“ฉันจะต้องตายแบบนี้จริงๆหรือ!” เหม่ยหลินคิดคำนึงในเสี้ยวขณะที่ร่างของหญิงสาวลอยละลิ่วตกจากริมระเบียงชั้นสองของโรงเตี๊ยมเธอหลับตาอย่างไร้ความหวัง ต่อให้โชคดีตกลงไปไม่ตาย เมื่อใดที่ร่างกระแทกกับพื้นก็ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็อยู่ดี!แล้วสติสัมปชัญญะของเธอพลันดับวูบไม่อาจรับรู้เหตุการณ์ต่อจากนี้
“ท่านแม่ทัพ!”จูผิงะโออกไปด้วยความใระคนดีใจเมื่อชะโงกมองไปเบื้องล่าง ชายผู้รับร่างเหม่ยหลินไม่ให้ตกสู่พื้นคือแม่ทัพหวางชุนเทียนแม้จะแปลกใจที่เห็นเขาที่นี่ แต่ช่างโชคดีเหลือเกินที่ช่วยเหลือคุณหนูของนางไว้ได้
เหอไป่เฉินยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินสรรพนามที่สาวใช้เรียกชายหนุ่มด้านล่างหันขวับมองหน้าจูผิงทันที “ชายผู้นั้นคือท่านแม่ทัพงั้นรึ”
“ใช่เ้าค่ะแม่ทัพหวางชุนเทียนเป็นายของข้าเอง”
“แล้วหญิงผู้นั้น...”เขาชี้ไปที่เหม่ยหลิน
“คุณหนูเหม่ยหลินเป็คู่หมายของท่านแม่ทัพเ้าค่ะ”
“จูผิง! เ้าอย่าพูดเหลวไหล คู่หมายที่ไหนกัน!เ้าไม่จำเป็ต้องบอกผู้ใดให้รู้ไปทั่วเช่นนี้” ลู่หลิ่งตะคอกใส่จูผิงอย่างหัวเสียนางไม่อยากได้ยินคำนี้ ไม่อยากให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้น! วันนี้อุตสาห์วางแผนไว้เสียดิบดีหวังให้เหม่ยหลินขวัญเสียหรือหากว่านางได้รับาเ็ ก็คงยืดเวลากำหนดการแต่งงานไปได้ นางเองก็ใไม่น้อยที่เห็นแม่ทัพหวางชุนเทียนที่นี่หนำซ้ำยังเป็ผู้ช่วยเหลือเหม่ยหลินไว้อีก
ส่วนจูผิงไม่ใคร่ใส่ใจคำพูดของลู่หลิ่งนางเป็ห่วงความเป็ความตายของคุณหนูเหม่ยหลินมากกว่าจึงรีบวิ่งลงไปที่หน้าโรงเตี๊ยมก่อนเป็คนแรก
เหอไป่เฉินกับหลัวอี้ชิงยืนนิ่งมองหน้ากัน ต่างคิดตรงกันว่ายังไม่ควรเปิดเผยตัวในเวลานี้จะดีกว่าแต่ก่อนที่จะเดินจากไปเหอไป่เฉินเหลือบเห็นถุงหอมตกอยู่บริเวณริมระเบียงอันเป็จุดเกิดเหตุลายปักชื่อ “เหม่ยลิน” บนถุงหอมนั้นทำให้นึกถึงอะไรบางอย่างได้จึงเก็บมันไว้กับตัว
หญิงสาวทั้งสามวิ่งหน้าตื่นลงมาแหวกผู้คนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์จนได้เห็นร่างเหม่ยหลินนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนของหวางชุนเทียนที่มีสีหน้าเป็กังวลเขาขมวดคิ้วประหลาดใจเมื่อได้กลิ่นสุราจากตัวเหม่ยหลินลอยมากระทบจมูก
“ท่านแม่ทัพมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ” ลู่หลิ่งรีบเข้าไปถาม
