“ท่านโหว! ต้มเม็ดบัวมีพิษเ้าค่ะ!!” อิ๋นชุนเบิกตาโพลงด้วยความตระหนกใ ชี้ต้มเม็ดบัวที่ผุดฟองปุดๆ กลิ้งไม่หยุดหย่อน
อวิ๋นจือวัยละอ่อนเพ่งมองอวี๋ผอจื่อที่ทำตัวตะคุ่มๆ ละม้ายคล้ายโจรอยู่ด้านนอก คิ้วน้อยๆ ขมวดปม ร้องไห้พลางเอ่ยด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ท่านพ่ออวี๋มามาอยากวางยาพิษฆ่าลูก! ลูกกลัวเหลือเกิน!”
ครั้นอวี๋ผอจื่อได้ยิน สีหน้าก็ดำคล้ำสลับขาวซีด ใจเต้นตึกๆ!
สีหน้าท่าทางลู่เฮ่อเหนียนสุขุมมิไหวหวั่น สับเท้าวิ่งเข้าไปสวมกอดลูกสาวไว้ในอ้อมอกอย่างว่องไว สายตาคมกริบปานดาบตกจับจ้องตัวอวี๋ผอจื่ออย่างเย็นะเื
ณ ประตูทางเข้าห้องเอ่อร์ฝาง คือผู้ติดตามข้างกายทั้งสองคนของลู่เฮ่อเหนียนนามว่าพานชวีสุ่ยและเซวียโหย่วเลี่ยง ทว่ากลับเห็นพวกเขาลอบเดินตามลู่เฮ่อเหนียนเข้าไปด้านใน สะบัดเสื้อคลุมพลันนั่งยองๆ สำรวจสอดส่องต้มเม็ดบัวที่กลิ้งอยู่บนพื้น
“ท่านโหวเป็ผีซวงจริงๆ ขอรับ”
สำหรับลู่เฮ่อเหนียนแล้ว เวลานี้เสมือนสายฟ้าผ่ายามกลางวันแสกๆ[1]อย่างมิต้องสงสัย! โหนกแก้มเขาตึงแน่นพร้อมกับสีหน้าเหี้ยมโหด
ทั่วร่างบ่าวอวี๋ผอจื่อสั่นสะท้านไปหมด “นี่ นี่เอาอะไรมาพูด บ่าวแค่รับคำสั่งฮูหยินให้มาดูคุณหนูจือเท่านั้นนะเ้าคะ...”
มิรีรอให้ลู่เฮ่อเหนียนปริปากพูด อวิ๋นจือชิงตัดหน้าพูดก่อนที่ลู่เฮ่อเหนียนจะมีโอกาส “หรือว่าเป็ฮูหยินที่อยากจะวางยาฆ่าลูกงั้นหรือ ท่านพ่อเมื่อกี้อวี๋มามาเพิ่งยกต้มเม็ดบัวมาตามคำสั่งของฮูหยินเ้าค่ะ!”
ลู่เฮ่อเหนียนตบบ่าปลอบลูกสาวเบาๆ หมุนตัวพร้อมคิ้วคู่งามที่ขมวดแน่นพลันตวาดด่าอย่างรุนแรง “นางไพร่หัวหงอก! ยังไม่พูดความจริงอีกรึ!”
อวี๋ผอจื่อเนื้อตัวสั่นเทา แข้งขาทั้งสองข้างสั่นระริกคล้ายจับไข้ ทรุดตัวนั่งคุกเข่าลงกับพื้น “ท่านโหวเ้าคะ บ่าวถูกใส่ร้าย! เมื่อวานคุณหนูจือไม่ระวังพลัดตกสระบัว ฮูหยินจึงตั้งใจให้บ่าวมาดูคุณหนูจือสักหน่อยว่าอาการดีขึ้นบ้างหรือยัง บ่าวเห็นคุณหนูจือสีหน้าแลดูผ่องใสดีก็เตรียมตัวจะกลับไปรายงานให้ฮูหยินสบายใจ คิดไม่ถึงว่า...”
