แดนชมจันทร์เป็สถานที่พักผ่อนโดยแท้จริง ทั้งยังไม่มีกลางวัน เหล่าศิษย์ในสำนักที่เข้าไปพักผ่อนบางคนถึงกับลืมเลือน่เวลาทีเดียว ฮ่าวเทียนหลับไปเพียงสองสามชั่วยามเท่านั้นลืมตาตื่นขึ้น ััที่มันได้รับราวกับนอนอยู่บนหมอนคุณภาพดีที่อ่อนนุ่ม ลืมตาพบเจอเว่ยซินนอนพิงต้นไม้อยู่ ฮ่าวเทียนกล่าวออก
“ เว่ยซินเ้าตื่นเถอะ...ด้านนอกคงมืดค่ำแล้ว ” นางลืมตามองดูฮ่าวเทียนทันที
“ ข้าไม่อยากตื่น ไม่อยากพบเห็นเ้าต้องดิ้นรนต่อสู้จนโลหิตชะโลมร่างอีก ” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ฮ่าวเทียนจึงกล่าว
“ เ้าจะต้องเชื่อในตัวข้า นั่นเป็หนทางที่ได้เลือกแล้ว....ว่าไป ตอนที่นางมา เ้ารู้สึกรึไม่ ? ” เว่ยซินเบือนหน้าออกก่อนกล่าว
“ ข้าไม่ได้หลับ เพียงเข้าสมาธิฝึกยุทธ์เท่านั้น ดูแล้วสิ่งของล้ำค่าในกล่องนี้ คงสรรหามาเพื่อเ้า นางดีกับเ้ามากใช่รึไม่ ? ” ฮ่าวเทียนหยิบกล่องที่วางไว้ขึ้นมา
“ นอกจากเ้าและท่านอาจารย์ ก็มีเพียงนางที่ดีกับข้านัก สำหรับข้านางเสมือนเทพธิดาประจำกายที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลตลอดมา ไม่ว่าในทางใด...”
เว่ยซินไม่กล่าวอะไรต่อ ก่อนจะแยกตัวออกจากฮ่าวเทียน
“ เ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ ข้าจะเอาใจช่วยเ้าอีกแรง ” ฮ่าวเทียนยิ้มอ่อนให้นางจึงกล่าว
“ เช่นนั้น พรุ่งนี้เจอกันที่ลานประลอง เว่ยซิน ขอบคุณเ้ามาก ” ฮ่าวเทียนลูบหัวนางอย่างที่ทำเป็ประจำและจากไป หากแต่หญิงสาวที่ไม่อาจขยับกายได้ยามนี้ กำมือแน่นและค่อยๆก้าวออกจากแดนชมจันทร์... ฮ่าวเทียนยามนี้กำลังดูดซับพลังจากสมบัติชิ้นใหญ่ที่เ้าตำหนักมอบให้มัน พลันเปิดดูในกล่องไม้ กลับพบเจอเพียงยาสมานแผลชุดหนึ่ง แม้ยามนี้าแบนกายมันยังทิ้งร่องรอยไว้บ้าง ทว่าด้วยการเยียวยาจากเหล่าอาจารย์ทั้งยังยาวิเศษมากมายที่ตำหนักประเคนให้มันก็เพียงพอให้ฟื้นตัวแล้ว
“ ดูท่า...นางคิดช่วยทำแผลให้ข้าแต่พบเจอข้าอยู่กับเว่ยซินสินะ เื่ราวพวกนี้ช่างน่าปวดหัวจริงๆ! ” เด็กหนุ่มยามนี้ไม่อาจนอนหลับสนิทใจได้เพียงคิดถึงเื่ราวของวันพรุ่งนี้ ไม่ว่ารัศมีพลังของผู้ใดใน 8 คนนั่น มันไม่อาจเอาชนะได้สักคน