“พวกเ้าต่างหากมาทำอะไรที่นี่!” หวางชุนเทียนไม่ตอบคำถามแต่กลับกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธทำเอาแต่ละนางสะดุ้งเฮือกพอเห็นว่าทั้งสามทำท่าอึกอักจึงไม่รั้งรอฟังคำตอบอีกต่อไป เขาหันไปสั่งกัวเสี่ยนหรงให้รีบไปตามหมอให้มาดูอาการเหม่ยหลินโดยเร็ว
“ท่านจะไม่พาแม่นางเหม่ยหลินไปที่จวนก่อนหรือขอรับ” นายกองหนุ่มออกความเห็นด้วยความเป็ห่วงเกรงว่าจะไม่ได้รับความสะดวกหากต้องพาหมอมารักษาเหม่ยหลินที่โรงเตี๊ยมที่แม่ทัพพักอยู่ขณะนี้
“นางยังไม่ฟื้นเช่นนี้ รอช้าไม่ได้ รีบไปตามหมอมาดูอาการของนางที่นี่เดี๋ยวนี้” กัวเสี่ยนหรงรับคำสั่งรีบหันกลับหลังเพื่อที่จะไปยังที่พักม้าด้านหลังโรงเตี๊ยม
“ส่วนพวกเ้า....กลับจวนไปก่อน”แม่ทัพหวางหันมาสั่งหญิงทั้งสามด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดา
“เอม...มากินข้าวเร็วลูก”เสียงอ่อนโยนดังมาจากที่ไกลๆใบหน้าที่หันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้คือมารดาอันเป็ที่รัก ความอบอุ่นจากรอยยิ้มนั้นทำให้เอมมาลินชุ่มชื่นหัวใจส่วนหญิงชราที่อยู่ข้างกายของมารดาคือคุณยายที่มองหลานสาวด้วยดวงตาแสนอ่อนโยน
“หนูเอม...ยายมีขนมอร่อยๆไว้ให้หนูเอมด้วยนะ”
“คุณแม่...คุณยาย...” น้ำเสียงพึมพำเบาๆของหญิงสาว “เอมคิดถึง...”
“แม่กับยายก็ไม่ได้ไปไหนนี่นาอยู่ข้างๆเอมเสมอ” น้ำเสียงที่แสนคิดถึงนั้นค่อยๆเบาลง พร้อมกับใบหน้าของบุพการีอันเป็ที่รักก็ค่อยๆเลือนรางหายไปด้วย
“อย่าเพิ่งไป!” คุณแม่ คุณยาย! รอเอมด้วย” หญิงสาวไขว่คว้าควานหาได้เพียงอากาศไม่อาจเอื้อมถึงแม่และยายของเธอได้
“เหม่ยหลิน!” เสียงของใครอีกคนดังก้องเข้ามาในขณะที่เปลือกตาของเธอยังปิดสนิทและไม่อาจหยุดหยาดน้ำตาที่รินไหลถึงอย่างนั้นหญิงสาวััได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เรียกชื่อเธอ
เ้าของเสียงทุ้มนั้นกระชับมือเรียวบางที่ยื่นคว้าอากาศสะเปะสะปะจนหยุดนิ่งลงได้เขาได้ยินหญิงสาวร้องเรียกหาใครบางคนด้วยภาษาที่ฟังไม่รู้ความหมอรักษาที่เพิ่งกลับไปบอกเพียงว่าเป็เพราะอาการใสุดขีด ประกอบกับสุราดอกท้อที่นางดื่มจึงทำให้สลบไปเช่นนี้เขาเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวพลางคิดว่านางคงเสียใจและกำลังร้องเรียกใครบางคนในความฝัน เหม่ยหลินจับมือข้างหนึ่งของหวางชุนเทียนไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง...
