เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 5 บทที่ 122 ไม่ได้จะเอาใจ

            กว่าซูเจี่ยนอันจะตื่นก็เป็นเวลาสิบโมงแล้ว

            ลั่วเสี่ยวซีเคยบ่นเธอว่าเธอชอบบอกคนอื่นให้นอนเป็นเวลา แต่ตัวเองกลับนอนกินบ้านกินเมืองทุกครั้งที่มีโอกาสทำแบบนี้เขาเรียกว่าขี้โกง!

            ซึ่งเธอเองก็ไม่สามารถโต้แย้งได้

            งานของเธอบางครั้งก็ต้องทำโอทีข้ามวันข้ามคืนโดนโทรตามตัวดึกๆ ดื่นๆ ขณะกำลังหลับสบายอยู่นั้นเป็นเรื่องปกติ แล้วนานๆ ทีเธอจะขอนอนตื่นสายหน่อยไม่ได้หรือไงกัน!

            แต่วันนี้เธอคงนอนเยอะเกินไปจริงๆนั่นแหละ ว่าแล้วจึงลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาและลงไปที่ชั้นล่างทว่ากลับไม่เจอลู่เป๋าเหยียน

            ลุงสวีบอกกับเธอว่าลู่เป๋าเหยียนไปเล่นบาสที่สนามแถวนี้

            เธอรู้มาจากซูอี้เฉิงว่าเช้าวันหยุดของลู่เป๋าเหยียนถ้าไม่มีธุระอะไรเขามักจะไปเล่นบาส

            ตอนนั้นเธอเพิ่งกลับมาจากอเมริกาบริษัทของซูอี้เฉิงก็เริ่มลงตัวเลยพอมีเวลาว่างไปทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อผ่อนคลายบ้างช่วงวันหยุดจึงมักออกไปยืดเส้นยืดสายเล่นบาสสักตาสองตามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไม่รู้ว่าพี่ชายเธอจงใจบอกให้รู้หรือเปล่า

            “พี่เป๋าเหยียนที่น้องเคยรู้จักตอนเด็กๆก็มาเล่นบ่อยๆ นะ พี่เจอเขาหลายครั้งแล้ว”

            ซูเจี่ยนอันคิดมาโดยตลอดว่าตัวเองเก็บซ่อนความรู้เอาไว้ได้อย่างแนบเนียนในที่สุดเธอก็หาเวลาว่างช่วงวันหยุดได้จึงหลอกล่อลั่วเสี่ยวซีให้ปดูซูอี้เฉิงเล่นบาสด้วยกันทว่ากลับโชคร้ายไม่เจอลู่เป๋าเหยียน แถมขากลับยังถูกพี่ชายแกล้งแหย่อีกว่า

            “เจี่ยนอันผิดหวังหรือเปล่าที่ไม่ได้เจอพี่เป๋าเหยียนของน้อง?”

            เธอหน้าแดงทันทีและตัดสินใจว่าจะไม่สร้างโอกาสให้เหมือนบังเอิญเจอเขาแบบนั้นอีกแล้ว

            เธออุตส่าห์รวบรวมความกล้าทำเรื่องแบบนั้นแต่นอกจากจะล้มเหลวไม่เป็นท่ายังโดนพี่ชายรู้ทันอีกหลังจากนั้นซูอี้เฉิงก็บอกกับเธอว่า เขามองออกตั้งนานแล้วว่าเธอชอบลู่เป๋าเหยียน

            หลังกินข้าวเช้าเสร็จลู่เป๋าเหยียนก็ยังไม่กลับมาซูเจี่ยนอันจึงนั่งเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่บนโซฟาแก้เบื่อ

            ในยุคอินเทอร์เน็ตแบบนี้ข่าวสารใหม่ๆเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาสกู๊ปข่าวงานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่ที่เมื่อวานแทบจะยึดทั้งหน้าข่าวบันเทิงวันนี้กลับเริ่มซาลงแต่ที่ซูเจี่ยนอันนึกไม่ถึงก็คือ ชื่อของตัวเองได้ปรากฏอยู่บนหน้าข่าวซุบซิบอีกแล้ว

            “ลู่เป๋าเหยียนควงภรรยาสาวเดินชอปปิ้งรักกันหวานชื่น สวีทไม่เกรงใจใคร”

