ตอนที่ 18 คุณตาคุณยายอยู่ที่นี่แล้ว
ใน่เวลานี้ ผู้คนจำนวนมากย้ายเข้ามาอยู่ในเขตหวาฮั่น และบริษัทจัดการทรัพย์สินได้สร้างกลุ่มแชตขึ้น แม่เซียวจึงดึงเซียวิเยวี่ยเข้าร่วมด้วย
กลุ่มชุมชนมีชีวิตชีวามาก และชาวบ้านก็คุยกันอย่างกระตือรือร้น และในไม่ช้าจำนวนก็มีสมาชิกมากกว่า 99 คน
[ผกาบานมั่งคั่งอาคาร 9 ชั้น 23] : ทำไมอากาศร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนอยู่ในกระทะทองแดงเลยเนี่ย ตอนนี้ออกไปเต้นในจัตุรัสไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมยังต้องอาบน้ำวันละหลายรอบเลย
[เ้าอ้วนน้อยจูเก่ออาคาร 3 ชั้น 6] : ฉันไม่กล้าปิดแอร์เลย แค่ 2 นาทีก็เหงื่อท่วมแล้ว แต่ค่าไฟแพงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่มีเงินจ่าย
[คุณแม่หันหันอาคาร 9 ชั้น 7] : ลูกของฉันอายุแค่สองเดือนเอง ฉันไม่กล้าพาเขาออกไปเดินเล่นข้างนอกเพราะกลัวจะเป็ลมแดด
[ผกาบานมั่งคั่งอาคาร 9 ชั้น 23] : คุณแม่ข้างบนไม่ควรพาลูกออกไปข้างนอกนะคะ ผักที่ฉันเพิ่งซื้อเมื่อวานนี้ถูกวางทิ้งไว้นอกระเบียงข้ามคืน เช้าวันนี้มันกลายเป็สีเหลืองทั้งหมดจนต้องโยนทิ้งถังขยะ มันไม่มีทางที่เด็กน้อยจะออกไปข้างนอกได้เลยค่ะ!
[คุณแม่หันหันอาคาร 9 ชั้น 7] : ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะ
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีตอาคาร 4 ชั้น 10] : เห็นว่าระดับน้ำในทะเลสาบเทียมของชุมชนลดลงมาก นี่เพิ่งจะเดือนกรกฎาคมเท่านั้นเอง เดือนสิงหาคมและกันยายนคงร้อนกว่านี้มาก ขอให้ผ่าน 2-3 เดือนไปให้ได้ เดี๋ยวก็คงดีขึ้นเอง ทุกคนระวังเป็ลมแดดด้วยนะ!
[สถานีมือใหม่] : ขอแจ้งเพื่อนบ้านทุกท่านว่าสถานีปิดทำการใน่กลางวัน กรุณากลับมารับบริการจัดส่งด่วนในเวลากลางคืน ั้แ่เวลา 19.00 น. ถึง 21.00 น. ตอนกลางวันอากาศร้อนมากจริง ๆ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ (ไหว้)
[คุณหนูแสนงามโยวโยวอาคาร 2 ชั้น 3] : ฉันเข้าใจดีเลยค่ะ! หลังเลิกงานทุกวันก็รู้สึกร้อนจนแทบเป็ลม ฉันอยากรีบกลับบ้านไปเปิดแอร์ ไม่อยากแวะหยิบพัสดุด้วยซ้ำ ฉันยังมีพัสดุอีก 10 ชิ้นที่ยังไม่ได้ไปรับเลย
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีตอาคาร 4 ชั้น 10] : ถ้าคุณหนูแสนงามข้างบนพูดแบบนั้น เราก็ไม่คัดค้านครับ
[สถานีมือใหม่] : ขอบคุณที่ทุกคนเข้าใจนะครับ!
