Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 10 เปิดศึกในฉับพลัน

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 10 เปิดศึกในฉับพลัน
    หลินสวินขมวดคิ้วและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้าวออกจากห้องไปเปิดประตูข้างนอกนั่นคือบุรุษร่างผ่ายผอมเจ้าของดวงตาคมเด่น เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาหวาดระแวงและเคียดแค้นหลินสวินจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์ที่กลับมาพร้อมกับเหลียนหรูเฟิง แต่เหตุใดเขาจึงยังอยู่ในเมื่อหัวหน้าของเขาจากไปแล้วเขาบุกมาหากลางดึกโดยไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ด้วยจุดประสงค์ใดกัน“ข้าหลู่ถิง หนึ่งในผู้พิทักษ์ของหมู่บ้าน ข้ามีอะไรจะถามเจ้าหน่อย”ชายผู้นั้นจ้องหลินสวินตาเขม็ง และเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงแกมบังคับ“ที่แท้ก็พี่หลู่นั่นเอง ท่านมาคนเดียวหรือ”หลินสวินถามกลับด้วยรอยยิ้มเขาเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับคนอื่นด้วยรอยยิ้ม ซึ่งหาใช่เพียงเพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นของตนเอง หากแต่ยังทำให้อีกฝ่ายลดกำแพงที่มีต่อกันลงโดยไม่รู้ตัวด้วย“พวกพี่ใหญ่เหลียนจากไปแล้ว แต่เขากังวลใจเลยวานให้ข้าอยู่ที่หมู่บ้านและคอยดูแลความเรียบร้อยให้ดี เผื่อมีคนแปลกหน้ามาก่อปัญหาอะไร”หลู่ถิงกล่าว พลางถือวิสาสะก้าวเข้ามาในลานหน้าบ้านด้วยท่าทางพาลพาโลโดยไม่รอให้เจ้าบ้านเชิญหลินสวินยิ้มอีกครั้ง เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่า ‘คนแปลกหน้า’ ที่ว่าหมายถึงเขาชัดๆสิ่งที่เขาสนใจกว่าคือหลู่ถิงมาหาเขาเอง หรือเป็นคำสั่งของเหลียนหรูเฟิงกันแน่เขาก้าวเข้าไปพร้อมรอยยิ้มพลางครุ่นคิดไปด้วย แล้วเอ่ยว่า “ไม่ทราบว่าพี่หลู่จะถามอะไรหรือ”เขาเชื้อเชิญหลู่ถิงให้เข้ามาในบ้านก่อนหลู่ถิงปฏิเสธคำเชิญนั้น “ข้าจะคุยกับเจ้าหน้าบ้านนี่แหละ อีกเดี๋ยวข้าก็ไปแล้ว”หลินสวินพยักหน้ารับ “แล้วแต่ท่านจะประสงค์”หลู่ถิงขมวดคิ้วมุ่นเมื่อฉับพลันก็นึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่ที่เขามาถึง เจ้าหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ายังคงสงบนิ่งเป็นที่สุดและเอาแต่ยิ้ม ราวกับไม่มีสิ่งใดจะทำให้เขาครั่นคร้ามได้ยิ่งหลินสวินสงบนิ่งเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหงุดหงิดใจขึ้นเท่านั้น เขาเกลียดคนที่เขาเดาทางไม่ออก โดยเฉพาะเมื่อคนๆ นั้นที่เขาต้องรับมือด้วย เป็นเพียงเด็กชายวัยสิบสองสิบสามเท่านั้นหลู่ถิงคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องสุภาพอีกต่อไป เขาจึงถามออกไปตรงๆ “บอกข้ามาว่าเจ้าเป็นใครกันแน่ เจ้ามาจากไหน แล้วมาที่หมู่บ้านเฟยอวิ๋นทำไม”เป็นอีกครั้งที่หลินสวินคลี่ยิ้ม “ข้าเดินทางมาจากดินแดนรกร้างไร้ความสงบ ส่วนเหตุผลที่ว่าข้ามาทำอะไรที่นี่ก็ง่ายนิดเดียว ข้าเพียงผ่านทางมา”ผ่านทางมางั้นหรือหลู่ถิงจ้องเข้าไปในตาของเด็กหนุ่มแล้วพูดเยาะ “ไอ้หนู อย่ากวนประสาทข้านะ ถ้าไม่ยอมพูดความจริง ข้าจะทำให้เจ้าพูดเอง”ข้อต่อของเขาส่งเสียงกรอบแกรบดุจสัตว์ร้ายพิโรธ ก้าวร้าวและน่าพรั่นพรึงหากหลินสวินเป็นเด็กหนุ่มทั่วไปที่ไม่ประสา คงกลัวจนหัวหดและยอมจำนนไปแล้วหากแต่ไม่มีแววจะเป็นอย่างนั้นเลย เขาเพียงแต่หุบยิ้มและขมวดคิ้ว “พี่หลู่ ทุกคำที่ข้ากล่าวไปล้วนเป็นความจริง ข้าไม่เคยโกหกใคร หากท่านไม่เชื่อใจข้า ได้โปรดไปถามกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านดูก็ได้ เขารู้เรื่องของข้าดี”ดวงหน้าของหลู่ถิงหม่นลงเมื่อการข่มขู่ของเขาใช้ไม่ได้ผลกับเด็กหนุ่มตรงหน้า เขาแหวขึ้น “เซียวเทียนเริ่นน่ะเรอะ ก็แค่ตาแก่งกๆ เงิ่นๆ อย่าเอามันมาขู่ข้าหน่อยเลย คิดจริงๆ หรือว่ามันจะปกป้องเจ้าได้น่ะ”ตาแก่งกๆ เงิ่นๆ...ด้วยคำพูดนี้ ทำให้หลินสวินแน่ใจในทันทีว่าหลู่ถิงไม่เคยเห็นเซียวเทียนเริ่นอยู่ในสายตาพอคิดมาถึงตรงนี้ หลินสวินก็หัวเราะออกมา ก่อนมองหลู่ถิงและถามเขา “เหลียนหรูเฟิงสั่งให้ท่านมารึ”“เจ้ารู้ได้...”หลู่ถิงพลั้งปากออกไปก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายหลอกถาม นัยน์ตาพลันส่องประกายดุดัน ทันใดนั้นเขาก็เหวี่ยงมือใส่หลินสวิน หวังจะคว้าไหล่ของเด็กหนุ่มไว้“ไอ้เด็กนรก พูดดีๆ ไม่ชอบจะเอาอย่างนี้ใช่ไหม งั้นข้าจะทำให้เจ้าเห็นเองว่าข้าทำอะไรได้บ้าง!”เขาโจมตีทันทีทันใดราวกับพญาอินทรีปรี่เข้าใส่กระต่ายป่า การบุกของเขาทั้งเร็ว แม่นยำ และแรงไม่ตก หากเขาโจมตีสำเร็จ มีหวังกระดูกของหลินสวินได้แตกเป็นเสี่ยงๆ แน่หลินสวินไม่รอท่า เขากดไหล่ลงต่ำ สะกิดปลายเท้ากับพื้นถอยไปด้านหลัง หลบการโจมตีอย่างง่ายดาย โดยยังคงมีรอยยิ้มปรากฏพรายบนใบหน้า หากแต่ยิ้มนั้นกลับดูเยียบเย็นขึ้น“ดูท่าการมาถึงของข้าจะทำให้พวกท่านไม่สบายใจสินะ น่าสงสัยจริง หรือว่าพวกท่านกำลังวางแผนอะไรอยู่ลับหลังและกลัวว่าจะถูกข้าเปิดโปง ท่านเลยมาที่นี่เพื่อทดสอบข้าสินะ”หลู่ถิงผงะไป เหตุใดเด็กน้อยนี่ถึงมองแผนการของพวกเขาได้ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้!“ไร้สาระ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!”เขาคำรามเสียงต่ำแล้วพลันกำมือแน่น บิดเอวและงอเข่าเป็นคันศร หมัดของเขารุนแรงปานฟ้าคำรามพายุพิโรธ พุ่งหวือแหวกอากาศเสียงดังหนึ่งในกระบวนท่าของเพลงมวยยาตราทัพ... แรงกำลังขยี้พันทัพ!