ท่านประธานจอมเผด็จการกับอาจารย์ขาลุย

    บทที่ 9 อาจารย์ฝ่ายปกครอง (50%)

            เพี๊ยะ!! พลั่ก!!

            “นังร่าน!! กล้ามาอ่อยแฟนฉันเหรอ”

            เสียงแหลมเล็กของหญิงคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับสีหน้าที่โกรธอย่างถึงที่สุด ชุดยูนิฟอร์มของนักเรียนมัธยมปลายนั่นได้บ่งบอกได้ว่าหญิงคนนี้อายุราว ๆ 17 – 18 เท่านั้นเอง

            เส้นผมที่ถูกย้อมเป็๞สีน้ำตาลแดง กับใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางช่วยขับให้ใบหน้าของหญิงสาวนั้นดูโตเกินกว่าวัยมากนัก ชื่อเล่นของเธอคือ มิเกล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนแห่งนี้

            “ฉันไม่ได้อ่อยนะ”

            เสียงนุ่มของหญิงอีกคนที่โต้ตอบกลับมา เธอนั้นกุมแก้มขาวที่บัดนี้ปรากฏเป็๞รอยฝ่ามือแดง ชุดนักเรียนหลุดลุ่ย เปื้อนดินหลังจากที่เธอถูกผลักให้ล้ม และเธอคนที่เป็๞เหยื่อความรุนแรงนี้ก็คือ มุมิน นั่นเอง

            “จะไม่อ่อยได้ไง ฉันเห็นมากับตาว่าเธอน่ะส่งยิ้มกับส่งสายตาให้พี่โก้แฟนมิเกล”

            หญิงอีกคนที่อยู่ด้านหลังมิเกล รีบเอ่ยขึ้น ซึ่งดู ๆ แล้วเหมือนจะเป็๞ลูกไล่ของมิเกล เธอคนนี้คือ จินนี่ เพื่อนในกลุ่มเดียวของมิเกล เธอไม่ชอบมุมินเพราะเธอนั้นสนใจจอมทัพอยู่ แต่เธอนั้นก็มักจะเห็นจอมทัพกับมุมินอยู่ด้วยกันเสมอ

            “มะ— ไม่ใช่นะ!!! ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น!!”

            มุมินพยายามอธิบายให้พวกเธอเชื่อ เพราะเธอนั้นไม่ได้ทำจริง ๆ

            “หึ— แน่เหรอ ถ้าไม่ได้อ่อยแล้วไอ้ชุดนี่มันคืออะไร เอาชุดนักเรียนเด็กอนุบาลมาใส่หรือไง!!”

            อีกคนที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ มองมาที่มุมินแล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น ซึ่งมันยิ่งทำให้มิเกลนั้นยิ่มโมโหมากขึ้นอีก

            “ไม่ใช่นะ— ไซส์มัน...”

            มุมินไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะชุดนักเรียนที่เธอมีอยู่นั้นเธอพยายามหาตัวที่ใหญ่และใส่ได้โดยไม่อึดอัดแล้ว ทว่ามันก็ยังรัดแน่นอยู่ดี เนื่องจากหน้าอกของเธอที่มันใหญ่คัพจีเกินมาตรฐานหญิงทั่วไป

            “เธอจะบอกว่าของเธอมันใหญ่กว่างั้นเหรอ!!!”

            มิเกลตวาดแวดขึ้นมาก่อนที่จะเดินมาหามุมิน ซึ่งมุมินก็ค่อย ๆ ถอยจนหลังเธอติดกับผนังอาคารไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว เธอมองไปที่มิเกลอย่างหวาดกลัว

            “เพราะเธอ!!!พี่โก้ถึงได้ไม่ค่อยสนใจฉัน เขาเอาแต่พูดถึงเธอ!!”

            ตอนนี้ความโกรธเริ่มเข้าครอบงำมิเกลจนไม่มีใครมาหยุดเธอได้ มิเกลล้วงหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากระโปรง มุมินที่เห็นสิ่งของในมือ เธอก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเพราะมันคือ มีดคัตเตอร์

            “ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ถ้าเธอเสียโฉม หน้าแหก จะมีใครสนใจเธอมั้ย”

            มิเกลค่อย ๆ เลื่อนใบมีดคัตเตอร์ขึ้นเผยให้เห็นใบมีดสีเงินวาววับราวกับไม่เคยได้ใช้ พร้อมกับย่างเท้าเข้าหามุมินช้า ๆ จินนี่ และลูกเกด เพื่อนของมิเกลที่พูดจุดชนวนความโกรธให้มิเกลเมื่อครู่ ได้แต่ยืนดูด้วยท่าทางที่สะใจ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายคลิป

            “ไม่นะ!! อย่านะ!!”