----
เซียวิเยวี่ยนั่งอ่านคร่าว ๆ ส่วนใหญ่บ่นเกี่ยวกับอากาศร้อน ในสายตาของเธอ คนเหล่านี้ดูค่อนข้างเสแสร้งเล็กน้อย
อากาศร้อนในปัจจุบันยังพอทนได้ แอร์ยังทำงาน น้ำประปาไม่ตัด สั่งอาหารมาส่งที่บ้านได้ มีก็แต่อากาศที่ร้อนเกินไปจนผิดปกติ ทุกอย่างในสังคมยังคงดำเนินไปตามเดิม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป แม่น้ำจะแห้งเหือดเนื่องจากอุณหภูมิสูง น้ำบาดาลขาดแคลน และน้ำประปาก็มีจำกัดจนต้องตัดการจ่ายน้ำ รัฐบาลจัดส่งน้ำโดยรถบรรทุกน้ำทุกวัน ทว่าก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการบริโภค แล้วนับประสาอะไรกับการอาบน้ำหรือแปรงฟัน
ใน่ที่ไฟฟ้ามีจำกัด พวกเขาสามารถเปิดเครื่องปรับอากาศได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แม้อากาศจะร้อนแค่ไหน ทุกคนทำได้เพียงต้องอดทน อย่างไรก็ตามมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องตายอย่างทรมานจากความร้อน
ราคาทุกอย่างค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น หลังพายุทรายเข้าถล่มและแผ่นดินถูกเปลี่ยนให้กลายเป็ทะเลทราย พืชผลไม่สามารถเติบโตได้ เมื่อการผลิตอาหารลดลงอย่างมาก ราคาก็พุ่งสูงขึ้นเหมือนจรวด
ในเวลานั้น ไม่เพียงแค่ผักที่เหี่ยวเฉา แม้แต่ใบไม้และเปลือกไม้ก็อาจเอามากินได้ทั้งหมด
ตอนนี้พวกเขากำลังบ่นเื่ความทุกข์ทรมาน แต่วันที่ยากลำบากของแท้ยังมาไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ
[จันทร์กระจ่างกลางใจวิลล่าหลังที่ 5] : ทุกคนควรซื้อสเปรย์ฉีดไล่ยุงและแมลงไว้ที่บ้าน รวมถึงน้ำอบกันยุงด้วยนะ ยุงทุกวันนี้กัดแรงมาก ฉันเพิ่งถูกกัดจนกลายเป็ตุ่มใหญ่
[เ้าอ้วนน้อยจูเก่ออาคาร 3 ชั้น 6] : คุณที่อยู่วิลล่าข้างบนพูดถูก เผื่อไว้ก่อนดีกว่า
ข้อความของเซียวิเยวี่ยถูกโพสต์อย่างรวดเร็ว และแชตใหม่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เธอทำได้แค่เตือนว่าอุณหภูมิสูงที่กำลังก่อให้เกิดโรคระบาด หลังยุงระบาดทั่วทุกมุมโลก ราคาน้ำอบกันยุงจะมากถึง 5,000 หยวนต่อขวด
เซียวิเยวี่ยปิดหน้ากลุ่มแชตชุมชนหวาฮั่น จากนั้นไปตักน้ำจากลำธารในมิติ 2 ถังเพื่อมารดน้ำแปลงผักที่บ้าน
เนื่องจากมีการตรวจตราที่บ้าน เธอจึงไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไป และใช้เพียงบัวรดน้ำธรรมดา
ต้นอ่อนสีเขียวเริ่มโผล่พ้นแนวดินแล้ว ต้องขอบคุณจากพื้นที่มิติ แม้มันโตไม่เร็วเท่าผักที่ปลูกในมิติ แต่ก็เร็วกว่าผักทั่วไปมาก ซึ่งถือว่าค่อนข้างน่าพอใจ
“ิเยวี่ย! ออกมาดูสิว่าใครมา!”
เสียงของแม่เซียวดังขึ้นจากด้านนอก เซียวิเยวี่ยจึงวางบัวรดน้ำลงและเดินออกไปดู
วันนี้พ่อและแม่เซียวออกไปรับคุณตาคุณยายที่ชนบท แม่เซียวกังวลว่าผู้เฒ่าทั้งสองจะเคยชินกับการประหยัดและไม่เต็มใจเปิดเครื่องปรับอากาศ เธอจึงปรึกษากับพ่อเซียวเพื่อไปรับพวกเขามาอาศัยอยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง
พ่อเซียวบอกว่า พ่อแม่ของคุณก็คือพ่อแม่ผม เขาจึงขับรถออกไปรับผู้เฒ่าทั้งสองเป็การส่วนตัว
“คุณตา! คุณยาย!” เซียวิเยวี่ยเข้าไปกอดแขนคุณยายอย่างมีความสุข
คุณยายเผยสีหน้าอันอบอุ่นใจดี หรี่ตาลงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“หลานรักของยาย คิดถึงยายไหม?”
