เพี๊ยะ!! พลั่ก!!
“นังร่าน!! กล้ามาอ่อยแฟนฉันเหรอ”
เสียงแหลมเล็กของหญิงคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับสีหน้าที่โกรธอย่างถึงที่สุด ชุดยูนิฟอร์มของนักเรียนมัธยมปลายนั่นได้บ่งบอกได้ว่าหญิงคนนี้อายุราว ๆ 17 – 18 เท่านั้นเอง
เส้นผมที่ถูกย้อมเป็สีน้ำตาลแดง กับใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางช่วยขับให้ใบหน้าของหญิงสาวนั้นดูโตเกินกว่าวัยมากนัก ชื่อเล่นของเธอคือ มิเกล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนแห่งนี้
“ฉันไม่ได้อ่อยนะ”
เสียงนุ่มของหญิงอีกคนที่โต้ตอบกลับมา เธอนั้นกุมแก้มขาวที่บัดนี้ปรากฏเป็รอยฝ่ามือแดง ชุดนักเรียนหลุดลุ่ย เปื้อนดินหลังจากที่เธอถูกผลักให้ล้ม และเธอคนที่เป็เหยื่อความรุนแรงนี้ก็คือ มุมิน นั่นเอง
“จะไม่อ่อยได้ไง ฉันเห็นมากับตาว่าเธอน่ะส่งยิ้มกับส่งสายตาให้พี่โก้แฟนมิเกล”
หญิงอีกคนที่อยู่ด้านหลังมิเกล รีบเอ่ยขึ้น ซึ่งดู ๆ แล้วเหมือนจะเป็ลูกไล่ของมิเกล เธอคนนี้คือ จินนี่ เพื่อนในกลุ่มเดียวของมิเกล เธอไม่ชอบมุมินเพราะเธอนั้นสนใจจอมทัพอยู่ แต่เธอนั้นก็มักจะเห็นจอมทัพกับมุมินอยู่ด้วยกันเสมอ
“มะ— ไม่ใช่นะ!!! ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น!!”
มุมินพยายามอธิบายให้พวกเธอเชื่อ เพราะเธอนั้นไม่ได้ทำจริง ๆ
“หึ— แน่เหรอ ถ้าไม่ได้อ่อยแล้วไอ้ชุดนี่มันคืออะไร เอาชุดนักเรียนเด็กอนุบาลมาใส่หรือไง!!”
อีกคนที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ มองมาที่มุมินแล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น ซึ่งมันยิ่งทำให้มิเกลนั้นยิ่มโมโหมากขึ้นอีก
“ไม่ใช่นะ— ไซส์มัน...”
มุมินไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะชุดนักเรียนที่เธอมีอยู่นั้นเธอพยายามหาตัวที่ใหญ่และใส่ได้โดยไม่อึดอัดแล้ว ทว่ามันก็ยังรัดแน่นอยู่ดี เนื่องจากหน้าอกของเธอที่มันใหญ่คัพจีเกินมาตรฐานหญิงทั่วไป
“เธอจะบอกว่าของเธอมันใหญ่กว่างั้นเหรอ!!!”
มิเกลตวาดแวดขึ้นมาก่อนที่จะเดินมาหามุมิน ซึ่งมุมินก็ค่อย ๆ ถอยจนหลังเธอติดกับผนังอาคารไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว เธอมองไปที่มิเกลอย่างหวาดกลัว
“เพราะเธอ!!!พี่โก้ถึงได้ไม่ค่อยสนใจฉัน เขาเอาแต่พูดถึงเธอ!!”
ตอนนี้ความโกรธเริ่มเข้าครอบงำมิเกลจนไม่มีใครมาหยุดเธอได้ มิเกลล้วงหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากระโปรง มุมินที่เห็นสิ่งของในมือ เธอก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเพราะมันคือ มีดคัตเตอร์
“ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ถ้าเธอเสียโฉม หน้าแหก จะมีใครสนใจเธอมั้ย”
มิเกลค่อย ๆ เลื่อนใบมีดคัตเตอร์ขึ้นเผยให้เห็นใบมีดสีเงินวาววับราวกับไม่เคยได้ใช้ พร้อมกับย่างเท้าเข้าหามุมินช้า ๆ จินนี่ และลูกเกด เพื่อนของมิเกลที่พูดจุดชนวนความโกรธให้มิเกลเมื่อครู่ ได้แต่ยืนดูด้วยท่าทางที่สะใจ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายคลิป
“ไม่นะ!! อย่านะ!!”
