อวี้หนูยกมือขาวบางของตนเองให้สู่ขุยดูแล้วพูดว่า “สู่ขุย พวกเราต้องปรนนิบัติท่านอ๋องนะ มือขาวๆ เล็กๆ แบบนี้ต้องรักษาให้ดี เพื่อปรนนิบัติท่านอ๋อง แต่นี่ต้องไปทำงานหนักทุกวัน ตัวข้าเองเห็นแล้วก็อดสงสารมือตัวเองไม่ได้!”
สู่ขุยยังคงเงียบ
นางครุ่นคิดและพูดว่า “อวี้หนู ข้าว่าพวกเราอย่าี้เีเลยดีกว่า”
เมื่ออวี้หนูเห็นว่าสู่ขุยไม่เห็นดีเห็นงามด้วย นางจึงไม่อยากพูดต่อสบถคำหนึ่งและก้าวเดินออกไป
วันที่สอง หลิวอวี้หนูก็ทำอย่างที่พูดจริงๆ นางกับเฟิงสี่เจินไม่ยอมตื่นไปทำความสะอาดที่ชิ่งสี่ถัง
สู่ขุยยืนเรียกทั้งสองที่นอกอาคารรองฝั่งตะวันออกอยู่นานพวกนางก็ไม่ยอมตื่น นางจึงตัดสินใจไปทำความสะอาดคนเดียว
ฟ้ายังไม่ทันสางสู่ขุยก็ไปถึงชิ่งสี่ถังแล้ว ชิ่งสี่ถังที่ว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ ช่างเงียบเหงา
ทั่วทั้งชิ่งสี่ถังมีเพียงสู่ขุยที่กำลังยุ่งอยู่คนเดียว
นางไม่ได้รีบร้อนนัก หยิบไม้กวาดมากวาดใบไม้ใบหญ้าที่ร่วงเต็มพื้น นำผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าต่างทุกบานรวมทั้งชิ่งสี่ถังหนึ่งรอบ
เมื่อทำเสร็จทั้งหมดแล้วนางเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาเที่ยง จึงไปตักน้ำที่บ่อน้ำหลังเรือนมารดน้ำต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกรอบๆ จนทั่ว
แม้จวนเที่ยงได้เวลากลับ อวี้หนูกับสี่เจินก็ยังไม่มาอยู่ดี รวมทั้งรุ่ยสยากับจิ่นสยาสองพี่น้องก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
อวี้หนูกับสี่เจินได้ใจก็เลียนแบบรุ่ยสยากับจิ่นสยาแทบจะทุกอย่าง
่แรกๆ พวกนางก็ไปทำความสะอาดชิ่งสี่ถังสามวันถึงห้าวันต่อครั้ง แต่เมื่อพวกนางเห็นว่าแม้พวกนางไม่ไปสู่ขุยก็ไปอยู่ทุกวันอยู่ดี พวกนางจึงแอบหลบเลี่ยงการทำงานอยู่เป็ประจำ ไม่ก็ปักเย็บผ้าอยู่ที่ห้องหรือไม่ก็ไปเดินเล่นอยู่ที่สวน บางทีก็ไปเล่นกับสาวใช้ในส่วนที่วังอ๋อง
เมื่อรู้สึกว่าสู่ขุยช่างเคร่งครัด หลิวอวี้หนูกับเฟิงสี่เจินก็เริ่มไม่ชอบใจสู่ขุย แม้งานทุกอย่างจะทิ้งให้นางทำอยู่คนเดียวก็ตาม
เนื่องจากหลิวอวี้หนูกับเฟิงสี่เจินกลัวว่าสู่ขุยจะนำเื่ไปฟ้อง จึงรักษาความสัมพันธ์เพียงอยู่ต่อหน้ากับสู่ขุยตลอด ดูภายนอกแล้วเหมือนพวกนางสนิทสนมกันกว่าแต่ก่อน แต่ในใจก็ล้วนรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้นับวันยิ่งค่อยๆ จืดจางลงทุกที
