ตอนที่ 28
ร่างถูกโอบล้อมด้วยกลุ่มควันอันมืดมิดของผู้เฝ้าเขตลงทัณฑ์เหมันต์ค่อยๆ ก้าวออกมาจากช่องว่างแห่งนรก
ในยามที่รองเท้าบูตสีดำโทรมๆ เหยียบลงบนพื้นอิฐสีหม่นของมิติกึ่งกลางกลุ่มควันอันมืดมิดพลันแผ่กระจายออกจากร่างคืบคลานไปยังตึกรามรอบๆ อย่างรวดเร็ว ชั่ววินาทีต่อมากลุ่มพายุแห่งความมืดมิดก็ก่อตัวขึ้นมารอบข้างร่างอันเป็ภาชนะบรรจุจิตนึกคิดอีกครึ่งหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ในแดนนรกของเพอร์เทอร์บาทอร์
เมื่อท้องฟ้าอันแจ่มใสถูกเมฆดำจากพายุทมิฬเคลื่อนมาปกคลุม สายลมพัดกระหน่ำจากทางตะวันตกของเมืองทำให้ต้นไม้ภายในเมืองโยกไหวอย่างรุนแรง กลุ่มใบไม้และฝุ่นผงถูกพัดกระจายบดบังทัศนวิสัยของผู้คนจนสิ้น
ในยามที่อีวานก้มหน้าลง เขายกมือขึ้นมากำลังจะขยี้ตา ป้ายขนาดใหญ่ของร้านขายดอกไม้ก็ถูกสายลมอันกระโชกพัดร่วงลงมาเหนือศีรษะของชายหนุ่มทันที
“ระวัง!” ชั่วขณะนั้นแซ็กก็อุทานออกมา เขาไวพอที่จะทิ้งถุงเบอร์เกอร์ลงแล้วดึงอีวานที่เดินอยู่ข้างกันเข้ามากอดให้พ้นจากวิถีของป้ายร้านดอกไม้ที่กำลังร่วงลงมาอย่างเฉียดฉิว
โครม!
“ไม่เป็ไรใช่ไหม?” แซ็กก้มลงถามคนที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“อืม ไม่เป็ไร…นั่นมันอะไรน่ะ?!” อีวานเงยหน้าขึ้นมาตอบแซ็กด้วยสุ้มเสียงที่มีความใอยู่จางๆ ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นกลุ่มควันอันมืดมิดที่คืบคลานออกมาจากบริเวณทิศตะวันตกของเมือง ชายหนุ่มก็พลันอุทานออกมาอย่างสิ้นหวัง
…แน่ล่ะ เขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่า กลุ่มควันพวกนั้นคืออะไร ในเมื่อพวกเขาหนีตายจากมันในวังวนแห่งความทุกข์ทรมาน
“ไปหลบที่สำนักงานิญญา!!!” ขณะที่แซ็กกำลังจะเอ่ยตอบอีวาน ไซม่อนซึ่งวิ่งหนีกลุ่มควันอันดำมืดออกมาจากซอกตึกทางฝั่งตะวันตกพร้อมกับอีริคโดยมีกลุ่มควันไล่ตามอยู่ข้างหลังก็ะโบอกทั้งสองเสียงเข้มทันที
ในนาทีนี้พวกเขามองเห็นผู้คนมากมายที่ถูกกลุ่มควันอันดำมืดโอบล้อมแล้วดูดกลืนพลังิญญา ขณะที่ผู้ที่เหลือรอดต่างก็พยายามวิ่งหนีไปยังสำนักงานิญญาด้วยความแตกตื่น
ชั่วเวลานั้นแซ็กไม่คิดที่จะลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาจับมืออีวานเอาไว้แน่น จากนั้นจึงวิ่งตามไซม่อนและอีริคไปยังตำแหน่งของสำนักงานิญญาทันที