“ข้าถามอย่างเ้ากลับตอบอีกอย่าง เ้าแค่บอกมาว่าตกลงแล้วได้วางยาอวิ๋นจือหรือไม่!” ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าลู่เฮ่อเหนียนล้วนถมึงทึงบีบบังคับด้วยไอเย็นะเื แค่ตบหัวเตียงหนึ่งฉาดก็เล่นเอาคนในห้องอกสั่นขวัญหาย!
อวี๋ผอจื่อยิ่งหวาดกลัวถึงขีดสุด ทว่ายังอุตส่าห์อำพรางเื่เลวทรามเอาไว้ “บ่าวขอสาบานกับ์ว่าบ่าวหาได้ทำไม่ ตอนที่บ่าวเดินเข้ามาก็เห็นต้มเม็ดบัววางอยู่บนโต๊ะแล้ว ส่วนใครวางยาคนนั้นย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ” พูดจบก็หันหน้าไปถลึงตาใส่อิ๋นชุนและชิวฮว่า
เมื่อคืนตอนที่นางโง่จือซย่าวางยาพิษคงถูกจับได้เป็แน่! คุณหนูจือยังเยาว์วัยนัก คงไม่อาจใช้ลูกไม้ร้ายกาจเยี่ยงนี้มาเล่นงานได้ ต้องเป็นางอิ๋นชุนแน่ที่เป็ตัวตั้งตัวตี!
อวี๋ผอจื่อคิดคำนึง แอบกัดฟันกรอด ทว่าความใที่ถูกลู่เฮ่อเหนียนตวาดใส่กลับผ่อนคลายลงในทันที!
“หรือว่าคุณหนูจือจงใจแต่งเื่พวกนี้มาใส่ความข้าเ้าคะ”
อวี๋ผอจื่อเป็คนสนิทข้างกายของโต้วสือสยา ทั้งเป็คนเ้าเล่ห์ ที่เจียงซั่นชูถูกกักอยู่ที่เรือนส่วนในราวกับภูตผีปีศาจก็เป็แผนการซึ่งนางแก่อสรพิษนี่วางไว้ล่วงหน้ากับโต้วสือสยา แม้นางหวาดกลัวแต่ยังแสดงท่าทีสงบเยือกเย็น “คุณหนูจือคงแต่งเื่ไม่เป็หรอก แต่คนข้างกายนางนั้นก็ยากจะพูด”
ลู่เฮ่อเหนียนตกตะลึง มองขวางไปทางอิ๋นชุนที่เพิ่งเติบใหญ่ได้เพียงเล็กน้อย คล้ายว่านอกจากความใกลัวเมื่อครู่ที่ยังมิจางหายไปสนิทแล้ว นางก็หาได้มีร่องรอยความผิดปกติอื่นไม่
แน่นอนว่าในใจของลู่เฮ่อเหนียนย่อมมิปรารถนาให้อิ๋นชุนเป็คนทำ นางเป็บ่าวรับใช้ที่เขาตั้งใจเลือกสรรมาให้บุตรสาวอย่างพิถีพิถัน หากกล้าวางยาพิษบุตรสาวจริงๆ เขาจะวางใจได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็มิมีเหตุจูงใจอันใดที่จะกระทำการเช่นนี้ ทว่าลู่เฮ่อเหนียนยิ่งไม่อยากเชื่อว่าเป็โต้วสือสยา นางมีกิริยามารยาทงดงามเสมอ รู้จักเคารพผู้ใหญ่ คุ้มครองเด็กๆ จะกระทำเื่เลวร้ายอย่างการวางยาพิษนี้ได้อย่างไร
อวิ๋นจือเห็นสีหน้าท่าทางลู่เฮ่อเหนียนดูเซื่องซึม เดี๋ยวกังวล เดี๋ยวกลุ้มใจ รู้ทันทีว่าเขาถูกลมปากของอวี๋ผอจื่อทำให้หวั่นไหวเสียแล้วจึงกรีดร้องโวยวายว่า “ท่านพ่อ! จือจือไม่ได้ถูกใครหน้าไหนเสี้ยมสอนมาทั้งนั้น! ลูกเห็นอวี๋มามายกเข้ามาเองกับตา! ทำไมท่านพ่อไม่เชื่อลูก! ถ้าไม่ใช่ว่าจือจือพลั้งมือทำตก บางทีตอนนี้ก็อาจไม่มีโอกาสได้เจอท่านพ่อแล้วก็เป็ได้!” ครั้นอวิ๋นจือพูดจบก็ร้องห่มร้องไห้
