เช้านี้ลมเลตื่นมาในเวลาปกติตั้งใจว่าจะไปหากาแฟดื่มสักแก้วแต่เมื่อผ่านห้องครัวก็เห็นรักกำลังทำอาหารเช้าอยู่ เป็เื่ปกติที่รักจะตื่นแต่เช้ามาทำอาหารแบบนี้แต่วันนี้ลมเลกลับรู้สึกไม่ปกติตอนจะก้าวเท้าเข้าไปหาอีกคนเื่เมื่อคืนกลับย้อนขึ้นมากวนใจ ยอมรับเลยว่าลมเลว้าวุ่นใจมากที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำให้เขาวุ่นวายและกังวลใจได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย ลมเลเองก็ไม่เข้าใจว่าเป็เพราะอะไร
“โอ๊ย!”
เสียงร้องที่ดังจากในครัวทำให้ลมเลต้องละทิ้งความคิดรีบเดินไปดูรักทันที และเมื่อไปถึงก็พบว่านิ้วขาวมีเืสีแดงไหลออกมาคงเพราะหั่นผักพลาดไปโดน
“ไปล้างแผลก่อน”ลมเลจับมือที่เป็แผลขึ้นดูก่อนจะพารักไปที่อ้างเปิดน้ำล้างแผลให้เสร็จก็เดินจูงมืออีกคนไปที่โซฟาโดยที่ไม่ให้โอกาสหญิงสาวได้พูดค้านอะไรเลย แผลไม่ได้ใหญ่อะไรมากแท้ๆ รักคิด
“เดี๋ยวฉันไปเอากล่องพยาบาลแปบหนึ่ง”
“เอ่อ” รักจะเอ่ยค้านแต่อีกคนกลับไม่ฟังอะไรเลย เธอแค่จะบอกว่าเธอไม่ได้เป็อะไรมากแท้ๆ แต่อีกคนกลับทำท่าทีเป็ห่วงเป็ใยทำอย่างกับเธอเจ็บสาหัสทั้งที่ก็แค่แผลมีดบาดเล็กนิดเดียว ซึ่งรักรู้ดีว่าที่ตนเองได้แผลก็เพราะมัวแต่คิดถึงเื่ลมเลทำให้ไม่มีสมาธิ
“เอามือมาฉันทำแผลให้” รักก็ว่าง่ายทำตามที่ลมเลบอกทุกอย่างเพราะสีหน้าเป็ห่วงของลมเลนั้นทำให้รักไม่กล้าปฏิเสธมัน แต่จริงๆ แล้วเธอรู้ดีว่ามันเป็เพราะใจของเธอเองที่ไม่อยากปฏิเสธยิ่งเห็นอีกคนเป็ห่วงก็ยิ่งอยากกอบโกยความรู้สึกดีนี้ไว้ให้มากที่สุด เธอไม่รู้หรอกว่าที่ลมเลแสดงออกมานั้นเพราะอะไรกันแน่อาจจะเป็แค่เ้านายห่วงลูกน้องแต่เธอก็เต็มใจจะยอมรับความห่วงใยนี้แม้จะไม่ใช่ความรู้สึกที่เธอหวังก็ตาม
“ขอบคุณค่ะ” รักบอกเบาๆ เมื่อลมเลแปะพลาสเตอร์ยาให้เสร็จ
“ไม่เป็ไร ทีหลังก็ระวัง อย่าทำให้ฉันเป็ห่วง” ลมเลบอกไปด้วยสีหน้าห่วงใจจากใจจริงๆ ทำเอารักรู้สึกสับสนไปหมดว่าตกลงแล้วลมเลคิดหรือรู้สึกยังไงกันแน่เพราะการกระทำบางครั้งมันก็ทำให้เธอแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าลมเลก็รู้สึกดีกับตนเอง แต่บางครั้งก็ทำราวกับไม่ได้รู้สึกอะไร เธออยากบอกลมเลเหลือเกิน ‘หากคุณไม่คิดอะไรอย่าทำให้ฉันคิดไปไกลและหวังไปมากกว่านี้เลย’ แต่เธอก็ทำได้แค่คิด
