อันเยว่ยอดฮูหยิน

    บทที่ 38 แสดงพลัง

    หลิวฟางสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นรอยยิ้มแปลก ๆ บนใบหน้าของอันเยว่ นางไม่รู้จริง ๆ ว่าในสมองของสตรีผู้นี้มีความคิดไม่เข้าท่าอะไรอยู่ 


    “อันเยว่ เจ้านึกอะไรได้หรือ?”


    “ถ้าเช่นนั้น เราไปเยี่ยมตระกูลชุยกันดีไหม?”


    ทันทีที่พูดจบก็เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของหลิวฟางซีดลงเป็นพัก ๆ มือของนางเริ่มสั่น และไม่รู้จะเอามือวางไว้ตรงไหนดี


    “เอ่อ เอาเป็นว่า เราต่างไปทำธุระของตัวเองดีกว่า” 


    “เจ้ากลัวหรือ?”


    “ข้าน่ะหรือกลัว? น่าขำ ข้าจะกลัวได้อย่างไร? ไป ไปตระกูลชุยกัน!”


    เดิมทีอันเยว่เตรียมพร้อมอยู่แล้วสำหรับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ และกำลังจะใช้วิธียั่วยุเพื่อทำให้หลิวฟางตอบรับ แต่ใครจะรู้ว่าคำพูดของนางเพิ่งมาอยู่ที่มุมปาก และเอ่ยออกไปได้เพียงคำเดียว หลิวฟางก็กระโดดเข้าร่วมด้วยตัวเองเสียแล้ว 


    เมื่อเห็นสีหน้าเสียใจภายหลังเล็กน้อยของหลิวฟาง อันเยว่ก็ยิ้มเล็ก ๆ “เข็นข้าไปสิ เราไปเยี่ยมสหายเก่ากันเถอะ”


    แม้หลิวฟางจะรู้สึกขุ่นเคืองในใจ แต่ยังคงเดินไปข้างนอกกับอันเยว่ นางเดินพลางมองไปรอบ ๆ โดยหวังว่าจะเจอใครสักคนมาช่วยนาง และถือโอกาสพูดให้อันเยว่ล้มเลิกความคิดที่จะไปตระกูลชุย 


    “ไม่ดื่มชาแล้วหรือ?”


    ซูจือฉือเดินยกชากลับมา สายลมพัดแขนเสื้อของเขาเผยอขึ้น เผยให้เห็นมือเล็ก ๆ ที่ขาวสะอาดของเขา 


    หลิวฟางมองอย่างเคลิบเคลิ้ม ส่วนอันเยว่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ชานี่รอเรากลับมาดื่มก็ยังทัน”


    หัวคิ้วของซูจือฉือขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ซึ่งน่ามองอย่างยิ่ง เพียงแต่มันทำให้คนรู้สึกเหมือนมีแต่ความกลัดกลุ้ม 


    “ศัตรูของฮูหยินมีไม่น้อย หากปล่อยฮูหยินไปเช่นนี้ ก็ยากจะเลี่ยงไม่ให้พี่ชายทั้งสามตำหนิข้า ถ้าเช่นนั้น ให้ข้าไปกับฮูหยินดีกว่า”


    ไม่นึกว่าเขาจะเป็นฝ่ายพูดยาวเหยียดเช่นนี้ อันเยว่จึงรู้สึกตื่นเต้นในใจเล็กน้อย


    “ซื่อหลางจวิน ตระกูลอัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าเราจะไปที่ใด? และหากไปแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?”


    “ไม่ทราบ”


    น้ำเสียงไม่ใส่ใจของซูจือฉือกับท่าทางปล่อยวางทุกอย่างไว้ข้างหลังของเขา ยิ่งทำให้หลิวฟางร้อนใจหนักกว่าเดิม 


    “ไปตระกูลชุยไงล่ะ ตระกูลชุย ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าตระกูลชุยมาสร้างปัญหาให้ฮูหยินของเจ้าหรอกหรือ? ฉะนั้น ยามนี้นางต้องการไปหยอดตา ให้ตระกูลชุย” 


    เหลือก็แค่บอกตรง ๆ ว่าอันเยว่ต้องการไปสร้างปัญหา 


    นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ หลิวฟางถึงกับมองซูจือฉือด้วยสายตาอ้อนวอนเพื่อหวังว่าเขาจะเอ่ยห้ามปรามสักนิด อย่างไรเสีย อันเยว่ก็ดีกับสามีคนที่สี่ที่สุด เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ทราบดี


    “ที่แท้ก็ไปตระกูลชุยนี่เอง”


    เกิดอะไรขึ้นกับน้ำเสียงไม่แยแสแม้แต่น้อยของซูจือฉือ?


