บทที่ 17
ในอีกด้านหนึ่ง...“นักลงทุนจากประเทศไทยรายหนึ่ง เพิ่งจะทำการถอนการลงทุนในกองทุนของเราไปเมื่อ 30 นาทีก่อน ด้วยเม็ดเงินจำนวน 1 พันล้านหยวนนี้ถึงมันจะไม่ได้มาก แต่มันก็ถือว่าเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดครับท่านประธาน..” การรายงานของเลขาคนสนิทที่ทำงานกับฟ่อเคอ ชายคนนี้มีนามว่า ‘เฟยหลง’ กองทุนเอเชียดราก้อนเป็นของตระกูลหลินที่เอาไว้ใช้ลงทุนในด้านต่างๆ ด้วยชื่อเสียงของตระกูลหลิน และความสามารถของพวกเขา ทำให้กองทุนนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่รายงานเมื่อสักครู่ เงินจำนวน 1 พันล้านหยวนไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ และมันอาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในด้านความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นในกองทุน“หือ.. นักลงทุนคนนี้เพิ่งจะลงเงินทุนไปเมื่อวานก่อนเองไม่ใช่หรือ ทำไมวันนี้เขาถึงได้เปลี่ยนไป ไม่พอเขายังยอมที่จะขาดทุนด้วยเงินจำนวนกว่า 20 กว่าล้านหยวน กองทุนของเรามีปัญหาอะไรหรือเปล่า”ฟ่อเคอไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น สำหรับการลงกองทุนส่วนใหญ่แล้ว มันควรจะลงทุนแบบระยะยาวตามโครงการต่างๆที่ตัวกองทุนตั้งขึ้น ดังนั้นนักลงทุนจะทราบดีอยู่แล้วว่ามันต้องใช้เวลาถึงจะได้รับผลตอบแทนกลับมา และปัญหามันก็คงอยู่ที่ตัวของกองทุนเองนั่นแหละที่ขาดความน่าเชื่อถือ มันถึงได้เป็นอย่างนี้“เอ๊ะ!!.. อะไร!! เกิดอะไรขึ้น!!..” จู่ๆเฟยหลงก็ทำตาโตด้วยความตกใจ เขาอดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ เพราะหน้าจอของเขากำลังแสดงอะไรบางอย่างที่มันน่าจะเป็นเรื่องที่ผิดพลาด“ทำไมหรือ มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่า..” ฟ่อเคอก็แอบประหลาดใจเช่นกัน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเลขาผู้ช่วยเขาแสดงอาการอย่างนี้เลยสักครั้ง“ท่านประธาน..เห้อ.. เชิญท่านชมด้วยตาของตัวเองเถอะครับ..” เฟยหลงจิ้มต่อภาพขึ้นจอขนาดใหญ่ ให้ท่านประธานของเขาได้รับชม แน่นอนว่ามันเป็นตัวเลขของนักลงทุนที่กำลังทยอยถอนกองทุนออกไปเรื่อยๆ และมันหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์แล้วจากเดิมเมื่อ 30 นาทีก่อน“เกิดอะไรขึ้น!! ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ฟ่อเคอเริ่มที่จะไม่พอใจขึ้นมาแล้ว เขาไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ตรงหน้ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือมีใครบางคนกำลังโจมตีธุรกิจเขาอยู่ ใบหน้าของเขาเวลานี้บอกได้คำเดียวว่ามันดูสับสนเป็นอย่างยิ่ง“ปึ่ง!!...ขอโทษค่ะท่านประธาน..” จู่หญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในชุดการทำงานสำนักงานเลขาเปิดประตูเข้ามาด้วยความตกใจ เหงื่อของเธอไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวว่ามันมาตอนไหน“ไม่เห็นหรือยังไงว่าฉันกำลังประชุมอยู่!!..” ฟ่อเคอที่อารมณ์ไม่ดีสุดๆก็เริ่มพาลไปทั่ว“ใจเย็นก่อนนะครับท่านประธาน.. อะ เธอมีอะไรด่วนก็รีบกล่าวออกมา ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนก็คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น..” เฟยหลงที่แม้จะตกใจ แต่เขาก็ยังสามารถประคองสติให้กลับมาสงบได้ในเวลาไม่นาน“คือว่า.. ผู้ถือหุ้นของเราหลายคน ตอนนี้ต่างก็กำลังโทรเข้ามาสอบถามทางเราว่า ‘มันเกิดอะไรขึ้น!! ทำไมพวกคุณยังทำงานห่วยแตกกันขนาดนี้ ไปมีเรื่องกับคุณเทียนหลงได้อย่างไร ถ้าไม่รีบแก้ไข ฉันจะถอนหุ้นออกจากทั้งกองทุน และหุ้นของบริษัทนี้ทั้งหมด’ พวกเขาว่ากันอย่างนั้นค่ะ และทุกคนที่โทรเข้ามาก็พูดคล้ายๆกันทั้งหมด” หญิงสาวรายงานตามสิ่งที่เธอได้รับฟังมาอย่างชัดเจนทุกคำ แน่นอนว่าใบหน้าของทั้งฟ่อเคอ และเฟยหลงต่างก็มึนงง หลังจากที่ได้ยินประโยคดังกล่าว เขาไม่รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องอย่างนี้ได้อย่างไร ในขณะที่อยู่ในภวังค์เสียงโทรศัพท์ของฟ่อเคอก็ดังขึ้น เขามองดูเล็กน้อยมันเป็นเบอร์ของลูกสาวสุดที่รักของเขาเอง“พ่อ!! พ่อทำอะไรลงไป