จินหันกลับไปมองยังสนามรบที่กำลังปะทุขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่น
จินพุ่งตัวออกจากโรงแรม มุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก เขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ปะปนไปกับฝูงชนที่กำลังแตกตื่นและทหารที่รีบเร่งเข้าประจำตำแหน่ง เขาหลีกเลี่ยงการใช้พลังที่โดดเด่นเกินไป โดยอาศัยความคล่องแคล่วและพรางตัวในเงามืด
เมื่อมาถึงแนวหน้าของการปะทะ จินตัดสินใจเข้าร่วมการต่อสู้ทันที
จินเลือกที่จะไปประจำในจุดที่มีทหารและนักเวทระดับล่างกำลังรับมือกับอสูรขนาดเล็กถึงกลาง ที่พยายามปีนป่ายกำแพงและแทรกซึมเข้ามาในเมือง เขาหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับอสูรตัวใหญ่หรือการใช้เวทมนตร์ที่รุนแรงเกินไป
เวทวารี ศรวารี
จินร่ายเวทด้วยการเคลื่อนไหวมือเพียงเล็กน้อย พลังมานาธาตุน้ำพุ่งออกจากปลายนิ้วราวกับสายน้ำที่ถูกบีบอัด
ลูกศรน้ำคมกริบพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา ทะลุเข้าใส่ดวงตาของอสูรตัวเล็กที่กำลังจะะโข้ามกำแพง อสูรตัวนั้นมีิัสีเขียวขรุขระและฟันแหลมคม เสียงกรีดร้องของอสูรดังขึ้นก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงไปเบื้องล่าง
“ระวัง!” เสียงะโของทหารนายหนึ่งดังขึ้น
อสูรอีกตัวที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากด้านข้าง เตรียมจะโจมตีทหารที่ไม่ทันระวังตัว กรงเล็บของมันแหลมคมราวกับมีด
เวทวารี โล่วารี
ม่านน้ำใสขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ปกป้องทหารนายนั้นไว้ได้อย่างฉิวเฉียด กรงเล็บของอสูรปะทะเข้ากับโล่น้ำ เสียงดัง "ฟาด!" และกระแสมานาก็แตกกระจาย ก่อนที่โล่จะสลายไป
ทหารนายนั้นมองจินด้วยความประหลาดใจและขอบคุณ “ขอบคุณมาก พ่อหนุ่ม!”
จินเพียงพยักหน้ารับ ความรู้สึกพอใจเล็กน้อยแผ่ซ่านในใจที่ได้ช่วยเหลือ เขาไม่้าคำสรรเสริญหรือความสนใจใดๆ สิ่งที่เขาทำคือการใช้เวทธาตุน้ำพื้นฐานและทักษะที่เรียนรู้มา เพื่อช่วยเหลือเท่าที่จำเป็
จินเคลื่อนไหวไปตามแนวรบอย่างชาญฉลาด เขาใช้เวทน้ำหลากหลายรูปแบบ ทั้งการโจมตีและการป้องกัน
เวทวารี คลื่นวารีพัดกระหน่ำ!
