ณ สถานีขนส่ง
ชายหนุ่มหน้ามนเดินลงมาจากรถทัวร์ในเวลาเที่ยงคืน ริมฝีปากอวบอิ่มอ้าปากหาว แขนเรียวยาวยืดขึ้นฟ้าเพื่อคลายความปวดเมื่อย บนหลังมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่สะพายไหล่เอาไว้ เมื่อลุงคนขับเปิดช่องเก็บสัมภาระด้านข้าง ชายหนุ่มก็ก้มหน้าไปเอากระเป๋าเดินทางลากไปรอบนเก้าอี้
ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงคืนเศษๆ รถทัวร์สายนี้ได้เลทจนล่วงเลยไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมง
“เฮ้อ ดึกขนาดนี้จะมีใครมารับมั้ยนะ”
ภูมิถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าเครียด
ชายหนุ่มพึ่งจะผ่านการฝึกงานมาอย่างราบรื่น และอีกสองเดือนข้างหน้าเขาก็จะถูกบรรจุเป็พนักงานบริษัทในเมืองใหญ่ ภูมิจึงขอใช้เวลาที่เหลือกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่ต่างจังหวัด เขาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพั้แ่เข้าเรียนมหาลัย นานๆทีถึงจะได้กลับมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่บ้านเกิดของตัวเอง
“หวัดดีครับแม่ ภูมิมาถึงแล้วครับ”
“โอ๊ย แม่ก็นึกว่าจะมาไม่ถึงซะแล้ว”
“รถทัวร์เลทน่ะครับ พ่อนอนหรือยัง”
“พ่อนั่งกินเหล้ารอภูมิั้แ่หัวค่ำ ตอนนี้เมาไปแล้ว”
“อ้าว เอาไงอ่ะแม่”
“ไม่ต้องห่วง พ่อนั่งกินเหล้ากับพี่วัตร เดี๋ยวให้พี่เขาไปรับ นั่นไงมานู่นแล้ว…แค่นี้แหละ”
“….แม่?”
คนจากบ้านวางสายไปดื้อๆ ดูเหมือนผู้เป็แม่จะง่วงนอนจนไม่อยากรอฟังเสียงตอบกลับจากลูกชายใดๆทั้งสิ้น ภูมินั่งถอนหายใจหนักกว่าเดิม แต่อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าจะมีคนมารับ ชายที่แม่บอกกล่าวคือพี่วัตร พี่เขยของเขา วัตรแต่งงานกับพี่สาวเมื่อสามปีที่แล้ว และตอนนี้ก็กำลังจะมีหลานให้ได้อุ้มเป็ตัวเป็ตน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...
ภูมินั่งผงกหัวรอพี่เขยจนหลับคาเก้าอี้ เมื่อมีแรงสะกิดเข้ามาบนหน้าผาก ดวงตากลมโตก็กระพริบถี่หาต้นตอ ชายหนุ่มมองขึ้นไปยังชายอายุสามสิบต้นๆรูปร่างสูงโปร่งบึกบึน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยกรอบสันกรามนูนเด่น ผิวสีแทนเข้มจากการตากแดดตากลมทำให้หมองคล้ำเล็กน้อย
ดวงตามีเล่ห์เหลี่ยมจ้องลงมาด้านหลัง ก่อนที่ริมฝีปากหนาที่เต็มไปด้วยเคราจะเอ่ยคำถามห้วนๆโดยไม่มีหางเสียง
“กูมารับแล้ว”
“….หวัดดีครับ พี่วัตร”
“ยกกระเป๋าขึ้นรถ”
วัตรตอบน้องเมียของตัวเอง ก่อนจะเดินหันหลังไปยังรถกระบะคันโต
เมื่อภูมิเห็นเช่นนั้นเขาก็เบ้ปากพร้อมกับรีบยกกระเป๋าเดินทางตามไปติดๆ ชายหนุ่มไม่ค่อยชอบสามีของพี่สาวเท่าไหร่นัก เนื่องจากวัตรเป็ชายบ้านๆที่ไม่ได้มีการศึกษาสูง น้ำเสียงและคำพูดแต่ละประโยคก็ห่ามๆเหมือนไม่มีใครเคยสอนมาก่อน
หน้าตาเถื่อนๆชอบจ้องมองการเดินของภูมิด้วยหางตาตัดสิน บางครั้งชายหนุ่มก็ได้ยินคำพูดเหยียดหยามเื่รูปร่างหน้าตาและการแต่งตัวเบาๆจากพี่เขยคนนี้ แต่ด้วยความขยันขันแข็งและเอาการเอางาน มันเลยทำให้ครอบครัวยอมรับผู้ชายทรงโจรได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก
“สบายดีนะครับ….พี่วัตร”
“…..”
ถูมิเอ่ยถามเบาๆเพื่อให้บรรยากาศภายในรถไม่เงียบงัน แต่เมื่อใบหน้าของชายฉกรรจ์หันมามันก็ยิ่งทำให้บรรยากาศดูวังเวงมากกว่าเดิม กลิ่นเหล้าฉุนๆพุ่งกระจายออกมาจากลมหายใจหนักๆ วัตรชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบน้องเมียอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่
“ถ้ากูไม่สบายคงมารับมึงได้หรอก”
“…ครับ”
นั่นเป็บทสนทนาเดียวที่พี่เขยและน้องเมียคุยกัน หลังจากนั้นระยะทางหลายกิโลก็เต็มไปด้วยความเงียบงันและเสียงลมหายใจ ภูมิเข้าใจดีว่าวัตรเป็ผู้ชายหัวโบราณ หน้าตาและนิสัยห่ามๆที่พูดคุยกับเขาบ่งบอกได้ชัดเจน แม้ทั้งสองจะรู้จักกันมานาน แต่ด้วยนิสัยและกิจวัตรประจำวันของแต่ละคนมันก็ต่างกันเกินไป
วัตรเป็ชายฉกรรจ์รูปร่างสันทัดบึกบึนสมกับชายชาตรี เขาจะนิสัยดีและร่าเริงก็ต่อเมื่ออยู่ในวงเหล้า เมื่อไหร่ที่ทำการทำงาน คิ้วดกหนาทั้งสองข้างก็จะขมวดกันเป็ปมด้วยความเขร่งเครียดตลอดเวลา และความแข็งแรงนั้นก็แสดงออกมาผ่านมัดกล้ามเนื้อก้อนใหญ่ที่แน่นเป็สัดส่วนชัดเจน
สำหรับภูมิ...
เขาเป็ชายหนุ่มรักสะอาดและชอบเก็บตัว วันๆเอาแต่ทำงานบ้านหรือไม่ก็อยู่ในครัวช่วยแม่ทำอาหาร ส่วนรูปร่างหน้าตานั้น...ก็ตรงข้ามกับพี่เขยคนละขั้วเลยก็ว่าได้ อาจมีเพียงน้องชายใต้หว่างขาเท่านั้นที่เหมือนกัน แต่ขนาดของไซส์นั้น ก็อาจจะแตกต่างกันคนละขั้วเหมือนกับรูปร่างหน้าตา!