“เ้าฝันร้ายงั้นหรือ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามเสียงเบาหลังจากเห็นแพขนตางามงอนทั้งสองข้างที่รื้นไปด้วยน้ำตาเปิดขึ้นช้าๆ
“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคุณแม่กับคุณยายหายไปไหน” พอฟื้นขึ้นมาก็เผลอเอ่ยถามหาหญิงอันเป็ที่รักทั้งสองคนด้วยภาษาไทย
“เหม่ยหลิน เ้าพูดอะไร” เขาขมวดคิ้วไม่เข้าใจถ้อยคำที่พูด
คำตอบที่กลายเป็คำถามทำให้เหม่ยหลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าคมเข้มของแม่ทัพหนุ่มก็เข้าใจได้ทันที ‘ที่แท้ก็คุณแม่และคุณยายก็เป็เพียงแค่ความฝัน’ คราวนี้หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้ง สมองของเหม่ยหลินพยายามลำดับเหตุการณ์ พอจะจำได้แล้วว่าเธอตกลงจากระเบียงชั้นสองของโรงเตี๊ยม
“ข้า...ข้ายังไม่ตาย...แล้วที่นี่ที่ไหนเ้าคะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงโรยแรงในขณะที่พยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วอยู่ๆก็ปวดหัวจี๊ดจนต้องยกมือกุมที่หน้าผาก“โอ๊ย...ปวดหัว”
“ที่นี่โรงเตี๊ยมลี่หลันข้าเห็นว่าเ้ายังไม่ฟื้นจึงพาเ้ามาพักที่นี่ก่อน” พูดจบก็หันไปหยิบถ้วยยาที่หมอเตรียมไว้ยกจ่อที่ปากของหญิงสาว “ดื่มยาก่อนเถิดจะได้หายปวด” อีกมือหนึ่งคอยประคองร่างบางจนสามารถกินยาได้สำเร็จ
“เ้าร้องไห้...ปวดหัวมากขนาดนั้นเลยหรือ” สายตาของเขาเหลือบเห็นคราบน้ำตาที่แก้มทั้งสองข้าง
“ที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะปวดหัว…แต่เพราะฝันถึงแม่และยาย ข้าคิดถึงพวกท่านทั้งสองมากเหลือเกิน...ข้าอยากกลับไปหาพวกท่าน” คำสุดท้ายที่อยากเอ่ยคือ อยากกลับแต่กลับไม่ได้...
แม่ทัพหนุ่มเห็นใบหน้าที่เศร้าโศกของหญิงสาวแล้วเอื้อมมือแตะไหล่เป็การปลอบใจ เขาไม่รู้ว่าในฝันของเหม่ยหลินนั้นเป็เช่นไร ตอนนี้พอเข้าใจแล้วว่าหญิงสาวคงเป็ทุกข์ใจที่ต้องจากบ้านเกิดมานานจนนางถึงกลับต้องฝันเพ้อหาบุพการี
“เอาล่ะ...เ้าหยุดร้องไห้เสียเถิดในเมื่อเ้าฟื้นแล้วข้าจะพาเ้ากลับจวน เสี่ยนหรงคงเตรียมรถม้าไว้แล้ว” เหม่ยหลินพยักหน้าเตรียมตัวลุกจากเตียง ทันทีที่ขาแตะพื้นเธอก็รีบยกขาขึ้นและร้องเสียงหลงด้วยความเ็ป“ขาของข้า!”
“เ้าเจ็บขางั้นรึ” ไม่พูดเฉยๆ แต่เขาถอดรองเท้าและถุงเท้าของหญิงสาวออกเห็นว่าบวมแดงเล็กน้อยเหม่ยหลินจำได้ว่าข้อเท้าพลิกหลังจากถูกลูกหลงจากการต่อสู้ก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงลงมาแต่ถึงให้เจ็บอย่างไรเหม่ยหลินก็พยายามจะยืนอีกครั้ง แต่ขาของนางยังไม่ทันถึงพื้น ร่างบางก็ถูกอุ้มตัวลอยขึ้น
“ท่านแม่ทัพ! ปล่อยข้าลงเถิด ข้าเดินเองได้”
“ข้าบอกแล้วว่าจะพาเ้ากลับจวนเ้ายังมีอาการเมาสุรา ขาของเ้าก็เจ็บอยู่เช่นนี้คงเดินลงบันไดไม่ถนัดนัก”หวางชุนเทียนให้เหตุผลว่าที่นี่คือห้องพักที่อยู่ชั้นสองของโรงเตี๊ยมลี่หลันขาเจ็บเช่นนี้เดินลงบันไดจะยิ่งเจ็บมากไปอีก
“ข้าไม่เมาแค่สุราไม่กี่จอกจะเมาได้เช่นไร”ความจริงก็ยังมึนหัวอยู่นิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับเดินไม่ไหวเสียหน่อย
“ไม่เมา? แต่เหตุใดหน้าเ้าแดงถึงเพียงนี้เล่า”หวางชุนเทียนยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“……” เหม่ยหลินพูดไม่ออกได้แต่ใช้มือสองข้างปิดหน้าหากหน้าของเธอแดงขนาดนั้นจริงก็ไม่รู้ว่าสาเหตุจากฤทธิ์สุราหรือความเขินอายกันแน่...