รุ่งเช้าอากาศสดชื่น ฮ่าวเทียนรีบเร่งไปยังตำหนักเพื่อพบปะกับเหล่าอาจารย์ เ้าตำหนักที่มองเห็นร่างเด็กหนุ่มจึงเอ่ยปาก
“ เป็อย่างไรเล่า ดูไปแล้วเ้าฟื้นฟูครบถ้วนดี ?” ฮ่าวเทียนคำนับตอบ
“ ขอบคุณท่านเ้าตำหนักที่ช่วยเหลือ ด้วยไข่มุกเ้าสมุทรของท่าน ฮ่าวเทียนไม่เพียงหายดียังบังเกิดความชัดเจนว่าใกล้บรรลุปราณก่อตั้งขั้นที่ 2 อีกด้วย ” อาจารย์คนหนึ่งกล่าวออกด้วยน้ำเสียงขึงขัง
“ พร์ของเ้ามันนับว่าเป็ตัวประหลาดโดยแท้ คนทั่วไปใช้เวลาเป็ปีสองปีกว่าจะขยับเลื่อนชั้นย่อย เ้านี่ เพียงกี่วันเดือน... ” สิ้นคำเทียนอวิ๋นก็ออกปาก
“ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เราไปกันเถอะ วันนี้ ชี้ชะตาทุกสิ่งแล้ว...” ฮ่าวเทียนค่อยๆเดินตามเหล่าอาจารย์ไปยังลานประลองด้วยความตื่นเต้น เหล่าศิษย์ค่อยๆทยอยเข้าสู่ลานประลองจนเนืองแน่น ก่อนที่ราชวงศ์และเหล่าาุโจะเข้าสู่เวทีฝั่งผู้ชม้าสุด
“ เหล่าผู้เข้าร่วมการประลองจงฟัง พวกเ้าทั้ง 9 คน คือผู้ฝึกตนที่เข้มแข็งที่สุดภายในสำนักศึกษาแห่งนี้ อีกเพียงไม่กี่ชั่วยาม เราจะคัดเลือกสามคนสุดท้ายเพื่อเป็ตัวแทนราชวงศ์ เข้าสู่ชุมนุมเทพยุทธ์ที่กำลังใกล้เข้ามา เมื่อสักขีพยานทุกท่านพร้อมแล้ว บัดนี้องค์าาจะกล่าวเปิดการประลองเป็ทางการด้วยพระองค์เอง” องค์าายืนขึ้น
“ ทุกสายตาในที่นี้เป็สักขีพยาน คนรุ่นใหม่เหล่านี้กำลังเหยียบย่ำไม้ใกล้ฝั่งเข้าสู่ยุคใหม่ ผู้ได้สามอับดับแรกจะได้รับการดูแลและการฝึกฝนที่ดีที่สุดจากราชวงศ์เรา อีกทั้งรางวัลมากมายมอบให้ เช่นนั้นก็เริ่มจับฉลากได้! ” สิ้นเสียงองค์าา พิธีจับฉลากก็เริ่มขึ้น เสียงเฮฮาของผู้ชมดังกึกก้อง ทุกคนต่างพูดคุยเกี่ยวกับใครได้คู่กับใคร ทั้งยังมีการวางเดิมพันไปทั่วทุกฝั่งที่นั่งผู้ชม พลันได้ยินเสียงประกาศ
“ คู่แรก ตำหนักชั้นเรียนฝึ... ชั้นเรียนอัจฉริยะ ฮ่าวเทียน ปะทะกับลำดับเทพยุทธ์ที่ 63 ม่อเฉินเฟ่ย! ” เ้าตำหนักชั้นเรียนฝึกหัดเอ่ยปากทันที
“ เหอๆ ท่านอวิ๋น ศิษย์โทนท่านดวงดีแท้ เป็คู่ประลองเปิดงานเลยทีเดียว ” เทียนอวิ๋นมองดูร่างทั้งสองขึ้นเวที บนเวทียามนี้เกิดการสนทนาขึ้น