            เหงื่อกาฬมุมินไหลพร้อมกับน้ำตาที่มันเริ่มปริ่มออกจากหางตา

            “นี่เป็๲แค่การสั่งสอน อย่ามายุ่งกับพี่โก้แฟนฉันอีก!!”

            มิเกลเงื้อมีดขึ้นสุดแขนพร้อมกับโถมตัวไปหามุมิน มุมินที่เห็นดังนั้นเธอก็ได้แต่หลับตายอมรับความเ๯็๢ป๭๨

            ‘ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย’

            หมับ!!!

            ก่อนที่มีดคัตเตอร์จะกรีดหน้ามุมิน มันก็ถูกหยุดด้วยมือใครบางคนที่จับข้อมือของมิเกลที่ถือมีดอยู่ พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็น

            “หน้าที่สั่งสอนน่ะ ให้ครูสอนเองดีกว่ามั้ง เธอน่ะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ยังสอนใครไม่ได้หรอกนะ”

            ปารมีออกแรงบีบพร้อมกับบิดแขนมิเกลจนมีดคัตเตอร์หลุดออกจากมือ มิเกลที่เห็นว่าเป็๲ใครนั้นก็หน้าถอดสี พร้อมกับจินนี่และลูกเกดที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างหลังมิเกล

            ปารมียิ้มเย็น ก่อนจะส่งสายตาคมกริบไปให้ทั้งสาม ตอนนี้เธอรู้สึกโกรธมาก ถ้าเธอมาช้ากว่านี้อีกนิดละก็ มุมินก็อาจจะมี๢า๨แ๵๧ทั้งร่างกายและจิตใจเพิ่มไปอีก

            “อะ— อาจารย์”

            “เธอคิดว่าเธอกำลังจะทำอะไร...”

            มิเกลได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมอาจารย์ปารมีถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้และไม่ใช่แค่ปารมีเท่านั้น จอมทัพ แทนไทและกีต้าร์ก็มาด้วย เธอเห็นจอมทัพนั้นกำลังเอาเสื้อคลุมคลุมให้มุมินที่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวอยู่

            เธอได้แต่สงสัย เธออุตส่าห์เลือกที่หลังโรงเรียนตรงอาคารเก่าเพื่อไม่ให้ใครมาขัดจังหวะแล้ว แต่ทำไม...เมื่อกวาดตาไปเธอก็เห็นคนที่เธอคุ้นเคย ‘แก้วตา’

            เพื่อนในกลุ่มเธออีกคน เธอและแก้วตานั้นเป็๲เพื่อนกัน๻ั้๹แ๻่สมัยประถม เธออุตส่าห์คอยปกป้องแก้วตามาตลอดเพราะแก้วตานั้นชอบถูกรังแกบ่อย ๆ แล้วทำไม....

            ‘นังทรยศ...’

            มิเกลคาดโทษในใจ สายตาที่มองไปที่แก้วตาเต็มไปด้วยความโกรธสุดขีด ซึ่งก็ไม่พ้นสายตาของปารมี ถ้าเธอเดาไม่ผิดละก็ คล้อยหลังเธอไปนั้น แก้วตาต้องถูกทั้งสามรังแกแน่ ๆ

            “เฮ้— มองไปทางไหนเหรอ ‘พิมพิดา’ อธิบายสิ่งที่เธอกำลังจะทำมาเมื่อกี้สิ...ฮึ— ครูอยากฟัง เพราะครูอยากจะรู้ว่ามันจะตรงกับสิ่งที่ครูเห็นหรือได้ยินมาหรือเปล่า”

            ปารมีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ จนทำให้มิเกลนั้นถึงกับขนลุกวาบ เธอนั้นรู้จักปารมีแค่ว่าเป็๲อาจารย์แนะแนวคนใหม่เท่านั้น และเท่าที่เธอเห็นปารมีนั้นก็ตัวพอ ๆ กับเธอ อีกทั้งภายนอกยังดูเนิร์ดอีกต่างหาก แต่ว่าทำไมวันนี้เธอรู้สึกว่าปารมีน่ากลัว

            “คะ— คือว่า....”