แตกต่างจากฝีมือของเด็กๆ ที่ฝึกฝนกันเมื่อเช้า หมัดที่โจมตีมานี้ส่งเสียงขรมเพราะอัดแน่นไปด้วยพลังปราณ รุนแรงเสียจนสามารถทุบก้อนหินขนาดมหึมาหนักพัน 1,000 จวิน แตกเป็นเสี่ยง และแหวะอกเสือร้ายได้ด้วยมือเปล่าผู้ที่ใช้ท่านี้ได้จำเป็นต้องบรรลุขั้นรากฐานมั่นคง ขั้นที่สองของระดับกำลังภายในมาแล้วแต่หลินสวินหมุนตัวเป็นลูกข่างเบี่ยงหนีการโจมตีได้สบายๆ อีกครั้ง“อะไรวะ”หลังจากโดนหลบการโจมตีถึงสองหน หลู่ถิงจึงตระหนักขึ้นมาในทันทีว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ แม้จะดูผอมแห้งและบอบบาง หากแต่ไม่ได้อ่อนวิชาดั่งนักสลักวิญญาณฝึกหัดทั่วไป“ไอ้หนู เจ้าไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดอย่างที่หัวหน้าเหลียนบอกจริงด้วย เจ้ามาที่หมู่บ้านเฟยอวิ๋นด้วยจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่างเป็นแน่!”คราวนี้เขากระโจนใส่หลินสวิน หมายจะปลิดชีวิตเด็กหนุ่มเขาร่ายกระบวนท่าสังหารจากเพลงมวยยาตราทัพแปดท่าต่อเนื่อง ตั้งแต่ ‘แรงกำลังขยี้พันทัพ’ ‘มังกรขาวทะลวงด่าน’ พยัคฆ์คำรามคร้ามศัตรู ตรวนเหล็กเกราะกำบัง บรรพตข่มจันทรา อัคคีผลาญสวรรค์ คลื่นโรมรันคีรีราบ และมหาศึกถล่มดาวดึงส์หมัดทั้งสองของเขาประดุจหอกทวนทอประกายจ้าที่โหยหาสงครามนองเลือด ฉกาจฉกรรจ์จนชวนให้พรั่นพรึงแต่ไม่ว่าเขาจะโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรงสักเพียงไหน อย่าว่าแต่สร้างความเจ็บปวดให้หลินสวินเลย แม้แต่ชายเสื้อของเด็กหนุ่มก็ไม่อาจแตะต้องได้หลินสวินเอี้ยวตัว หันหนี และวิ่งอย่างว่องไวหวังเพียงหลบจากการโจมตีให้ได้ น่าเหลือเชื่อที่เขาเอาตัวรอดสำเร็จในจังหวะสุดท้ายทุกครั้งไปทั้งสองคนรุกรับกันอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่ แม้หลินสวินจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ลานหน้าบ้านที่เพิ่งได้รับการทำความสะอาดและซ่อมแซมใหม่ก็กลับมาเละตุ้มเป๊ะอีกครั้ง พื้นดินกระจุยกระจาย เศษดินปลิวว่อนไปทั่วในทางกลับกัน หลู่ถิงทั้งทึ่งและเดือดปุด เขาไม่กล้ายอมรับความจริงว่าตัวเองไม่สามารถล้มเด็กอายุสิบสองสิบสามได้“ไอ้เด็กเวร เตรียมตัวตายซะเถอะ!”หลินสวินถูกต้อนเข้าจนมุม หลู่ถิงคำรามลั่นแล้วฟาดเพลงหมัดใส่ร่างหลินสวิน รวดเร็วและรุนแรงดุจฟ้าคำรามเห็นเพลงหมัดพุ่งตรงมานั้น หลินสวินจึงตัดสินใจโต้กลับเป็นครั้งแรก มุมปากเขามีรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่เป็นนิจอีกครั้งเขาสวนกลับบ้างในทันทีทันใดหลินสวินกำมือขวาแน่นแล้วโก่งแขน ก่อนจะเกร็งท่อนล่างให้โค้งดุจคันศร ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นภายในชั่วพริบตาฟุ่บ!เขาเหวี่ยงหมัดขวาออกไป
    TBC
    เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