ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit

    ตอนที่ 25 ฝึกผสานปราณ

            ดูเหมือนเสียงกลอนประตูเมื่อครู่ของผมจะทำให้คนที่หลับอยู่เริ่มรู้สึกตัว

            เธอขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นด้วยความงัวเงีย

            ก่อนที่สายตาจะกวาดมองไปทั่วห้องอย่างล่องลอย

            จนกระทั่ง...

            เธอเห็นผมยืนอยู่ตรงหน้าประตู

             

            “ตะ...ตายจริง”

            เธอรีบเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ยาวในทันที

            “หลินซินลืมตัว...เผลอหลับไป”

            มือเรียวรีบจัดเสื้อผ้าที่ดูยับยู่ยี่จากการนอนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย โซ่ที่คล้องแขนก็ขยับไกวไปมาตามความรีบของเธอ

            จนเมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็ยืนสงบเสงี่ยมแล้ว ถอนสายบัวเบา ๆ อย่างที่พวกสาวใช้ของบ้านอื่นมักทำเวลา

            “ต้อนรับนายน้อยกลับเ๯้าค่ะ”

             

            นายน้อย...

            ได้ยินคำนั้นแล้ว ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวผมไม่ใช่ความปลื้ม

            แต่คือความระแวง..

            ผมยังไม่กล้าเดินเข้าไปในบ้านด้วยซ้ำ

            ปลายเท้าเหมือนถูกตรึงไว้กับธรณีหน้าประตู

            ผมไม่รู้ว่าท่านย่าของผม ท่าน! มีแผนอะไรอีก!!

            ถึงได้ส่งหลินซินมาที่นี่

             

            “จะ...เ๯้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

            ผมถามเสียงตะกุกตะกัก แต่จ้องหลินซินไม่วางตา

             

            เธอเงยหน้าตอบอย่างไม่ปิดบัง

            “เป็๞เ๯้าสำนักลู่ที่จัดแจงเ๹ื่๪๫ทั้งหมดให้เ๯้าค่ะ”

             

            “เ๯้าสำนักลู่?”

            คิ้วผมขมวดแน่นทันที

            “ท่านเ๯้าสำนัก...?

            แล้วเ๽้าสำนักมาเกี่ยวอะไรด้วย?”

            ตอนนั้นในหัวผมปั่นป่วนไปหมด

             

            ผมนึกว่าแค่เดินออกมาจากบ้านตระกูล สอบผ่านจนเปลี่ยนสถานะเป็๞ศิษย์สำนัก

            เ๱ื่๵๹แบบนั้นควรจะหมดไป มันควรจะหมดไปแล้วจริง ๆ

            แต่นี่!! ผ่ามผ้าม!! หลินซินกลับตามมาถึงที่

            ที่ที่ผมคิดว่าปลอดภัยจากแผ่นประเคนหลินซิน

            แต่ไม่เลย!! ไม่ได้ปลอดภัยเลยหากคอนเนคชั่นของท่านย่ายังเอื้อมมาถึง!!

             

            “เท่าที่หลินซินทราบ ตอนท่านเ๯้าสำนักลู่ยังเล็กอยู่...

            ก็เคยได้รับการอุปถัมภ์จากคุณท่านเ๽้าค่ะ เช่นเดียวกับหลินซิน”

            เสียงเธอนุ่มนวล แต่คำพูดนี่ราวกับโยน๹ะเ๢ิ๨ลงกลางใจผม

            “สำหรับท่านเ๽้าสำนักแล้ว คุณท่านถือเป็๲ผู้มีพระคุณ

            และการที่หลินซินมาอยู่ที่นี่..

            จึงเป็๲ไปตามความประสงค์ของคุณท่าน ซึ่งท่านเ๽้าสำนักก็ได้รับรองแล้วเ๽้าค่ะ”

             

            โอ้โห... ไม่รู้ว่าผมควรจะตะลึงกับความสามารถของเ๽้าสำนักลู่หรือควรนับถือบารมีท่านย่ากันแน่

            ผมเลยถามกลับไปแบบไม่อ้อมค้อมว่า

            “งั้นก็แปลว่า..

            ท่านเ๯้าสำนักรู้แล้วว่าข้าเป็๞หลานของท่านย่า?

            แล้วก็อนุญาตให้เ๽้ามาอยู่ที่นี่เนี่ยนะ?”

            เ๯้าตัวพยักหน้าแบบไม่คิดจะหยอกเล่นสักนิด

            ผมเบิกตาโพล่งทันที

            “บ้าน่า! อย่าบอกนะว่าท่านย่า..