เหงื่อกาฬมุมินไหลพร้อมกับน้ำตาที่มันเริ่มปริ่มออกจากหางตา
“นี่เป็แค่การสั่งสอน อย่ามายุ่งกับพี่โก้แฟนฉันอีก!!”
มิเกลเงื้อมีดขึ้นสุดแขนพร้อมกับโถมตัวไปหามุมิน มุมินที่เห็นดังนั้นเธอก็ได้แต่หลับตายอมรับความเ็ป
‘ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย’
หมับ!!!
ก่อนที่มีดคัตเตอร์จะกรีดหน้ามุมิน มันก็ถูกหยุดด้วยมือใครบางคนที่จับข้อมือของมิเกลที่ถือมีดอยู่ พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็น
“หน้าที่สั่งสอนน่ะ ให้ครูสอนเองดีกว่ามั้ง เธอน่ะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ยังสอนใครไม่ได้หรอกนะ”
ปารมีออกแรงบีบพร้อมกับบิดแขนมิเกลจนมีดคัตเตอร์หลุดออกจากมือ มิเกลที่เห็นว่าเป็ใครนั้นก็หน้าถอดสี พร้อมกับจินนี่และลูกเกดที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างหลังมิเกล
ปารมียิ้มเย็น ก่อนจะส่งสายตาคมกริบไปให้ทั้งสาม ตอนนี้เธอรู้สึกโกรธมาก ถ้าเธอมาช้ากว่านี้อีกนิดละก็ มุมินก็อาจจะมีาแทั้งร่างกายและจิตใจเพิ่มไปอีก
“อะ— อาจารย์”
“เธอคิดว่าเธอกำลังจะทำอะไร...”
มิเกลได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมอาจารย์ปารมีถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้และไม่ใช่แค่ปารมีเท่านั้น จอมทัพ แทนไทและกีต้าร์ก็มาด้วย เธอเห็นจอมทัพนั้นกำลังเอาเสื้อคลุมคลุมให้มุมินที่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวอยู่
เธอได้แต่สงสัย เธออุตส่าห์เลือกที่หลังโรงเรียนตรงอาคารเก่าเพื่อไม่ให้ใครมาขัดจังหวะแล้ว แต่ทำไม...เมื่อกวาดตาไปเธอก็เห็นคนที่เธอคุ้นเคย ‘แก้วตา’
เพื่อนในกลุ่มเธออีกคน เธอและแก้วตานั้นเป็เพื่อนกันั้แ่สมัยประถม เธออุตส่าห์คอยปกป้องแก้วตามาตลอดเพราะแก้วตานั้นชอบถูกรังแกบ่อย ๆ แล้วทำไม....
‘นังทรยศ...’
มิเกลคาดโทษในใจ สายตาที่มองไปที่แก้วตาเต็มไปด้วยความโกรธสุดขีด ซึ่งก็ไม่พ้นสายตาของปารมี ถ้าเธอเดาไม่ผิดละก็ คล้อยหลังเธอไปนั้น แก้วตาต้องถูกทั้งสามรังแกแน่ ๆ
“เฮ้— มองไปทางไหนเหรอ ‘พิมพิดา’ อธิบายสิ่งที่เธอกำลังจะทำมาเมื่อกี้สิ...ฮึ— ครูอยากฟัง เพราะครูอยากจะรู้ว่ามันจะตรงกับสิ่งที่ครูเห็นหรือได้ยินมาหรือเปล่า”
ปารมีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ จนทำให้มิเกลนั้นถึงกับขนลุกวาบ เธอนั้นรู้จักปารมีแค่ว่าเป็อาจารย์แนะแนวคนใหม่เท่านั้น และเท่าที่เธอเห็นปารมีนั้นก็ตัวพอ ๆ กับเธอ อีกทั้งภายนอกยังดูเนิร์ดอีกต่างหาก แต่ว่าทำไมวันนี้เธอรู้สึกว่าปารมีน่ากลัว
“คะ— คือว่า....”
