ผมเผลอจูบปั๊กน้อยเป็ครั้งที่สองแล้วน้องทำหน้าหน้าอึ้งๆ งงๆ แต่ไม่ได้ปฏิเสธหรือวิ่งหนีเหมือนคราวก่อนแถมยังจูบตอบผมอีกต่างหาก ผมควรจะดีใจใช่มั้ย?แต่มันมีความรู้สึกผิดหน่อยๆ ที่ยับยั้งอารมณ์ตัวเองไม่ได้เมื่อเห็นเ้าปั๊กน้อยยิ้มหัวเราะเพราะสนุกสนานยิ้มอารมณ์ดีเพราะได้กินของที่ตัวเองชอบหรือยิ้มให้ผมเวลาเราสบตากันผมคงเป็ผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัวจริงๆ
ผมปล่อยเ้าปั๊กน้อยเป็อิสระเราเดินออกมาจากบ้านผีสิง เมื่ออยู่ด้านนอกผมจึงสังเกตุเห็นว่าเ้าปั๊กน้อยหน้าแดงมากมันลามไปยันหูขาวๆนั่นเลย
“ปั๊กน้อยไม่สบายรึเปล่าครับ?”
ผมค่อยๆใช้มือแตะหน้าผากน้องดูเผื่อว่าตัวร้อนจะได้ไปหาหมอ
“ผมไม่เป็ไรแค่…เขิน…ครับ”
“…”
“แต่ท่านรองก็หน้าแดงๆนะครับเขินเหรอครับ? อิอิ…”
“…ครับ”
แต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิมคือผมจะไม่ขอโทษที่ผมจูบเ้าปั๊กน้อยไปนั่นเพราะผมตั้งใจทำจริงๆ
“โกรธผมรึเปล่า?ที่ผมเอ่อ…จูบคุณ”
“ไม่โกรธครับแต่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว…คราวหน้าผมขอเป็คนเริ่มเองนะครับ?”
“…หึหึ…ผมไม่เคยชนะปั๊กน้อยได้เลย”
“ครับ?”
“เปล่าแล้วคุณอยากไปเล่นอะไรต่อมั้ย? หรือว่าจะกลับเลย?”
“เอ่อ…ผมอยากปั่นจักรยานน้ำก่อนครับ แล้วค่อยกลับ”
“อืม…ไปสิ”
วันนี้ท่านรองเขาตามใจผมตลอดเลยแต่เมื่อกี๊ในิดหน่อยที่ถูกจูบ แต่ผมก็ไม่ได้รังเกียจนะแค่เพียงคิดไว้ว่าคราวหน้า…ผมจะเป็คนเริ่มเองต่างหาก ผมเป็คนจีบนะครับเื่อย่างนี้ผมก็ต้องเป็คนเริ่มก่อนสิครับ
จักรยานน้ำมีไว้สำหรับปั่นเล่นในทะเลสาบที่ค่อนข้างกว้างถ้าได้นั่งปั่นกับแฟนคงจะรู้สึกฟินดีผมจึงเลือกเล่นไอ้เ้านี้เป็ลำดับสุดท้ายก่อนกลับเพราะจะได้เก็บความทรงจำดีๆนี้ไว้เพราะผมรู้สึกว่าเดทครั้งนี้ได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก เหมือนการจีบท่านรองเข้าใกล้ความสำเร็จเข้ามาอีกหนึ่งขั้นแล้วครับแต่เมื่อกี๊ผมเห็นน้องเหร้เดินไปเดินมาอยู่แถวๆทะเลสาบนะครับ หรือว่าผมตาฝาด? แต่ไม่เป็ไรครับแม้แต่น้องเหร้ก็ขัดขวางการเดทครั้งนี้ของผมไม่ได้!!!
“หลังจากรับปริญญาคุณบอกว่าจะหางานผมถามได้มั้ยว่าคุณจะไปหางานที่ไหน”
“ครับจริงๆแล้ว Sup มายด์ก็เสนอให้ผมกลับไปทำงานที่โรงงานครับ”
“เหรอแล้วคุณตัดสินใจรึยัง?”