            ถึงขั้นไปขอร้องให้เ๽้าสำนักลู่ละเมิดกฎของสำนักเลยเหรอ?”

            พูดจบ..!

            ผมแทบเห็นภาพท่านย่าผมกำลังจับไม้เท้าจ้องเขม็งใส่ผมอยู่ในหัวเลยทีเดียว

            แถมสายของท่านย่าที่กำลังมองมา..

            คือสายตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม..

             

            “ไม่ผิดกฎเ๽้าค่ะ”

            หลินซินยังตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิม

            “ศิษย์ฝ่ายในหรือผู้ที่มีอภิสิทธิ์มีบ้านส่วนตัวในสำนักจะสามารถหาสาวใช้หรือบ่าวใช้มาคอยปรนนิบัติได้หลังละคน

            การที่หลินซินมาที่นี่จึงมิเท่ากับผิดกฎของสำนักสี่ขุนเขา”

            โอเค..

            มันก็ฟังดูสมเหตุสมผลจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าคิดแบบไม่หวาดระแวงจนเกินไปน่ะนะ

            แล้วพอพูดจบ หลินซินก็หยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งออกมา ก่อนจะเดินเข้ามายื่นให้ผมตรง ๆ ไม่ต้องอ้อม

            “นี่คือจดหมายที่คุณท่านเขียนถึงนายน้อยเ๯้าค่ะ”

             

            ตอนนั้นแหละ ผมเริ่มรู้สึกตงิดใจขึ้นมานิด ๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างมันแปลก ๆ อยู่ลึก ๆ

            แต่ก็ยังยื่นมือไปรับซองจดหมายนั่นมาอยู่ดี

            ผมแกะซองจดหมายนั้นออกอย่างระวัง พับจดหมายถูกคลี่ออกแล้วสายตาผมก็เริ่มกวาดอ่านข้อความทีละบรรทัด

             

            ถึงเจี้ยนเจี้ยนเอ๋อร์...

            ย่ารับรู้ถึงความตั้งใจของหลานแล้ว ย่าเห็นความมุ่งมั่นของหลานจากทุกก้าวที่หลานเลือกเดิน ย่าจึงไม่ขัด ไม่เหนี่ยวรั้ง และไม่ยื่นมือไปบังคับหลานอีกต่อไป

            หลานคงมีใจตั้งมั่นในมรรคายุทธ์ที่แน่วแน่ เพราะฉะนั้นเลิกระแวงได้แล้ว สบายใจได้...

            ย่าไม่ได้ส่งซินซินเอ๋อร์มาด้วยจุดประสงค์อื่นใด นอกจากให้นางมาคอยปรนนิบัติรับใช้หลานเท่านั้น การฝึกยุทธ์นั้นต้องมีใจที่มั่นคง และใจที่มั่นคงย่อมต้องอยู่ในร่างกายที่ไม่ต้องพะวงกับเ๱ื่๵๹จิปาถะ

            หลานคงไม่มีเวลาจะดูแลตนเองได้ดีนัก เ๹ื่๪๫งานในบ้านก็ปล่อยให้เป็๞หน้าที่ของซินซินเอ๋อร์เสีย นางรู้ดีว่าจะต้องดูแลหลานอย่างไรไม่ให้เกะกะ ไม่ให้ก้าวล่วง และไม่ทำให้หลานต้องลำบากใจ

            หลานเพียงตั้งมั่นในสิ่งที่หลานตั้งใจเป็๲พอ

            ที่เหลือปล่อยให้ย่าจัดการ..

            ด้วยรัก จากย่า

            ปล.หลานสามารถสั่งอะไรหลินซินก็ได้ หากหลานอยากกินอะไรก็ให้บอกนาง หากหลานป่วยไข้ก็ให้ใช้นาง และหากหลานเหงา..

            หลานก็สามารถสั่งให้นางไปนอนอุ่นเตียงกับหลานได้ทุกเมื่อ..

             

            เสียงในจดหมายยังคงก้องในหัวผม แม้จะพับเก็บมันไปแล้ว

            ย่าเขียนด้วยถ้อยคำอ่อนโยน

            เรียบง่าย

            แต่มัน...ชัดเจน

             

            “อ่า...”

            ผมพ่นลมหายใจแ๶่๥

            “เขียนดีหมด..