“เธอไม่ต้องอธิบายตอนนี้ก็ได้.....เอาไว้ไปคุยต่อที่ห้องปกครองพร้อมกับผู้ปกครองพรุ่งนี้เลยละกัน ใช่มั้ยคะ...อาจารย์ทวี”
ปารมีเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะผินหน้าไปหาอาจารย์ผู้ชายอ้วนพุงพลุ้ยคนหนึ่ง ที่กำลังยืนหอบแฮก ๆ อยู่เพราะวิ่งตามปารมีมาไม่ทัน จึงรีบใช้แรงที่มีอยู่พาร่างที่เต็มไปด้วยไขมันมาให้ทันปารมี
อาจารย์ทวีคนนี้เป็อาจารย์ฝ่ายปกครอง ซึ่งปารมีออกความเห็นเลยว่า หาได้มีเพาเวอร์อะไรสักนิดเดียว
“คะ— ครับ...พรุ่งนี้ พิมพิดา โสรดา และจินตนา มาพบครูที่ห้องปกครองด้วย”
มิเกลที่เห็นสภาพอาจารย์ฝ่ายปกครอง เธอก็ยิ้มกริ่มเพราะเธอนั้นสนิทกับอาจารย์ฝ่ายปกครองคนนี้มาก เนื่องจากเข้าไปที่นั่นบ่อย
ปารมีทีเห็นสีหน้ามิเกลที่ดูเหมือนจะไม่ได้หวาดกลัวกับอาจารย์ฝ่ายปกครองคนนี้เลยสักนิด เธอจึงดึงมิเกลเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบที่หูของมิเกลด้วยน้ำเสียงที่ทำให้มิเกลนั้นขาสั่นจนแทบทรุด
“แม้เธอจะไม่กลัวฝ่ายปกครองก็ไม่เป็ไร แต่ถ้าครูเห็นเธอยังกล้าทำยังงี้อีกละก็ อย่าหาว่าครูไม่เตือนละกัน...เพราะครูไม่ได้ใจดีเหมือนอาจารย์ทวีหรอกนะ”
ก่อนที่จะปล่อยมือมิเกล ซึ่งทันทีที่ปารมีปล่อยมือมิเกลก็ทรุดลงทันที ปารมีหันไปพยักหน้ากับจอมทัพที่ตอนนี้กำลังกอดปลอบมุมินที่กำลังกลัวอยู่ พร้อมกับพวกแทนไทและกีต้าร์ เมื่อเธอเห็นแก้วตาที่ยืนตัวสั่นแอบอยู่ข้าง ๆ เสาเธอก็เดินไปหาแก้วตาทันที
“ครูขอบใจเธอมากนะที่ไปบอกครู....เธอทำถูกแล้ว มั่นใจไว้แก้วตา การทำอย่างนี้ไม่ใช่การทรยศเพื่อน แต่เป็การช่วยเพื่อนเธอต่างหาก...”
แก้วตาได้แต่พยักหน้า ปารมีเห็นดังนั้นก็เดินนำพวกของจอมทัพไปที่ห้องแนะแนวของเธอเอง เพราะถ้าดูเวลาแล้วห้องพยาบาลคงจะปิดไปแล้ว เนื่องจากนี่ก็เลยเวลาเลิกเรียนมานานแล้ว โชคดีที่เธออยู่เคลียร์งานยังไม่กลับ และอาจารย์ฝ่ายปกครองก็ยังไม่กลับ
เมื่อมาถึงห้องแนะแนว เธอก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของเธอ พร้อมกับหยิบกล่องปฐมพยาบาลฉุกเฉินออกมา พร้อมกับสั่งให้แทนไทและกีต้าร์ไปหาผ้าและน้ำแข็งมา
ปารมีคุกเข่าตรงหน้ามุมินพร้อมกับพูดปลอบใจ
“ไม่เป็อะไรแล้ว...เธอเจ็บตรงไหนบ้าง ไหนให้ครูดูซิ”
ปารมีสำรวจร่างกายของมุมิน ก็พบกับแผลขีดข่วนหลายจุดแต่ก็ไม่ลึกมากเท่าไหร่ แต่ที่หนักสุดคือรอยแตกที่มุมปากที่ถูกมิเกลตบ ซึ่งวันนี้มันทำให้เธอรู้เลยว่าต้นเหตุของรอยฟกช้ำตามร่างกายของมุมินที่เธอเห็นคราวก่อนคือใคร
หลังจากที่แทนไทและกีต้าร์หาผ้าขนหนูกับน้ำแข็งได้แล้ว เธอก็เอามาปะคบที่แก้มของมุมินทันทีเพื่อลดอาการบวม มุมินได้แต่นั่งนิ่งน้ำตาไหล แต่ไร้เสียง
จอมทัพที่คอยนั่งกอดปลอบมุมินอยู่ข้าง ๆ อย่างเป็ห่วง เขานั้นรู้สึกเจ็บนิด ๆ ที่ใจเมื่อนึกถึงภาพที่มิเกลกำลังจะเอามีดคัตเตอร์ทำร้ายมุมิน ถ้าปารมีมาช่วยไว้ไม่ทันละก็....