“เอ่อ ฉันขอไปทำอาหารต่อนะคะ” ว่าจบรักก็รีบลุกขึ้นทันทีไม่อยากอยู่ตรงนี้ให้รู้สึกว้าวุ่นใจไปมากกว่านี้
“ที่บอกว่าเป็ห่วงฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ” ลมเลพูดขึ้นขณะรักกำลังเดินออกไป รักทำเพียงหยุดฟังแล้วก็เดินต่อไปทำให้ลมเลไม่เห็นว่ารักทำสีหน้าอย่างไร ลมเลแค่้าย้ำให้อีกคนรู้ว่าเขาเป็ห่วงจริงๆ ลมเลไม่สบายใจเลยที่เห็นรักเอาแต่ทำหน้าหม่นหมองและยิ่งสาเหตุเป็เพราะตัวเขาแล้วยิ่งไม่สบายใจเข้าไปใหญ่ ตอนนี้ก็มาคิดวุ่นวายอีกว่าจะตามเข้าไปช่วยรักในครัวดีหรือเปล่า ถ้าเข้าไปแล้วจะทำอะไรยังไงดี เห้ออออ ชีวิตไอ้ลมจะมีรักทั้งทีทำไมวุ่นจังว่ะ ลมเลคิด จนแล้วจนรอดก็ตัดสินใจเดินตามหญิงสาวเข้าครัวไปก็ในเมื่อ เมื่อคืนเขาตัดสินใจแล้วว่าจะรุกก็ต้องรุกให้มันสุดๆ
‘เอาว่ะเป็ไงเป็กัน’ บอกกับตัวเองก่อนจะเดินตามอีกคนไป
เมื่อเข้ามาในครัวก็เห็นรักกำลังจะเอาผักไปล้างเลยอาสาไปทำแทนให้เพราะกลัวแผลอีกคนโดนน้ำ รักดูงงๆ ว่าอยู่ดีๆ ลมเลเข้ามาช่วยในครัวทำไมปกติเคยมีที่ไหนกัน
“ฉันทำเองได้ค่ะ” รักบอก
“ไม่ได้ มือเธอเป็แผลอยู่”
“แผลแค่นี้เองค่ะ” รักยังคงเถียงต่อ
“ไม่ได้คือไม่ได้ อย่าดื้อ” ลมเลาฃว่าอีก จนรักต้องยอมแพ้ หันไปทำอย่างอื่นต่อ
ทั้งสองช่วยกันทำอย่างเงียบๆ มีบ้างที่ลมเลร้องถามว่าต้องทำอะไรอย่างไร ซึ่งไม่ได้ทำให้ทั้งสองรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด รู้สึกดีเสียด้วยซ้ำที่ได้คอยแอบชำเลืองมองกันไปมา พอนึกแล้วก็ตลกดีเหมือนกัน
“ได้เวลาปลุกสองแสบแล้ว” รักร้องขึ้นเมื่อดูนาฬิกาข้อมือ และเตรียมจะไปปลุกเด็กชายทั้งสอง
“เดี๋ยวฉันไปปลุกเองเธอทำต่อเถอะ”
เมื่อได้ยินลมเลบอกแบบนั้นรักก็สนใจทำอาหารตรงหน้าต่อซึ่งใกล้จะเสร็จแล้ว ต้องขอบคุณลมเลที่อุตส่าห์มาช่วยทำให้เสร็จเร็วกว่าปกติเล็กน้อย รักก็พึ่งรู้วันนี้ว่าลมเลก็พอมีทักษะในการทำอาหารอยู่บ้างเพราะทำบ่อยตอนสมัยเรียน
หลังเสร็จมื้อเช้ารักตั้งใจว่าสายๆ จะชวนสองแสบทำขนมไว้ให้น้ำฟ้าที่จะมาในวันนี้ สองแสบพอได้ยินก็ดีใจใหญ่เพราะคิดถึงอาฟ้าคนสวย