ไปทำให้คุณเทียนหลงไม่พอใจเรื่องอะไรกัน ทำไมเขาถึงประกาศสงครามกับตระกูลของเราอย่างนี้..” หลินฟางเออเริ่มพูดทันทีผสมกับความโกรธนิดๆที่มันมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น“พ่อยังไม่ได้ทำอะไรเลย ยังนั่งอยู่ในห้องประชุมตั้งแต่เมื่อวาน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ” ฟ่อเคอกล่าวตามความจริง ตัวเขายังไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่เมื่อวาน บ้านก็ยังไม่ได้กลับ แล้วเขาจะไปสร้างปัญหากับคนอย่างเทียนหลงได้อย่างไร ใครๆก็รู้ว่าคุณเทียนหลงถือว่าเป็นคนที่มีพระคุณต่อเขาเสียด้วยซ้ำ“พ่อไม่ได้ทำ? แล้วทำไมเขาถึงติดประกาศในดันเจี้ยนทุกดันเจี้ยนอย่างนี้ล่ะคะ..” หลินฟางตอบ“เขาติดประกาศที่ดันเจี้ยน?.. เขาติดประกาศว่าอะไร?...” ฟ่อเคอถามพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวๆ“พ่อไม่รู้? หนูจะบอกให้ก็ได้ เขาติดประกาศว่า....” หลินฟางมองไปที่ป้ายประกาศที่ตอนนี้มีหลายคนให้ความสนใจกับมัน และเธอกำลังยืนอ่านให้กับพ่อของตัวเองฟังทางโทรศัพท์ หัวข้อ : การประกาศสงครามเนื้อความ : ‘นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าทางใดทางหนึ่งกับตระกูลหลิน แม้จะมีหุ้นอยู่เพียงครึ่งตัวในเครือตระกูลหลิน ทำงาน ทำธุรกิจร่วมกับพวกเขา .. จะไม่สามารถซื้อขายสินค้าของเราได้ จนกว่าจะมีการแก้ไข’ลงชื่อผู้ประกาศ : ฮันเตอร์ – เทียนหลง “นี่คือทั้งหมดในใบประกาศ นอกจากนี้เขายังลงสินค้าประมูลอีกหลายชิ้น แน่นอนว่ามันเป็นสินค้าระดับสูง” หลินฟางกล่าวให้กับบิดาฟัง“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น เราไม่เคยสร้างปัญหาให้กับเขาเลย.. แล้วทำไมเขาถึงได้..” ฟ่อเคอกล่าว“ไม่รู้แหละคุณพ่อต้องรีบจัดการเดี๋ยวนี้ เขาเป็นผู้มีพระคุณของหนู หนูยังไม่ทันได้ตอบแทนน้ำใจของเขาเลยก็ดันมีปัญหากับเขาเสียแล้ว ถ้าพ่อไม่สามารถจัดการเองได้ หนูจะทำทุกอย่างเพื่อหาตัวเขาให้พบเอง.. แค่นี้นะคะ” หลินฟางกล่าวพร้อมกับกดตัดสายไป เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความผิดของพ่อเธอ แต่เพื่อกดดันให้พ่อเร่งจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังเท่านั้นเอง“ฟางเออ!! ฟางเออ!!.. ตึงงง!! ได้ยินแล้วนี่ มีใครบางคนในตระกูลหลินของข้าทำให้คุณเทียนหลงไม่พอใจ ไปลากตัวมันมาเดี๋ยวนี้…” ฟ่อเคอทุบโต๊ะด้วยมือถือจนมันแหลกคามือของเขา ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบอีกครั้ง“ท่านประธาน คุณไม่ควรเสียสติปัญญาไปในเวลาแบบนี้.. อย่างน้อยเราก็มีเบาะแสอยู่หนึ่งอย่างนะครับ” เฟยหลงกล่าวออกมา เขาเองก็ได้ยินสิ่งที่คุณหนูกล่าวออกมาเช่นกัน และเขาก็เริ่มวิเคราะห์ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด และเขาก็ต้องเอะใจกับข้อมูลก่อนหน้านี่“เบาะแส.. แบะแสอะไร..” ฟ่อเคอที่ได้ยินเฟยหลงกล่าวก็หันมาถาม“จากข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ท่านได้อ่านไป ผมคิดว่ามันมีเรื่องให้ประหลาดใจอยู่พอสมควร นักลงทุนชาวไทยที่เพิ่งจะถอนหุ้นก่อนหน้านี้ที่ยอมขายกองทุนแบบขาดทุนไปน่ะครับ..” เฟยหลงกล่าว“แล้วมันน่าประหลาดยังไง ก็เห็นๆอยู่ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ไม่แปลกที่เขาจะถอนตัวออกไป” ฟ่อเคอที่ทั้งล้าจากการทำงาน และความเครียดสะสมจนมาถึงตอนนี้ ทำให้กระบวนความคิดของเขาลดน้อยลงไปหลายเท่าตัว เฟยหลงยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับฟ่อเคอ“ถ้าท่านสังเกตดีๆ จะพบว่านักลงทุนหลายคนเริ่มถอนหุ้นออกจากกองทุน และหุ้นบริษัทในเครือเดียวกันในเวลานี้.. ส่วนนักลงทุนชาวไทยคนนี้กลับถอนกองทุนก่อนหน้าไปช่วงหนึ่งก่อนแล้ว.. นั่นก็แปลว่านักลงทุนคนนั้นรู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น และมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะรู้จักกับคุณเทียนหลงครับ” เฟยหลงกล่าวตามที่ตัวเองสันนิษฐานออกมา“อื้ม.. จริงอย่างที่เจ้าพูด.. ชายคนนี้อาศัยอยู่เมืองเดียวกันกับคุณเทียนหลง รีบหาทางติดต่อเขาเร็วเข้า” ฟ่อเคอกล่าวสั่งในทันที..