“นี่ก็เย็นมากแล้ว....จอมทัพเธอรู้จักบ้านมุมินมั้ย”
เสียงของปารมีทำให้จอมทัพหลุดออกจากห้วงความคิด
“คะ— ครับ”
“งั้นเธอช่วยบอกทางครูหน่อยได้มั้ย เดี๋ยวครูจะไปส่งมุมินเอง”
มุมินที่ได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยปฏิเสธทันที
“มะ— ไม่เป็ไรค่ะ อาจารย์...หนูเกรงใจ...หนูไม่อยากทำให้อาจารย์ลำบาก”
คำตอบของมุมินนั้นทำให้ปารมีถึงกับอึ้ง เธอคิดว่าสิ่งที่มุมินเจอนั้นมันน่าจะมีอะไรมากกว่าแค่การบูลลี่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นจะไม่มีความคิดแบบนี้ได้ ปารมีเดินไปลูบหัวมุมินเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“มุมิน...เธอไม่ต้องเกรงใจครูหรอกนะ ครูเต็มใจช่วย ถ้าเธอมีปัญหาอะไรละก็มาหาครูทันทีได้เลย หรือโทรหาครูก็ได้....อ่ะนี่เบอร์ครู”
มุมินที่ได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้โฮพร้อมกับโถมกอดปารมีด้วยความรู้สึกตื้นตัน ซึ่งกว่ามุมินจะหยุดร้องไห้ได้ก็เกือบครึ่งชั่วโมง
“เอาละจอมทัพไปส่งมุมินกับครูได้มั้ย จะได้ช่วยบอกทางครูหน่อย...ครูอยากจะให้มุมินได้พักผ่อนน่ะ”
“ครับ— ผมก็กะว่าอย่างนั้นอยู่แล้ว”
“โอเค— งั้นวันนี้ก็แยกย้ายกันกลับบ้านกัน”
แทนไทและกีต้าร์ก็ขอแยกกันกลับบ้านก่อน ส่วนเธอและจอมทัพนั้น ก็มาส่งมุมินที่บ้าน ส่วนจอมทัพเขาบอกว่าให้คนขับรถมารับที่บ้านของมุมินเรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วง
หลังจากที่เธอส่งมุมินเสร็จแล้ว ปารมีก็เตรียมตัวกำลังจะกลับ แต่อยู่ ๆ ก็มีสายเข้า เมื่อเธอเอามือถือขึ้นมาดูเธอก็พบกับเบอร์ที่ไม่คาดคิดโทรมา
‘นักรบ ผู้ปกครองจอมทัพ’
“สวัสดีค่ะ ปารมีค่ะ”
[วันเสาร์นี้คุณว่างรึเปล่า]
ไม่พูดพร่ำทำเพลง นักรบก็เอ่ยขึ้นอย่างไร้การทักทายใด ๆ ทั้งสิ้น ทำเอาปารมีถึงกับงง
“คะ— อะไรนะคะ”
เธอได้ยินเสียงถอนหายใจของปลายสาย ทำให้เธอถึงกับขมวดคิ้วคิดว่า เธอพูดอะไรผิดงั้นเหรอ
[ผมแค่อยากจะปรึกษาคุณเกี่ยวกับจอมทัพวันเสาร์นี้]
เมื่อได้ยินดังนั้นปารมีก็ถึงกับร้องอ๋อ— ก็ไม่พูดให้เคลียร์ั้แ่แรก
“อ้อ— ได้ค่ะ ให้ดิฉันไปพบที่ไหนดีคะ”
[ที่เมอร์เมส พอดีผมมีประชุมด่วนวันเสาร์ เลยกะว่าจะคุยกับคุณหลังประชุม]
“ได้ค่ะ คุณนักรบประชุมเสร็จกี่โมงเหรอคะ”
[ประมาณสิบโมง]
“ค่ะ”
[อืม— แค่นี้ละ]
จากนั้นนักรบก็กดวางสายทันที ไม่ทันที่ปารมีจะได้เอ่ยอะไรสักนิดเดียว ‘อะไรเนี่ย— มาเร็วเคลมเร็ว’ ปารมีส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกไป โดยจุดมุ่งหมายคือคอนโด