ทันทีที่รถม้าหยุดลงที่หน้าประตูจวน สารถีรีบเปิดประตูรถม้าตามหน้าที่ซึ่งดูเหมือนวันนี้จะต้องระมัดระวังเป็พิเศษเพราะนายของเขาไม่ได้ลงมาคนเดียว แต่มีร่างหญิงสาวบอบบางอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วย
แม่ทัพหวางก้าวเข้าประตูจวนก็ได้พบกัวเสี่ยนหรงและพ่อบ้านเฉินยืนรออยู่
“เอ่อ...แม่นางเหม่ยหลินเป็อย่างไรบ้างขอรับ” พ่อบ้านเฉินถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้า...” เหม่ยหลินอยากจะตอบว่าไม่เป็ไรแต่หวางชุนเทียนกลับชิงพูดขึ้นก่อน “เหม่ยหลินาเ็ที่ขาพ่อบ้านเฉินเตรียมยาไว้ด้วย”
“ท่านแม่ทัพขอรับแล้วภารกิจของวันนี้...” กัวเสี่ยนหรงถามเื่งานเพราะเห็นว่าแม่นางเหม่ยหลินปลอดภัยดีแล้วคงจะไม่มีอันตรายอะไรอีก
“เ้าไปจัดการแทนข้าทีวันนี้ข้าไม่ว่าง” คำตอบของแม่ทัพหนุ่มทำให้ลูกน้องอย่างเขาอึ้งไปเล็กน้อยปกติแม่ทัพหวางจะเคร่งครัดเื่งานมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่เพียงครู่เดียวกัวเสี่ยนหรงก็พยักหน้าอย่างเข้าใจและตอบรับคำสั่งจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
จูผิงรู้จากบ่าวในจวนว่าท่านแม่ทัพกลับมาถึงจวนแล้วนางเห็นแว้บๆว่าท่านแม่ทัพกำลังอุ้มนายหญิงของตนเองเดินเลี้ยวไปยังเรือนใหญ่ จึงรีบวิ่งหน้าตั้งหวังจะเข้าไปรับใช้เหม่ยหลินจนไม่ทันระวังชนเข้ากับกัวเสี่ยนหรง
“ระวัง!” กัวเสี่ยนหรงจับแขนจูผิงที่กำลังจะหงายหลังดึงเข้ามาจนปะทะกับร่างเขาอีกครั้งพอเห็นว่าหญิงสาวยืนตรงขึ้นแล้วจึงปล่อยมือ
“ท่านนายกองกัวเสี่ยนหรง...ข้าขอโทษด้วยเ้าค่ะ” แม้จะปล่อยมือแล้วแต่จูผิงยังเขินหน้าแดงเพราะไม่เคยถูกชายใดจับมือมาก่อน
“เ้าคือสาวใช้ที่เพิ่งมาใหม่รู้จักข้าด้วยหรือ”
“ข้าเห็นท่านอยู่ข้างกายท่านแม่ทัพตลอดก็พอได้ยินท่านแม่ทัพเรียกชื่อท่านอยู่บ้าง”
“แล้วเ้าจะรีบร้อนไปไหน”
“ท่านแม่ทัพพาคุณหนูเหม่ยหลินกลับมาแล้วจะรีบเข้าไปดูแลคุณหนูเ้าค่ะ”
กัวเสี่ยนหรงย่นคิ้วก่อนจะเอ่ยปากห้ามไม่ให้จูผิงเข้าไปหาคุณหนูของนางในเวลานี้แค่พ่อบ้านเฉินนำยาไปมอบให้ก็เพียงพอแล้ว
“ตอนนี้ท่านแม่ทัพดูแลคุณหนูของเ้าอยู่รอจนกว่าท่านแม่ทัพจะออกจากห้อง แล้วเ้าค่อยเข้าไป เข้าใจหรือไม่” กัวเสี่ยนหรงยื่นหน้าไปกระซิบกระซาบ
“เ้าค่ะ” จูผิงพยักหน้าเริ่มรู้ว่าอะไรเป็อะไรประกอบกับเขินอายนายกองหนุ่มที่ยื่นหน้าเข้าใกล้
“เหตุใดหน้าแดง เ้าป่วยไข้งั้นรึ”
“ข้าไม่ได้เป็อะไรเ้าค่ะข้าขอตัวก่อน” นางหันหลังวิ่งหนีออกไปดื้อๆปล่อยให้กัวเสี่ยนหรงยืนทำหน้างงอยู่เพียงคนเดียว