คลื่นน้ำขนาดเล็กพุ่งเข้าซัดอสูรที่กระจุกตัว ทำให้พวกมันเสียหลัก และเปิดโอกาสให้ทหารเข้าโจมตี
เวทวารี พันธนาการวารี
สายน้ำบางๆพันธนาการขาของอสูรตัวหนึ่งไว้ ทำให้มันล้มลงและถูกทหารรายล้อมเข้าจัดการ
เวทวารี ะุวารี
จินยิงะุน้ำที่มีแรงดันสูง พุ่งทะลุเกราะบางๆของอสูรบางตัวอย่างแม่นยำ
จินไม่ได้เข้าไปในจุดที่มีการปะทะของยอดฝีมือระดับจอมเวท แต่เขาคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆโดยใช้เวทธาตุน้ำที่ทรงพลังเกินกว่าระดับปกติของเขาเพื่อจัดการกับอสูรที่เล็ดลอดเข้ามา หรืออสูรที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
เขาเห็นองค์ชายซีริอุส ศาสตราจารย์เอลาริส และท่านอิสคาร์ เปล่งพลังเวทใส่จ่าฝูงอสูรตัวมหึมาอย่างต่อเนื่อง การปะทะกันของพลังเวทและออร่าที่รุนแรงทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็โซนอันตราย
จินยังคงเก็บพลังธาตุมืดไว้ เขาไม่้าให้ใครล่วงรู้ถึงความสามารถที่ซ่อนอยู่ของเขา การใช้ธาตุน้ำเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความแตกต่างในระดับนี้
‘ต้องช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้’ จินย้ำกับตัวเอง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กองทัพอสูรยังคงถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่ด้วยความร่วมมือของเหล่านักรบและนักเวท ทำให้เมืองเทอร์วายังคงยืนหยัดต้านทานการรุกรานได้
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดนานหลายชั่วโมง กำแพงเมืองเทอร์วาเต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายจากคมเขี้ยวและกรงเล็บของเหล่าอสูร เสียงคำรามของพวกมันยังคงกึกก้อง แต่ความรุนแรงของการโจมตีเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด
อสูรระดับต่ำจำนวนมหาศาลที่พยายามพังประตูและปีนกำแพง ถูกจัดการไปจำนวนมาก กองทัพอสูรเริ่มถอยร่นออกไป เหลือเพียงการปะทะกันในระดับสูงระหว่างจอมเวทผู้ทรงอำนาจกับจ่าฝูงอสูรตัวมหึมา
ขณะที่จินกำลังเคลื่อนตัวออกจากแนวหน้า เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“พ่อหนุ่ม! รอเดี๋ยว!”
จินหันไปมอง เห็นทหารหลายนายที่เขาเคยช่วยเหลือไว้กำลังเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตาฉายชัดถึงความเคารพ
“ข้า… ข้าต้องขอบคุณเ้ามากจริงๆ” ทหารนายหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ถ้าไม่ได้เ้าช่วยไว้ ข้าคงถูกอสูรตัวนั้นฉีกเป็ชิ้นๆไปแล้ว”
“ใช่! พวกเราทุกคนเป็หนี้ชีวิตเ้า” ทหารอีกคนเสริม
จินเพียงพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอก นี่เป็หน้าที่ของทุกคน” เขาตอบสั้นๆ ไม่้าดึงดูดความสนใจมากนัก
“เ้าแตกต่างออกไปจริงๆ” นายทหารที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่มกล่าว “เ้าใช้เวทมนตร์ได้อย่างชำนาญและมีประสิทธิภาพมาก ข้าไม่เคยเห็นใครควบคุมธาตุน้ำได้ถึงขนาดนี้มาก่อน”
จินยิ้มบางๆ พยายามทำตัวให้ดูเป็ธรรมชาติที่สุด “ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่ข้าทำได้”
พวกทหารพยายามจะถามชื่อเขา หรือว่าเขามาจากไหน แต่จินก็เลี่ยงที่จะตอบ โดยกล่าวว่าเขาต้องรีบไปรวมกับกลุ่มเพื่อนของเขาที่กำลังช่วยด้านอื่นอยู่ ก่อนจะค่อยๆถอยห่างออกมาจากกลุ่มทหารเ่าั้อย่างเงียบๆ
