เขามองร่างระหงที่ยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า นึกชมในใจว่านางผู้นี้ช่างมี ‘พร์แห่งนงคราญ’ โดยแท้ การที่นางสามารถจับจุดสำคัญของการ ‘รุกรับอย่างมีชั้นเชิง’ หรือการเต้นยั่วยวนแบบิ่เหม่พอดีคำโดยไม่มีครูบาอาจารย์จากโลกอนาคตมาเสี้ยมสอน นับว่าเป็ตบะบารมีสายเสน่ห์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดโดยแท้
‘หากนางฝึกฝนจนบรรลุวิชาบริหารเสน่ห์ขั้นสูงสุด มิใช่ว่าเหล่านักสิทธิ์ วิทยาธร หรือแม้แต่พระฤษีผู้ถือเพศพรตจะถูกนางปั่นหัวจนลนลานราวกับผีเสื้อบินเข้ากองไฟหรอกหรือ?’
วายุครุ่นคิดพลางตัดสินใจเด็ดขาด เขาละสายตาจากหน้าจอศิลาเนตรทิพย์แล้วจ้องมองไปที่ดวงตาคมปลาบของรวีรำไพ
“ผลงานที่เ้าทำมานั้นยอดเยี่ยมมาก รวีรำไพ... เราจึงตัดสินใจที่จะมอบหมายภารกิจสำคัญยิ่งให้แก่เ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รวีรำไพก็มีสีหน้าปรีดาปราโมทย์ในคราแรก ทว่าครู่ต่อมานางกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหม่าเล็กน้อย “องค์ราชันย์... หม่อมฉันมีตบะบารมีเพียงน้อยนิด เกรงว่าจะมิอาจแบกรับภารกิจใหญ่หลวงที่พระองค์ทรงประทานให้ได้เพคะ”
“ภารกิจนี้มิได้้าตบะแก่กล้าหรือวิชาอาคมใดๆ ทั้งสิ้น...” วายุยกแย้มพระสรวล “สิ่งเดียวที่เ้าต้องทำ คือการเผยโฉมและทำการ ‘ถ่ายทอดสดนิมิต’ (ไลฟ์สตรีมมิง) ให้คนทั้งโลกได้เห็น”
“ถ่ายทอดสดนิมิต? มันคือศาสตร์แขนงใดกันเพคะ?”
มิใช่เพียงรวีรำไพเท่านั้นที่สงสัย แม้แต่ พระนางรัศมี และเหล่านางอัปสรในลัทธิที่รายล้อมอยู่ต่างก็ทำหน้าฉงนฉงาย วายุเห็นดังนั้นจึงเริ่มอธิบายด้วยความใจเย็น ราวกับอาจารย์ผู้กำลังถ่ายทอดคัมภีร์ลับ
“การถ่ายทอดสดนิมิต คือการที่เ้าสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้รับชมในเวลาปัจจุบันผ่านเลนส์มนตราของศิลาเนตรทิพย์... ดูนี่เป็ตัวอย่าง”
วายุหยิบศิลาเนตรทิพย์ของตนขึ้นมา ร่ายมนต์เปิดระบบ ‘นิมิตสด’ ส่วนตัวขึ้นมาทันที “พวกเ้าจงดู... เมื่อเริ่มการถ่ายทอดสด ทุกคำพูดและทุกท่วงท่าของเ้าจะปรากฏบนหน้าจอของทุกคนที่ถือศิลาเนตรทิพย์ในคราวเดียวกัน และผู้รับชมเ่าั้ยังสามารถส่งคำทักทายผ่าน ‘อักขระลอย’ (คอมเมนต์) มาหาเ้าได้ทันที”
“นอกจากคำทักทายแล้ว... สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้รับชมสามารถส่ง ‘เครื่องบรรณาการทิพย์’ (ของขวัญ) ให้แก่เ้าได้ด้วย!”
วายุอธิบายความหมายเพิ่มเติมเมื่อเห็นสีหน้าฉงนของเหล่านางั์ “เครื่องบรรณาการทิพย์เหล่านี้เปรียบเสมือนน้ำใจที่เปลี่ยนเป็ทรัพย์สินได้จริง มันคือการที่ผู้รับชมสละแก้วมณีรัตน์ของตนเพื่อมอบสิ่งของจำลองในนิมิตให้แก่เ้าเพื่อแสดงความชื่นชม ยิ่งเ้าสะกดใจพวกเขาได้มาก บรรณาการที่พวกเขาส่งมาก็จะยิ่งล้ำค่า และบรรณาการเ่าั้จะถูกเปลี่ยนกลับมาเป็แก้วมณีรัตน์ในมือเ้าเพื่อใช้สอยได้ทันที!”