สู่ขุยชินกับการถูกปฏิเสธมานาน นอกจากไปมาหาสู่กับหลิวอวี้หนูและเฟิงสี่เจินแค่เพียงผิวเผิน บางครั้งนางก็ไปเล่นกับเสี่ยวชุนที่อยู่กับเยี่ยมามา นางมักไปทำความสะอาดรดน้ำต้นไม้ที่ชิ่งสี่ถังคนเดียวเป็ปกติ หรือไม่ก็อ่านหนังสือและเขียนหนังสืออยู่ที่ห้องแต่นางกลับรู้สึกมีอิสระ
ตามจริงสู่ขุยไม่ใช่คนขยันมากนัก แต่นางรู้สึกว่าในเมื่อเยี่ยมามามอบหมายงานให้นาง หลิวอวี้หนูและเฟิงสี่เจินแล้ว ก็เป็ความรับผิดชอบพื้นฐานที่พวกนางต้องทำให้ดี
สู่ขุยได้เจอสถานที่ที่น่าสนุกที่ชิ่งสี่ถังแล้ว
ชิ่งสี่ถังเป็สถานที่ขนาดใหญ่ ในสวนมีลำธารเล็กๆ ดอกไม้แปลกตาเต็มไปหมด ในขณะที่สู่ขุยกำลังมองดูแปลงดอกไม้ด้านนอกข้างห้องนอนท่านอ๋อง ก็เห็นแปลงดอกสู่ขุยสีขาวแปลงหนึ่งกำลังเบ่งบานเต็มแปลง
เท่าที่รู้คือดอกสู่ขุยในทางเหนือนั้นหาดูยาก ยิ่งกลีบดอกสีขาวใสแบบนี้ยิ่งยาก
กลีบดอกสู่ขุยพวกนี้บานออกเป็ชั้นสีขาวใส ละเอียดอ่อนมาก มีน้ำค้างใสอยู่้า กลีบดอกพลิ้วไสวตามลมยิ่งชวนหลงไหล
สู่ขุยตัดสินใจรอดอกสู่ขุยสีขาวนี้ หากเป็เมล็ดเมื่อไรนางจะเก็บเมล็ดมาปลูกให้ทั่วบริเวณพื้นที่ที่ว่างซึ่งตรงกับหน้าต่างของนางให้ได้
ั้แ่เช้าจนเย็นที่ชิ่งสี่ถังซึ่งปราศจากผู้คนกลายเป็สวนแห่งความลับของสู่ขุยไปเสียแล้ว นางเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กับต้นไม้ใบหญ้าในชิ่งสี่ถัง เคยอธิษฐานขออย่าเพิ่งให้ท่านอ๋องรีบกลับ แบบนี้ชิ่งสี่ถังถึงจะเหมือนว่าเป็ของนางผู้เดียว
วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก ล่วงมาจนถึงเดือนเก้าเดือนสิบเสียแล้ว กลีบดอกสู่ขุยสีขาวในแปลงเริ่มร่วงตามเวลา บนพื้นเต็มไปด้วยกลีบดอกสวยงามยิ่งนัก
พริบตาเดียวก็เข้าเดือนสิบเอ็ด เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเริ่มเข้าสู่ฤดูที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ เมล็ดดอกสู่ขุยสีขาวร่วงหล่นอย่างสมบูรณ์และออกเมล็ด
่นี้เวลาไปทำงานที่ชิ่งสี่ถังท้องฟ้าจะยังไม่สว่าง แต่สู่ขุยยังคงไปถึงบริเวณชิ่งสี่ถังตามเวลาเดิม
นางไปที่แปลงดอกไม้ข้างห้องนอนท่านอ๋องก่อน ค่อยๆ ดึงต้นดอกสู่ขุยที่แห้งแล้วออกด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อย
จัดการแปลงดอกไม้ให้สะอาดแล้ว นางก็เริ่มเก็บกวาดใบไม้แห้งออกจากบริเวณชิ่งสี่ถัง ชิ่งสี่ถังมีต้นไม้อยู่มาก หลังจากผ่านลมพัดมาหนึ่งคืนทำให้ใบไม้ดอกไม้ที่ตายร่วงหล่นลงมาไม่น้อย ปูพื้นหนาเป็ชั้น เหยียบลงไปก็รู้สึกนุ่มมาก