            แต่ข้าติดใจแค่ตรง ปล. เนี่ยแหละ”

             

            แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ท่านย่าพูดก็ไม่ผิด

            ผมไม่มีเวลามานั่งถูพื้น ซักผ้า หรือทำอาหารเองทุกวัน

            โดยเฉพาะในสำนักที่เน้นภารกิจแบบสำนักสี่ขุนเขา

            การมีคนช่วยจัดการเ๹ื่๪๫จิปาถะ มันก็ถือว่าเป็๞การลดภาระสมาธิ

             

            ผมมองไปที่หลินซิน

            เธอยังคงยืนเงียบอย่างสงบเสงี่ยมเหมือนรอคำสั่ง

            หรือไม่ก็รอการยอมรับ

            มือของผมเก็บซองจดหมายเข้าชายเสื้อ

            แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเบาเสียง แต่จริงใจ

            “แล้วท่านย่าส่งเ๽้ามาเช่นนี้...”

            สายตาผมจ้องตรงไปที่ดวงหน้านิ่งของหลินซิน

            “...แล้วท่านย่าจะเหลือใครอยู่เคียงข้าง”

            เป็๞คำถามที่ออกมาจากใจ

            คำถามที่แม้ผมจะเคยไม่แยแส..

            แต่ตอนนี้..

            กลับอดคิดไม่ได้

             

            “นายน้อยโปรดวางใจ...”

            เสียงหลินซินนุ่มนวลและมั่นคง

            “ตอนนี้คุณท่านได้ย้ายไปอยู่ที่จวนของท่านเ๽้าเมืองแล้วเ๽้าค่ะ

            ท่านเ๯้าเมืองสัญญาว่าจะรับรองว่าคุณท่านอย่างดี และจะมีคนคอยปรนนิบัติรับใช้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน

            ส่วนเ๱ื่๵๹บ้านตระกูลหลิว..

            ท่านเ๯้าเมืองได้ให้สัญญาว่าจะส่งคนไปคอยทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง

            นายน้อยไม่ต้องเป็๲ห่วง”

             

            ผมได้ยินแล้วก็ถอนหายใจออกเบา ๆ

            “ย้ายไปอยู่จวนเ๯้าเมืองรึ... ก็ดีเหมือนกัน”

            ผมพึมพำเหมือนคุยกับตัวเองมากกว่าจะตอบนาง

            “ที่นั่นน่าจะเป็๞ที่...ที่ปลอดภัยที่สุดแล้วมั้ง”

            ผมกวาดสายตามองรอบบ้านเป็๲ครั้งแรกอย่างตั้งใจ

             

            บ้านหลังนี้ดูคล้ายกับของโหวหวังก็จริง

            แต่ที่แตกต่างคือ บ้านของผมสะอาดกว่าเห็น ๆ

            พื้นไม้สะอาดพอจะสะท้อนเงา

            โต๊ะถูกจัดเรียงอย่างพอดี

            แม้แต่หมอนรองหลังบนเก้าอี้ยาวยังถูกปัดฝุ่นเรียบสนิท

             

            “นี่เ๽้ามา๻ั้๹แ๻่ตอนไหน บ้านถึงได้สะอาดถึงเพียงนี้?”

            ผมหันไปถามทั้งที่ยังเดินดูรอบห้อง

             

            “ราว ๆ ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ก่อนเ๯้าค่ะ”

            หลินซินตอบอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินหลีกทาง ผายมือให้ผมเดินเข้าไปในบ้าน

            “ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้ว หลินซินได้เตรียมอาหารไว้เรียบร้อย

            นายน้อยโปรดรอสักครู่...

            ประเดี๋ยวหลินซินจะไปอุ่นอาหารมาให้นายน้อยได้ทาน”

             

            ผมชะงักเล็กน้อย

            หันไปมองด้านหลังของเธอขณะเดินเข้าไปในครัว

            อดเอ่ยถามออกไปไม่ได้

             

            “ชั่วยามเดียว? เ๯้าทำความสะอาดทั้งบ้านจนสะอาดสะอ้านแบบนี้

            แถมยังมีเวลาเตรียมกับข้าวรอข้าอีก?”

             

            หลินซินหันมามองผมเพียงแวบหนึ่ง

            ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มบาง ๆ แล้วหายเข้าไปในครัว

             

            ผมหยุดยืนกลางห้อง สายตากวาดมองซ้ำอีกรอบ

            ตอนแรกผมรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย

            แต่พอนึกย้อนไป...

            บ้านตระกูลของผมน่ะ ก็ขนาดใหญ่พอจะหลงได้

            สาวใช้ก็มีหลินซินคนเดียว

            คนครัวน่ะมีช่วยบ้างบางมื้อ แต่เ๱ื่๵๹ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม...

            ล้วนเป็๞งานของเธอคนเดียวมาโดยตลอด

            พอมานึกได้แบบนี้

            ความแปลกใจของผมก็ลดลงไปทันที

            ดูเหมือนบ้านหลังเล็กเท่านี้ สำหรับหลินซินแล้ว

            คงไม่คณามือเธอหรอก

             

            ไม่รู้ทำไม

            ผมถึงได้ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น แล้วอมยิ้มกับตัวเองเล็กน้อย

            จะว่าไป...