“…ยังครับผมอยากจะลองไปสัมภาษณ์ที่อื่นก่อน”
“แต่ผมอยากให้คุณกลับไปทำที่โรงงานนะ”
“…ทำไมล่ะครับ”
“ก็…จะได้อยู่ใกล้ๆผมไง”
ใจผมเต้นแรงขึ้นมาทันที ผมไม่ได้เป็โรคหัวใจแน่ๆ ผมรู้ดีเวลาที่ท่านเขาพูดอะไรน้ำเน่าๆนี่ยังอุตส่าห์ทำหน้านิ่งๆได้อีกนะครับบางทีความหน้าด้านของผมมันก็ต้านทานไม่ไหวเหมือนกัน รู้สึกเขินขึ้นมาหน่อยๆ
“…ท่านรองอ่ะทำผมเขินอีกแล้ว ปกติผมไม่ได้เขินง่ายขนาดนี้นะครับ”
“…เหรอ อืม…ผมพูดเองยังเขินเองเลย”
แต่ก็จริงครับหน้าท่านเขาเริ่มแดงๆ คงไม่ได้เป็ไข้หรอกมั้ง
“หลังจากรับปริญญาผมขอไปเที่ยวบ้านท่านรองได้มั้ยครับ?”
“ฮ่าๆๆๆ”
แล้วท่านรองก็ปล่อยก๊ากกกจนนกที่บินมาเกาะบนหลังคาจักรยานน้ำใบินหนีไปหมดเลย
“มีอะไรครับมันแปลกประหลาดมากเหรอครับที่ผมอยากไปเที่ยวบ้านท่านรอง?”
ท่านรองบางทีก็แปลกๆนะครับเพราะบางทีก็ทำตัวน่ารัก แต่บางทีเอ่อ…ขอโทษนะครับ ถ้าเป็ไอ้บาสผมอยากจะบอกว่า ‘น่าถีบมากครับ’
“เปล่าๆผมไม่ได้หัวเราะเยาะคุณนะ แค่รู้สึกว่าผมสู้คุณไม่ได้จริงๆ”
“ห๊ะ!!ยังไงครับ?”
ท่านทำผมงงอีกแล้วนะครับ
“อืม…ก็ไอ้พลมันเคยพูดว่าผมชักช้าเหมือนเต่า คงไม่ทันคนที่จ้องจะคาบคุณไปกิน”
“…”
เห็นผมเป็อะไรครับจะมีคนคาบผมไปกิน ผมไม่ใช่ไก่นะครับจะได้ถูกคาบไปแดกในน้ำ
“ก็จริงอย่างที่ไอ้พลพูดคุณอาจจะมองว่าผมเป็ผู้ใหญ่ที่ขี้ขลาดก็ได้”
“ไม่เลยครับตอนแรกๆผมยกให้ท่านรองเป็ผู้ชายที่หล่อแล้วก็เท่กว่าผมคนแรกเลยนะครับ”
“…เหรอครับ?”
ท่านเขายิ้มหวานมาให้หน้าผมที่ว่าหนาๆก็ยังแทบละลายลงทะเลสาบไปนอนเป็เพื่อนกับน้องเหร้เลยครับ
“…”
ท่านรองมาส่งผมที่หอ หมาที่เฝ้าหน้าหอเห่ากันให้ระงมเลยคงเพราะพวกมันจำหน้าผมไม่ได้ล่ะสิ เพราะว่าอะไรเหรอครับ?หน้าผมตอนนี้บานยิ่งกว่าจานดาวเทียมต่อกันสามอันซะอีก รู้สึกว่าโลกใบนี้เป็สีชมพูสดใสยิ่งกว่ามีพระอาทิตย์สามดวงอีกครับ
ว่าแล้วก็แวะอวดไอ้บาสมันซักหน่อย ถ้าไม่ได้ระบายเดี๋ยวอกแตกตาย ถ้าโลกใบนี้หมดคนหน้าตาดีลงไปอีกคนหลายๆคนคงจะเสียใจแย่เลย
‘ก๊อกกกๆแก๊กกกๆก๊อกกกๆแก๊กกกๆ’
“เคาะอะไรของมึงนักหนา?”
“กูกลัวมึงกำลังขี้อยู่แล้วไม่ได้ยินเสียงกูเคาะ”
“…จะเข้ามาได้มั้ยนั่น?”
“หืมทำไมอ่ะ?หรือว่าห้องมึงมียันต์กันผีเหรอ?”
“…กูไม่กล้าตบมุกมึงต่อเลย”
“เชี่ย!!! ไม่ช่วยกูทำมาหากินเลย แล้วทำไมมึงคิดว่ากูจะเข้าไปไม่ได้?”
“ก็หน้ามึงบานเท่ายานมนุษย์ต่างดาวแล้ว”
โห!!!! ล้ำยุคกว่าจานดาวเทียมอีก เท่อ่ะ
“ม…มึงดูออกเหรอ??”
“ก็หน้ามึงมันบานแล้วก็ตอแหลขนาดนั้นไปเจออะไรดีๆมาหรือท่านรองเขาจูบมึงเข้ารึไง?”