อาคารสำนักงานสั่นะเืจากกระแสลมหอบใหญ่ที่พัดเข้ามา การสั่นไหวของพื้นหินสีเทากลับไม่ทำให้ผู้ปกครองดินแดนทั้งสองหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย เดอล์เมสเพียงแค่หลุบตามองกลุ่มควันอันดำมืดซึ่งเรียกอีกชื่อว่ากลุ่มควันทมิฬที่คืบคลานเข้ามาในตัวเมืองอย่างต่อเนื่องด้วยสีหน้าอันตึงเครียด
ก่อนหน้านี้เขาหลงคิดไปว่า เื่นี้จะจัดการได้ง่ายๆ แต่เวลานี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็แบบที่คิดแล้ว เนื่องจากเ้าซาตานดูดกลืนิญญาของผู้คนในมิติกึ่งกลางไปจำนวนมาก
“มันคิดจะสร้างผลึกแก่นิญญาแหวกมิติกึ่งกลางเข้าไปในแท่นตัดสินชะตา” เดอล์เมสเอ่ยเสียงเครียดพลางดีดนิ้วเปิดประตูมิติเปลวเพลิงแห่งนรกที่เชื่อมกับประตูทางเข้าแท่นตัดสินชะตาทันที
“ฉันจะล่วงหน้าไปกางเขตแดนป้องกันประตูหลักของแท่นตัดสินชะตา” ว่าแล้วชายในชุดคลุมขนนกสีดำอันน่าเกรงขามก็หายเข้าไปในประตูมิติที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงอันร้อนระอุทันที
“ไว้เจอกันที่นั่น” เซซีลเลียสขานรับไล่หลังในจังหวะที่ประตูแห่งเปลวเพลิงปิดลงพอดี
ชั่วเวลานั้นเซซีลเลียสหลับตาลงครู่หนึ่งด้วยท่าทางอันเยือกเย็น จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังห้องโถงของหน่วยชำระผู้พยาบาททันที
ความโกลาหลด้านล่างทำให้หน่วยชำระผู้พยาบาทภายในห้องโถงอยู่ไม่สุข เซซีลเลียสก้าวเข้ามาในห้องโถงสีเทาเข้มด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึม ขณะที่ดวงตาสีเขียวจางของเธอเต็มไปด้วยประกายอันทรงพลัง
“มันกำลังสร้างอะไรบางอย่างจากดวงิญญาพวกนั้น เราจะทำยังไงดีครับท่านเซซีลเลียส?” เฮ็กส์เตอร์มองลมหมุนสีดำทะมึนที่อยู่ห่างจากอาคารสำนักงานออกไปพอสมควร โดยภายในลมหมุนมีดวงิญญาจำนวนมากที่ถูกหลอมเป็บางสิ่งอันเจิดจ้าที่กำลังก่อตัวอยู่ผ่านกระจกห้องโถง จากนั้นจึงหันมาเอ่ยกับเซซีลเลียสด้วยความร้อนใจ
“มันจะสร้างผลึกแก่นิญญาเพื่อแหวกมิติกึ่งกลางเข้าไปในแท่นตัดสินชะตา เราต้องหยุดมันเอาไว้” เซซีลเลียสเอ่ยอย่างรวบรัดด้วยสุ้มเสียงอันทรงพลัง ดวงตาสีเขียวจางของเธอมองเหล่าดวงิญญาที่กำลังถูกหลอมเป็ผลึกแก่นิญญาด้วยพลังมืดอย่างเคร่งเครียด
“มันคิดจะ?!…ครับท่าน!” แม้ว่าเฮ็กส์เตอร์อยากจะเอ่ยถามอะไรมากกว่านั้น แต่ด้วยสถานการณ์เร่งด่วนเบื้องหน้า เขาจึงขานรับผู้ปกครองมิติกึ่งกลางด้วยสุ้มเสียงอันหนักแน่น จากนั้นจึงหมุนตัวเตรียมจะหันไประดมพล
“เฮ็กส์เตอร์” เซซีลเลียสรั้งหัวหน้าหน่วยชำระผู้พยาบาทเอาไว้ด้วยใบหน้าอันเคร่งเครียดราวกับว่า เธอมีงานสำคัญอีกงานที่จะมอบหมายให้กับเขา