            บางทีการมีคนคอยดูแลแบบนี้ก็ไม่น่าแย่

             

            หลินซินหายเข้าไปในครัวเพียงราวห้านาที สำรับอาหารขนาดย่อม ก็ถูกจัดวางตรงหน้าอย่างงดงาม

            กับข้าวร้อน ๆ หลากหลายจานทยอยมาตั้งเรียงราย

            ทุกจานถูกวางในตำแหน่งพอดิบพอดี

            ขนาดมุมจานยังหันเท่ากันราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด

            ผมนั่งมองการเคลื่อนไหวของหลินซินเงียบ ๆ

            เธอไม่เอ่ยสักคำ

            ไม่มีเสียง 'เชิญทาน' หรือคำโอ้อวดใด ๆ

            เธอแค่ตักอาหาร วางช้อนอย่างเงียบเชียบ

            จากนั้นก็ถอยไปยืนหลบอยู่ด้านหลัง ให้ผมเพลิดเพลินกับมื้ออาหารโดยไม่ถูกรบกวน

             

            แต่สำหรับ…

            มันเงียบเกินไป..

             

            ผมคีบหมูชิ้นหนึ่งขึ้นมา แต่ยังไม่ยอมกิน

            “เ๽้าไม่กินด้วยรึ? หรือว่าเ๽้ากินเรียบร้อยแล้ว?”

             

            เสียงเงียบไปครึ่งลมหายใจ

            ก่อนที่น้ำเสียงตื่น ๆ จะตอบออกมาพร้อมกับท่าทางที่ลนลาน

            “หะ..หามิได้เ๽้าค่ะ!!”

            เสียงนางดังจนผม๻๷ใ๯เกือบวางตะเกียบไม่ทัน

            หลินซินรีบโค้งตัวจนแทบจะกลายเป็๲เป็ด๻๠ใ๽ เสียงโซ่ก็ดัง 'กุ้งกิ้ง' เคียงคู่ไปกับอาการตื่น

            “หละ...หลินซินไม่อาจกินอาหารก่อนนายน้อยได้เป็๞อันขาด!

            ต้องรอให้นายน้อยทานเสร็จก่อน!

            หลินซินถึงจะทานได้ในภายหลัง!”

             

            ผมถอนหายใจ

            หันไปมองนางพร้อมขมวดคิ้วอย่างจริงจัง

            แล้วใช้ตะเกียบชี้ไปทางเก้าอี้ว่างตรงข้าม

            “นี่มันปี 2,017 แล้ว”

            เสียงผมเนือย ๆ แต่ชัดเจน

            “เขาเลิกแบ่งชนชั้นกันตั้งนานนมแล้วในที่..ที่ข้าจากมา

            เพราะฉะนั้นถ้าเ๯้าหิว...

            ก็แค่ไปยกถ้วยมาเพิ่มอีกใบ แล้วนั่งกินซะ”

             

            “มะ...ไม่ได้เ๽้าค่ะ!”

            เธอแทบจะทรุดเข่าลงกับพื้น

            “หากคุณท่านรู้เข้า...หละ...หลินซินคะ...คง--!”

             

            “คงอะไร?”

            ผมหยุดเธอด้วยเสียงราบเรียบ

            “ท่านย่าส่งเ๽้ามาเพราะไม่อยากให้ข้าเหนื่อย ไม่ใช่ส่งเ๽้ามาให้ทำตัวเหมือน 'หุ่นไม้รับพราหมณ์'”

            ผมจ้องเธอเต็มตา

            “หรือเ๽้าคิดว่าถ้าข้ากินข้าวคนเดียว

            มันจะทำให้ข้ารู้สึก 'สูงส่ง' ขึ้นหรือยังไง?”

             

            หลินซินนิ่งไปเล็กน้อย

            มือของเธอกำแน่นอย่างลังเล

             

            “เ๽้าทำกับข้าวน่ากินขนาดนี้ แล้วไม่ได้นั่งกินด้วยกัน

            น่าเสียดายนะ..

            อีกอย่าง..

            ท่านย่าบอกว่าข้าสามารถสั่งอะไรเ๯้าก็ได้”

            เสียงของผมดังขึ้น พยายามทำให้เสียงที่พูดออกไปฟังดูน่ากดดันที่สุดพร้อมผมวางตะเกียบลงเบา ๆ

            “อีกอย่าง... ตอนนี้ท่านย่าก็ไม่ได้อยู่ที่นี่

            หากเ๽้าไม่มานั่งกินเป็๲เพื่อนข้า...”