ไป๋สู่ขุยกำลังเก็บกวาดใบไม้ก็คิดไม่ถึงว่าจะมีคนเปิดม่านไม้ไผ่บนประตูก้าวออกมา
นางใทำอะไรไม่ถูก เก็บของไม่ทัน รีบวิ่งจนชนเข้ากับอกของใครบางคน
นางตกตะลึงนิ่งไปสักครู่และดึงสติกลับมา นางรีบเร่งก้าวขาถอยหลังหลายก้าว
ชายหนุ่มคนนั้นก็คงตกตะลึงเหมือนกัน เขามองสู่ขุยอย่างแปลกใจ
สู่ขุยสังเกตเห็นรูปร่างของเขาสูงโปร่ง อายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดซึ่งเป็ลักษณะของวัยหนุ่ม
สู่ขุยใจเต้นแรงขึ้น รู้สึกหายใจติดขัด รีบถอยห่างอย่างหวาดกลัว
ชายหนุ่มผู้นั้นมองดูไป๋สู่ขุยครู่หนึ่งแล้วเบี่ยงตัวออกห่าง
สติของไป๋สู่ขุยกลับมา จึงเดาที่มาของชายหนุ่มผู้นั้นออกแล้วก้มหน้าคารวะ
ไป๋สู่ขุยหันกลับไปมองชายหนุ่มผู้นั้นอีก พอดีกับเขาที่หันมามองนางเหมือนกัน
ั์ตาที่มีความอ้างว้างและเ็าของเขานำความสงสัยมาให้นาง
ทั้งสองคนมองหน้ากันอีกครั้ง
ไป๋สู่ขุยรีบก้มหัวต่ำลง
จ้าวซีมองหน้าสาวใช้คนที่เพิ่งชนเขามาหยกๆ
เช้าแบบนี้เด็กสาวมาสถานที่ที่ไม่มีคนเลยสักคนทำไม เพราะทำให้เขาแทบไม่ได้นอน ตอนแรกคิดว่าเป็หญิงชราแต่ที่ไหนได้กลับเป็เด็กสาวบอบบางคนหนึ่งเท่านั้น
เขากลับจากจินถังเฉิงเพื่อรวบรวมกำลังพลที่กานซู่ไปจัดการกับกองทัพซีซย่าั้แ่เมื่อคืน กว่าจะถึงวังอ๋องก็เที่ยงคืนแล้วเช้านี้ยังต้องประชุมกองทัพอีก จึงอยากมานอนพักที่ชิ่งสี่ถังให้หายเหนื่อย แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาแค่หลับตาเท่านั้นด้านนอกห้องนอนก็มีเสียงดัง “แควกๆ” รบกวนไม่หยุด
นานมากกว่าเสียง “แควกๆ” จะหายไป เขาเพิ่งจะผ่อนคลายลงครู่เดียว ก็มีเสียงกวาดลานบ้าน “ควากๆ” ดังมารบกวนอีก
จ้าวซีทนไม่ไหวจนสุดท้ายต้องตื่นขึ้นมา แต่ใครจะไปรู้ว่าแค่เปิดประตูมาก็เจอผู้ร้ายที่คอยรบกวนไม่ให้เขาได้นอนมาชนเข้าอีก
เขามองเห็นสาวใช้ย่อคารวะตัวเองอยู่ไกลๆ จ้าวซีกำลังจะอ้าปากถามนาง ก็มีเสียงของหลินเจิ๋นคนสนิทของเขานำขบวนนายทหารใกล้ชิดเข้ามาทำความเคารพเสียงดัง “คำนับท่านอ๋อง!”
คิดถึงตัวเองที่หากมองผู้หญิงคนไหนนานสักหน่อย ลูกน้องของเขาเหล่านี้ก็จะเอาผู้หญิงคนนั้นใส่พานมาให้ จนดูเหมือนเขาเป็คนบ้ากามที่หลงใหลในความงามของอิสตรี จ้าวซีอดยิ้มไม่ได้ ยกขาก้าวออกไปต่อหน้าทุกคน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f