“คิดถึงค่ะ!”
“ยายก็คิดถึงหลานเหมือนกันนะ!”
พ่อและแม่เซียวหันมองหน้ากันด้วยความสุขใจ
“เข้าบ้านกันเถอะค่ะ อยู่ข้างนอกร้อนเกินไป”
เซียวิเยวี่ยจูงคุณยายเข้าไปในบ้าน ส่วนสามีภรรยาเซียวเข้าไปช่วยพยุงคุณตา
คุณยายเป็หญิงชราร่างเล็กที่ร่าเริงและทำอาหารเก่ง เธอมักจะใจดีกับลูกหลาน กลัวว่าตัวเองจะเป็ภาระของลูกสาว หลังจากเถียงกันอยู่นาน พ่อเซียวยืนกรานที่จะพาเธอเข้ามาในเมืองให้ได้
คุณตาป่วยเป็โรคอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง โดยปกติแล้วเขาจะไม่พูด และเพียงนั่งเงียบ ๆ เท่านั้น
“อ้าว ทำหลังคาที่ลานหน้าบ้านแล้วเหรอ พอเข้ามาในสวนก็รู้สึกเย็นสบายเลย ่นี้เปิดแอร์ต้องเสียค่าไฟเยอะ ไม่ต้องห่วงนะ ยายกับตาใช้แค่พัดลมก็พอแล้ว!” คุณยายพูดด้วยความลำบากใจ
แม่เซียวชี้ไปที่หลังคา “ไม่ได้เสียค่าไฟอะไรเลย แม่ดูที่หลังคาสิ พวกเราติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าไว้ทั้งหมดแล้ว! ดังนั้นใช้เครื่องปรับอากาศได้ตามสบาย!”
“ไม่เสียค่าไฟเลยเหรอ? เ้าสิ่งนี้มีประโยชน์จริง ๆ!” คุณยายประหลาดใจและชมเชยแม่เซียวที่รู้จักประหยัดเงินอยู่เสมอ
แม่เซียวยิ้มอย่างเขินอายและไม่กล้าบอกราคาแผงโซลาร์เซลล์ เพราะกลัวจะทำให้หญิงชราใ
“เป็ความคิดของิเยวี่ยค่ะ ลูกบอกว่าพวกมันสามารถใช้ได้นาน” แม่เซียวพูด
“หลานรักของยายเก่งที่สุดเลย! ที่บ้านยังมีแปลงผักอีกด้วย มีสนามหญ้าหน้าบ้านแบบนี้ดีกว่าไปอยู่ตึกสูงตั้งเยอะ!” คุณยายเริ่มชอบที่นี่มากขึ้นเรื่อย ๆ
เซียวิเยวี่ยยิ้มหวาน “คุณยาย จากนี้มาช่วยดูแลแปลงผักและไก่ที่บ้านนะคะ ครอบครัวของเราจะมีผักและไข่สดกินหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับคุณยายแล้วนะ!”
“ลูกพูดเื่ไร้สาระอะไรน่ะ จะปล่อยให้คุณยายทำงานหนักพวกนี้ได้ยังไง?” พ่อเซียวรีบห้ามลูกสาว
คุณยายโบกมือด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็ไร ๆ คนเฒ่าจากชนบทคุ้นเคยกับเื่แบบนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่ให้แม่ทำ แม่คงเบื่อแย่! หลานรักคนนี้เข้าอกเข้าใจยายจริง ๆ”
ผักไม่ได้เติบโตในหนึ่งวัน และไก่ต้องโตเต็มวัยก่อนจึงจะวางไข่ได้ เซียวิเยวี่ยวกล่าวเช่นนั้นเพราะอยากบอกเป็นัยว่าคุณยายสามารถอยู่ที่นี่ได้นานเท่าที่้า
หัวใจของคุณยายถูกเติมเต็มด้วยความสุข
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ!” เซียวิเยวี่ยตอบรับอย่างภาคภูมิใจ
คุณพ่อเซียวเพียงยิ้มและไม่ได้พูดสิ่งใดอีก
คุณยายเป็หญิงชนบทที่ขยันขันแข็ง แม้จะดูร่าเริงอยู่เสมอ แต่เธอก็อดทนต่อความยากลำบากมามากมายในวัยเด็ก และถูกแม่สามีกลั่นแกล้งมาโดยตลอด ใน่ที่เธอให้กำเนิดแม่เซียว เธอมีเพียงเค้กข้าวโพดก้อนเดียวที่กินประทังชีวิตเป็เวลา 3 วัน