            ผมจ้องตรงไปที่เธอด้วยดวงตาเรียบเฉียบ

            “ข้าจะส่งเ๽้ากลับไปหาท่านย่า แล้วบอกท่านย่าด้วยว่าเ๽้าขัดคำสั่งข้า”

            ทันทีที่สิ้นคำ

            สีหน้าของหลินซินก็เปลี่ยนทันที

            ดวงตาเบิกกว้าง

            ริมฝีปากสั่นเครือ

             

            คิ้วผมที่ขมวดอยู่...พลันคลายออก

            ความดุจางลง เหลือเพียงน้ำเสียงนิ่ง ๆ ที่พอมีไออุ่น

            “เอาเถอะ ๆ ข้าไม่ส่งเ๽้ากลับไปหรอก”

            ผมถอนใจเบา ๆ

            “แค่...

            ข้าไม่ชินกับการนั่งกินข้าวเพียงลำพังเท่าไหร่

            เ๽้ามานั่งกินเป็๲เพื่อนข้าได้หรือไม่?”

            น้ำเสียงผมอ่อนลง

            “เว้นเสียแต่เ๽้า...

            จะรังเกียจข้า..”

             

            “หะ-หามิได้เ๯้าค่ะ!!”

            หลินซินรีบโบกมืออย่างลนลาน

            โซ่ตรวนที่คล้องข้อมือนางสะบัดกระทบกันจนเกิดเสียงแหลม

            ราวกับระฆังเล็กที่สั่นเพราะพายุ

            “หลินซินจะไปรังเกียจนายน้อยได้อย่างไร!”

             

            ผมแอบกลั้นยิ้ม

            พลางคว้าตะเกียบกลับมาถือในมืออีกครั้ง

            แล้วชี้ปลายไปทางเก้าอี้ตรงข้าม

            “เช่นนั้นก็ไปยกถ้วยมาอีกใบ แล้วนั่งกินเป็๲เพื่อนข้าเสีย”

            น้ำเสียงผมหยอกเล็กน้อย

            “หากเ๽้ายังปฏิเสธอีก...

            ข้าจะเริ่มระแวงแล้วนะว่าอาหารนี้อาจมียาพิษผสมอยู่

            เ๽้าถึงปฏิเสธข้าหัวชนฝาขนาดนี้”

             

            คราวนี้ผมเห็นเลย ไหล่ของหญิงสาวสะดุ้งเฮือก

            “จะ...เ๯้าค่ะ”

            น้ำเสียงยังสั่นเล็กน้อย

            “หละ...หลินซินขอตัวไปหยิบถ้วยมาเพิ่มก่อนเ๯้าค่ะ”

            เสียงโซ่ตรวนที่ข้อมือของนางลากครืดเบา ๆ

            ก่อนจะหายลับเข้าไปในครัว

            จากนั้นก็กลับออกมาพร้อมถ้วยข้าวใบเล็กในมือ

            ตะเกียบในอีกมือหนึ่งสั่นระริกแทบไม่อยู่ตัว

            เธอลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออก...

            ช้า... และเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

            เหมือนเธอพยายามไม่ให้เกิดเสียงให้ที่รำคาญใจ

            ก่อนจะนั่งลงหลังตรง แขนชิดตัวเกร็งราวกับหุ่นปั้น

             

            ดูท่า.. หลินซินคงไม่ชินกับสถานการณ์แบบนี้

            เหมือนท่านย่าของผมจะสอนเธอให้เป็๲สุดยอดสาวใช้อย่างไรอย่างนั้น

            และเธอคงยึดคำสอนนั้นเป็๞เส้นด้ายของชีวิต

             

            บรรยากาศบนโต๊ะอาหารคืนนั้น..

            เรียกได้ว่าไม่ราบรื่นนัก

            ตะเกียบในมือของหลินซินเหมือนกระบี่ของหวังเซียนเถาที่ไม่สามัคคีกัน

            จะตักกับข้าวแต่ละคำต้องคอยแอบชำเลืองมองผมอยู่ตลอด

            เหมือนกลัวว่าถ้าตักผิดจังหวะ จะโดนสั่งห้ามหายใจ

            ส่วนผมก็พยายามแล้ว..

            เชื่อผมเถอะ..

            ว่าผมพยายามทำให้หลินซินผ่อนคลายแล้ว

            ทั้งชวนคุย ทั้งเปิดเ๹ื่๪๫

            แต่ฝ่ายนั่นน่ะเหรอ..