“ครับท่าน?” เฮ็กส์เตอร์ขานรับเซซีลเลียสด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ว่าใจของเขาในตอนนี้กำลังประหวั่นต่อมหันตภัยอันร้ายแรงที่หน่วยของเขาและมิติกึ่งกลางกำลังเผชิญอยู่ก็ตาม
“ส่งคนไปคุ้มครองร่างของแซ็กที่โลกคนเป็เอาไว้” เซซีลเลียสสั่งเสียงเครียด เพราะเดอล์เมสทำให้เธอรู้ว่า มัน้าสิงสู่ร่างของแซ็กเข้าไปในแท่นตัดสินชะตา
โลกคนเป็สร้างร่างกายอันเป็ภาชนะของดวงิญญา ภาชนะจะบริสุทธิ์หรือเลวทรามก็ขึ้นอยู่กับดวงจิตที่สถิตอยู่ในนั้น หากร่างกายรองรับดวงิญญาที่เต็มไปด้วยความดีงามภาชนะก็พลอยสะอาดบริสุทธิ์ไปด้วย
ภาชนะที่รองรับดวงิญญาซึ่งเต็มไปด้วยความดีงามระดับที่สามารถขึ้น์ได้ย่อมมีความบริสุทธิ์ที่เหนือกว่าภาชนะใดในโลกคนเป็ เป็ธรรมดา เพราะิญญาดวงนั้นเปรียบเสมือนดวงจิตของเทพไปแล้วครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เอง ซาตานจึง้าเข้าสถิตในร่างอันบริสุทธิ์ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของโลกคนเป็และแดน์ของแซ็กให้แปดเปื้อนด้วยความชั่วร้ายของมันเพื่อสร้างมลทินให้กับแดนนรก แดน์ และโลกคนเป็
…ซ้ำร้ายมันยัง้าสร้างมลทินให้กับมิติกึ่งกลางด้วยการบุกเข้ามา่ชิงิญญาของผู้คนเพื่อสร้างผลึกแก่นิญญาเป็กุญแจเข้าไปสู่ห้องโถงตัดสินชะตา
เพอร์เทอร์บาทอร์้าใช้วิธีนี้เข้าไปเย้ยแท่นตัดสินชะตา หากเป็ดวงจิตชั่วร้ายที่มีอำนาจมากพอที่จะทำลายสมดุลก็คงจะมุ่งไปลงมือกับเส้นทางิญญาอย่างตรงไปตรงมา แต่สำหรับซาตานแล้ว แน่นอนว่าพวกมันย่อมมีวิธีสนองความบันเทิงอันชั่วร้ายของพวกมันไปพร้อมกับการทำลายสมดุลเส้นทางิญญาไปด้วย
เซซีลเลียสเอ่ยรายละเอียดที่จับประเด็นได้จากเดอล์เมสบวกกับความรู้เื่ภาชนะิญญาอย่างคร่าวๆ ให้เฮ็กส์เตอร์ฟังอย่างรีบเร่ง
“ร่างของแซ็ก?” เฮ็กส์เตอร์เอ่ยทวนด้วยความตะลึงเล็กน้อยเพราะเข้าใจมาตลอดว่า แซ็กเป็เพียงิญญาธรรมดาเหมือนกับตนและคนอื่นๆ ในมิติกึ่งกลาง
“ใช่ ใช้สิ่งนี้ตามหาร่างของเขา ปกป้องเอาไว้อย่าให้เพอร์เทอร์บาทอร์เข้าครอบงำได้ ส่วนที่เหลือก็ปักหลักป้องกันที่นี่เอาไว้ อย่าให้มันสร้างผลึกสำเร็จ” เซซีลเลียสโยนลูกแก้วสีแดงสว่างซึ่งเป็หนึ่งในเครื่องรางโบราณของเธอที่มีนามว่า ดวงตาแห่งเซอร์เบอร์รัสให้เฮ็กส์เตอร์ แล้วสั่งการให้เขาขึ้นบัญชาการให้ิญญาทุกดวงภายในมิติกึ่งกลางยับยั้งเพอร์เทอร์บาทอร์เอาไว้