เมื่อพ้นจากสายตาของพวกทหาร จินก็หาตำแหน่งที่เหมาะสมบนกำแพงเมืองที่ปลอดภัย เพื่อเฝ้ามองการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้า
เบื้องล่างนั้น คือสมรภูมิของยอดฝีมือ
องค์ชายซีริอุสยังคงพุ่งเข้าโจมตีด้วยดาบเวทมนตร์สีฟ้าคราม พลังออร่าของเขาแผ่กระจายอย่างน่าเกรงขาม
ศาสตราจารย์เอลาริสปล่อยสายฟ้าขนาดใหญ่ลงมาจากฟากฟ้า ผ่าร่างจ่าฝูงอสูรซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผู้าุโอิสคาร์ใช้เวทมนตร์โบราณที่ซับซ้อน สร้างกำแพงพลังงานและปล่อยลูกศรเวทสีเขียวเข้าโจมตีอย่างแม่นยำ
จ่าฝูงอสูรที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่เป็อสูรขนาดมหึมา ร่างกายปกคลุมด้วยเกราะหนาดุจหินผา มีเขาแหลมคม และดวงตาสีแดงฉาน มันคำรามก้องฟ้า ปล่อยคลื่นพลังงานสีดำเข้าปะทะกับเวทมนตร์ของเหล่าจอมเวทอย่างดุเดือด
จินััได้ถึงพลังงานของอสูรตัวนี้ที่แผ่ออกมา มันไม่ใช่อสูรธรรมดาๆ แต่น่าจะเป็จอมอสูรขั้นสูงที่มีดัชนีพลังแข็งแกร่งที่สุดในระดับพลังเดียวกัน ซึ่งเป็ระดับที่ยากจะรับมือได้ แม้แต่สำหรับกลุ่มยอดฝีมือเหล่านี้
อสูรที่มีพลังถึงจอมอสูรขั้นสูงหรือระดับ 7 ขึ้นไปจะเบิกสติปัญญามีความคิดไม่ต่างมนุษย์ เมื่อมาถึงระดับนี้พลังของมันจะพัฒนาขึ้นอย่างมาก รวมถึงสื่อสารเป็ภาษามนุษย์ได้อีกด้วย
‘ดูเหมือนพวกเขาก็เหนื่อยล้าไม่น้อย’ จินสังเกตเห็นว่าการโจมตีขององค์ชายและจอมเวททั้งสองเริ่มมีช่องโหว่เล็กน้อย ซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาใช้พลังไปมากแล้ว
จินยังคงเก็บพลังไว้ และอควาก็ยังคงซ่อนตัวอยู่ใต้เงาของเขา เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะเข้าไปแทรกแซงอย่างเต็มตัว สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากผลึกแห่งความทรงจำทำให้เขาระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น
จินเฝ้าดูการต่อสู้ รอคอย่เวลาที่เหมาะสม หากสถานการณ์เลวร้ายลง เขาอาจจะต้องตัดสินใจทำสิ่งที่ใหญ่กว่าการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ และอาจต้องเปิดเผยพลังที่แท้จริงของเขา
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ออร่าพลังเวทปะทะกับพลังทมิฬของอสูรจนท้องฟ้าเหนือเมืองเทอร์วาแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานจากเวทไฟ และสีดำทะมึนจากพลังอสูร จ่าฝูงอสูรตัวมหึมายังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง แม้จะได้รับาแนับไม่ถ้วนจากยอดฝีมือทั้งสาม
องค์ชายซีริอุส หอบหายใจหนัก ร่างกายของเขามีาแจากการปะทะโดยตรงกับอสูรหลายครั้ง แต่ดวงตาของเขายังคงมุ่งมั่น ดาบเวทมนตร์สีฟ้าครามในมือส่องแสงริบหรี่ลง บ่งบอกว่าพลังของเขากำลังจะหมดลงเต็มที
อัศวินราชันย์ คมดาบแห่งแสงสลาย!
องค์ชายคำราม พุ่งเข้าใส่จ่าฝูงอสูรอย่างบ้าคลั่ง หวังจะปิดฉากการต่อสู้ด้วยพลังเฮือกสุดท้าย
แต่จ่าฝูงอสูรกลับตอบโต้ด้วยความเร็วที่เหนือคาด ร่างกายมันบิดเบี้ยว ดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายชั่วร้าย
พยัคฆ์ทมิฬ กรงเล็บแห่งหายนะ
กรงเล็บขนาดมหึมาของอสูรฟาดเข้าใส่ร่างขององค์ชายอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะหลบพ้น!