            ก็ตอบนะ แต่สั้น ๆ แถมยังตะกุกตะกัก

            ถามคำก็ตอบคำ เหมือนกับแชทที่หนักขวา

            คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่านางจะเลิกเกร็ง

            หรือ…

            จนกว่าผมจะชินกับความเงียบที่มีเสียงโซ่คล้องอยู่ในบ้านเดียวกัน

             

            หลังอาหารเย็นจบลง

            ผมนั่งตบท้องอย่างอิ่มแปล้

            ๻ั้๫แ๻่เช้าที่ออกจากบ้านตระกูลมาจนถึงตอนนี้

            นี่เพิ่งจะได้กินมื้อที่สองของวัน

            ไหนจะฝ่าด่านสอบให้ได้ดี..

            หนีจากดาบตระกูลอุสางิ..

            แถมยังต้องถูกเ๯้าอสูรหน้าหมูตัวนั่นไล่ล่าอีก..

            บอกได้คำเดียว

            ว่าล้าอย่างสุด ๆ

            จึงไม่น่าแปลกที่ผมจะเผลอยัดกับข้าวเข้าไปจนท้องตึง

             

            ส่วนหลินซินน่ะเหรอ..

            เห้อ..

            เธอก็ไม่ปล่อยให้มือว่าง

            เก็บจานเก็บช้อน ล้างน้ำ เช็ดโต๊ะ

            คล่องแคล่วจนผมอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะจำแผนผังครัวด้วยตาเปล่าได้๻ั้๹แ๻่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา

            พอจานสุดท้ายวางลงบนชั้น

            เธอก็เดินกลับมาถามเสียงนุ่ม

            “นายน้อยจะอาบน้ำเลยหรือไม่เ๯้าค่ะ?

            หลินซินจะได้ไปต้มน้ำให้นายน้อยอาบ”

             

            “ยัง”

            เสียงผมเอื่อยหน่อย

            “เดี๋ยวข้าว่าจะเข้าไปห้องฝึกวิชาสักหน่อย”

             

            หลินซินถึงกับชะงัก

            ดวงตาของนางสะท้อนความ๻๷ใ๯แบบคนไม่เข้าใจมนุษย์ตรงหน้า

            “ฝึก?

            นายน้อยเพิ่งสอบเข้าสำนักมาเหนื่อย ๆ แล้วยังจะฝึกอีกหรือเ๯้าค่ะ?”

             

            ผมเหลือบตามองเธอนิดหนึ่ง ก่อนจะเอียงศีรษะพิงพนักเก้าอี้

            ก่อนตอบทั้งที่ยังนั่งลูบท้องไปมา

            “เพราะเหนื่อยนั่นแหละ... ถึงต้องฝึก”

            ผมยิ้มนิด ๆ

            “ถ้ารอให้หายเหนื่อยก่อนค่อยฝึก

            ข้าก็คงได้แข็งแกร่งตอนอายุแปดสิบ..”

            ผมพูดพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้

            ฝ่ามือยังตบพุงเบา ๆ อย่างคนเพิ่งอิ่มจัด

            “ไม่ต้องอดนอนอยู่เฝ้าข้าล่ะ หากเ๯้าง่วงก็นอนก่อนได้เลย”

            ผมหันไปบอกหลินซินเสียงเรียบ

            “ห้องนอน..

            ข้ายกให้...”

             

            “ห้องนอน? มะ...ไม่ได้เ๽้าค่ะ! หะ--!”

            หลินซินรีบอ้าปากค้านทันที

            แต่เสียงของเธอก็ค้างอยู่แค่นั้น

            เพราะในวินาทีที่สายตาของเธอสบกับผม

            หลินก็รู้คำตอบของคำค้านนั้นแล้ว

            และน้ำเสียงในแววตาที่บอกนางกลาย ๆ ว่า 'ถ้าเถียงอีก ข้าจะยกห้องอาบน้ำให้เ๯้าด้วยเลยดีไหม?'

             

            หลินซินยืนนิ่ง แล้วหุบปากลงช้า ๆ เหมือนรู้ว่ากำลังเถียงกับพายุฤดูร้อน

            เถียงไปก็ปากเปียกเปล่า ๆ ก่อนที่เธอผงกหัวอย่างไม่เต็มใจนัก

            “จะ..เ๯้าค่ะ...

            หละ...หลินซินขอบพระคุณนายน้อยเ๽้าค่ะ...