“เฮ้ย!ทำไมมึงรู้ ไอ้บาสยานทิพย์ โคตรเจ๋ง งวดหน้าออกเลขอะไร”
“…สัดเข้ามาอย่าลีลา กูตากผ้าอยู่”
แล้วผมก็มานั่งแหมะอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นรูปสามสาวพาวเวอร์พัฟเกิร์ลของไอ้บาสมันตอนซื้อมึงได้คิดมั้ย กูถามจริง?
ไอ้บาสมันก็เดินไปตากผ้าต่อที่ระเบียงต่อ
“แล้ววันนี้มึงไม่ไปไหนเหรอ?”
“ไม่อ่ะ กูี้เีพรุ่งนี้ส้มจี๊ดก็ให้ไปช่วยถือของที่ห้าง มึงมีอะไรจะเล่าก็พูดเร็วๆ”
“เร่งกูจริงกูกำลังเขินอยู่”
“ยางอายบนหน้ามึงมันยังหลงเหลืออีกเหรอวะ?”
“สัดหน้ากูออกจะบาง ขนาดสิวยังไม่กล้าขึ้นเลย”
“ลีลานะมึงถ้าไม่เล่ากูจะนอนแล้ว”
“เออกูเล่าๆ”
แล้วผมก็เริ่มบรรยายั้แ่ท่านรองมาจอดรอที่หน้าหอตอนที่ยืนจูบกันในบ้านผีสิงที่โคตรโรแมนติกเืหยดติ๋งๆ จนกระทั่งท่านรองมาส่งที่หอเลยครับละเอียดยิบเหมือนแป้งเด็กแคร์ที่ผมชอบทาเลย
“มึงก็เล่าละเอียดจนกูแทบจะนึกภาพออกเลย”
“เออดิก็กูอยากให้มึงรู้ไง”
“เท่าที่ฟังท่านรองเขาก็ชอบมึงมากนะ”
“มึงรู้ได้ไง?”
กูยังไม่ค่อยแน่ใจเลยแต่วันนี้ท่านรองเขาก็ดูตามใจผมทุกอย่าง แถมยัง…จูบผมด้วย อร้ายยย!!! เขินจุง
“ก็ดูเขาตามใจมึงทุกอย่างกูว่าเขาอาจจะแค่เก๊กๆหน่อย เพราะเขาเป็ผู้ใหญ่ๆไง ต้องรักษาภาพจน์”
“เหรอ!! ั้แ่รู้จักกับมึงมา…”
“ทำไม?”
“มึงพูดจามีสาระที่สุดก็วันนี้แหละ”
“… สัดกลับห้องมึงไปกูจะนอน คุยกับมึงทีไรความดันกูจะขึ้นทุกที”
เอ้า!!!มีแต่คนบอกว่าผมคุยตลก แล้วไอ้บาสมันเสือกจะความดันขึ้น แปลกประหลาดจริงๆมึงเนี่ยสงสัยมีผมนี่แหละที่ปกติที่สุดแล้ว พรุ่งนี้กลับบ้านดีกว่า กลับไปหากำนันหมานบ้างคิดถึงเหมือนกัน อยากกินหมูทอดอ่ะ
Rrrrrr!!!
อุ้ย! ท่านรองโทรมาพึ่งจะแยกกันไม่ถึงสองชั่วโมงก็โทรมา คิดถึงผมล่ะเซ่…คงไม่ใช่หรอกครับผมก็มโนไปเอง
“ครับท่านรองมีอะไรรึเปล่าครับ?”
[…เปล่าคุณจะนอนรึยัง]
“อ่า…ยังครับ ยังไม่ได้อาบน้ำเลยครับ”
[ที่คุณบอกว่า…อยากมาบ้านผม…จริงรึเปล่า?]
“จริงสิครับผมจะพูดเล่นทำไมหล่ะครับ ผมไปไม่ได้เหรอ?”
[เปล่า…คือ…ผมก็อยากให้คุณมา]
“ค…ครับ เอ่อ…ท่านรองครับพรุ่งนี้ผมจะกลับบ้าน”
[อืม…พรุ่งนี้ผมมีธุระไปส่งไม่ได้]
“ไม่เป็ไรครับผมกลับเองได้”
[ถึงแล้วโทรหาผมด้วยนะอย่าขับรถเร็วแล้วก็ใส่หมวกกันน็อคด้วยผมเป็ห่วง]
“…ครับ”
[คุณอาบน้ำนอนเถอะ]
“…ครับ”
“ฝันดีครับ”
“…ครับ”
นี่กูเป็อะไรวะครับ คือตอบได้แค่ครับๆมีแววเชื่องเหมือนหมาในปกครองของท่านรองไปแล้ว แต่เสียงของท่านรองเขาช่างอ่อนโยนทำให้หัวใจของผมอบอุ่นเหมือนอยู่ในเตาอบ? รู้สึกมีความสุขจนอยากแชร์แต่ถ้าไปเคาะห้องไอ้บาสอีกก็อาจจะโดนถีบได้
“กำนันผม…กำลังมีความรัก”
“…”
“กำนันไม่ใเหรอ?นี่ลูกกำลังจะมีแฟนนะ”
“…จะให้ข้าใอะไร? ก็ไม่ใช่ว่าท่านรองคนที่หล่อๆแต่ไม่มีเชื้อเ้าคนนั้นเหรอะ!”