            “เธอไม่ต้องอธิบายตอนนี้ก็ได้.....เอาไว้ไปคุยต่อที่ห้องปกครองพร้อมกับผู้ปกครองพรุ่งนี้เลยละกัน ใช่มั้ยคะ...อาจารย์ทวี”

            ปารมีเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะผินหน้าไปหาอาจารย์ผู้ชายอ้วนพุงพลุ้ยคนหนึ่ง ที่กำลังยืนหอบแฮก ๆ อยู่เพราะวิ่งตามปารมีมาไม่ทัน จึงรีบใช้แรงที่มีอยู่พาร่างที่เต็มไปด้วยไขมันมาให้ทันปารมี

            อาจารย์ทวีคนนี้เป็๲อาจารย์ฝ่ายปกครอง ซึ่งปารมีออกความเห็นเลยว่า หาได้มีเพาเวอร์อะไรสักนิดเดียว

            “คะ— ครับ...พรุ่งนี้ พิมพิดา โสรดา และจินตนา มาพบครูที่ห้องปกครองด้วย”

            มิเกลที่เห็นสภาพอาจารย์ฝ่ายปกครอง เธอก็ยิ้มกริ่มเพราะเธอนั้นสนิทกับอาจารย์ฝ่ายปกครองคนนี้มาก เนื่องจากเข้าไปที่นั่นบ่อย

            ปารมีทีเห็นสีหน้ามิเกลที่ดูเหมือนจะไม่ได้หวาดกลัวกับอาจารย์ฝ่ายปกครองคนนี้เลยสักนิด เธอจึงดึงมิเกลเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบที่หูของมิเกลด้วยน้ำเสียงที่ทำให้มิเกลนั้นขาสั่นจนแทบทรุด

            “แม้เธอจะไม่กลัวฝ่ายปกครองก็ไม่เป็๲ไร แต่ถ้าครูเห็นเธอยังกล้าทำยังงี้อีกละก็ อย่าหาว่าครูไม่เตือนละกัน...เพราะครูไม่ได้ใจดีเหมือนอาจารย์ทวีหรอกนะ”

            ก่อนที่จะปล่อยมือมิเกล ซึ่งทันทีที่ปารมีปล่อยมือมิเกลก็ทรุดลงทันที ปารมีหันไปพยักหน้ากับจอมทัพที่ตอนนี้กำลังกอดปลอบมุมินที่กำลังกลัวอยู่ พร้อมกับพวกแทนไทและกีต้าร์ เมื่อเธอเห็นแก้วตาที่ยืนตัวสั่นแอบอยู่ข้าง ๆ เสาเธอก็เดินไปหาแก้วตาทันที

            “ครูขอบใจเธอมากนะที่ไปบอกครู....เธอทำถูกแล้ว มั่นใจไว้แก้วตา การทำอย่างนี้ไม่ใช่การทรยศเพื่อน แต่เป็๲การช่วยเพื่อนเธอต่างหาก...”

    แก้วตาได้แต่พยักหน้า ปารมีเห็นดังนั้นก็เดินนำพวกของจอมทัพไปที่ห้องแนะแนวของเธอเอง เพราะถ้าดูเวลาแล้วห้องพยาบาลคงจะปิดไปแล้ว         เนื่องจากนี่ก็เลยเวลาเลิกเรียนมานานแล้ว โชคดีที่เธออยู่เคลียร์งานยังไม่กลับ และอาจารย์ฝ่ายปกครองก็ยังไม่กลับ

    เมื่อมาถึงห้องแนะแนว เธอก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของเธอ พร้อมกับหยิบกล่องปฐมพยาบาลฉุกเฉินออกมา พร้อมกับสั่งให้แทนไทและกีต้าร์ไปหาผ้าและน้ำแข็งมา

            ปารมีคุกเข่าตรงหน้ามุมินพร้อมกับพูดปลอบใจ

            “ไม่เป็๲อะไรแล้ว...เธอเจ็บตรงไหนบ้าง ไหนให้ครูดูซิ”

            ปารมีสำรวจร่างกายของมุมิน ก็พบกับแผลขีดข่วนหลายจุดแต่ก็ไม่ลึกมากเท่าไหร่ แต่ที่หนักสุดคือรอยแตกที่มุมปากที่ถูกมิเกลตบ ซึ่งวันนี้มันทำให้เธอรู้เลยว่าต้นเหตุของรอยฟกช้ำตามร่างกายของมุมินที่เธอเห็นคราวก่อนคือใคร

            หลังจากที่แทนไทและกีต้าร์หาผ้าขนหนูกับน้ำแข็งได้แล้ว เธอก็เอามาปะคบที่แก้มของมุมินทันทีเพื่อลดอาการบวม มุมินได้แต่นั่งนิ่งน้ำตาไหล แต่ไร้เสียง

            จอมทัพที่คอยนั่งกอดปลอบมุมินอยู่ข้าง ๆ อย่างเป็๞ห่วง เขานั้นรู้สึกเจ็บนิด ๆ ที่ใจเมื่อนึกถึงภาพที่มิเกลกำลังจะเอามีดคัตเตอร์ทำร้ายมุมิน ถ้าปารมีมาช่วยไว้ไม่ทันละก็....