“เอากริชสลายพันธะิญญาติดตัวไปด้วย มันถูกสร้างมาเพื่อทำลายการหลอมรวมิญญาเข้ากับสิ่งชั่วร้ายซึ่งจะปกป้องผู้ใช้จากพลังสะท้อนกลับของการหลอมรวม เธอต้องใช้มันทำลายผลึกแก่นิญญา” เซซีลเลียสชี้ไปยังกริชโบราณสีเงินอันคมกริบที่วางอยู่้าสุดของตู้เก็บอุปกรณ์ที่มีพลานุภาพรุนแรงพลางเอ่ยเสียงเข้มด้วยสีหน้าอันเครียดขึง
“แล้วท่านล่ะครับ?” ท่าทีอันเคร่งเครียดบวกกับการสั่งการระคนกำชับเื่อาวุธโบราณ ทำให้เฮ็กส์เตอร์อดที่จะเอ่ยถามเซซีลเลียสไม่ได้
…การกระทำของเซซีลเลียสทำให้เขารู้สึกราวกับว่า เธอจะต้องไปทำบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ดวงิญญาทุกดวงในมิติกึ่งกลางจะสามารถทำได้
“ฉันจะเข้าไปปกปักแท่นตัดสินชะตา” เซซีลเลียสเอ่ยเสียงขรึม ชั่วขณะนั้นชุดสูทสีเทาของเธอพลันแปรเปลี่ยนเป็ชุดคลุมโลหะสีเงินอันเงาวับที่น่าเกรงขาม
“...ไม่ว่ายังไงก็จะให้มันเข้าไปป่วนเส้นทางิญญาไม่ได้!” เซซีลเลียสเอ่ยเสียงเย็น ภายในดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายอันมุ่งมั่งที่จะปกป้องสมดุลของเส้นทางิญญา
เพียงแค่พริบตาเดียวเซซีลเลียสก็วาร์ปหายไปต่อหน้าของเฮ็กส์เตอร์ที่ยังตะลึงกับชุดประจำตำแหน่งของเธออยู่ไม่หาย ชั่วอึดใจต่อมาเฮ็กส์เตอร์ก็กะพริบตาเพื่อไล่ความตกตะลึงออกไป เขาหันไปสั่งการคนอื่นๆ ที่ยืนตะลึงอยู่ด้วยท่าทางอันเคร่งเครียด
พวกเขาใช้เวลารวบรวมสติกันครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบอุปกรณ์ชำระิญญาออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่กลุ่มควันทมิฬกำลังสร้างผลึกแก่นิญญาอยู่ด้วยท่าทางอันฮึกเหิม
ท่ามกลางพายุสีดำทะมึนอันโกลาหลด้านนอกอาคารสำนักงานิญญา กลุ่มของแซ็กวิ่งนำกลุ่มควันทมิฬออกมาจากหัวมุมถนนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอาคารสำนักงานเท่าไหร่นัก
“ดูเหมือนว่า มันจะกลืนกินดวงิญญาทุกดวงที่ััมัน ให้ตายสิ!!” ไซม่อนหันไปมองหญิงวัยกลางคนที่วิ่งอยู่ด้านหลังไกลจากพวกเขาพอสมควร ซึ่งในตอนนี้ถูกกลุ่มควันทมิฬกลืนกินิญญาไปแล้ว จากนั้นเขาก็สบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
ชั่วขณะนั้นต้นสนขนาดใหญ่ที่ไม่อาจทนต่อสายลมกระโชกอย่างรุนแรงได้อีกต่อไปก็โค่นลงมาบนทางเท้าบริเวณที่อีวานกำลังวิ่งไปพอดี
“ระวัง!” แซ็กอุทานอย่างร้อนใจ เขากระตุกมืออีวานให้วิ่งไปอีกทาง จึงพ้นจากจุดที่ต้นไม้โค่นลงมาได้อย่างหวุดหวิด
“ขอบใจ” อีวานหันมาเอ่ยเสียงหอบ จากนั้นจึงหันกลับไปมองต้นสนขนาดใหญ่ที่โค่นอยู่ด้านหลังด้วยความรู้สึกหวาดๆ
ถ้าหากว่าแซ็กช่วยไว้ไม่ทัน เกรงว่าตอนนี้เขาคงจะไม่รอดเป็แน่!