    แม้แต่อันเยว่เองก็ยังฟังออกถึงความเป็นกังวลของหลิวฟาง แต่ซูจือฉือไม่เป็นห่วงนางสักนิดเลยหรือ?


    “ฮูหยิน หากไปที่ตระกูลชุย ต้องเรียกพี่ใหญ่หรือไม่?”


    อันเยว่เกือบหัวเราะออกมาเมื่อได้ยิน หากเรียกเซียวสิงเยี่ยนไปที่ตระกูลชุย นั่นไม่ใช่การไปเย้าหยอกชุยต้าเหนียนแล้ว แต่เป็นการไปก่อเรื่องเสียมากกว่า


    “ไม่ต้อง แค่เราสามคนก็พอ ไปเรียกรถม้ามา หากเข็นไปทั้งแบบนี้ เกรงว่ากว่าจะถึงตระกูลชุยก็ยามอู่ นู่น”


    เมื่ออันเยว่ออกคำสั่งแล้วก็เห็นซูจือฉือพยักหน้าถี่ ๆ จากนั้นจึงไปจัดการเรื่องรถม้า 


    บ้านตระกูลอันในยามนี้ยังไม่ยิ่งใหญ่พอ แม้ตัวเองต้องการรถม้าก็ไม่ง่ายขนาดนั้น 


    นางมองบ้านตัวเองเล็กน้อยก็พบว่ามันทรุดโทรมมาก และได้เวลาต้องซ่อมแซมเสียที


    “อีกประเดี๋ยวเมื่อถึงตระกูลชุย ห้ามพูดไร้สาระเข้าใจไหม? คราวก่อนแม้ข้าจะมีเรื่องขัดแย้งกับคนของตระกูลชุยที่นอกร้านของเจ้า แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทว่าครั้งนี้เราเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเยียนถึงบ้าน หากเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกหน เกรงว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์ เมื่อถึงตอนนั้น…”


    “เจ้ายิ่งอยู่ยิ่งขี้บ่นขึ้นเรื่อย ๆ หากท่านป้ารู้ว่าเจ้ามีนิสัยเช่นนี้ เจ้าคงถูกตีด้วยไม้กระดานอย่างเลี่ยงไม่ได้” 


    “พูดถึงท่านแม่ ข้าลืมบอกเจ้าไปเสียสนิท ตลอดมาท่านแม่เค้นถามข้าเรื่องสบู่ อีกอย่าง นางรู้แล้วว่าสบู่ที่เรารับมาเป็นของตระกูลอันของเจ้า และตอนนี้นางกำลังทำให้ข้าลำบากใจ”


    “บอกความจริงไปสิ”


    หลิวฟางตกอยู่ในห้วงความคิด ในสายตาของเจ้าของร้านตระกูลหลิว อันเยว่คือคนโง่เขลาและมักพาหลิวฟางไปหอคณิกาหรือตามโรงบ่อนต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่คนดีอะไร 


    หากบอกว่าเรื่องสบู่เกี่ยวข้องกับนาง เกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ที่บ้าน 


    ภายในรถม้า อันเยว่มองดูฉากครึกครื้นข้างนอก ผู้คนต่างกำลังพยายามหาเงินกันอย่างสุดกำลัง ดูเหมือนไม่ว่าจะเป็นใคร สุดท้ายก็หนีคำว่าเงินไม่พ้น


    เงินหนึ่งอีแปะสร้างความลำบากให้วีรบุรุษ คำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริง นางมองมือสองข้างของตัวเอง เพิ่งแสดงฝีมือได้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเก็บเกี่ยวความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ ต่อไปคงได้โค่นล้มทั้งฮวาตู!


    “ฮูหยินรู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนหรือ?”


    “จือฉือกำลังเป็นห่วงข้าหรือ?”