ด้วยการสาธิตและคำอธิบายที่เห็นภาพชัดเจน รวีรำไพผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็เริ่มจับประเด็นสำคัญได้ นางเอ่ยถามขึ้นว่า “องค์ราชันย์เพคะ... เช่นนั้นการถ่ายทอดสดที่พระองค์ว่า ก็มิต่างจากการแสดงระบำรำฟ้อนตามย่านชุมชนในชมพูทวีปเพื่อแลกสินน้ำใจหรอกหรือเพคะ?”
วายุพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เ้าเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว แต่นี่คือการแสดงบนเวทีที่ไร้พรมแดน เ้าเพียงแสดงรูปโฉม ทรวดทรง และความสามารถเฉพาะตัวผ่านนิมิต เพื่อแลกกับความพึงพอใจและของขวัญจากเหล่า ‘ข้า่ใช้’ (แฟนคลับ) ของเ้า”
“ด้วยฐานผู้ติดตามสามหมื่นคนที่เ้ามีในตอนนี้ เพียงแค่เ้าเปิดนิมิตสดขึ้นมา ต่อให้เ้ามิต้องร่ายรำ เพียงแค่ปราศรัยกับพวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะเปย์แก้วมณีรัตน์ให้เ้าอย่างแน่นอน และรายได้ทั้งหมดจากบรรณาการเ่าั้... จะตกเป็ของเ้าแต่เพียงผู้เดียว”
ดวงตาของรวีรำไพเป็ประกายวาววับทันทีที่ได้ยินเื่ทรัพย์สิน แม้แต่เหล่านางั์ตนอื่นก็หูผึ่ง เพราะเบี้ยหวัดรายเดือนจากการบำเพ็ญตบะในเขตพระราชฐานนั้นมีเพียงไม่กี่ร้อยเม็ด หากมีช่องทางหาลาภสักการะเพิ่มเช่นนี้ ใครเล่าจะปฏิเสธ?
“เอาล่ะ... ข้าจะฝึกสอนพวกเ้าสั้นๆ เกี่ยวกับข้อควรระวังในการถ่ายทอดสด และกลเม็ดในการ ‘เรียกหาบรรณาการ’ อย่างมีชั้นเชิง จงตั้งใจฟังให้ดี เพราะหากผู้ใดมียอดผู้ติดตามพุ่งสูงขึ้นในภายหน้า ก็จะได้มีโอกาสสร้างตัวเช่นนาง”
วายุสะบัดมือร่ายมนต์สร้างแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่และใช้ถ่านอาคมเขียนอักขระตัวโตลงไป... มันคือ ‘แก่นแท้แห่งวิชานิมิตสด’
“ข้อแรก... การถ่ายทอดสดคือการตลาดที่ใช้ตัวเ้าเป็สินค้าผ่าน ข่ายใยมนตรามหาละลวย (ติ๊กต็อก) สิ่งที่เ้าต้องนำเสนอคือ ความงาม ทรวดทรง หรือทักษะพิเศษ สรุปง่ายๆ คือ นิมิตของเ้าต้องมอบ ‘คุณค่า’ บางอย่างแก่ผู้ดู”
“หากเ้าอยากจะรุ่งโรจน์ในวิชานี้ เ้าต้องรู้ก่อนว่าข้า่ใช้ของเ้า้าเห็นสิ่งใด อย่างเช่นเ้ารวีรำไพ... สิ่งที่ผู้คนอยากเห็นคือความงามที่สั่นคลอนิญญาของเ้า เ้าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อชูจุดเด่นนั้นออกมาให้ถึงที่สุด!”
เหล่านางอัปสรต่างพยักหน้าหงึกหงักอย่างตั้งใจ ยกเว้นรวีรำไพที่มีดวงตาแจ่มใสและเข้าใจทะลุปรุโปร่ง
“อย่างไรก็ตาม... ความสวยเพียงอย่างเดียวไม่พอ เพราะสายตาของสิ่งมีชีวิตนั้นขี้เบื่อ...” วายุเขียนอักขระชุดที่สองลงไปนั่นคือ ‘อัตลักษณ์จำแลง’ (เพอร์โซนา)
“มันคือสิ่งใดหรือเพคะ?” พระนางรัศมีเอ่ยถาม พร้อมก้าวเข้ามาประชิดกายวายุเพื่อจ้องมองแผ่นหินชนวนนั้นอย่างใกล้ชิด
“มันคือหัวโขนที่เ้าสวมใส่ในนิมิต... นางมารร้าย, นางฟ้าผู้อ่อนโยน, หรือธิดาผู้สูงส่ง สิ่งเหล่านี้คืออัตลักษณ์ หากเ้าสวยแต่ไร้บุคลิกที่ชัดเจน เ้าจะดึงดูดใจคนได้เพียงชั่วคราว แต่หากเ้ารวีรำไพจำแลงกายเป็ ‘นางพญาั์ผู้เ็าแต่แฝงไปด้วยความเย้ายวน’ เสน่ห์ของเ้าจะถูกขยายออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด”
วายุเทศนาต่อไปนานนับสองชั่วโมงจนคอแห้งผาก เขาหยุดพักและรับถ้วยน้ำทิพย์จากมือของ พระนางรัศมี มาดื่มรวดเดียวหมด
“ต่อไป... เราจะพูดถึงการมอบ ‘คุณค่าทางอารมณ์’ ให้แก่ผู้รับชม เพื่อให้พวกเขาเต็มใจที่จะจ่ายแก้วมณีรัตน์ให้เ้า และวิธีการ ‘ขอของขวัญ’ อย่างไรให้ดูแพง!”