“ ศิษย์น้อง เราสู้กันสุดฝีมือ ยามนี้มิมีผู้ใดกล้าคิดเหยียดหยามเ้าอีก เมื่อพร้อมแล้ว เ้าก็เข้ามาเถอะ... ” ฮ่าวเทียนััได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย มันไม่กล่าวสิ่งใด ปลดปล่อยปราณแสง์รัศมีเจิดจ้าไพศาลออกมา เสียงผู้คนเฮดังลั่นเมื่อได้เห็นปราณธาตุแสงศักสิทธิ์ แต่เสียงดังนี้กลับต้องหยุดชะงักเมื่อม่อเฉินเฟ่ยชักนำอาวุธออกมา ดาบสองคมเล่มใหญ่เกือบเท่าตัวคนปรากฏขึ้นจากฟากฟ้า พุ่งลงปักบนพื้นเสียงดังตูมตาม ทำเอาผู้คนหัวใจลงไปตาตุ่ม โอๆๆ เขาชักนำดาบลมมรกตออกมาแต่แรก นี่แปลว่าไม่อาจประมาทฮ่าวเทียนได้ ศึกนี้ท่าทางจะไม่ง่ายเสียแล้ว!! ฮ่าวเทียนััแรงกดดันจากตัวดาบได้ดี ดาบนั่นใหญ่เกือบเท่าตัวคน ทว่าลำดับ63 กลับหยิบยกมันขึ้นมาพาดบ่าโดยง่าย ไม่สมกับขนาดตัวที่หล่อเหลาพอเหมาะโดยแท้ ฮ่าวเทียนส่งคลื่นหมัดประกายแสงออกไปหยั่งเชิงอีกฝ่ายทันที กลับถูกดาบใหญ่สะบัดทำลายทิ้งโดยง่าย
“ ศิษย์น้อง มิต้องหยั่งเชิงใดๆหรอก มีสิ่งใดรีบนำออกมา ศิษย์พี่กำลังจะฟาดฟันเ้า ” ฮ่าวเทียนขนลุกซู่ทันที นี่เป็ความต่างชั้นจนเกินไป ไม่ใช่ว่าตัวมันอ่อนแอ หากแต่อีกฝั่งสูงล้ำเกินกว่าตนนัก ฮ่าวเทียนปลดปล่อยหัตถ์พิฆาตหกกงล้อออกมาทันที ยามเมื่อสวมใส่ัประกายแสงพุ่งทะยานออกจากร่างสู่ฟากฟ้า ได้เห็นดังนั้นม่อเฉินเฟ่ยพอใจนัก พุ่งเข้ามาฟาดฟันใส่ร่างเด็กหนุ่ม แม้ท่วงท่าดูเชื่องช้าจากดาบหนักใหญ่โต ทว่าพลังทุบทำลายทำให้ม่านปราการป้องกันเวทีสั่นะเืทุกครั้งที่กระทบกับหมัดของฮ่าวเทียน คมดาบฟาดสุดกำลังลงบนร่างเด็กหนุ่ม ฮ่าวเทียนไม่อาจต้านรับจึงแยกขาออกทันที
“ ดาบของท่านรุนแรงนัก! ท่าร่างแสง์ : เกราะกังวาลแสงเจิดจ้า! ” เมื่อเกราะปราณของฮ่าวเทียนใช้ออก ร่วมด้วยเกราะมือของมัน รับคมดาบไว้อย่างทุลักทุเล ก่อนจะผลักออกไป ด้วยท่าทีของเฉินเฟ่ยกำลังเสียท่านั้นเองฮ่าวเทียนพุ่งกายเข้าไป ฟาดฝ่ามือลงกลางอกอีกฝ่าย ทว่าไม่ง่ายดายเช่นนั้น ร่างของเฉินเฟ่ยที่กำลังโอนเอนตามแรงดาบไปด้านหลัง กลับหยุดชะงัก สองเท้าตั้งมั่น เกร็งแขนรั้งดาบใหญ่ที่กำลังโอนเอนไปด้านหลัง ฟาดกลับมาด้านหน้าด้วยรัศมีปราณสีเขียวท่วมท้น พลันฉีกยิ้มกว้าง