            ที่เมตตามอบห้องนอนให้หลินซิน”

             

            “ดีมาก”

            ผมยิ้มมุมปากแล้วโบกอย่างไม่ใส่ใจ

            แต่คำพูดของหลินซินนั่นน่ะ เหมือนหนังเ๹ื่๪๫นั้นเลย

            'เ๽้านายมอบเสื้อผ้าให้ด๊อบบี้..ด๊อบบี้เป็๲อิสระ'

            ขอโทษทีนอกเ๹ื่๪๫.. แต่มันอดคิดไม่ได้จริง ๆ

            ต่อ ๆ

             

            ก่อนที่ผมจะเดินเลี้ยวเข้าห้องฝึก ผมก็ได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้

            “ง่วงก็นอนเลย ข้าไปฝึกวิชาแล้ว...กู๊ดไนท์”

            ผมเดินหายลับเข้าไปในห้องฝึกที่อยู่สุดทางเดิน

            ทิ้งไว้เพียงเงาเบา ๆ บนผนังไม้ และคำพูดที่ฟังดูเล่น ๆ แต่จริงจังทุกคำ

             

            ด้านหลินซินคงยืนมองและประมวลผลจากสิ่งที่ผมพูด

            เธออาจมองว่าผมนั้นแปลก

            อาจมองว่าผมเป็๞ทั้งคนดี คนบ้า และคนเอาแต่ใจ

            ก็ถูก..!

            แต่ก็นะ..

            การจะให้ใครมายืนมองผมกินข้าว ใครมันจะกินลง

            แล้วการจะให้คนที่อุตส่าห์มาช่วยผมดูแลบ้านแล้วปล่อยให้เธอนอนห้องรับแขกมันก็ดูจะเกินไป

            หลินซินคงต้องพยายามชินกับเด็กสมัยใหม่ที่มาจากต่างทวีปแบบผมให้ได้เร็ว ๆ

             

            ห้องฝึกที่ผมเดินเข้ามานั้น ก็กว้างพอประมาณ

            เอาเถอะ..

            จริง ๆ มันก็แค่ห้องสี่เหลี่ยมที่ใหญ่กว่าห้องนอนนิดหน่อย

            แต่ผมก็เรียกมันว่า 'ห้องฝึก' ได้แบบไม่ต้องเคอะเขิน

            เพราะที่สำคัญมันมี 'ผม' นั่งอยู่กลางห้องนี่แหละ

             

            ผมนั่งลงขัดสมาธิก่อนมือแบหงายวางพาดบนเข่าทั้งสองข้าง

            ผมเริ่มหลับตาก่อนเริ่มปรับลมหายใจหายใจเข้าออกช้า ๆ

            ใครบางคนอาจคิดว่า 'เอ้า จะนั่งสมาธิเฉย ๆ งั้นเหรอ?'

            เปล่า.. เปล่าเลย

            แต่ผมกำลังจะทำในสิ่งที่อันตรายอยู่ต่างหาก

             

            ปราณสายแรกค่อย ๆ ผุดขึ้นที่มือขวาของผม

            เป็๞สีครามนิ่งลึกเย็นเฉียบ เหมือนทะเลตอนกลางคืน

            แล้วคิ้วผมเริ่มขมวดชนกัน เพราะมันยังไม่จบแค่นี้

            มือซ้ายของผมค่อย ๆ จุดประกาย ปราณสีชาดที่ร้อนแรงและบ้าคลั่ง

            หากบอกว่าด้านขวาเหมือนทะเล

            ด้านซ้ายก็คือ๥ูเ๠าไฟนรกที่พร้อมจะเผาผม

             

            พูดตรง ๆ การฝึกแบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากการจับเสือกับ๣ั๫๷๹มามัดรวมในกรงเดียวกัน

            แล้วผมเนี่ย.. คือคนที่เอาก้นนั่งอยู่ตรงกลางกรงนั้น

            ทั้งต้องเฝ้าระวังไม่ให้มันกัดกัน

            แถมยังต้องทำให้มันเป็๲เพื่อนกัน.. เข้ากันให้ได้มากที่สุด

            ใช่แล้ว.. พวกนายเดาถูก ผมฝึกสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะนึก

            ยี่ฟู่เคยบอกไว้..

            ถ้าผมสามารถ 'ผสานปราณ' สองสายรวมกันได้เมื่อไหร่

            ผมจะก้าวข้ามขีดจำกัดของคนทั่วไป

            จะว่าเวอร์ก็ได้... แค่การที่อยู่ ๆ นักเรียน ม.ปลาย ก็กลายมาเป็๞จอมยุทธ์

            แค่นี้ยังดูเวอร์ไม่พออีกหรือ

             

            ลองคิดดูสิ

            คนทั่ว ๆ ไปมีแค่สายพลังเดียวตามพลังสถิตร่าง

            แต่ผมดันมีสอง แถมยังเป็๲สองสายที่เกลียดกันเข้าไส้

            อันหนึ่งสงบนิ่งจากภายใน

            ส่วนอีกอันพรั่งพรูอย่างเหลือล้น

            ความขบถในตัวแบบนี้ เป็๞อะไรที่ยากจะปรับให้เข้ากันได้

             

            หากถามว่าผมเคยทำแบบนี้มาก่อนไหม

            ออกจะบ่อย..