ลู่เฮ่อเหนียนเก็บความรู้สึกเอาไว้ก่อน ปลอบจนหยุดเสียงร่ำไห้ของบุตรสาวได้
“ลากตัวออกไป! รุมตีด้วยท่อนจันทน์ให้ตายเสีย!” ลู่เฮ่อเหนียนเพิ่งลั่นวาจาจบ อวี๋ผอจื่อก็ใกลัวจนสติเตลิดเปิดเปิง
“ท่านโหวไว้ชีวิตด้วยเถิด!!” เสียงศีรษะอวี๋ผอจื่อโขกลงกับพื้นอย่างหนัก ‘โป๊กๆๆ’ โขกจนกระทั่งหน้าผากมีรอยเืไหลซิบ
เซวียโหย่วเลี่ยงและพานชวีสุ่ยช่วยกันหามแขนนางกันคนละข้าง แล้วลากตัวนางออกไปข้างนอก
“ฮูหยิน! ฮูหยิน! รีบมาช่วยบ่าวเร็วเ้าค่ะ! ท่านโหว บ่าวยอม...” พลันถูกพานชวีสุ่ยปิดปากราวกับรู้ล่วงหน้าว่านางจะพูดอะไร
ไม่ว่าอย่างไรอวี๋ผอจื่อก็คิดไม่ถึงว่า วันนี้จะเป็วันตายของนาง!
เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจหยุดในทันใด จากนั้นทุกซอกทุกมุมของจวนอู่อันโหวก็เข้าสู่ความเงียบสงบ
อวิ๋นจือฉีกยิ้มเ็าอยู่ในใจ เห็นทีท่านพ่อคงวางแผนให้อวี๋ผอจื่อเป็แพะรับบาปเสียแล้ว ท่านพ่อคงเห็นแก่ความรู้สึกของโต้วสือสยา ถึงได้ไม่ยอมซักไซ้ให้มากความ และเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อนางจึงจงใจโยนความผิดทั้งหมดให้บ่าวอวี๋ผอจื่อเสีย
แม้ว่าผลลัพธ์ในท้ายที่สุดจะมิได้เป็ไปตามที่คาดหวัง แต่หาได้ทำให้อวิ๋นจือเศร้าสลดไม่ แม้ว่าไม่อาจเปิดโปงโต้วสือสยาได้ แต่การกำจัดบ่าวชราตัวดีได้ ก็นับว่าเป็การขจัดไอมารให้ท่านแม่อย่างหนึ่ง! อีกทั้งนางยังกล้าฟันธงได้ว่าความสัมพันธ์ของลู่เฮ่อเหนียนและโต้วสือสยา คงแตกร้าวเพราะเื่ของอวี๋ผอจื่อนี้เป็แน่
“ท่านโหวกำลังทะเลาะกับฮูหยินอยู่ที่เรือนกวนจวียกใหญ่ จนแทบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินเลยเ้าค่ะ! ทำเอาฮูหยินผู้เฒ่าพลอยใแตกตื่นไปด้วย” ตอนที่ชิวฮว่าเดินเข้ามา อวิ๋นจือยืนมือไพล่หลังอยู่กลางห้อง ั์ตาหงส์เฉียบคมหรี่ลงเล็กน้อย กิริยาสูงสง่าน่ามอง ฝั่งตรงข้ามเป็ภาพลายดอกโบตั๋นที่อิ๋นชุนเพิ่งปักเสร็จ
ภาพนั้นปักด้วยเข็ม แต่ละฝีเข็ม แต่ละเส้นด้ายล้วนประณีตพิถีพิถัน ช่างละม้ายดอกโบตั๋นที่รอวันผลิบานจริงๆ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] สายฟ้าผ่ายามกลางวันแสกๆ หมายถึงเกิดเื่ไม่คาดฝัน ทำให้ใอย่างมากเหมือนกับฟ้าผ่าตอนกลางวัน