“ พลิกปฐี! ” ฮ่าวเทียนไม่ทันตั้งรับ ฝ่ามือที่กำลังฟาดลงถูกปราณดาบใหญ่สวนกลับมารวดเร็วจนร่างปลิวออกไปไกล ก่อนจะร่อนลงกับพื้น ปรากฏรอยเืที่มุมปากทันที พลันได้ยินเสียง
“ ศิษย์น้อง หากเ้าคิดว่าดาบเล่มนี้ถ่วงให้ข้าเชื่องช้าลง เ้าคิดผิดเสียแล้ว ? ” ภาพตรงหน้าฮ่าวเทียนทำเอาเ้าตัวขนลุกซู่ ดาบใหญ่เล่มนั้นค่อยๆแยกออกเป็สองเล่มอยู่ในมือทั้งสองที่เรียวบาง ก่อนจะหมุนตัวร่ายรำดาบถาโถมเข้าหามันอย่างบ้าคลั่ง ฮ่าวเทียนรีบตั้งสติเปิดใช้พลังฝีมือเช่นกัน
“ ท่าร่างแสง์ : ท่วงเท้าเทวะภูมิทมิฬ! ” ฮ่าวเทียนประสานกำลังท่าร่างและศาสตราเทพบนมือ พุ่งเข้ารับมือกับการร่ายรำของดาบใหญ่ทั้งสอง ปะทะหนึ่งคราเวทีก็สั่นะเืหนึ่งครา แสงสะท้อนของปราณสองขั้วทบทวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฮ่าวเทียนยิ่งกัดฟันสู้ต่อ พลันประกบแขนสองข้างเข้าด้วยกัน ะโขึ้นสูง ก่อนจะคำรามออก
“ แสง์ถล่มปฐี! ” สองมือประสานทุบทำลายลงมายังพื้น ด้านหลังกอรปไปด้วยรัศมีปราณสีทองเจิดจ้าสุดหยั่ง ภาพนี้ทำเอาเหล่าศิษย์มองดูตัวตนของผู้สืบทอดแห่งแสงด้วยความนับถือ เฉินเฟ่ยต้านรับไว้ด้วยสองดาบอย่างทุลักทุเลก่อนจะถอยร่นไป
“ อั่ก...ศิษย์น้องอยู่ในปราณก่อตั้งขั้นแรก ทุบทำลายข้าที่กำลังเข้าสู่หลอมรวมลมปราณได้เพียงนี้ ช่างน่าพิศวงนัก! ” ก่อนมันจะถอยไปชิดขอบเวที เค้นเอาปราณสีเขียวเข้มลึกล้ำออกมาและะโลั่น
“ กำเนิดกำลัง์ : พิภพแยกเงา! ”
ร่างของเฉินเฟ่ยยิ่งนานยิ่งสั่นเทิ้ม หยิบยกเอาสองดาบขึ้นมา ก่อนปรากฏเงาร่างของอสูรตัวใหญ่ขึ้น้ามัน ดวงจิตอสูรสะท้านปฐี ถือดาบใหญ่นั้นอีกสองเล่มอยู่บนกายมัน ยามนี้ฮ่าวเทียนต้องรับมือกับดาบใหญ่ร่ายรำถึงสี่เล่ม ฮ่าวเทียนกล่าว
“ หนึ่งเล่มก็มากพอแล้ว ยามเป็สองร่างข้าแทบจะทรุดลงไปในผืนดิน ยามนี้ปรากฏสี่เล่มทั้งยังปราณเข้มข้นยิ่งกว่า...สมควรแล้วท่านจะอยู่ในลำดับต้นๆของลำดับเทพยุทธ์ ” เด็กหนุ่มกำมือแน่นก่อนจะส่งเสียงหาเทียนอวิ๋นผ่านจิต
“ ท่านอาจารย์ ข้าไม่อาจรับมือเขาจริงๆ จำต้องปลดผนึกโลหิตธาตุตอนนี้แล้ว ” เทียนอวิ๋นถอนหายใจก่อนตอบกลับ