“แล้วพ่อไม่โกรธจริงๆเหรอที่ผมเอ่อ…ชอบผู้ชายอ่ะ”
“ก็อย่างที่ข้าเคยบอกเอ็งจะรักจะชอบมันก็เื่ของเอ็ง แค่อย่าให้ถูกจับกดก็พอ”
“…”
คงจะยากอ่ะครับกับการที่จะเป็คนจับท่านรองเขากดถ้าไม่โดนถีบมาก็คงโดนกระทืบตายตรงนั้นแหละครับ กำนันก็ช่างคิดได้ดูขนาดตัวผมกับท่านรองเขาซะก่อนนะครับ
“แต่จะว่าไปท่านรองของเอ็งก็ตัวใหญ่กว่าเอ็งมากนะข้าว่ามันคงยากอยู่ มีอะไรจะให้ข้าช่วยก็บอก”
“กำนันจะไปช่วยผมฉุดเขาเหรอ?”
“…”
“จริงดิกำนัน? เอาจริงเหรอ?”
เชร็ดดด!! เอาจริงดิพ่อผมลูกซองในมือกำนันสั่นกันเลยทีเดียว จะไปช่วยลูกชายฉุดหนุ่มมาเป็เมียทำเป็ละครหลังข่าวสมัยก่อนไปได้ แต่ผมยังไม่พร้อมเล๊ยยย! ต้องไปสร้างกระท่อมปลายสวนไว้ก่อน
“เอ็งนี่มันลูกชายข้าจริงๆรึเปล่า?ไม่ใช่จะไปช่วยฉุด ไอ้ห่าหาคุกให้พ่อเอ็งซะแล้ว”
“อ้าวแล้วกำนันเงียบทำไมหล่ะ?”
“ที่บอกจะช่วยก็เื่สอนทำกับข้าวแบบแม่ศรีเรือนอะไรอย่างนั้นไอ้ลูกหมาเอ๊ยย!”
“แล้วจะสอนทำกับข้าวไปทำไม?”
“อ้าว!!ก็เอาไว้ทำให้ผัวเอ็งกินไง เอ็งก็คิดไปซะไกลเลย”
ฉิบหาย!!! กำนันหมานนนนแห่งบ้านดอน!!! รักกูฉิบหายจะสอนลูกชายให้ทำกับข้าวให้ผัวกิน!!!
“…ครับขอบคุณครับกำนันสมานมากนะครับ”
“เออไม่เป็ไร พ่อลูกกัน”
พ่อที่เป็มากกว่าพ่อนั่นคือเป็เหมือนแม่ มีความอยากสอนลูกชายให้เป็แม่ศรีเรือน? ผมช่างโชคดีเหลือเกิน!!
“ยังมีอะไรไม่สบายใจอีกเรอะ? ยังทำหน้าเหมือนตูดอยู่เลย”
อะไร๊คนหล่ออะไรจะหน้าเหมือนตูดได้ ว่าผมทำหน้าเหมือนปวดขี้แบบไอ้บาสว่ายังจะดีกว่า
“หิวอ่ะอยากกินหมูทอด”
“เอออย่างแรกที่พ่อจะสอนเอ็งก็หมูทอดสูตรเด็ดนี่ล่ะวะ”
“…”
หลังจากนั้นมหกรรมสอนลูกชายเป็แม่ศรีเรือนก็ได้เริ่มขึ้นผมก็ได้กินหมูทอดสูตรเด็ดฝีมือตัวเองซักทีวันไหนไปเที่ยวบ้านท่านรองจะได้ไปทอดให้ท่านรองเขาชิม
ผมนอนเล่นอยู่ที่บ้านได้ 2-3 วันก็ต้องกลับหอเพราะวันรุ่งขึ้นต้องไปซ้อมรับปริญญาโดยที่คณะผมจะซ้อมรับพร้อมกับไอ้บาสแต่คนละ่เวลา แต่วันรับจริงคนละวันเลย