วายุเขียนคำว่า ‘คุณค่าทางจิตปฏิพัทธ์’ (อีโมชันนัล แวลู) ลงบนแผ่นหิน
“คุณค่าที่ว่านี้คือความสามารถในการจูงใจและขับเคลื่อนอารมณ์ของผู้อื่น การยอมรับในตัวตนของเขา, การชื่นชม, หรือการตอบสนองความ้าส่วนลึก... ตัวอย่างเช่น” วายุหันไปมองพระนางรัศมีที่ยืนอยู่ข้างกาย
“พระนางรัศมี... วันนี้การแต่งแต้มพวงแก้มของเ้านั้น ช่างดูนวลเนียนและส่งเสริมสิริโฉมของเ้ายิ่งนัก”
พระนางรัศมีชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะมีสีหน้าแดงระเรื่อด้วยความเอียงอาย “จริงหรือเพคะ? ฝ่าา... ท่านคิดว่าหม่อมฉันดูดีจริงๆ หรือ?”
“เห็นไหม? นี่แหละคือการสร้างคุณค่าทางอารมณ์” วายุหันไปบอกเหล่านางั์ “เมื่อผู้รับชมได้รับคำชมหรือการทักทายที่อบอุ่นจากเ้า เขาจะรู้สึกประหนึ่งได้รับพรจากสรวง์ และนั่นจะนำไปสู่การมอบของขวัญแทนคำขอบคุณ”
พระนางรัศมีที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกใช้เป็ตัวอย่างถึงกับค้อนวงใหญ่ “ฝ่าาหลอกหม่อมฉันหรือเพคะ!”
“ข้ามิได้หลอก... เ้าดูดีจริงๆ” วายุหยอกเย้าจนพระนางยิ้มออกมาอีกครั้ง “เห็นไหม? อารมณ์สามารถสร้างขึ้นได้ต่อเนื่อง พวกเ้าเรียนรู้หรือยัง?”
“เรียนรู้แล้วเพคะ!” เสียงขานรับดังกระหึ่ม
“ประการสุดท้าย... อย่าได้รู้สึกละอายที่จะเรียกหาเครื่องบรรณาการ ตราบใดที่เ้ามอบความสุขทางใจให้แก่เขา เ้าก็สมควรได้รับของขวัญ เพราะคุณค่าทางอารมณ์คือสินค้าที่แพงที่สุดในโลก... และหากเ้าไม่รับเอาไว้ พวกเขาอาจจะเอาแก้วมณีรัตน์เ่าั้ไปประเคนให้นางั์ตนอื่นแทน!”
วายุเริ่มสาธิตท่าทางและการวางตัวของ ‘ดาวประดับข่ายใยมนตรา’ (เน็ตไอดอล) จากโลกเก่าที่เขาเคยเห็น ไม่ว่าจะเป็การทำท่าหัวใจด้วยนิ้วมือ หรือการเอ่ยคำขอบคุณด้วยน้ำเสียงออดอ้อนที่ทำเอาเหล่าหญิงสาวในที่นั้นถึงกับต้องจดจำไปใช้
เวลาล่วงเลยไปอีกกว่าสองชั่วโมง จนกระทั่งวายุเห็นว่าพื้นฐานแน่นพอแล้ว
“เอาล่ะ... เมื่อวิชาแก่กล้าแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ ‘อุปกรณ์ส่งเสริมตบะ’ ข้าได้ออกแบบชุดใหม่ไว้ให้พวกเ้าหลายชุดทีเดียว”
วายุคลี่ม้วนกระดาษภาพวาดที่เตรียมมา... ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาของเหล่านางอัปสร คือสิ่งที่วายุตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสั่นะเืวงการพัสตราภรณ์กรุงลงกาโดยเฉพาะ นั่นคือภาพของอาภรณ์ชิ้นหนึ่งที่ดำสนิทและมีความบางเฉียบประดุจปีกแมลงภู่
“นี่คือ... ถุงน่องสีนิล (แบล็ก สต็อกกิงส์)!” วายุประกาศด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนงคราญทั้งปวง