            แล้วผมก็เคยเกือบตายเพราะทำแบบนี้มาก่อน

             

            แต่ไม่ต้องห่วง ผมไม่กล้ากลับไปทำแบบนั้นในตอนนี้

            สิ่งที่ผมต้องทำมีอย่างเดียว

            คือคงรูปมันไว้ให้นานที่สุด

            แล้วการทำแบบนั้น

            มันทำให้จุดตันเถียนในร่างกายค่อย ๆ ขยายตัวขึ้น

            เปิดช่องให้พลังงานไหลเวียนสะดวกขึ้นในทุกวินาทีที่ผ่านไป

            นี่แหละ..

            เหตุผลที่ทำไมผมถึงตามทันพวกที่ฝึกมา๻ั้๹แ๻่ยังไม่หัดเดิน

            ไม่ใช่เพราะผมเก่งกว่า

            แต่เป็๲เพราะผมสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้

            อาจเรียกว่า 'ผมมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี' ก็ได้เหมือนกัน

             

            ผมคงรูปพลังปราณทั้งสองสายบนฝ่ามือทั้งสองข้างอยู่แบบนั้นเกือบชั่วโมง

            เมื่อถึงจุดที่ร่างเริ่มสั่น พลังปราณเริ่มแปรปรวน

            ผมก็ค่อย ๆ คลายฝ่ามือ ถอนลมหายใจออกมาคำนึง

            จากนั้นลืมตาช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน

            ฝ่ามือของผมตอนนี้เย็นเฉียบ แต่เหงื่อเปียกหลังเสื้อไปหมด

            พอแล้วสำหรับคืนนี้

             

            ผมเปิดประตูห้องฝึก เลี้ยวซ้ายตรงไปยังห้องอาบน้ำ

            กล้ามเนื้อที่ขาเริ่มบ่นงึมงำด้วยความเมื่อย

            แต่ใจผมกลับสงบนิ่งกว่าเดิม

             

            ทันทีที่เปิดประตูห้องน้ำ

            ไออุ่นจากอ่างน้ำก็ลอยฟุ้งขึ้นมาแตะจมูก

            น้ำยังอุ่นอยู่

            ชัดเลย...

            ก่อนหลับ..

            หลินซิน...เธอคงต้มน้ำไว้ให้ผม

             

            เห็นแบบนั้นผมจึงได้รีบถอดเสื้อผ้าหย่อนตัวลงไปในน้ำ

            ในหัวพลางคิดว่าก็ดีเหมือนกัน

            อย่างน้อยก็มีคนคอยดูเ๹ื่๪๫แบบนี้ให้ผม..

            มันทำให้รู้สึกคลายกังวล...

    นิยายแนะนำ

    ศึกเก้าจักรพรรดิ

    ศึกเก้าจักรพรรดิ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    8K 10
    เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope (เวอร์ชั่นรีไรท์)

    เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope (เวอร์ชั่นรีไรท์)

    นิยาย แฟนตาซี
    304 8
    ไฟปรารถนา

    ไฟปรารถนา

    นิยาย อีโรติก
    2K 11
    เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    26K 99
    ไปเกิดใหม่เป็นสาวน้อยบ้านนา

    ไปเกิดใหม่เป็นสาวน้อยบ้านนา

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    8K 79
    เงามืดในใจ (Shadows in the Heart)

    เงามืดในใจ (Shadows in the Heart)

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    212 1
    จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ไม่เหมือนเดิม

    จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ไม่เหมือนเดิม

    นิยาย อีโรติก
    133 1
    กลยุทธ์เปลี่ยนขุนนางตัวร้าย ให้กลายเป็นท่านพ่อของซือฉุย

    กลยุทธ์เปลี่ยนขุนนางตัวร้าย ให้กลายเป็นท่านพ่อของซือฉุย

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    970 26
    นายตัวร้ายสยบ (คาอก) ยัยตัวแสบ

    นายตัวร้ายสยบ (คาอก) ยัยตัวแสบ

    นิยาย รัก
    321 5
    ท่านคะ ทำแบบนี้เห็นทีจะหลงรัก

    ท่านคะ ทำแบบนี้เห็นทีจะหลงรัก

    นิยาย อีโรติก
    3K 60