คุณยายให้กำเนิดลูกสาวสามคนและลูกชายาสองคน แม่เซียวเป็ลูกคนที่สี่ โดยมีพี่ชายสองคน พี่สาวหนึ่งคน และน้องสาวอีกหนึ่งคน
“แม่นำลูกเดือยและถั่วเขียวมาจากบ้าน รวมทั้งแตงกวา ขึ้นฉ่าย และผักอื่น ๆ ทั้งหมดที่ปลูกเองโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง! คนเมืองอย่างพวกเธอชอบกินผักปลอดสารพวกนี้ไม่ใช่เหรอ? แล้วก็มีไก่บ้าน 2 ตัว เผื่อจะได้ทำน้ำแกงไก่ให้
ิเยวี่ยดื่ม!” คุณยายแสดงรายการสิ่งของที่เธอนำมาอย่างภาคภูมิใจ
“ดื่มน้ำแกงไก่” จู่ ๆ คุณปู่ก็พูดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“จ้า! ตาเฒ่านี่ละก็ ต้องหาอะไรใส่เข้าปากตลอดเวลาอย่างกับเด็กเล็ก!” คุณยายพูดอย่างเหนื่อยใจ
แม่เซียวพูดด้วยรอยยิ้ม “อาชายคนรองของลูกกำลังแบกถุงต่าง ๆ ขึ้นรถมาเยอะแยะไปหมด ถ้าแม่ไม่หยุดเขาไว้ เขาคงจะเอาลูกหมูมาใส่ไว้ในรถด้วยซ้ำ!”
เซียวิเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ นี่คือครอบครัวที่อบอุ่นอย่างแท้จริง โดยไม่มีความอิจฉาหรืออยากแย่งชิงสิ่งใด มันเป็ความสัมพันธ์ที่แสนวิเศษ
เธอเป็คนที่รู้จักตอบแทนบุญคุณ ในอนาคตเธอจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่หากอีกฝ่าย้า
คุณยายไม่สามารถนั่งนิ่งเฉย และยืนกรานที่ช่วยทำอาหาร โดยบอกว่าเธอ้าให้หลานสาวคนโปรดทานอาหารดี ๆ พ่อและแม่เซียวจึงทำได้เพียงพาคุณยายเข้าครัวไปด้วยกัน
ไก่ตุ๋นเห็ดหอม ผัดแฮมกับเห็ด ซี่โครงตุ๋น ผัดหมูชิ้นต้นหอม และผัดถั่วแขก...
มือและเท้าของคุณยายว่องไวมาก เธอยกอาหารจานแล้วจานเล่ามาวางบนโต๊ะอาหาร ขณะคอยดูน้ำแกงไก่ที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในหม้อ
เซียวิเยวี่ยเดินเข้ามาหาคุณตาเงียบ ๆ
“คุณตาคะ ยังจำของขวัญวันเกิดที่เคยให้หนูได้ไหมคะ? เกมจิ๊กซอว์อันนั้น”
เธออยากรู้ว่าคุณตาทราบเื่พื้นที่มิติหรือไม่ แล้วทำไมมันถึงอยู่ในเกมจิ๊กซอว์ได้
“คุณตาคะ คุณตา มองหน้าของหนูสิ ยังจำหนูได้ไหมคะ หนูเป็หลานสาวของคุณตาไง”
2 ปีก่อนคุณตายังจำว่าใครเป็ใคร และสื่อสารกับทุกคนได้ปกติ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะจำอะไรไม่ได้เลย
“ไก่ เก็บขยะ หิว…”
คุณตาพึมพำถ้อยคำบางอย่างออกมา โดยไม่รู้ว่าเขา้าพูดถึงอะไร
เมื่อเห็นแบบนี้ เซียวิเยวี่ยจึงทำได้เพียงต้องยอมแพ้ ท้ายที่สุด โลกมิติคู่ขนานก็เป็สิ่งลึกลับเกินไป คุณตาคงไม่รู้ว่าเกมจิ๊กซอว์ที่เขาซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าจะมีความลับซ่อนอยู่