    ระยะนี้แม้ซูจือฉือจะยังคงดูแลนางเช่นปกติ แต่สีหน้าและการกระทำของเขากลับทำให้รู้สึกว่ามีความห่างเหินโดยเจตนา 


    และเพราะความห่างเหินเช่นนี้ อันเยว่ถึงได้พยายามเอาใจเขามากขึ้น


    ขอแค่เป็นภาพที่ซูจือฉือถูกตาต้องใจ ซื้อ! 


    ขอแค่เป็นอาหารที่ซูจือฉือชื่นชอบ ทำ!


    อาจกล่าวได้ว่านับตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์ต้าโจวเป็นต้นมา ไม่มีสถานะของบุรุษคนใดเทียบได้กับซูจือฉือ เหลือแค่ไม่สามารถให้ตำแหน่งวังหลังแก่เขา มิเช่นนั้น เกรงว่าเขาคงเป็นบุรุษที่มีเกียรติที่สุดในใต้หล้าไปแล้ว 


    อันเยว่รู้สึกอิจฉาเขาบ้างแล้ว นี่ไม่ใช่คนที่นางประจบประแจงด้วยตัวเองหรอกหรือ?


    “แน่นอน ท่านเป็นภรรยาของข้า”


    เมื่อครู่ยังดีอยู่เลย ยามนี้กลับเป็นแบบนี้อีกแล้ว ท่าทีก้มหน้าก้มตาเหมือนบ่าวไพร่เช่นนั้น ราวกับทำให้ผู้อื่นดูเสียมากกว่า


    อันเยว่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา เมื่อไรถึงจะทำให้เขาเปิดใจพูดได้เสียที?


    นางไม่ต้องการทำตัวเป็นสามีภรรยาในระยะยาว อย่างน้อยเป็นพันธมิตรที่ได้ประโยชน์ร่วมกันก็ยังดี


    ประตูใหญ่ของบ้านตระกูลชุยดูหรูหรามาก เมื่อรถม้าจอด อันเยว่มองไปที่บ้านตระกูลชุยก็พบว่าครอบครัวเล็ก ๆ ของตนเทียบกับตระกูลชุยไม่ได้เลยจริง ๆ 


    เอาแค่ประตูนี้บานเดียว เกรงว่าราคาก็สูงมากแล้ว


    “จือฉือ ประคองข้าลงจากรถ”


    บ่าวสองคนที่อยู่ตรงประตูทางเข้าบ้านตระกูลชุยเห็นรถม้าจอด ตามมาด้วยรถเข็น และใบหน้าที่พวกเขาคุ้นเคย


    เมื่อไม่นานมานี้ อันเยว่เคยเป็นแขกผู้มีเกียรติของชุยต้าเหนียน นางมักถูกเรียกมาที่ตระกูลชุยบ่อย ๆ เพียงเพื่อมาชมการขับร้อง เต้นรำ และจัดงานละเล่น ดื่มจากจอกที่ลอยอยู่บนลำธารที่คดเคี้ยว 


    เพียงแต่สิ่งที่ปัญญาชนและผู้มีคุณธรรมคุยกันล้วนเป็นบทเพลงที่สืบทอดกันมาช้านาน ทว่าสิ่งที่พวกนางสุมหัวกันล้วนเป็นถ้อยคำเกี้ยวพานในชนบท 


    “บ้านตระกูลชุยยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”


    อันเยว่เอ่ยขึ้นหนึ่งประโยค จากนั้นบอกให้ซูจือฉือเดินไปยังประตูใหญ่


    ทันทีที่มาถึงประตูทางเข้า บ่าวสองคนก็ปรี่เข้ามาขวางอันเยว่


    “นายของเรามีคำสั่งไม่ให้พวกเจ้าเข้าไป”


    บ่าวผู้นี้ดูท่าทางไม่เป็นมิตร ใครเห็นก็ต้องรู้สึกโมโห 


    “ชุยต้าเหนียนบอกเช่นนั้นหรือ? นางพูดออกมาตรง ๆ หรือว่าไม่ให้พวกเราเข้าไป?”


    หลิวฟางไม่พอใจอย่างยิ่ง นางจึงย้อนถามกลับไปตรง ๆ

    คล้ายกับเรื่องอันเยว่ยอดฮูหยิน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592