“ เ้าจะพ่ายไม่ได้เด็ดขาด หากชนะครานี้เ้าจะผ่านเข้าสู่รอบ 4 คนสุดท้ายทันที ประลองอีกคราก็ได้ลุ้นอันดับสามแล้ว แพ้คือคัดออก ทำให้เต็มที่ ” ฮ่าวเทียนได้ยินดังนั้นพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที หากผิดพลาดไปบ้าง เฉินเฟ่ยไม่ได้ใช้ท่วงท่าร่ายรำออก เพียงง้างแขนทั้งสี่กดทับดาบใหญ่ลงมาดื้อๆ ฮ่าวเทียนพลิกตัวต้านรับด้วยเกราะกังวาลแสงทันที
ตูม!! เวทีที่ห่อหุ้มด้วยเกราะปราณเกิดรอยร้าวไปทั่ว เช่นเดียวกับเกราะกังวาลแสงที่ค่อยๆแตกร่น ฮ่าวเทียนรับดาบทั้งสี่ด้วยกำลังทั้งมวล จนเข่าทรุดสองเท้าจมลงบนพื้น เืไหลจากการาเ็ภายในมากขึ้น ไม่อาจทานทนอีกต่อไป ภาพนี้ทำให้ผู้ชมส่งเสียงซี้ดซ้าดด้วยความกังวล เสียงร้องะโชื่อของฮ่าวเทียนดังขึ้นจากทุกที่ ทันใดนั้นเองร่างของฮ่าวเทียนเกิดะเิขึ้น ประกายแสงสีทองพุ่งกระจายออกทุกทิศทางครอบลุมทั้งเวที กระทั่งอากาศยังตลบอบอวลไปด้วยแสงอบอุ่นสีทองหมุนวนเชื่องช้า ก่อนทั้งหมดนั้นจะกลับเข้ามารวมที่ร่างของเด็กหนุ่ม ภายในดวงจิต ัประกายแสงลืมตาตื่นพุ่งทะยานออกมาสู่ภายนอก ยามนี้ร่างเงาของัประกายแสงตระหง่านชัดเจนต่อหน้าทุกคน ะเิปราณยามนี้ทำให้ผิวกายของเด็กหนุ่มคล้ายทองคำเรืองรองเปล่งรัศมีกดดันเกินบรรยาย ดาบทั้งสี่ของเฉินเฟ่ยปลิวหลุดมือไปถึงสอง ทั้งสองมือของเขาปรากฏรอยเืฉีกขาดยาวไปจนข้อศอก ก่อนฮ่าวเทียนจะคำรามก้องคล้ายสั่งให้ัประกายแสงพุ่งทะยานก่อนจะกลับเข้าสู่ศาตราเทพในมือมัน กล่าวด้วยเสียงต่ำหนักแน่น
“ เคล็ดแสง์แท้จริง : ปลดผนึกแสง์เก้าชั้นฟ้า!”
จบตอน
***จากใจผู้แต่ง****
ทุเรียนขอบพระคุณทุกท่านที่สนใจติดตามนวนิยายของทุเรียนมากนะ ไม่คิดว่าจะมีคนติดตามมากขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ สำหรับทุเรียนยอดติดตามแค่10 – 100 คนนี่คือที่สุดแล้ว ตอนนี้เป็สองสามเท่าตัว ซาบซึ้งใจมากจริงๆ ทุเรียนเป็นักเขียนบทความและบล็อกเกอร์ในเงามืดตัวเล็กๆมานาน เพิ่งจะนึกสนุกแต่งนิยายด้วยตัวเอง สำหรับ ตำนานเทพอสูรสยบฟ้า วางเค้าโครงไว้มากกว่า 1000 ตอนไปแล้ว และจะพยายามคงความสม่ำเสมอในการอัพเดททุกๆวันนะคะ สุดท้าย
ติดตามเื่ราวและการอัพเดทของนวนิยายเื่นี้ที่ได้อีกช่องทางที่ : www.facebook.com/legendofdevilgodsNovel/