ทางด้านนักรบนั้นก็ดูคลิปของปารมีที่เข้าไปช่วยมุมิน ด้วยแววตาที่นิ่งเรียบ ยิ่งได้รู้จักกับปารมี เขาก็คิดว่าเธอยิ่งน่าสงสัย
“อ้าว— ยังไม่กลับอีกเหรอ”
กวินเดินเข้ามาพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาอย่างสบาย ๆ นักรบที่เห็นกวินเดินเข้ามาจึงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เป็ไงบ้าง”
“ฮู้ว— ดิ้นกันสุดฤทธิ์...แล้วเป็ไง สรุปวันเสาร์นี้ แสตนด์บายใช่มะ”
“ใช่— ฉันนัดเอาไว้สิบโมง”
“โอเค— เดี๋ยวฉันเตรียมเอง วันเสาร์นี้ได้เห็นอะไรสนุก ๆ อีกแล้วสิเนี่ย”
กวินพูดพลางลุกขึ้นโบกมือ แล้วเดินออกไปด้วยสีหน้าราวกับเด็กกำลังจะได้ของขวัญชิ้นใหญ่ เมื่อกวินเดินออกไปนักรบก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับบ้าน วันนี้ก็เป็อีกวันหนึ่งที่เหนื่อยสำหรับเขา
------------------
เย็นวันต่อมา—
ปารมีล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า วันนี้ก็เป็อีกวันที่หนักหนาสำหรับเธอ การเป็ครูแนะแนวนั้นหาใช่สบายอย่างที่คิด อีกทั้งวันนี้เธอยังได้รับบทบาทใหม่จาก ผอ.โรงเรียน ให้เป็ครูฝ่ายปกครองอีก เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในโรงเรียน เพราะ ผอ. เห็นว่าอาจารย์ทวีคนนี้นั้นทำหน้าที่นี้ได้ไม่ดีเท่าทีควร
เหอะ ๆ ปารมีคนนี้อยากจะร้องไห้เป็ภาษาต่างดาว— เธอได้แต่ร่ำร้องในใจ
“โอ๊ย— จะดีใจหรือจะร้องไห้ดีเนี่ย เฮ้อ— ปารมีเอ้ยยยยย”
ไม่ทันที่ปารมีจะพิร่ำรำพันกับตัวเองเสร็จ มือถือเธอก็สั่นขึ้น พร้อมกับเบอร์โทรแปลกที่เธอไม่ได้เมมเอาไว้
“เบอร์ใครเนี่ย”
เธอบ่นก่อนจะกดรับ
“สวัสดีค่ะ ปารมีพูดค่ะ”
ทันทีที่ปารมีกดรับ เธอก็ได้ยินเสียงเซ็งแซ่ เอะอะโวยวายมาจากปลายสาย พร้อมกับน้ำเสียงร้อนรน
[ครูครับ— ผมเป็หัวหน้าห้อง ม.5/1 นะครับ พอดีว่าตอนนี้ผมเห็นนักเรียนของโรงเรียนเรากำลังมีเื่กับโรงเรียนฝั่งตรงข้ามอยู่ครับ ครูรีบ ๆ มานะครับ พวกมันมีกันเยอะมากเลย]
ปารมีได้แต่ตอบรับ ก่อนจะสอบถามสถานที่ และวางสายไป เธอก็ถึงกับอยากจะร้องไห้อีกครั้ง แค่วันแรกที่ได้รับหน้าที่ก็มีเื่เลยเหรอเนี่ย ให้ตาย—
เธอรีบหยิบกุญแจรถและรีบบึ่งไปยังที่ที่นักเรียนคนนั้นบอก ปารมีบอกเลยว่าตอนนี้เธออยากจะอาละวาดเหลือเกินให้ตาย เด็กพวกนั้นต้องชดใช้!!
ถ้าไม่ติดว่าวันนี้วันศุกร์ละก็ เ้าเด็กพวกนั้นที่มันก่อเื่คงต้องถูกเธอสั่งสอนยกใหญ่เลยทีเดียว
โปรดติดตามตอนต่อไป