            รายละเอียดของข่าวไม่ยาวมากมีแค่รูปภาพขนาดใหญ่เบ้อเริ่มเต็มไปหมด ทั้งภาพตอนที่เธอช่วยลู่เป๋าเหยียนเลือกครีมโกนหนวดภาพตอนลู่เป๋าเหยียนเดินเคียงข้างเธอขณะเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวต่อด้วยภาพของพวกเธอช่วยกันเข็นรถเข็น ซึ่งเธอกำลังหันหน้ามองลู่เป๋าเหยียนพลางยิ้มอย่างสดใสแม้แต่ตอนที่เธอเขย่งเท้าหอมแก้มลู่เป๋าเหยียนพวกนักข่าวก็ยังถ่ายเอาไว้ได้ต่อจากนั้นก็เป็นภาพลู่เป๋าเหยียนกำลังหยิบถุงขนมให้เธอภาพทั้งหมดนี้แค่มองก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            นักข่าวคนนี้นี่...ช่างเข้าใจเลือกซีน

            เนื้อหาข่าวเขียนลำดับเหตุการณ์ว่าเมื่อวานเธอกับลู่เป๋าเหยียนทำอะไรกันบ้างทั้งยังบรรยายถึงความรักความใกล้ชิดของพวกเธออย่างละเอียดยิบ จนเธออดบ่นในใจไม่ได้

            รักกันตรงไหน? ลู่เป๋าเหยียนกำลังแกล้งเธออย่างมีความสุขอยู่ล่ะไม่ว่า

            แต่เธอก็ไม่วายบันทึกรูปภาพทั้งหมดก่อนจะใช้โปรแกรมลบลายน้ำออกและบันทึกเก็บเอาไว้ในโฟลเดอร์ลับอีกที

            ในโฟลเดอร์นั้นมีรูปอยู่ไม่น้อยรวมถึงภาพจากข่าวเมื่อวานเธอก็เซฟเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว

            คงมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นเธอถึงจะได้ภาพคู่ของตัวเองกับลู่เป๋าเหยียนคิดๆ ไปแล้วก็อดเศร้าใจไม่ได้

            ซูเจี่ยนอันเพิ่งปิดโฟลเดอร์ไปก่อนโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะน้ำชาจะดังขึ้นลู่เป๋าเหยียนโทรมาหาเธอ

            เธอรับสายก่อนเอ่ยถาม“นายจะกลับมาเมื่อไร”

            “ตอนเที่ยงคงไม่ได้กลับไปนะ”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “พอดีเจอชาวประมงเพิ่งกลับมาจากการออกเรือ เลยได้อาหารทะเลสดๆ มาเต็มเลยพวกเรากำลังจะไปทำมื้อเที่ยงกินกันที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่ง เธอจะมาด้วยไหม”

            ซูเจี่ยนอันเคาะโต๊ะเล็กน้อยพลางคิด

            “มีใครไปบ้างล่ะ”

            “เสิ่นเยว่ชวนแล้วก็พี่ชายเธอ”

            มีแต่คนคุ้นเคยทั้งนั้นคงไม่มีอะไรต้องกลัวซูเจี่ยนอันลุกขึ้นทันที

            “งั้นเดี๋ยวฉันไปหานายส่งที่อยู่มาให้ฉันหน่อยสิ”

            “ให้ลุงสวีขับรถมาส่งเขารู้ที่อยู่”

            “ได้!”

            ซูเจี่ยนอันวางสายและวิ่งไปหน้าบ้านอย่างตื่นเต้นขณะกำลังเปลี่ยนรองเท้าเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันหลังกลับวิ่งขึ้นห้องไป

            เธอเปิดตู้เสื้อผ้าซึ่งเต็มไปด้วยชุดที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานเธอหยิบชุดแรกที่ลู่เป๋าเหยียนเลือกให้ออกมา หลังลังเลอยู่นาน เธอก็ตัดสินใจเปลี่ยนมาใส่ชุดดังกล่าว

            ลู่เป๋าเหยียนบอกว่าเธอใส่กระโปรงแล้วสวยนี่เธอไม่ได้คิดจะเอาใจเขานะ เสื้อผ้าถ้าซื้อมาแล้วไม่ใส่ก็เสียของสิจริงไหม?