“พี่อินทร์ทำคุณทุเรียนให้อาฟ้าได้ไหมครับ” ขุนอินทร์นึกถึงบัวลอยรูปทุเรียนที่เคยทำให้พ่อกิน เลยอยากทำให้อาฟ้าลองชิมดูบ้าง
“น้องจันทร์ก็อยากลองทำคุณเต่าดูบ้าง” ครั้งก่อนคุณกระต่ายครั้งนี้จะเอาคุณเต่าเพราะขุนจันทร์เห็นคุณเต่าในทีวีมันน่ารักดี
“พวกเอ็งช่วยสงสารคนกินหน่อยเถอะ” ลมเลว่าเขายังสยองคุณทุเรียนกับคุณกระต่ายไม่หายเลย
“ต้องสงสารคุณเต่าสิพ่อ คุณเต่าถูกกินน่า” ขุนจันทร์ว่าอย่างใสซื่อ ทำเอาคนเป็พ่อกรอกตาอย่างระอา
“ถ้าอย่างนั้นเราทำเป็อย่างอื่นดีกว่าไหมค่ะ คุณเต่าไม่ถูกกินด้วย” รักเสนอ
“น้องจันทร์ไม่ทำคุณเต่าแล้วก็ได้ครับ”
“แล้วคุณทุเรียนของพี่อินทร์ละ” ขุนอินทร์ยังอยากทำคุณทุเรียนอยู่เลย
“ทำเม็ดทุเรียนพอเอ็งนะ” ลมเลร้องบอกลูกชาย
“เม็ดทุเรียนกินไม่ได้นะพ่ออออ” ขุนอินทร์ท้วง
“นั้นก็ไม่ต้องทำ” ลมเลรีบบอกเพราะกลัวได้กินบัวลอยดิบอีก
“เอาไว้ค่อยทำคุณทุเรียนกับคุณเต่าวันหลังนะคะ วันนี้เราทำบัวลอยสีรุ้งสวยๆ กันดีกว่า ดีไหมค่ะ” รักว่าเป็การสรุปทั้งบอกเมนูที่จะทำวันนี้
“ดีครับบบบบบ” สองแสบร้องรับเสียงดัง คนเป็พ่อต้องสายหน้าให้อย่างหน่ายๆ เบื่อลูกตัวเองผิดไหม
“วันนี้คุณลมเข้าสวนไหมค่ะ” ละจากเด็กๆ หันมาถามคนเป็พ่อ
“ไม่” ลมเลบอก
“ดีเลยค่ะได้อยู่ทำขนมด้วยกัน สองแสบคงดีใจ” รักบอกทั้งยิ้มยินดีสองแสบคงมีความสุขถ้าได้ทำอะไรกับพ่อบ้าง และรักเองก็ดีใจเช่นกัน
ตอนสายรักจัดเตรียมของสำหรับทำขนมโดยมีลูกมือเป็สามพ่อลูก เธอตั้งใจจะทำบัวลอยสีรุ้งฉะนั้นจึงต้องทำแป้งหลายๆ สี โดยเอาสีจากธรรมชาติแทนสีผสมอาหารซึ่งหาได้ง่ายจากรอบๆ บ้าน มีสีเขียวที่เอาจากใบเตย สีน้ำเงินจากอัญชัน สีแดงจากดอกเฟื้องฟ้า สีส้มจากแครอท และสีขาวคือสีของแป้งปกติ
สองแสบสนุกและตื่นเต้นกับการคั่นน้ำจากพืชต่างๆ มาก มีขอลองทำเองรักก็ไม่ห้ามให้เด็กทั้งสองได้ลองทำดูถึงจะพลาดจนทำให้น้ำสีเขียวหกไปจนหมดก็ตาม เดือดร้อนให้ลมเลไปเก็บใบเตยมาทำใหม่อีกรอบ
รักนวดแป้งแบ่งแยกเป็สีๆ ก่อนจะนำออกมาปั้นทีละสี สอนให้สองแสบปั้นเป็ก้อนเล็กๆ เท่าปลายนิ้ว สองแสบก็ทำอย่างตั้งใจคอยวัด คอยเทียบให้แต่ละลูกเท่าๆ กัน ลูกไหนไม่เท่าก็เอามาปั้นใหม่ ถึงจะเสียเวลาไปหน่อยแต่ก็ไม่เป็ไรให้สองแสบได้ค่อยๆ เรียนรู้อย่างเต็มที