“มัน้าทำอะไรกันแน่นะ” อีริคมองลมหมุนอันดำมืดที่ในเวลานี้หอบเอาก้อนเมฆอันมืดครึ้มมากระจุกตัวรวมกันเหนือน่านฟ้า ภายในลมหมุนนั้นมีบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้นมาจากพื้นอิฐสีเทาอันบิดเบี้ยว
ไซม่อนมองไปยังลมหมุนขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางสวนสาธารณะด้วยสายตาอันลุ่มลึก ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่ามันกำลังสร้างอะไร แต่การเอาิญญามาหลอมเป็บางสิ่งแบบนี้ เป้าหมายของมันคงจะเป็การสร้างภัยพิบัติครั้งใหญ่แน่นอน
“มันกำลังใช้ิญญาของผู้คนสร้างอะไรสักอย่าง” เนื่องจากเขาเป็ิญญาที่อยู่มานานและได้พบเห็นอะไรมามากมาย ไซม่อนจึงเอ่ยสิ่งที่อนุมานออกมาพลางกระชับฝ่ามือที่กุมมือของอีริคให้แน่นขึ้น
“มัน้าสร้างอะไร?” อีวานหันไปมองลมหมุนอันมืดมิดพลางขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ ขณะที่เท้าของเขายังคงวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับแซ็กที่วิ่งอยู่ข้างกัน
“ฉันก็ไม่รู้…ว่าแต่พวกนายสองคนดูไม่ใเลยนะ” ไซม่อนกระชากแขนอีริคให้หลีกก้อนอิฐที่ถูกลมพัดปลิวเข้ามาได้อย่างหวุดหวิดพลางขมวดคิ้วเอ่ยถามทั้งสองไปด้วย
“ถ้าบอกว่า ฉันกับอีวานเคยเจอมันมาแล้ว พวกนายจะเชื่อไหม?” แซ็กหันมาเลิกคิ้วเอ่ยถามไซม่อนด้วยสีหน้าอันจริงจังในแบบที่นานๆ ทีจะแสดงออกมาสักครั้ง
ก่อนที่ไซม่อนจะได้เอ่ยอะไรออกไป เสียงอื้ออึงของลำโพงที่ติดอยู่ตามอาคารต่างๆ ภายในมิติกึ่งกลางก็ดังขึ้นมาท่ามกลางพายุทมิฬที่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมมิติกึ่งกลางมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถปกคลุมรัศมีกว่าครึ่งส่วนของตัวเมืองให้เต็มไปด้วยกลุ่มควันทมิฬ
“ฟังนะทุกคน นี่คือเฮ็กส์เตอร์หัวหน้าหน่วยชำระผู้พยาบาท เราต้องหยุดเ้าสิ่งนั้นไม่ให้มันสร้างผลึกแก่นิญญาสำเร็จ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ก็จะต้องหยุดมันให้ได้!!!” สุ้มเสียงอันเคร่งเครียดของเฮ็กส์เตอร์ดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่ของมิติกึ่งกลางท่ามกลางลมพายุทมิฬที่พัดโหมกระหน่ำ
ชั่วพริบตาต่อมากลุ่มของผู้นำทางิญญาและหน่วยชำระผู้พยาบาทต่างก็กรูกันออกมาจากอาคารสำนักงานด้วยท่าทางอันฮึกเหิมพร้อมกับอาวุธชำระความพยาบาทอันเงาวับที่สามารถมองเห็นได้จากไกลๆ
“งานช้างแล้วไง อีริค!!” ภาพอันห้าวหาญเบื้องหน้าของกลุ่มคนชุดสูทสีเทาทั้งสีอ่อนและสีเข้ม ทำให้ไซม่อนอุทานเสียงแ่ออกมา
อีวานกับแซ็กเพียงแค่สบสายตากัน แล้ววิ่งตรงไปหาเฮ็กส์เตอร์ ซึ่งบัดนี้นำทุกคนไปยังตำแหน่งของสวนสาธารณะท่ามกลางกระแสลมอันบ้าคลั่ง