            เธอเดินลงไปชั้นล่างเพื่อตามหาลุงสวีหลังจากลุงสวีได้ยินคำว่า “อาหารทะเล” เขาก็เข้าใจในทันที เมื่อขึ้นมาบนรถลุงสวีได้บอกเธอว่า

            “ที่นั่นไม่ใช่ร้านอาหารหรอกครับแต่เป็นเชฟเก่าแก่คนหนึ่งที่เบื่อชีวิตในเมืองเลยหนีไปอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพออยู่ไปอยู่มาก็เริ่มคุ้นเคยกับคนที่นั่นเขาเลยซื้ออาหารทะเลสดใหม่คุณภาพเยี่ยมได้บ่อยๆ เขาชอบทำอาหารแล้วก็เรียกเพื่อนสนิทไปชิมฝีมือของเขาที่นั่นคนอื่นไม่มีวันได้กินนะครับนั่น”

            ซูเจี่ยนอันอึ้งไป

            เธอนึกว่าเธอกับลั่วเสี่ยวซีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอร่อยของเมืองนี้เสียอีกแต่ว่าแต่ละที่ที่ลู่เป๋าเหยียนพาเธอไป ล้วนแต่รสชาติเยี่ยมเกินจินตนาการทั้งนั้นแล้วนี่ยังมีเชฟอาหารทะเลชั้นยอดแอบซ่อนไว้อยู่อีกงั้นเหรอ

            ดูท่าลู่เป๋าเหยียนต่างหากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

            หมู่บ้านชาวประมงอยู่ในเขตชานเมืองซึ่งเป็นเพียงตำบลเล็กๆ ที่ถูกคนเมืองหลงลืมไปแสงแดดต้นฤดูร้อนส่องสะท้อนผืนน้ำทะเลจนกลายเป็นสีทอง เรือประมงที่จอดอยู่ริมฝั่งโยกไปมาเบาๆตามจังหวะคลื่นที่พัดเข้ามา บนฝั่งมีชาวประมงผิวสีเข้มกำลังทำงานอย่างแข็งขัน พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่ดังให้ได้ยินบ้างเป็นครั้งคราว

            ลุงสวีเดินมาเปิดประตูรถให้ซูเจี่ยนอันก่อนจะชี้ไปยังบ้านพักสไตล์ญี่ปุ่นที่อยู่ริมฝั่ง

            “ที่นั่นแหละครับคุณผู้หญิงเชิญเข้าไปได้เลยครับ”

            “ค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันเพิ่งลงจากรถเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นลู่เป๋าเหยียนเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น

            เขาสวมชุดลำลองเรียบง่ายไม่ได้ดูเคร่งขรึมเป็นทางการดั่งทุกทีชุดนี้ทำให้ไหล่กว้างและท่อนขายาวของเขาเด่นชัดมากขึ้นชายรูปร่างสูงโปร่งตรงหน้าในวันนี้แลดูอ่อนกว่าวัยและน่าหลงใหล

            เฮ้อ ร้ายกาจร้ายกาจ...

            ลู่เป๋าเหยียนเดาว่าเธอน่าจะมาถึงแล้วจึงเดินออกมารับเขาไม่นึกเลยว่าเธอจะสวมชุดกระโปรงที่เขาซื้อให้เมื่อวาน

            แสงอาทิตย์ร้อนจัดในยามเที่ยงเธอยืนถือร่มเพื่อบังแดด สายลมที่พัดผ่านทำให้ชายกระโปรงพลิ้วไหว เธอค่อยๆ ก้าวตรงเข้ามาและเขาไม่อาจละสายตาจากภาพตรงหน้าได้เลย

            เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านซูเจี่ยนอันจึงเก็บร่มในมือ

            “เข้าไปกันเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนจูงมือเธอขึ้นมาอย่างอัตโนมัติประตูของบ้านพักสไตล์ญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างเตี้ยเขาจึงต้องก้มศีรษะลงเล็กน้อยจึงจะเดินเข้าไปได้ซูเจี่ยนอันอยากรู้ว่าทำไมบ้านพักแบบนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้เธอปล่อยให้ลู่เป๋าเหยียนจูงมือของตนพลางมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ

            สำหรับบ้านสไตล์ญี่ปุ่นแล้วตำแหน่งของสวนในบ้านนั้นสำคัญมากโดยทั่วไปมักจะถูกจัดเอาไว้อย่างสวยงามทำให้คนมองรู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สวนของที่นี่ไม่ได้ใหญ่มากทว่ามันถูกจัดแต่งไว้อย่างลงตัวถ้าไม่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาออกแบบให้เจ้าของบ้านหลังนี้คงต้องมีเซ้นท์ของศิลปินเป็นแน่

            ตัวบ้านที่สร้างด้วยไม้ถูกออกแบบสอดประสานรับกันดีกับสวนในบ้านให้ความรู้สึกสงบนิ่งและเป็นสุข ซูเจี่ยนอันแค่เห็นก็จินตนาการได้ถึงยามค่ำคืนที่มีแสงไฟสีเหลืองนวลลอดผ่านหน้าต่างออกมารวมถึงบรรยากาศที่จะได้รับจากภาพนั้น

            ลู่เป๋าเหยียนเปิดตู้เก็บรองเท้าเพื่อหยิบรองเท้าแตะผ้าออกมาให้เธอ

            “เปลี่ยนรองเท้าก่อน”

            ซูเจี่ยนอันถามพลางถอดรองเท้าของตน

            “บ้านหลังนี้ เป็นบ้านของเชฟเก่าแก่ที่ลุงสวีบอกน่ะเหรอ”

            “เขาสร้างมันขึ้นมาหลังจากย้ายมาที่นี่เพื่อใช้ต้อนรับแขก”ลู่เป๋าเหยียนถาม “เธอชอบไหม”

            “จะว่าบอกชอบก็ไม่เชิงนะ”ซูเจี่ยนอันเอ่ย“ฉันแค่รู้สึกว่าการที่คนเราเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบนี้คงมีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่แน่ๆจริงสิ นายรู้จักกับเขาได้ยังไง”

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปสักพักก่อนตอบ

            “เขาเป็นเพื่อนสนิทของพ่อฉัน”

            “แบบนี้นี่เอง”ซูเจี่ยนอันนึกไปถึงวันที่ลู่เป๋าเหยียนร้องเรียกหาพ่อของเขาในฝันจึงเลี่ยงที่จะพูดหัวข้อนี้อีก เธอแย้มยิ้มก่อนจะคล้องแขนเขา

            “พวกเราเข้าไปกันเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนพาซูเจี่ยนอันเดินเข้าในห้องแบบญี่ปุ่นห้องหนึ่ง

            ห้องสไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้มักจะทำให้คนมองรู้สึกผ่อนคลายซูเจี่ยนอันถอดรองเท้าแตะไว้หน้าประตู ก่อนจะเดินเท้าเปล่าไปตามเสื่อทาทามิความเย็นที่สัมผัสได้จากฝ่าเท้าทำให้ความร้อนอบอ้าวค่อยๆ หายไป

            ที่กลางห้องมีโต๊ะไม้วางตั้งอยู่กลิ่นหอมของปลาย่างโชยไปทั่วห้อง ที่ข้างเตายังมีอาหารทะเลหน้าตาน่าทานวางอยู่เต็มไปหมดซูเจี่ยนอันเห็นแล้วอดน้ำลายสอไม่ได้

            “มานั่งนี่เร็วเจี่ยนอัน”เสิ่นเยว่ชวนเรียกเธอ “รอคุณอยู่คนเดียวเนี่ย คุณนี่มีบุญจริงๆ เลยลุงเถิงไม่ได้ทำปลาย่างให้พวกเรากินมาตั้งนานแล้วนะ”

            ลู่เป๋าเหยียนพาซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปนั่งและยื่นตะเกียบให้เธอเธอชิมปลาย่างตรงหน้าก่อนตาจะเป็นประกาย

            ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยกินปลาย่างอร่อยๆแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้กินปลาที่สดขนาดนี้กลิ่นหอมของมันกับถ่านที่ใช้ย่างเข้ากันอย่างลงตัวทำให้รสชาติที่ได้เยี่ยมยอดเกินคำบรรยาย

            เธอหันไปมองลู่เป๋าเหยียนและพยักหน้าอย่างแรงหลายทีอย่างพูดไม่ออก

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มรับราวกับรู้ว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร

            “ค่อยๆ กินยังมีอีกเยอะ”

            ซูเจี่ยนอันว่าแล้วก็นึกขึ้นได้จึงถามซูอี้เฉิง

            “พี่เคยมาที่นี่ก่อนหน้านี้แล้วเหรอคะ”

            “ก็เคยมาหลายครั้งอยู่”ซูอี้เฉิงตอบ

            “มาแล้วตั้งหลายครั้งทำไมไม่เห็นชวนกันบ้างเลย” ซูเจี่ยนอันพูดอย่างงอนๆ “นึกว่าพี่รักหนูเสียอีก”

            “ทุกครั้งที่พี่มาคนที่นั่งอยู่ข้างๆน้องก็มาด้วย” ซูอี้เฉิงพูดแซว “ถ้าพี่ชวนเรามาตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกันพี่ว่าน้องคงไม่มาหรอกมั้ง”

            หลังจากที่เธอพยายามสร้างสถานการณ์ให้เหมือนบังเอิญเจอกับลู่เป๋าเหยียนซูเจี่ยนอันก็ไม่กล้าคิดฝันว่าจะได้เจอหน้าเขาอีกต่อไป เสียงของเธอจึงเบาลง

            “ถ้าพี่บอกว่าอาหารที่นี่อร่อยขนาดนี้แล้วทำไมหนูจะไม่มา?”

            ซูอี้เฉิงยิ้มอย่างมีเลศนัย“จริงเหรอ?”

            ซูเจี่ยนอันก้มหน้าแดงๆของตนเล็กน้อย

            “ขี้เกียจพูดกับพี่แล้ว”

            เสิ่นเยว่ชวนไม่อาจทนได้อีกต่อไป

            “ซูอี้เฉิงนายเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอกนะ เมื่อเช้านัดกันดิบดีว่าจะไปเล่นบาสแล้วนายหนีไปหาใครกันล่ะ”

            ซูเจี่ยนอันเงยหน้าทันทีที่ได้ยินก่อนจะถามลู่เป๋าเหยียน

            “พี่ฉันไปหาใคร?” ถ้าเธอถามพี่เขาคงไม่ยอมตอบแน่ๆ แต่ถ้าถามลู่เป๋าเหยียน...

            “ลั่วเสี่ยวซี”

            เดิมทีซูเจี่ยนอันนึกว่าจะเป็นจางเหมยแต่กลับเป็น...เสี่ยวซี? สัญชาตญาของเธอฟ้องว่าเรื่องนี้ชอบมาพากล

            เธอมองซูอี้เฉิงอย่างข้องใจ

            “ถ้าพี่ไม่ยอมเล่าหนูไปถามเสี่ยวซีเอาก็ได้”

            ซูอี้เฉิงไม่รู้ว่าลั่วเสี่ยวซีจะเล่าเรื่องนี้ออกมาในรูปแบบไหนเขาจึงยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้กับซูเจี่ยนอันฟังซูเจี่ยนอันได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วก็อดกลัวแทนเพื่อนไม่ไห้ดีนะที่เสี่ยวซีไม่เป็นไร แต่ว่านี่มันดูทะแม่งๆ...

            “พี่คะ ทำไมพี่ถึงผ่านไปทาง Lu Media? ถ้าพี่กลับจากบริษัทก็ไม่ควรผ่านทางนั้นนี่นา”

            ลู่เป๋าเหยียนคีบเนื้อปลาให้ซูเจี่ยนอันก่อนจะยิ้มมุมปาก

            “เจี่ยนอันอย่าถามคำถามที่เห็นคำตอบชัดเจนอยู่แล้วสิ”

            ซูเจี่ยนอันก็แค่รู้สึกไม่อยากเชื่อเธอจ้องหน้าพี่ชายตัวเองไม่วางตา

            “แบบนี้หมายความว่าพี่ตั้งใจขับรถอ้อมไปหาเสี่ยวซีใช่ไหม?”

            “ในฐานะเพื่อนเวลาแบบนี้น้องควรเป็นห่วงลั่วเสี่ยวซีมากกว่าว่าเป็นยังไงบ้างไม่ใช่เหรอ?”ซูอี้เฉิงลองเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786