นี่นายอีกแล้วหรอ...อะไรกันวะเนี้ย!!โต๊ะอื่นไม่มีนั่งรึไง ทำไมต้องมานั่งโต๊ะประจำของฉันด้วย!!" โลกิเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้าพร้อมกับเอียงคอทำกน้าสงสัยเล็กน้อย
"โต๊ะประจำ..งั้นหรอ?"
"ใช่!! เวลาฉันมาที่นี่ฉันก็จะนั่งโต๊ะนี่ตลอด เเต่วันนี้นายกลับมานั่งแทนที่ฉัน!!"
"คุณมาที่นี่ทุกวันหรอครับ?"
"ใช่!!และฉันก็นั่งตรงนี้ทุกวันมาตลอด 3 เดือนแล้ว!!"
"แต่เท่าที่ผมทราบ โรงเเรมที่นี่พึ่งเปิดมาได้เดือนกว่าๆเองนะครับ" โลกิพูดตัดบทไปทำเอาไทม์ถึงกับหน้าเสีย พูดอะไรไม่ถูกไปเลย
"ก็นั่นแหละ!!เเต่นี่มันโต๊ะประจำของฉัน นายต้องลุกออกไปเดี๋ยวนี้"
"ท่าทางคุณจะมีอิทธิพลในโรงเเรมนี้มากเลยนะครับ"
"นายนี่มันตาถึงจริงๆเลยนะ จริงๆฉันไม่เคยบอกใครเื่นี้เลยนะ เเต่เห็นนายอยากรู้ฉันก็เลยจะบอกให้เอาบุญ ความจริงฉันเป็หุ่นส่วนหนึ่งของโรงเเรมนี้ เ้าของโรงเเรมนี้ก็เป็เพื่อนสนิทฉันเอง"
"อ๋อ งั้นหรอครับ อ่อๆ"
"นี่!!กวนประสาทปะเนี้ย ไม่ได้ยินที่พูดรึไง ฉันจะนั่งตรงนี้นายย้ายไปนั่งที่อื่นเลย ไม่งั้นฉันจะไปบอกเพื่อนฉันให้ไล่นายออก ลุก!!" ไทม์พยายามตะคอกเสียงให้โลกิลุกออกไปจากโต๊ะนั้นจนเสียงเริ่มดังขึ้น ผู้จัดการห้องอาหารจึงรีบวิ่งมาเคลียร์เเต่ทว่าโลกิจับเเขนผู้จัดการไว้และส่ายหน้าเพื่อบ่งบอกว่าเไม่ให้เขามายุ่ง ผู้จัดการพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินกลับไปยืนที่เดิม
"ครับ..เอาเป็ว่าผมขอโทษด้วยที่มานั่งโต๊ะประจำของพี่ เดี๋ยวผมย้ายให้ละกันนะครับ พี่หุ้นส่วนโรงแรม!" โลกิยิ้มกว้างและมองหน้าของไทม์ก่อนจะยกจานสปาเกตตี้ไปนั่งโต๊ะอื่น ผู้จัดการที่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงเดินเข้ามาสอบถามกับโลกิ เเต่โลกิกลับปฏิเสธที่จะตอบอะไรและบอกให้ผู้จัดการไปทำอย่างอื่นแทนเพราะตรงนี้เขาจะเคลียร์เอง โลกินั่งมองไทม์ที่กำลังนั่งเช็ดกล้องอยู่ โลกิยิ้มอ่อนๆให้กับบทสนทนาเมื่อคู่ของพวกเขาก่อนจะตักสปาเกตตีเข้าปากอย่างอดขำไม่ได้ โลกิจะจัดการกับหุ้นส่วนตัวปลอมนี้อย่างไร ติดตามต่อได้ใน Ep. หน้านะคะ