“พวกเอ็งมานี้สิ” ลมเลเรียกลูกชายเบาๆ สองแสบหันมองแต่ก็หันไปสนใจปั้นต่อ รักเองก็ตั้งหน้าตั้งตาปั้นไม่ได้สนใจอะไร
“มานี้ก่อนเดี๋ยวเลี้ยงติม” ลมเลเอาของกินมาล่อ เพราะรู้ดีว่าสองแสบไม่ปฏิเสธแน่นอน ไม่เชื่อก็ดูตอนนี้สองแสบเสนอหน้ามาที่เขาเรียบร้อยแล้ว ลูกใครว่ะเห็นแก่กิน
“พ่อทำไร” ขุนอินทร์ถาม
“เอานี้ไปให้อารัก บอกรับของพ่อไปด้วย” ลมเลวางสิ่งที่ตั้งใจทำไว้บนมือขุนจันทร์ เมื่อเด็กน้อยทั้งสองเห็นก็ตาวาวทันทีอยากทำแบบพ่อบ้าง
“น้องจันทร์อยากทำบ้างงงง”
“ไม่ได้ พ่อทำให้อารักได้คนเดียว ไปเลยรีบนั้นอดติม” ลมเลกระซิบบอกไม่วายขู่ลูกชายอีก สองแสบด้วยความกลัวว่าจะอดกินไอศกรีมก็ยอมทำแต่โดยดี เดินไปหารักที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว
“อารักครับ” สองแสบร้องเรียก รักเลยต้องหยุดมือหันมาสนใจเด็กทั้งสองแทน
“ว่ายังไงค่ะ”
“พ่อให้เอามาให้ครับ” ขุนจันทร์บอกทั้งแบมือให้เห็นสิ่งที่ถูกฝากมา เล่นเอารักทำสีหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว
“พ่อบอกว่ารับของพ่อไว้ด้วยครับบบ” ขุนอินทร์บอกเพิ่ม
“หัวใจๆ หัวใจพ่อให้อารัก” ขุนจันทร์บอกทั้งรอยยิ้มยืนมือส่งไปให้รัก
รักหยิบก้อนแป้งสีแดงเล็กๆ ที่ถูกปั้นเป็รูปหัวใจเบี้ยวๆ ขึ้นมาก่อนหันไปมองลมเลอย่างสงสัยระคนแปลกใจ แต่กลับได้รอยยิ้มจากอีกคนกลับมาทำให้เธอรู้สึกเขินอายไม่น้อย นี้ลมเลกำลังจีบเธออยู่หรือเปล่า รักไม่อยากคิดไปเองเลย แต่ไอ้ก้อนหัวใจเบี้ยวๆ นี้เป็ตัวยืนยันว่าลมเลกำลังจีบเธอแน่ๆ รักไม่ได้ซื่อขนาดดูไม่ออก ถึงมันจะเป็ความรู้สึกเหลือเชื่อแต่รักก็ยินดีรับมัน เธอก็ชอบเหมือนกัน เลยหยิบแป้งสีขาวมาปั้นเป็รูปหัวใจแล้วฝากเด็กน้อยทั้งสองนำไปให้คนเป็พ่อพร้อมกับคำพูดที่ทำเอาลมเลเสียอาการอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“บอกพ่อว่าอารักให้แล้วไม่รับคืนนะคะ”
........................................................................................................................................................
ลูกคู่มาต่อแล้วน่าาาาาาาาา
คุณพ่อเขาจีบกันนนนนนนนนนนนนนนนนนนน