            “นี่ก็เย็นมากแล้ว....จอมทัพเธอรู้จักบ้านมุมินมั้ย”

            เสียงของปารมีทำให้จอมทัพหลุดออกจากห้วงความคิด

            “คะ— ครับ”

            “งั้นเธอช่วยบอกทางครูหน่อยได้มั้ย เดี๋ยวครูจะไปส่งมุมินเอง”

            มุมินที่ได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยปฏิเสธทันที

            “มะ— ไม่เป็๞ไรค่ะ อาจารย์...หนูเกรงใจ...หนูไม่อยากทำให้อาจารย์ลำบาก”

            คำตอบของมุมินนั้นทำให้ปารมีถึงกับอึ้ง เธอคิดว่าสิ่งที่มุมินเจอนั้นมันน่าจะมีอะไรมากกว่าแค่การบูลลี่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นจะไม่มีความคิดแบบนี้ได้ ปารมีเดินไปลูบหัวมุมินเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            “มุมิน...เธอไม่ต้องเกรงใจครูหรอกนะ ครูเต็มใจช่วย ถ้าเธอมีปัญหาอะไรละก็มาหาครูทันทีได้เลย หรือโทรหาครูก็ได้....อ่ะนี่เบอร์ครู”

            มุมินที่ได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้โฮพร้อมกับโถมกอดปารมีด้วยความรู้สึกตื้นตัน ซึ่งกว่ามุมินจะหยุดร้องไห้ได้ก็เกือบครึ่งชั่วโมง

            “เอาละจอมทัพไปส่งมุมินกับครูได้มั้ย จะได้ช่วยบอกทางครูหน่อย...ครูอยากจะให้มุมินได้พักผ่อนน่ะ”

            “ครับ— ผมก็กะว่าอย่างนั้นอยู่แล้ว”

            “โอเค— งั้นวันนี้ก็แยกย้ายกันกลับบ้านกัน”

            แทนไทและกีต้าร์ก็ขอแยกกันกลับบ้านก่อน ส่วนเธอและจอมทัพนั้น ก็มาส่งมุมินที่บ้าน ส่วนจอมทัพเขาบอกว่าให้คนขับรถมารับที่บ้านของมุมินเรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วง

            หลังจากที่เธอส่งมุมินเสร็จแล้ว ปารมีก็เตรียมตัวกำลังจะกลับ แต่อยู่ ๆ ก็มีสายเข้า เมื่อเธอเอามือถือขึ้นมาดูเธอก็พบกับเบอร์ที่ไม่คาดคิดโทรมา

            ‘นักรบ ผู้ปกครองจอมทัพ’

            “สวัสดีค่ะ ปารมีค่ะ”

            [วันเสาร์นี้คุณว่างรึเปล่า]

            ไม่พูดพร่ำทำเพลง นักรบก็เอ่ยขึ้นอย่างไร้การทักทายใด ๆ ทั้งสิ้น ทำเอาปารมีถึงกับงง

            “คะ— อะไรนะคะ”

            เธอได้ยินเสียงถอนหายใจของปลายสาย ทำให้เธอถึงกับขมวดคิ้วคิดว่า เธอพูดอะไรผิดงั้นเหรอ

            [ผมแค่อยากจะปรึกษาคุณเกี่ยวกับจอมทัพวันเสาร์นี้]

            เมื่อได้ยินดังนั้นปารมีก็ถึงกับร้องอ๋อ— ก็ไม่พูดให้เคลียร์๻ั้๫แ๻่แรก

            “อ้อ— ได้ค่ะ ให้ดิฉันไปพบที่ไหนดีคะ”

            [ที่เมอร์เมส พอดีผมมีประชุมด่วนวันเสาร์ เลยกะว่าจะคุยกับคุณหลังประชุม]

            “ได้ค่ะ คุณนักรบประชุมเสร็จกี่โมงเหรอคะ”

            [ประมาณสิบโมง]

            “ค่ะ”

            [อืม— แค่นี้ละ]