“องค์ชาย!” หัวหน้าองครักษ์ ที่กำลังต่อสู้อยู่กับอสูรอีกตัวใกล้ๆะโลั่น เขาละทิ้งการต่อสู้ของตน พุ่งทะยานเข้ามารับการโจมตีแทนองค์ชายในเสี้ยววินาที
ฉัวะ!
เสียงเนื้อฉีกขาดดังสนั่น หัวหน้าองครักษ์รับคมกรงเล็บเต็มๆ ร่างของเขากระเด็นออกไปกระแทกกำแพงอย่างแรง เืสดๆไหลอาบเกราะเหล็กแน่นิ่งไป ทว่าเขาก็สามารถป้องกันองค์ชายได้สำเร็จ
“เออมา!” องค์ชายซีริอุสคำรามด้วยความเ็ปและโกรธเกรี้ยว เขามองไปยังร่างขององครักษ์ที่นอนแน่นิ่งด้วยความรู้สึกผิดบาป
มหาเวทอัศนี พายุอสุนีบาต
อาจารย์ใหญ่เอลาริสะโลั่น ใบหน้าซีดเผือดจากการใช้พลังมหาศาล
เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นเหนือจ่าฝูงอสูรในพริบตา สายฟ้าสีขาวสว่างวาบนับร้อยเส้นฟาดลงมาราวกับหอกแห่งเทพเ้า ผ่าร่างของอสูรตัวมหึมาอย่างไม่ปรานี เสียงคำรามด้วยความเ็ปของอสูรดังลั่นไปทั่วบริเวณ ร่างของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
มหาเวทโบราณ รากไม้ทมิฬพันธนาการ
ผู้าุโอิสคาร์ไม่รอช้า
รากไม้สีดำขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน นับร้อยนับพันเส้น โอบรัดร่างของจ่าฝูงอสูรอย่างแ่า ตรึงมันไว้กับที่ไม่ให้ขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย
อสูรคำรามด้วยความบ้าคลั่ง พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่พันธนาการของรากไม้นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะหลุดพ้น
ศาสตราจารย์เอลาริสและผู้าุโอิสคาร์ต่างก็ทรุดลง ใบหน้าของพวกเขาซีดขาวราวกับกระดาษ พลังมานาในร่างกายร่อยหรอจนเกือบหมดสิ้น พวกเขามองดูจ่าฝูงอสูรที่ถูกตรึงไว้ด้วยสายตาที่เหนื่อยล้า แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น
จ่าฝูงอสูรได้รับาเ็สาหัสจากการโจมตีของยอดฝีมือทั้งสอง ร่างกายของมันเต็มไปด้วยรอยไหม้จากสายฟ้า และถูกรากไม้ทมิฬบาดลึกจนเืสีดำไหลอาบ แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่ตาย! พลังชีวิตของอสูรนั้นน่าเหลือเชื่อ
“มัน… มันยังไม่ตาย!” องค์ชายซีริอุสกัดฟันกรอด พยายามพยุงตัวเองขึ้นยืน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
จินที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ห่างๆ เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขาเห็นความกล้าหาญขององค์ชายซีริอุส การเสียสละของหัวหน้าองครักษ์ และพลังอันยิ่งใหญ่ของศาสตราจารย์เอลาริสและท่านผู้าุโอิสคาร์ ที่ผลักดันตัวเองจนถึงขีดสุดเพื่อต่อกรกับจ่าฝูงอสูรตัวนั้น
‘พวกเขาทำได้ดีที่สุดแล้ว แต่พลังของจ่าฝูงอสูรนั่น… มันแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ’ จินคิด
อสูรระดับต่ำถูกจัดการจนเกือบหมด เหลือเพียงการต่อสู้ของยอดฝีมือที่กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด จินถูกทหารหลายคนที่เขาช่วยเหลือไว้ในตอนแรกมองด้วยความเคารพและขอบคุณ แต่เขาก็ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อยและหลบเลี่ยงสายตาเ่าั้