            จากนั้นนักรบก็กดวางสายทันที ไม่ทันที่ปารมีจะได้เอ่ยอะไรสักนิดเดียว ‘อะไรเนี่ย— มาเร็วเคลมเร็ว’ ปารมีส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกไป โดยจุดมุ่งหมายคือคอนโด

            ทางด้านนักรบนั้นก็ดูคลิปของปารมีที่เข้าไปช่วยมุมิน ด้วยแววตาที่นิ่งเรียบ ยิ่งได้รู้จักกับปารมี เขาก็คิดว่าเธอยิ่งน่าสงสัย

            “อ้าว— ยังไม่กลับอีกเหรอ”

            กวินเดินเข้ามาพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาอย่างสบาย ๆ นักรบที่เห็นกวินเดินเข้ามาจึงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “เป็๲ไงบ้าง”

            “ฮู้ว— ดิ้นกันสุดฤทธิ์...แล้วเป็๞ไง สรุปวันเสาร์นี้ แสตนด์บายใช่มะ”

            “ใช่— ฉันนัดเอาไว้สิบโมง”

            “โอเค— เดี๋ยวฉันเตรียมเอง วันเสาร์นี้ได้เห็นอะไรสนุก ๆ อีกแล้วสิเนี่ย”

            กวินพูดพลางลุกขึ้นโบกมือ แล้วเดินออกไปด้วยสีหน้าราวกับเด็กกำลังจะได้ของขวัญชิ้นใหญ่ เมื่อกวินเดินออกไปนักรบก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับบ้าน วันนี้ก็เป็๲อีกวันหนึ่งที่เหนื่อยสำหรับเขา

            ------------------

            เย็นวันต่อมา—

            ปารมีล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า วันนี้ก็เป็๞อีกวันที่หนักหนาสำหรับเธอ การเป็๞ครูแนะแนวนั้นหาใช่สบายอย่างที่คิด อีกทั้งวันนี้เธอยังได้รับบทบาทใหม่จาก ผอ.โรงเรียน ให้เป็๞ครูฝ่ายปกครองอีก เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในโรงเรียน เพราะ ผอ. เห็นว่าอาจารย์ทวีคนนี้นั้นทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดีเท่าทีควร

            เหอะ ๆ ปารมีคนนี้อยากจะร้องไห้เป็๲ภาษาต่างดาว— เธอได้แต่ร่ำร้องในใจ

            “โอ๊ย— จะดีใจหรือจะร้องไห้ดีเนี่ย เฮ้อ— ปารมีเอ้ยยยยย”

            ไม่ทันที่ปารมีจะพิร่ำรำพันกับตัวเองเสร็จ มือถือเธอก็สั่นขึ้น พร้อมกับเบอร์โทรแปลกที่เธอไม่ได้เมมเอาไว้

            “เบอร์ใครเนี่ย”

            เธอบ่นก่อนจะกดรับ

            “สวัสดีค่ะ ปารมีพูดค่ะ”

            ทันทีที่ปารมีกดรับ เธอก็ได้ยินเสียงเซ็งแซ่ เอะอะโวยวายมาจากปลายสาย พร้อมกับน้ำเสียงร้อนรน

            [ครูครับ— ผมเป็๞หัวหน้าห้อง ม.5/1 นะครับ พอดีว่าตอนนี้ผมเห็นนักเรียนของโรงเรียนเรากำลังมีเ๹ื่๪๫กับโรงเรียนฝั่งตรงข้ามอยู่ครับ ครูรีบ ๆ มานะครับ พวกมันมีกันเยอะมากเลย]

            ปารมีได้แต่ตอบรับ ก่อนจะสอบถามสถานที่ และวางสายไป เธอก็ถึงกับอยากจะร้องไห้อีกครั้ง แค่วันแรกที่ได้รับหน้าที่ก็มีเ๱ื่๵๹เลยเหรอเนี่ย ให้ตาย—

            เธอรีบหยิบกุญแจรถและรีบบึ่งไปยังที่ที่นักเรียนคนนั้นบอก ปารมีบอกเลยว่าตอนนี้เธออยากจะอาละวาดเหลือเกินให้ตาย เด็กพวกนั้นต้องชดใช้!!

            ถ้าไม่ติดว่าวันนี้วันศุกร์ละก็ เ๽้าเด็กพวกนั้นที่มันก่อเ๱ื่๵๹คงต้องถูกเธอสั่งสอนยกใหญ่เลยทีเดียว





    โปรดติดตามตอนต่อไป